สูงวัยไทย

ต้อหินในผู้สูงอายุ: โรคที่ไม่ปวดแต่แอบกินลานสายตา ทำไมต้องตรวจทั้งที่ยังมองเห็นดี

อธิบายว่าทำไมต้อหินชนิดที่พบบ่อยจึงไม่มีอาการเตือนจนสายเกินแก้ พร้อมวิธีดูว่าลานสายตาเริ่มแคบลงจากพฤติกรรมในบ้าน และวิธีช่วยผู้สูงอายุหยอดยาลดความดันตาให้ต่อเนื่องได้จริง

16 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

Close-up of a senior man's facial features during an eye examination using specialized equipment.

รูปภาพโดย Mike Sangma / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ต้อหินคือภาวะที่ขั้วประสาทตาถูกทำลายทีละน้อย มักสัมพันธ์กับความดันภายในลูกตาที่สูงเกินกว่าที่เส้นประสาทของคนคนนั้นจะทนได้ ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือชนิดมุมเปิด ซึ่งดำเนินไปอย่างช้า ๆ โดยไม่ปวด ไม่แดง และไม่ทำให้ตรงกลางภาพมัวในระยะแรก ผู้สูงอายุจำนวนมากจึงยังอ่านหนังสือและดูโทรทัศน์ได้ตามปกติทั้งที่ลานสายตาด้านข้างหายไปแล้วบางส่วน
  • สิ่งที่หายไปก่อนคือลานสายตารอบนอก สัญญาณที่บ้านจึงมักออกมาเป็นการเดินชนขอบประตู สะดุดของที่วางอยู่ด้านข้าง หยิบแก้วบนโต๊ะพลาด หรือไม่เห็นคนที่เดินเข้ามาจากด้านข้างจนสะดุ้งตกใจ ไม่ใช่การบ่นว่ามองไม่ชัด สมองยังเติมภาพส่วนที่หายไปให้ดูต่อเนื่อง จึงแทบไม่มีใครรู้สึกว่ามีรูโหว่ในภาพที่เห็น
  • การมองเห็นที่เสียไปจากต้อหินโดยทั่วไปไม่กลับคืนมา เป้าหมายของการรักษาจึงเป็นการชะลอไม่ให้แย่ลงต่อ ด้วยการลดความดันในลูกตาตามแผนที่จักษุแพทย์กำหนด ซึ่งอาจเป็นยาหยอดตา การใช้เลเซอร์ หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของแต่ละราย นี่คือเหตุผลที่ต้องตรวจตามนัดแม้ยังมองเห็นเหมือนเดิมทุกอย่าง
  • ปัญหาใหญ่ในทางปฏิบัติไม่ใช่การได้ยาหยอด แต่คือการหยอดให้ต่อเนื่องและถูกวิธีเป็นปีโดยไม่รู้สึกว่าได้ผลอะไร เพราะยาลดความดันตาไม่ได้ทำให้มองเห็นชัดขึ้น หน้าที่ของครอบครัวจึงอยู่ที่การทำให้การหยอดตาเป็นเรื่องง่าย ตรวจว่ายาลงตาจริง และพาไปตามนัดทุกครั้งแม้ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าไม่จำเป็น

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุเพิ่งได้ยินคำว่าต้อหินจากการตรวจตา และยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหยอดยาทุกวันทั้งที่ยังมองเห็นได้ดี
  • เหมาะกับลูกหลานที่มีประวัติต้อหินในครอบครัว หรือพบว่าพ่อแม่เริ่มเดินชนของด้านข้างบ่อยขึ้นและอยากรู้ว่าควรตรวจอะไรบ้าง
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องช่วยจัดการยาหยอดตาหลายชนิดร่วมกับยากินประจำตัวอีกหลายรายการ และกำลังหาวิธีไม่ให้สับสนหรือลืม
  • ไม่เหมาะกับกรณีปวดตารุนแรงเฉียบพลันร่วมกับตาแดง ตามัว เห็นวงแสงรอบดวงไฟ และคลื่นไส้อาเจียน กรณีนี้ต้องไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันทีเพราะอาจเป็นต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมต้อหินชนิดที่พบบ่อยจึงเงียบจนตรวจเจอตอนเสียลานสายตาไปแล้ว

