สูงวัยไทย
ตาแห้ง แสบตาบ่อยในผู้สูงอายุ ดูแลอย่างไรและสาเหตุมาจากยาที่กินอยู่หรือเปล่า
พิมพ์เมื่อ 6 สิงหาคม 2026
ตาแห้ง แสบตาบ่อยในผู้สูงอายุ ดูแลอย่างไรและสาเหตุมาจากยาที่กินอยู่หรือเปล่า
แนวทางดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการตาแห้ง แสบตา หรือระคายเคือง ตั้งแต่สาเหตุจากวัยและยาที่ใช้ ไปจนถึงวิธีดูแลที่บ้านและจังหวะที่ควรพบจักษุแพทย์
ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Tima Miroshnichenko / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ตาแห้งในผู้สูงอายุมักเกิดจากต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาลดลงตามวัย ร่วมกับปัจจัยเสริม เช่น อากาศแห้ง แอร์ พัดลม การจ้องหน้าจอนาน และผลข้างเคียงจากยาหลายชนิดที่ผู้สูงอายุมักใช้อยู่พร้อมกัน
- อาการที่พบบ่อยคือแสบตา รู้สึกฝืดหรือมีอะไรอยู่ในตา ตาแดง หรือแปลกที่น้ำตาไหลมากผิดปกติเป็นบางช่วง ซึ่งเป็นกลไกชดเชยของตาแห้งไม่ใช่สัญญาณว่าตาชื้นเพียงพอ
- การดูแลเบื้องต้นที่บ้าน เช่น น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย และปรับสิ่งแวดล้อม ช่วยบรรเทาอาการได้ในหลายกรณี แต่ควรให้จักษุแพทย์ประเมินหากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรง
- ตาแห้งเองมักไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่หากมีอาการปวดตารุนแรง ตาแดงจัดร่วมกับมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาที่ทำให้เจ็บรุนแรง ควรรีบพบแพทย์หรือโทร 1669
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุบ่นว่าตาแห้ง แสบตา หรือรู้สึกฝืดตาบ่อย โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ในห้องแอร์หรือดูโทรทัศน์นาน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการเข้าใจว่ายาที่ผู้สูงอายุใช้อยู่อาจเกี่ยวข้องกับอาการตาแห้งหรือไม่ ก่อนไปพบแพทย์
- ไม่เหมาะกับกรณีตาแห้งรุนแรงร่วมกับปวดตามาก ตาแดงจัด หรือมองเห็นแย่ลงเร็ว ซึ่งควรพบแพทย์ทันทีแทนการดูแลเองที่บ้าน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมผู้สูงอายุจึงตาแห้งง่ายกว่าคนวัยอื่น
ต่อมผลิตน้ำตาทำงานลดลงตามวัยเป็นความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ คล้ายกับที่หลายคนมีสายตายาวตามวัย (presbyopia) ร่วมด้วย ทำให้น้ำตาที่หล่อเลี้ยงผิวตามีปริมาณและคุณภาพลดลง ผิวตาแห้งและระคายเคืองง่ายขึ้นกว่าตอนหนุ่มสาว
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีแนวโน้มตาแห้งมากกว่าผู้ชายในวัยเดียวกัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่มีผลต่อการผลิตน้ำตา นอกจากนี้โรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวานหรือโรคภูมิคุ้มกันบางประเภท ก็ทำให้ตาแห้งรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน
ยาหลายชนิดที่ผู้สูงอายุใช้อยู่อาจทำให้ตาแห้งขึ้น
ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน (polypharmacy) มีความเสี่ยงตาแห้งจากผลข้างเคียงของยาสูงกว่าคนที่ใช้ยาน้อย ยากลุ่มที่พบว่าเกี่ยวข้องได้บ่อย ได้แก่ ยาแก้แพ้บางชนิด ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันบางกลุ่ม และยาคลายกังวลบางประเภท เพราะยาเหล่านี้อาจลดการผลิตน้ำตาหรือทำให้ร่างกายขาดน้ำเล็กน้อย
หากสงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ ไม่ควรหยุดยาเอง ควรจดว่าตาแห้งเริ่มพร้อมกับการเริ่มยาชนิดใดหรือไม่ แล้วนำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน แพทย์อาจพิจารณาปรับยาหรือแนะนำการดูแลตาเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็นต้องหยุดยาที่จำเป็นต่อโรคประจำตัว
สิ่งแวดล้อมในบ้านไทยที่ทำให้ตาแห้งแย่ลง
ห้องแอร์ที่เปิดตลอดวัน พัดลมเป่าตรงหน้า และอากาศร้อนแห้งในบางฤดู ล้วนทำให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้นกว่าปกติ ผู้สูงอายุที่นั่งดูโทรทัศน์หรือใช้โทรศัพท์เป็นเวลานานยังกะพริบตาน้อยลงโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้ผิวตาแห้งสะสมมากขึ้นตลอดวัน
การจัดตำแหน่งที่นั่งให้ไม่โดนลมแอร์หรือพัดลมพัดตรงหน้า และเตือนให้พักสายตาเป็นระยะเมื่อดูหน้าจอนาน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
น้ำตาไหลมากผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของตาแห้ง ไม่ใช่ตาชื้นพอ
หลายครอบครัวเข้าใจผิดว่าถ้าตามีน้ำตาไหลออกมาแสดงว่าตาชื้นเพียงพอแล้ว แต่ในผู้สูงอายุที่ตาแห้งเรื้อรัง ผิวตาที่แห้งและระคายเคืองอาจกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำตาชดเชยออกมามากผิดปกติเป็นบางช่วง ซึ่งเป็นน้ำตาที่คุณภาพไม่ดีพอจะเคลือบผิวตาไว้ได้นาน จึงยังต้องดูแลเรื่องตาแห้งต่อไปแม้จะเห็นน้ำตาไหล
การสังเกตอาการควบคู่กัน เช่น รู้สึกฝืดตาก่อนน้ำตาไหล หรือแสบตาสลับกับน้ำตาไหลเป็นพัก ๆ ช่วยแยกได้ว่าเป็นตาแห้งที่มีน้ำตาไหลชดเชย ไม่ใช่ปัญหาน้ำตาไหลจากสาเหตุอื่น เช่น ท่อน้ำตาอุดตัน

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้สูงอายุ
จัดที่นั่งให้ไม่โดนลมแอร์หรือพัดลมพัดตรงหน้า และเปิดเครื่องเพิ่มความชื้นในห้องหากอากาศแห้งมาก
ใช้น้ำตาเทียมและพักสายตาอย่างเหมาะสม
เลือกน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียหากต้องใช้บ่อยหลายครั้งต่อวัน และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- เตือนให้กะพริบตาบ่อยขึ้นเมื่อดูโทรทัศน์หรือใช้โทรศัพท์นาน
- พักสายตาทุกยี่สิบถึงสามสิบนาทีเมื่อจ้องหน้าจอต่อเนื่อง
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรงเมื่อรู้สึกระคายเคือง
ทบทวนรายการยาที่ใช้อยู่กับแพทย์หรือเภสัชกร
นำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนว่ามียาชนิดใดที่อาจทำให้ตาแห้งหรือไม่ และปรึกษาทางเลือกในการดูแลโดยไม่หยุดยาที่จำเป็นเอง
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
24ชั่วโมงอินซูลินเย็นกล่องยายากล่องเย็นเดินทางแบบพกพาอินซูลินถ้วยเย็น
กล่องใส่ยา ตลับใส่อาหารเสริม ตลับยา ตลับใส่ยา กล่องยา กล่องใส่ยา 1สัปดาห์
กล่องใส่ยา กล่องยามัลติฟังก์ชั่นรูปดอกไม้สีโดปามีน 6 ช่องแบ่งยา พกพาง่าย เหมาะท่องเที่ยวกลางแจ้ง Hiday
กล่องยารายสัปดาห์กันแสง แบบพกพา กล่องใส่ยา กล่องแบ่งยา เก็บ จุของได้เยอะ 7 วันส่งฟรี
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าหยุดยาโรคประจำตัวเองเพราะสงสัยว่าเป็นสาเหตุของตาแห้ง
- อย่าใช้น้ำตาเทียมชนิดมีสารกันเสียบ่อยเกินคำแนะนำบนฉลากโดยไม่ปรึกษาเภสัชกร
- อย่าขยี้ตาแรงเมื่อรู้สึกระคายเคือง เพราะอาจทำให้ผิวตาบาดเจ็บเพิ่มขึ้น
- อย่าปล่อยให้นั่งรับลมแอร์หรือพัดลมพัดตรงหน้าเป็นเวลานานทุกวัน
- อย่ามองข้ามอาการตาแดงจัดหรือปวดตารุนแรงว่าเป็นแค่ตาแห้งธรรมดา
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการปวดตารุนแรงร่วมกับมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาที่ทำให้เจ็บรุนแรงจนลืมตาไม่ได้
- พบแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากตาแดงจัด บวม หรือมีขี้ตาผิดปกติร่วมกับตาแห้งที่แย่ลงเร็ว
- นัดพบจักษุแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากใช้น้ำตาเทียมแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ หรือตาแห้งรุนแรงจนกระทบการอ่านหรือการมองเห็นตอนกลางคืน
- เฝ้าสังเกตและดูแลด้วยตนเองที่บ้าน หากมีอาการแสบตาหรือฝืดตาเล็กน้อยเป็นบางช่วง และดีขึ้นเมื่อปรับสิ่งแวดล้อมหรือใช้น้ำตาเทียม
เช็กลิสต์สรุป
- จดว่าตาแห้งเกิดขึ้นช่วงใดของวันบ่อยที่สุด
- เช็กว่านั่งโดนลมแอร์หรือพัดลมพัดตรงหน้าเป็นประจำหรือไม่
- รวบรวมรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดเพื่อให้แพทย์ทบทวน
- เลือกน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียหากต้องใช้บ่อย
- เตือนให้กะพริบตาบ่อยขึ้นเมื่อดูหน้าจอนาน
- สังเกตอาการตาแดงจัดหรือปวดตารุนแรงที่ต้องรีบพบแพทย์
- นัดพบจักษุแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
คุณแม่บอกว่าแสบตาตลอดเวลาแต่หมอบอกว่าเป็นแค่ตาแห้ง เป็นไปได้จริงหรือ
เป็นไปได้จริง ตาแห้งในผู้สูงอายุอาจทำให้รู้สึกแสบตา ฝืดตา หรือเหมือนมีอะไรอยู่ในตาตลอดเวลาได้ แม้จะฟังดูไม่รุนแรง หากอาการรบกวนชีวิตประจำวันมาก ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลต่อเนื่องหรือน้ำตาเทียมชนิดที่เหมาะสมกับความรุนแรงของอาการ
ยาที่คุณพ่อกินอยู่หลายตัว มีทางรู้ไหมว่าตัวไหนทำให้ตาแห้ง
วิธีที่ดีที่สุดคือนำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน พร้อมแจ้งว่าตาแห้งเริ่มเมื่อไรเทียบกับวันที่เริ่มยาแต่ละตัว ไม่ควรเดาเองหรือหยุดยาบางตัวโดยไม่ปรึกษา เพราะยาโรคประจำตัวหลายชนิดจำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง
น้ำตาเทียมใช้ได้บ่อยแค่ไหนถึงจะปลอดภัย
โดยทั่วไปน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียใช้ได้บ่อยตามต้องการอย่างปลอดภัยกว่าชนิดมีสารกันเสีย แต่ควรอ่านฉลากและปรึกษาเภสัชกรหากต้องใช้มากกว่าสี่ถึงหกครั้งต่อวันเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าเลือกชนิดที่เหมาะสมกับความถี่ในการใช้จริง
ทำไมคุณยายบอกว่าตาแห้งแต่กลับมีน้ำตาไหลบ่อย
เป็นกลไกที่พบได้บ่อยในตาแห้งเรื้อรัง เมื่อผิวตาแห้งและระคายเคือง ร่างกายจะกระตุ้นให้ผลิตน้ำตาชดเชยออกมามากในบางช่วง แต่น้ำตาที่ไหลออกมานี้มักคุณภาพไม่ดีพอจะเคลือบผิวตาไว้ได้นาน จึงยังต้องดูแลเรื่องตาแห้งต่อไปตามปกติ