ขั้วประสาทตาเป็นมัดของเส้นใยประสาทที่ส่งภาพจากจอประสาทตาไปยังสมอง เมื่อเส้นใยเหล่านี้ตายไปทีละเส้น ภาพที่หายไปจะเป็นหย่อมเล็ก ๆ ที่ขอบลานสายตาก่อน ไม่ใช่ความมัวทั้งภาพ สมองมีกลไกเติมเต็มช่องว่างด้วยข้อมูลจากตาอีกข้างและจากบริบทรอบ ๆ ทำให้คนที่เป็นต้อหินระยะต้นยังรู้สึกว่ามองเห็นปกติสนิท ความเงียบนี้เองคือส่วนที่อันตรายที่สุดของโรค

เพราะไม่มีอาการเตือน การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการตรวจ ไม่ใช่การรอความรู้สึกของผู้ป่วย จักษุแพทย์จะดูหลายอย่างประกอบกัน เช่น วัดความดันในลูกตา ตรวจลักษณะของขั้วประสาทตาโดยขยายม่านตา และตรวจลานสายตาด้วยเครื่องมือเฉพาะ ผลตรวจชุดนี้บอกได้ทั้งว่ามีความเสียหายแล้วหรือยัง และเสียหายเร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับการตรวจครั้งก่อน

ที่ต้องเน้นคือความดันตาปกติไม่ได้แปลว่าไม่เป็นต้อหิน และความดันตาสูงไม่ได้แปลว่าเป็นต้อหินเสมอไป ขั้วประสาทตาของแต่ละคนทนความดันได้ไม่เท่ากัน บางรายเสียหายทั้งที่ค่าความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ นี่คือเหตุผลที่การตัดสินต้องดูภาพรวมทั้งขั้วประสาทตาและลานสายตา ไม่ใช่ดูตัวเลขความดันตาเพียงอย่างเดียว

ลานสายตาที่แคบลงมองเห็นได้จากพฤติกรรมในบ้าน ไม่ใช่จากคำบ่น

ผู้สูงอายุที่ลานสายตาแคบลงมักไม่บอกว่ามองไม่เห็น แต่จะเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตแทน เช่น หันศีรษะบ่อยขึ้นเวลาจะข้ามถนน เดินช้าลงในที่ที่คนเยอะ หรือขอจับแขนคนอื่นเวลาเดินในที่ไม่คุ้น สัญญาณเหล่านี้เชื่อมตรงกับความเสี่ยงหกล้ม เพราะการมองเห็นขอบทางและสิ่งกีดขวางด้านข้างคือหนึ่งในระบบที่ร่างกายใช้ทรงตัว

  • เดินชนกรอบประตู มุมโต๊ะ หรือเก้าอี้ที่วางอยู่ด้านข้างซ้ำ ๆ ในบ้านที่ตัวเองคุ้นเคย
  • สะดุดสิ่งของบนพื้นที่อยู่นอกแนวสายตาตรง เช่น กระถางต้นไม้ ขันน้ำ หรือขอบธรณีประตู
  • หยิบของบนโต๊ะพลาดหรือคว้าแก้วไม่โดนในครั้งแรก ทั้งที่มองตรงไปที่ของชิ้นนั้นแล้ว
  • ตกใจเมื่อมีคนเดินเข้ามาจากด้านข้างเพราะไม่เห็นมาก่อน จนดูเหมือนขี้ตกใจกว่าเดิม
  • ขับรถแล้วเปลี่ยนเลนโดยไม่เห็นรถด้านข้าง หรือเริ่มหลีกเลี่ยงการขับในที่จราจรหนาแน่น
  • ต้องเปิดไฟสว่างมากในที่ที่เคยเดินได้สบาย และเดินในที่สลัวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน: หน้าตาเหมือนไมเกรนหรืออาหารเป็นพิษ แต่เป็นเหตุฉุกเฉินทางตา

ต้อหินอีกกลุ่มหนึ่งไม่เงียบเลย แต่มาแบบเฉียบพลันเมื่อมุมระบายน้ำในลูกตาถูกปิดกั้นจนความดันตาพุ่งสูงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อาการคลาสสิกคือปวดตาและปวดศีรษะข้างนั้นรุนแรง ตาแดง ตามัวลงเร็ว เห็นวงแสงคล้ายรุ้งรอบดวงไฟ ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน จุดที่ทำให้พลาดบ่อยคือครอบครัวเห็นอาการคลื่นไส้อาเจียนแล้วคิดว่าเป็นอาหารเป็นพิษหรือความดันขึ้น จึงให้นอนพักรอดูอาการจนเสียเวลาสำคัญไป

ภาวะนี้ต้องได้รับการลดความดันตาโดยเร็วที่สุดเพื่อรักษาเส้นประสาทไว้ให้ได้มากที่สุด จึงเข้าข่ายไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที ไม่ใช่การรอนัดจักษุแพทย์ในวันรุ่งขึ้น หากผู้สูงอายุมีประวัติสายตายาวมาก เคยมีอาการปวดตาเป็นพัก ๆ ตอนอยู่ในที่มืด หรือเคยถูกแจ้งว่ามุมตาแคบ ควรถามจักษุแพทย์ไว้ล่วงหน้าว่ามีข้อควรระวังเรื่องยาบางกลุ่มที่ทำให้ม่านตาขยายหรือไม่

ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดจากหลายคลินิกหรือ polypharmacy ควรให้เภสัชกรทบทวนรายการยาทั้งหมดเป็นระยะ เพราะยาบางกลุ่มที่ใช้รักษาเรื่องอื่นอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีมุมตาแคบ การทบทวนนี้เป็นงานของเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ใช่การค้นหาชื่อยาเองแล้วหยุดยาเอง

ยาหยอดลดความดันตา: ทำไมคนถึงหยุดเอง และทำไมการหยุดจึงอันตราย

ยาลดความดันตาไม่ได้ทำให้มองเห็นชัดขึ้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายขึ้น และบางชนิดทำให้แสบตาหรือตาแดงในช่วงแรก ผู้สูงอายุจำนวนมากจึงสรุปเองว่ายาไม่ได้ผลแล้วค่อย ๆ หยอดห่างออกไปจนหยุดไปเงียบ ๆ โดยไม่บอกใคร กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อผลตรวจลานสายตาในนัดถัดไปแย่ลง ซึ่งส่วนที่เสียไปแล้วมักไม่กลับมา

อุปสรรคอีกด้านเป็นเรื่องของร่างกายล้วน ๆ คือมือสั่น ข้อนิ้วปวดจนบีบขวดยาก ไหล่ติดจนเงยหน้าค้างไม่ไหว หรือมองไม่เห็นขวดของตัวเองเพราะตาอีกข้างก็ไม่ชัด ผลคือยาหยดลงแก้ม ลงเปลือกตา หรือหยดซ้ำเพราะไม่แน่ใจว่าลงหรือยัง ทั้งหมดนี้ทำให้ปริมาณยาที่เข้าตาจริงไม่พอ ทั้งที่ในสายตาครอบครัวดูเหมือนหยอดครบทุกวัน

ยาหยอดตาบางกลุ่มถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้และอาจมีผลต่อระบบอื่น เช่น ทำให้ชีพจรช้าลง เหนื่อยง่าย หรือทำให้อาการของโรคปอดเรื้อรังแย่ลงในบางราย หากผู้สูงอายุเริ่มเหนื่อยผิดปกติ ใจสั่น หน้ามืด หรือหอบหลังเริ่มยาใหม่ ต้องแจ้งจักษุแพทย์และแพทย์ประจำตัว ไม่ใช่หยุดยาเองแล้วเงียบไว้ เพราะการหยุดยาโดยไม่มีแผนทดแทนทำให้ความดันตากลับขึ้นไปทำลายเส้นประสาทต่อ

ต้อหินกระทบชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด ทั้งการเดิน การขับรถ และความมั่นใจ

เมื่อลานสายตาแคบลง กิจวัตรประจำวันพื้นฐานหรือ ADL อย่างการเดินไปห้องน้ำตอนกลางคืนและการอาบน้ำในห้องน้ำที่พื้นต่างระดับจะเสี่ยงขึ้นทันที ส่วนกิจวัตรที่ซับซ้อนขึ้นหรือ IADL เช่น การเดินทางไปโรงพยาบาลเอง การข้ามถนน และการจัดยาเอง จะเป็นด่านที่สะดุดก่อน ครอบครัวจึงควรประเมินความเสี่ยงตามงานจริงที่ท่านทำ ไม่ใช่ตามความรู้สึกว่ายังเห็นดีอยู่

เรื่องการขับรถเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุด เพราะกระทบความเป็นอิสระโดยตรง แทนที่จะบอกให้เลิกขับทันที การคุยแบบมีขั้นตอนมักได้ผลกว่า เช่น เริ่มจากงดขับตอนกลางคืนและในที่จราจรหนาแน่น หาทางเลือกการเดินทางที่ใช้ได้จริงในละแวกบ้าน แล้วให้ผลตรวจลานสายตาจากจักษุแพทย์เป็นข้อมูลกลางในการตัดสินใจร่วมกัน

ผลกระทบด้านจิตใจก็มีจริง หลายท่านกลัวว่าจะตาบอดในอนาคตแล้วเงียบไม่กล้าถาม ขณะที่บางท่านปฏิเสธการรักษาเพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยน การให้ข้อมูลตรงไปตรงมาว่าการรักษาช่วยชะลอความเสียหาย และการพูดถึงสิ่งที่ยังทำได้มากกว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ ช่วยให้ผู้สูงอายุร่วมมือกับแผนการรักษาระยะยาวได้มากกว่าการเตือนด้วยความกลัว

Senior man having vision test with trial lens set during eye exam.

รูปภาพโดย Mike Sangma / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1: ทำให้การตรวจตาเป็นนัดประจำ ไม่ใช่เรื่องที่ทำตอนมองไม่ชัด

เนื่องจากต้อหินชนิดที่พบบ่อยไม่มีอาการเตือน การตรวจตามช่วงเวลาที่จักษุแพทย์กำหนดจึงเป็นเครื่องมือเดียวที่จับความเปลี่ยนแปลงได้ทัน ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นต้อหิน มีเบาหวาน สายตาสั้นมาก เคยบาดเจ็บที่ตา หรือเคยใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ต่อเนื่อง ควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้แพทย์ทราบเพราะมีผลต่อความถี่ของการติดตาม

  • ถามจักษุแพทย์ให้ชัดว่าควรกลับมาตรวจทุกกี่เดือน และการตรวจครั้งหน้าจะตรวจอะไรบ้าง
  • บันทึกวันนัดไว้ในเครื่องมือติดตามนัดของครอบครัว พร้อมตั้งเตือนล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์
  • เก็บผลตรวจลานสายตาและผลความดันตาทุกครั้งไว้ที่เดียวกัน เพื่อให้เห็นแนวโน้มข้ามปี
  • แจ้งประวัติต้อหินในครอบครัวให้พี่น้องและลูกหลานทราบ เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้วางแผนตรวจของคนรุ่นถัดไป

ขั้นที่ 2: ทำให้การหยอดตาเป็นงานที่ทำสำเร็จได้จริงทุกวัน

เป้าหมายของขั้นนี้ไม่ใช่การเตือนให้จำ แต่คือการลดจำนวนขั้นตอนที่ผิดพลาดได้ วิธีที่ใช้ได้ผลมักเรียบง่าย เช่น ผูกเวลาหยอดกับกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วทุกวัน วางขวดยาไว้จุดเดียวที่มองเห็นชัด และให้มีคนตรวจซ้ำว่าหยอดลงตาจริงในช่วงสัปดาห์แรกของยาใหม่

  • ผูกเวลาหยอดกับกิจวัตรที่ไม่เคยพลาด เช่น หลังแปรงฟันเช้าและก่อนเข้านอน
  • ให้ผู้สูงอายุนอนราบหรือเอนศีรษะพิงพนักเวลาหยอด เพื่อไม่ต้องเงยหน้าค้างจนเมื่อยและเล็งพลาด
  • ถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าถ้ามียาหยอดมากกว่าหนึ่งชนิด ควรเว้นระยะห่างกี่นาทีและหยอดชนิดใดก่อน
  • ทำตารางตัวอักษรใหญ่ติดไว้ข้างขวดยา และให้ขีดทำเครื่องหมายทุกครั้งที่หยอดเพื่อกันการหยอดซ้ำ
  • ถ้ามือสั่นหรือบีบขวดไม่ไหว ให้แจ้งเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อหาทางช่วย แทนการปล่อยให้หยอดพลาดทุกวัน

ขั้นที่ 3: จดสิ่งที่เปลี่ยนไปเพื่อใช้คุยในนัดถัดไป

การติดตามต้อหินเป็นการเปรียบเทียบข้ามเวลา ข้อมูลจากบ้านจึงมีค่าไม่แพ้ผลตรวจ โดยเฉพาะเรื่องผลข้างเคียงของยาและเหตุการณ์เกือบล้ม ซึ่งเป็นสองเรื่องที่มักไม่ถูกเล่าในห้องตรวจเพราะผู้สูงอายุไม่คิดว่าเกี่ยวกับตา

  • จดจำนวนครั้งที่เดินชนของหรือเกือบล้มในหนึ่งเดือน พร้อมตำแหน่งในบ้านที่เกิดบ่อย
  • จดอาการหลังเริ่มยาใหม่ เช่น แสบตา ตาแดง ขนตายาวผิดปกติ เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือหน้ามืด
  • จดวันที่ลืมหยอดและเหตุผล เพื่อให้แพทย์ช่วยปรับแผนให้ทำได้จริง ไม่ใช่เพื่อตำหนิกันเอง
  • นำรายการยาทั้งหมดไปทุกนัด รวมยาจากคลินิกอื่นและยาที่ซื้อเอง

ขั้นที่ 4: ปรับบ้านให้ปลอดภัยกับลานสายตาที่แคบลง

เมื่อลานสายตารอบนอกหายไป สิ่งที่อยู่นอกแนวสายตาตรงจะกลายเป็นกับดัก การจัดบ้านจึงควรเน้นความสม่ำเสมอของตำแหน่งของใช้และแสงที่ต่อเนื่องตลอดทางเดิน มากกว่าการเพิ่มของตกแต่งหรือความสว่างจ้าเฉพาะจุด

  • จัดของให้อยู่ตำแหน่งเดิมเสมอ และแจ้งทุกครั้งที่มีการย้ายเฟอร์นิเจอร์
  • เก็บของวางพื้น สายไฟ และขอบพรมที่งอนขึ้นออกจากเส้นทางเดินหลัก
  • เพิ่มแสงต่อเนื่องตามทางเดิน โดยเฉพาะจุดเปลี่ยนผ่านจากที่สว่างไปที่มืด เช่น หน้าห้องน้ำและหัวบันได
  • ทำเครื่องหมายที่มีสีตัดกันชัดเจนที่ขอบขั้นบันไดและธรณีประตู เพื่อให้เห็นความต่างระดับได้ง่ายขึ้น

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าคิดว่าตรวจตาครั้งเดียวแล้วจบ เพราะต้อหินวัดกันที่แนวโน้มของลานสายตาและขั้วประสาทตาข้ามเวลา ไม่ใช่ผลตรวจครั้งใดครั้งหนึ่ง
  • อย่าหยุดหรือลดยาหยอดเองเพราะรู้สึกว่าไม่เห็นผล ยากลุ่มนี้มีหน้าที่ชะลอความเสียหาย ไม่ได้ทำให้มองเห็นดีขึ้น หากมีผลข้างเคียงให้แจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาปรับแผน
  • อย่าใช้ยาหยอดตาของคนอื่นหรือซื้อยาหยอดตามคำบอกเล่า เพราะยาหยอดบางกลุ่มไม่เหมาะกับผู้ที่มีมุมตาแคบและอาจกระตุ้นภาวะฉุกเฉินได้
  • อย่าตีความว่าความดันตาปกติแปลว่าปลอดภัยแล้ว เพราะขั้วประสาทตาของแต่ละคนทนความดันได้ไม่เท่ากัน ต้องดูผลลานสายตาและขั้วประสาทตาประกอบเสมอ
  • อย่ามองข้ามอาการคลื่นไส้อาเจียนที่มาพร้อมปวดตาและตาแดง เพราะการเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารเป็นพิษทำให้เสียเวลาในภาวะที่ต้องรักษาให้เร็วที่สุด
  • อย่าบังคับให้เลิกขับรถโดยไม่มีข้อมูลและทางเลือกการเดินทางรองรับ เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุปกปิดอาการในครั้งถัดไปแทนที่จะร่วมมือ

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากปวดตาและปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน ร่วมกับตาแดง ตามัวลงเร็ว เห็นวงแสงรอบดวงไฟ และคลื่นไส้อาเจียน เพราะอาจเป็นภาวะความดันตาสูงเฉียบพลันที่ต้องรักษาโดยด่วน
  • โทร 1669 ทันที หากการมองเห็นหายไปข้างหนึ่งอย่างกะทันหัน หรือมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัดร่วมด้วย เพราะต้องแยกโรคหลอดเลือดสมองเป็นอันดับแรก
  • ติดต่อจักษุแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากตาแดงมาก ปวดตา มีขี้ตาผิดปกติหลังเริ่มยาหยอดใหม่ หรือรู้สึกว่าลานสายตาแคบลงอย่างชัดเจนภายในไม่กี่วัน
  • ติดต่อแพทย์ประจำตัวภายในวันเดียวกัน หากหลังเริ่มยาหยอดตาแล้วมีอาการเหนื่อยหอบ ใจสั่น ชีพจรช้าผิดปกติ หรือหน้ามืดเป็นลม เพราะยาหยอดบางกลุ่มมีผลต่อระบบอื่นของร่างกายได้
  • นัดพบจักษุแพทย์ในช่วงใกล้ หากเริ่มเดินชนของด้านข้างบ่อยขึ้น เกือบล้มซ้ำ ๆ หรือขาดนัดติดตามต้อหินไปนานจนไม่แน่ใจว่าความดันตาตอนนี้เป็นอย่างไร
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยในนัดถัดไป หากอาการคงที่ โดยจดจำนวนครั้งที่ลืมหยอดยา อุปสรรคที่ทำให้หยอดไม่สำเร็จ และเหตุการณ์เกือบล้มในบ้านพร้อมตำแหน่งที่เกิด

เช็กลิสต์สรุป

  • ถามจักษุแพทย์ว่าต้องตรวจซ้ำทุกกี่เดือน และจดวันนัดไว้ในที่ที่ทั้งบ้านเห็น
  • เก็บผลความดันตาและผลลานสายตาทุกครั้งไว้แฟ้มเดียวกันเพื่อดูแนวโน้ม
  • ตรวจว่ายาหยอดลงตาจริงในช่วงสัปดาห์แรกของยาใหม่ โดยมีคนดูด้วยอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
  • ผูกเวลาหยอดยากับกิจวัตรประจำที่ไม่เคยพลาด และทำตารางตัวอักษรใหญ่ติดไว้
  • ถามเภสัชกรเรื่องลำดับและระยะห่างของยาหยอดเมื่อมีมากกว่าหนึ่งชนิด
  • จดผลข้างเคียงและเหตุการณ์เกือบล้มไว้เล่าให้แพทย์ฟังในนัดถัดไป
  • เพิ่มแสงตามทางเดินและทำเครื่องหมายสีตัดกันที่ขอบบันไดและธรณีประตู
  • แจ้งญาติสายตรงเรื่องประวัติต้อหินในครอบครัวเพื่อวางแผนตรวจของคนรุ่นถัดไป

คำถามที่พบบ่อย

ต้อหินรักษาให้กลับมามองเห็นเหมือนเดิมได้ไหม

โดยทั่วไปการมองเห็นที่เสียไปจากต้อหินไม่กลับคืนมา เพราะเป็นความเสียหายของเส้นใยประสาทตา เป้าหมายของการรักษาคือควบคุมความดันในลูกตาเพื่อชะลอไม่ให้ส่วนที่เหลือเสียหายต่อ ยิ่งเริ่มรักษาเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีลานสายตาเหลือให้รักษาไว้มากเท่านั้น รายละเอียดของแผนการรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินของจักษุแพทย์

ความดันตาปกติแล้วแปลว่าไม่เป็นต้อหินใช่หรือไม่

ไม่ใช่เสมอไป มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ขั้วประสาทตาเสียหายทั้งที่ค่าความดันตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะความทนทานของเส้นประสาทแต่ละคนไม่เท่ากัน การวินิจฉัยจึงต้องดูลักษณะขั้วประสาทตาและผลตรวจลานสายตาประกอบด้วย ไม่ใช่ดูตัวเลขความดันตาเพียงอย่างเดียว

ถ้าลืมหยอดยาหนึ่งครั้งต้องทำอย่างไร

ไม่ควรเพิ่มจำนวนหยดเพื่อชดเชยเอง สิ่งที่ทำได้คือหยอดตามเวลาถัดไปตามปกติและจดไว้ว่าลืมวันไหน หากลืมบ่อยจนเป็นรูปแบบ ควรบอกจักษุแพทย์หรือเภสัชกรตามตรงเพื่อหาสาเหตุ เช่น จำนวนชนิดยามากเกินไป ขวดบีบยาก หรือเวลาหยอดไม่เข้ากับกิจวัตร แล้วปรับแผนให้ทำได้จริง

จะรู้ได้อย่างไรว่ายาหยอดลงตาจริง

วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้มีคนอยู่ด้วยและดูในช่วงแรก ให้ผู้สูงอายุเอนศีรษะพิงพนักหรือนอนราบ ดึงเปลือกตาล่างลงเป็นกระพุ้งแล้วหยอดลงในกระพุ้งนั้น หลังหยอดให้หลับตาสักครู่ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ หากรู้สึกว่ายาไหลลงแก้มทุกครั้ง ควรขอให้เภสัชกรสอนเทคนิคซ้ำหรือพิจารณาอุปกรณ์ช่วยหยอด

ลูกหลานควรเริ่มตรวจต้อหินตั้งแต่เมื่อไรถ้ามีพ่อแม่เป็นต้อหิน

ประวัติต้อหินในญาติสายตรงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควรแจ้งจักษุแพทย์เพื่อให้ประเมินว่าควรเริ่มตรวจเมื่อใดและถี่แค่ไหน เพราะช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น เบาหวาน สายตาสั้นมาก หรือเคยใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ต่อเนื่อง การตรวจตั้งแต่ยังไม่มีอาการคือจุดแข็งเดียวที่มีในโรคที่ไม่ส่งสัญญาณเตือน

ผู้สูงอายุที่เป็นต้อหินยังขับรถได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับว่าลานสายตาที่เหลืออยู่เพียงพอต่อการขับขี่ปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งต้องใช้ผลตรวจลานสายตาจากจักษุแพทย์เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ความรู้สึกของผู้ขับเอง ในทางปฏิบัติหลายครอบครัวเริ่มจากงดขับตอนกลางคืนและในที่จราจรหนาแน่นก่อน พร้อมจัดทางเลือกการเดินทางอื่นไว้ให้ใช้ได้จริง แล้วทบทวนร่วมกันในนัดถัดไป

สรุป

  • ต้อหินชนิดที่พบบ่อยไม่ปวดและไม่ทำให้ตรงกลางภาพมัวในระยะแรก จึงต้องอาศัยการตรวจตามนัดเป็นตัวจับความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่รอให้รู้สึกว่ามองไม่เห็น
  • สัญญาณที่บ้านมักออกมาเป็นการเดินชนของด้านข้าง หยิบของพลาด และตกใจคนที่เดินเข้ามาจากด้านข้าง ซึ่งเชื่อมกับความเสี่ยงหกล้มโดยตรง
  • การมองเห็นที่เสียไปมักไม่กลับคืน การรักษาจึงมุ่งชะลอความเสียหาย และความต่อเนื่องของยาหยอดสำคัญกว่าความรู้สึกว่าเห็นดีขึ้นหรือไม่
  • อุปสรรคจริงของการหยอดยาคือมือสั่น เงยหน้าไม่ไหว และไม่แน่ใจว่าหยอดลงหรือยัง ซึ่งแก้ได้ด้วยท่าทางที่ถูกและการตรวจซ้ำ ไม่ใช่การเตือนให้จำอย่างเดียว
  • ปวดตารุนแรงเฉียบพลันพร้อมตาแดง เห็นวงแสงรอบดวงไฟ และอาเจียน คือภาวะฉุกเฉินทางตาที่ต้องไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด →

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ: สัญญาณที่คนในบ้านมักเห็นก่อนเจ้าตัว และเตรียมตัวอย่างไรเมื่อถึงคิวผ่าตัด
health-body

ต้อกระจกในผู้สูงอายุ: สัญญาณที่คนในบ้านมักเห็นก่อนเจ้าตัว และเตรียมตัวอย่างไรเมื่อถึงคิวผ่าตัด

รวมสัญญาณต้อกระจกที่ลูกหลานสังเกตได้จากชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แสงไฟแตกกระจายจนถึงอ่านฉลากยาไม่ออก พร้อมเส้นทางตั้งแต่ไปตรวจตา ตัดสินใจเรื่องผ่าตัด และเตรียมบ้านกับคนช่วยหยอดตาหลังผ่าตัด

อัปเดตล่าสุด 20 กันยายน 2026อ่าน 16 นาที
สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ ควรไปร้านแว่นหรือพบจักษุแพทย์ก่อนดี
health-body

สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ ควรไปร้านแว่นหรือพบจักษุแพทย์ก่อนดี

เมื่อผู้สูงอายุเริ่มมองเห็นไม่ชัด บทนี้ช่วยแยกว่าอาการแบบไหนไปร้านแว่นตาได้ แบบไหนต้องนัดจักษุแพทย์ และแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที พร้อมปัจจัยที่ควรใช้ตัดสินใจในแต่ละบ้าน

อัปเดตล่าสุด 1 กันยายน 2026อ่าน 11 นาที
ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร
health-body

ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร

คู่มือตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ อธิบายว่าการตรวจต่างจากวัยหนุ่มสาวอย่างไร ควรตรวจอะไรบ้างนอกจากค่าเลือดพื้นฐาน และวิธีเตรียมตัวให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงกับแพทย์

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที
พาคุณพ่อไปตรวจสุขภาพประจำปีทั้งทีต้องนัดหมอสามแผนก จะจัดคิวยังไงไม่ให้ท่านเหนื่อย
health-body

พาคุณพ่อไปตรวจสุขภาพประจำปีทั้งทีต้องนัดหมอสามแผนก จะจัดคิวยังไงไม่ให้ท่านเหนื่อย

การพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพประจำปีมีรายละเอียดด้านการจัดการมากกว่าแค่การตรวจร่างกาย ตั้งแต่เลือกสถานพยาบาล จัดคิวหลายแผนก ไปจนถึงดูแลความเหนื่อยล้าและความวิตกกังวลของท่าน คู่มือนี้ช่วยครอบครัววางแผนล่วงหน้าให้ราบรื่นขึ้น

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 11 นาที