ตาแห้งจากแอร์กับตาแห้งจากโรคต่างกันอย่างไร
ตาแห้งจากแอร์หรือสิ่งแวดล้อมมักดีขึ้นเมื่อปรับตำแหน่งที่นั่งหรือลดเวลาอยู่ในห้องแอร์ ส่วนตาแห้งจากโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้มักไม่ดีขึ้นแม้ปรับสิ่งแวดล้อมแล้ว และอาจรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากอาการไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ตาแห้งเรื้อรังปล่อยไว้นานอันตรายไหม
หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล ผิวตาที่แห้งเรื้อรังอาจเกิดการอักเสบหรือเป็นแผลที่กระจกตาได้ในบางราย ซึ่งอาจกระทบการมองเห็นในระยะยาว จึงไม่ควรปล่อยผ่านแม้อาการจะดูไม่รุนแรงในช่วงแรก ควรดูแลอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
สรุป
- ตาแห้งในผู้สูงอายุเกิดจากต่อมน้ำตาทำงานลดลงตามวัย ร่วมกับปัจจัยเสริมอย่างสิ่งแวดล้อมและยาหลายชนิดที่ใช้อยู่พร้อมกัน
- น้ำตาไหลมากผิดปกติในบางช่วงอาจเป็นสัญญาณของตาแห้งเรื้อรัง ไม่ใช่หลักฐานว่าตาชื้นเพียงพอแล้ว
- การปรับสิ่งแวดล้อมและใช้น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการได้ในหลายกรณี แต่ไม่ควรหยุดยาโรคประจำตัวเองแม้สงสัยว่าเป็นสาเหตุ
- หากดูแลเองแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ หรือมีอาการรุนแรงร่วมด้วย ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ใส่ถนน NBHD กล่องยาช่องแบบพกพา6ช่องแคปซูลกล่องเก็บช่องกล่องยาเดินทางโปรโมชั่นยารายสัปดาห์
RAINBEAU ที่แกะยา ตลับยา Food grade แบบกด ลดการปนเปื้อนจากการใช้มือแกะ ใช้งานง่าย ขนาดกระทัด พกพาสะดวก
ตลับยา กล่องใส่ยา ตลับใส่ยา ช่องเดี่ยว 3 ช่อง One day ตลับยาพกพา
ที่ตัดยา กล่องแบ่งยา pill cutter รุ่นใหม่ ใบมีดสแตนเลส คม ทน แบ่งยาได้เท่ากัน พร้อมส่ง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้านการมองเห็น — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- Ageing and health — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ตาแห้งผู้สูงอายุ: ก่อนซื้อน้ำตาเทียมเอง ต้องตรวจอะไรบ้าง
เช็กลิสต์ให้ครอบครัวตรวจสอบอาการตาแห้งในผู้สูงอายุ ครอบคลุมความรุนแรง ปัจจัยจากยาและสิ่งแวดล้อม และจุดที่ควรพบจักษุแพทย์แทนการซื้อน้ำตาเทียมมาใช้เอง

คุณพ่อบ่นว่าตาพร่ามัวบ่อยขึ้น ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยและรู้ว่าเมื่อไรต้องรีบพบหมอ
แนวทางดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการตาพร่ามัว แยกความเปลี่ยนแปลงตามวัยจากสัญญาณอันตราย พร้อมวิธีปรับบ้านและกิจวัตรให้ปลอดภัยขึ้นระหว่างรอพบจักษุแพทย์

แว่นตาคุณแม่ดูไม่เข้ากับสายตาแล้ว เลือกและดูแลอย่างไรให้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
แนวทางเลือก ปรับ และดูแลแว่นตาสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่สัญญาณที่บอกว่าค่าสายตาเปลี่ยน ความเสี่ยงหกล้มจากแว่นสองชั้น ไปจนถึงการดูแลแว่นให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย