สูงวัยไทย
เลือกและใช้เครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุ เริ่มตรงไหนก่อนถึงจะไม่เสียเงินเปล่า
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
เลือกและใช้เครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุ เริ่มตรงไหนก่อนถึงจะไม่เสียเงินเปล่า
แนวทางเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่การตรวจการได้ยินก่อนซื้อ วิธีเลือกชนิดที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการฝึกใช้และดูแลรักษาให้คุ้มค่าจริง
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ก่อนซื้อเครื่องช่วยฟังทุกครั้ง ควรพาไปตรวจการได้ยินกับแพทย์หรือนักแก้ไขการได้ยินก่อน เพราะเสียงที่หายไปแต่ละคนไม่เหมือนกัน เครื่องที่ปรับมาสำหรับหูอีกคนอาจไม่ช่วยอะไรเลยหรือทำให้รำคาญจนเลิกใส่
- เครื่องช่วยฟังไม่ได้ทำให้ได้ยินเหมือนวัยหนุ่มสาว แต่ช่วยให้ฟังเสียงพูดในที่เงียบและที่มีคนไม่กี่คนได้ชัดขึ้น ส่วนที่มีเสียงรบกวนมากอาจยังต้องปรับสภาพแวดล้อมร่วมด้วย
- ชนิดเครื่องมีทั้งแบบทัดหลังใบหู แบบใส่ในช่องหู และแบบเสียบในรูหูลึก แต่ละแบบเหมาะกับระดับการได้ยิน ความคล่องแคล่วของมือ และงบประมาณที่ต่างกัน ไม่มีรุ่นใดดีที่สุดสำหรับทุกคน
- การใช้เครื่องช่วยฟังต้องมีช่วงฝึกหู 2-4 สัปดาห์ขึ้นไปกว่าจะรู้สึกเป็นธรรมชาติ ถ้าเลิกใช้ตั้งแต่สัปดาห์แรกเพราะรำคาญเสียง มักเป็นเพราะยังไม่ได้กลับไปปรับละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เพราะเครื่องไม่ดี
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่สังเกตว่าผู้สูงอายุเปิดโทรทัศน์ดังขึ้นเรื่อยๆ ขอให้พูดซ้ำบ่อย หรือเริ่มเลี่ยงการพูดคุยเป็นกลุ่ม
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ได้รับการวินิจฉัยว่าหูเสื่อมตามวัยและอยากลองใช้เครื่องช่วยฟังเป็นครั้งแรก
- ไม่เหมาะกับกรณีหูอื้อหรือได้ยินลดลงกะทันหันข้างเดียวภายในไม่กี่วัน กรณีนี้ต้องพบแพทย์หูคอจมูกก่อน ไม่ใช่ไปซื้อเครื่องช่วยฟังทันที
- ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับเด็กหรือการสูญเสียการได้ยินจากอุบัติเหตุเฉียบพลัน ซึ่งต้องได้รับการประเมินเฉพาะทางแยกต่างหาก
สิ่งที่ควรรู้
การได้ยินเสื่อมตามวัย (presbycusis) กับสาเหตุอื่นต้องแยกกันก่อนซื้อเครื่อง
การได้ยินเสื่อมตามวัย หรือ presbycusis คือการที่หูชั้นในค่อยๆ สูญเสียความสามารถรับเสียงความถี่สูงไปทีละน้อยตามอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมักได้ยินเสียงทุ้มได้ปกติแต่ฟังเสียงพยัญชนะอย่าง ส ช ท ไม่ชัด จึงรู้สึกว่า 'ได้ยินแต่ฟังไม่ออกว่าพูดอะไร' โดยเฉพาะเวลามีคนคุยพร้อมกันหลายคนหรือมีเสียงพัดลมรบกวน
แต่ก่อนสรุปว่าเป็นเรื่องตามวัยแล้วรีบไปหาซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรตัดสาเหตุอื่นที่แก้ได้ง่ายกว่าออกก่อน เช่น ขี้หูอุดตัน การติดเชื้อในหู หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิดที่มีผลต่อหูชั้นใน แพทย์หรือพยาบาลสามารถส่องดูช่องหูให้ก่อนได้โดยไม่ต้องรอคิวนาน
ผู้สูงอายุที่ต้องใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือที่เรียกว่าภาวะการใช้ยาหลายชนิด (polypharmacy) ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนรายการยาทั้งหมดเมื่อสงสัยว่าการได้ยินแย่ลงเร็วผิดปกติ เพราะยาบางกลุ่มมีผลข้างเคียงต่อหูชั้นในได้ แต่ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเองโดยเด็ดขาด ให้เป็นการประเมินร่วมกันระหว่างครอบครัวและผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าได้ยินลดลงข้างเดียวอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ ถือเป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์เร็วกว่าปกติ เพราะการได้ยินเสื่อมตามวัยมักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปทั้งสองข้าง ไม่ใช่หายไปฉับพลันข้างเดียว
การตรวจการได้ยินคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ขั้นตอนที่ข้ามได้
การตรวจการได้ยิน (audiogram) จะบอกว่าหูแต่ละข้างได้ยินเสียงความถี่ไหนได้ดีหรือแย่แค่ไหน ข้อมูลนี้คือสิ่งที่นักแก้ไขการได้ยินใช้ตั้งค่าเครื่องช่วยฟังให้ตรงกับหูจริงของคนนั้น การซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปจากร้านโดยไม่มีผลตรวจ มักได้เครื่องที่ขยายเสียงทุกความถี่เท่ากัน ซึ่งทำให้เสียงรบกวนดังขึ้นพร้อมเสียงพูดจนผู้สูงอายุทนใส่ไม่ได้
ครอบครัวหลายบ้านเข้าใจผิดว่าเครื่องช่วยฟังราคาแพงเท่ากับดีเสมอ ความจริงคือเครื่องที่ตั้งค่าตรงกับระดับการได้ยินของแต่ละคนสำคัญกว่าราคา เครื่องราคาปานกลางที่ปรับละเอียดถูกต้องอาจใช้งานได้ดีกว่าเครื่องแพงที่ไม่เคยปรับตามผลตรวจ
หลังใส่เครื่องครั้งแรก ควรมีนัดกลับไปปรับละเอียดอีก 1-2 ครั้งภายในเดือนแรก เพราะสมองต้องใช้เวลาปรับตัวกับเสียงที่หายไปนาน การปรับทีละขั้นช่วยลดอาการเวียนหัวหรือรู้สึกเสียงดังจนรำคาญ
ชนิดของเครื่องช่วยฟังที่พบบ่อยและความเหมาะสมกับชีวิตจริง
แบบทัดหลังใบหู (BTE) มีปุ่มปรับใหญ่กว่า เปลี่ยนแบตเตอรี่ง่าย เหมาะกับผู้ที่มือสั่นหรือมีปัญหาการหยิบจับชิ้นเล็ก แต่มีสายท่อลอดผ่านใบหูซึ่งบางคนไม่ชอบความรู้สึกนี้
แบบใส่ในช่องหู (ITE) มีขนาดเล็กกว่าและใส่สบายกว่าสำหรับบางคน แต่ปุ่มปรับเล็กและเปลี่ยนแบตเตอรี่ยากกว่า เหมาะกับผู้ที่ยังคล่องมือดีและอยากให้เครื่องไม่เด่นชัด
แบบเสียบลึกในรูหู (CIC) มองไม่เห็นจากภายนอก แต่ต้องใช้ความคล่องแคล่วมือค่อนข้างมากในการใส่และถอด รวมถึงดูแลทำความสะอาดได้ยากกว่าแบบอื่น จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการมือสั่นหรือสายตาไม่ดีมากแล้ว
- ระดับการได้ยินที่เสียไปมากหรือน้อย
- ความคล่องแคล่วของมือในการหยิบจับชิ้นเล็ก
- สายตาที่ใช้มองปุ่มปรับหรือใส่แบตเตอรี่
- งบประมาณและค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเรื่องแบตเตอรี่
- ความถี่ในการพบปะผู้คนหรืออยู่ในที่มีเสียงรบกวน
ทำไมหลายคนเลิกใส่เครื่องช่วยฟังภายในเดือนแรก
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เครื่องเสีย แต่เป็นเพราะสมองยังไม่ชินกับเสียงที่หายไปนานหลายปีแล้วกลับมาได้ยินพร้อมกันทีเดียว ทำให้รู้สึกว่าทุกเสียงดังและสับสน โดยเฉพาะเสียงตัวเองพูดหรือเสียงเคี้ยวอาหาร ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้เริ่มใส่ในบ้านที่เงียบก่อน แล้วค่อยเพิ่มเวลาและสถานการณ์ทีละน้อย
อีกสาเหตุคือความอาย กลัวว่าใส่แล้วดูแก่หรือดูเป็นคนพิการ ครอบครัวควรพูดคุยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ตัดสิน และเน้นว่าการได้ยินชัดขึ้นช่วยให้กลับไปพูดคุยกับหลานหรือเพื่อนได้เหมือนเดิม ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
การไม่กลับไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับละเอียดหลังใส่ครั้งแรก ก็ทำให้เครื่องยังไม่ตรงกับหูจริง การนัดติดตามผลจึงสำคัญพอๆ กับการซื้อเครื่อง

รูปภาพโดย RDNE Stock project / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนก่อนซื้อ
พาผู้สูงอายุไปตรวจการได้ยินกับแพทย์หูคอจมูกหรือคลินิกที่มีนักแก้ไขการได้ยิน เพื่อให้ได้ผล audiogram และคำแนะนำว่าควรใส่ข้างเดียวหรือสองข้าง
พูดคุยกับผู้สูงอายุก่อนว่ากังวลเรื่องอะไร เช่น รูปลักษณ์ ราคา หรือความยุ่งยากในการดูแล เพื่อเลือกชนิดเครื่องที่เขายอมรับและใช้จริง ไม่ใช่ซื้อแล้วเก็บในลิ้นชัก
- นัดตรวจการได้ยินก่อนซื้อทุกครั้ง
- สอบถามระยะเวลารับประกันและบริการปรับละเอียดหลังซื้อ
- ถามเรื่องแบตเตอรี่หรือระบบชาร์จว่าเหมาะกับการดูแลของบ้านหรือไม่
ขั้นตอนช่วงฝึกใช้เครื่อง
เริ่มใส่เครื่องในบ้านที่เงียบวันละไม่กี่ชั่วโมงก่อน แล้วค่อยเพิ่มเวลาและออกไปในที่มีคนมากขึ้นทีละสัปดาห์ อย่ารีบคาดหวังว่าออกไปงานเลี้ยงใหญ่แล้วจะฟังชัดทันทีในสัปดาห์แรก
จดบันทึกว่าเสียงแบบไหนที่ยังฟังลำบากหรือรู้สึกดังเกินไป เพื่อนำไปบอกผู้เชี่ยวชาญตอนนัดปรับละเอียด การจดแบบนี้ช่วยให้การปรับตรงจุดกว่าการพูดความจำคร่าวๆ
- เริ่มใส่ในที่เงียบก่อนค่อยเพิ่มความซับซ้อนของเสียงรอบข้าง
- จดสถานการณ์ที่ยังฟังไม่ชัดไปเล่าตอนนัดปรับ
- กลับไปนัดปรับละเอียดภายใน 2-4 สัปดาห์แรก
ขั้นตอนดูแลรักษาให้ใช้งานได้นาน
ทำความสะอาดเครื่องทุกวันด้วยผ้าแห้งตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ห้ามใช้น้ำหรือแอลกอฮอล์เช็ดโดยตรงเพราะอาจทำให้วงจรเสียหาย และถอดเก็บในกล่องกันชื้นเวลาไม่ใช้งาน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ความชื้นสูง
ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือสถานะการชาร์จเป็นประจำ และวางแผนสำรองไว้ว่าถ้าเครื่องเสียกะทันหันจะติดต่อร้านหรือคลินิกที่ซื้อได้ทางไหน เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุขาดการได้ยินไปหลายวันโดยไม่มีทางแก้
- เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้งทุกวัน
- เก็บในกล่องกันชื้นเวลาไม่ใช้งาน
- พกเบอร์ติดต่อร้านหรือคลินิกไว้กรณีเครื่องเสียกะทันหัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปจากร้านขายยาหรือออนไลน์แทนเครื่องช่วยฟังที่ปรับตามผลตรวจการได้ยินจริง
- คาดหวังว่าใส่ครั้งแรกแล้วจะได้ยินชัดทันทีเหมือนวัยหนุ่มสาว จนรู้สึกผิดหวังแล้วเลิกใช้
- ปล่อยให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อคนเดียวโดยไม่ถามความชอบเรื่องรูปลักษณ์และความยุ่งยากในการดูแล
- ไม่กลับไปนัดปรับละเอียดหลังซื้อ ทำให้เครื่องไม่เคยถูกตั้งค่าให้ตรงกับหูจริง
- เก็บเครื่องไว้ในที่ชื้นหรือปล่อยให้แบตเตอรี่หมดโดยไม่มีแผนสำรอง
- มองว่าการได้ยินลดลงข้างเดียวแบบเร็วเป็นเรื่องปกติของวัยแล้วไม่รีบพบแพทย์
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากการได้ยินหายไปพร้อมอาการเวียนศีรษะรุนแรง พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือหมดสติร่วมด้วย เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะทางสมองเฉียบพลัน ไม่ใช่ปัญหาหูอย่างเดียว
- ควรพบแพทย์หูคอจมูกภายในไม่กี่วัน หากได้ยินลดลงข้างเดียวอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ หรือมีอาการปวดหูรุนแรง มีของเหลวไหลออกจากหู หรือมีไข้ร่วมด้วย
- ควรนัดพบแพทย์หรือนักแก้ไขการได้ยินภายในสัปดาห์นี้ หากใส่เครื่องช่วยฟังแล้วรู้สึกปวดในช่องหู มีเสียงหวีดในหูมากขึ้น หรือรู้สึกเวียนศีรษะทุกครั้งที่ใส่
- ควรนัดประเมินในช่วงใกล้ หากเริ่มสังเกตว่าผู้สูงอายุขอให้พูดซ้ำบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เปิดทีวีดังขึ้นทุกเดือน หรือเริ่มเลี่ยงการเข้าสังคมเพราะฟังไม่ทัน
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้คุยกับผู้เชี่ยวชาญในนัดถัดไป หากใส่เครื่องแล้วยังรู้สึกว่าฟังเสียงบางสถานการณ์ไม่ชัด เช่น ในร้านอาหารที่มีเสียงดัง เพื่อนำไปปรับละเอียดเพิ่มเติม
เช็กลิสต์สรุป
- พาไปตรวจการได้ยินก่อนซื้อเครื่องช่วยฟัง
- ถามผู้สูงอายุถึงความกังวลเรื่องรูปลักษณ์และการดูแลก่อนเลือกชนิดเครื่อง
- นัดปรับละเอียดภายใน 2-4 สัปดาห์แรกหลังใส่เครื่อง
- เริ่มฝึกใส่ในที่เงียบก่อนค่อยเพิ่มความซับซ้อนของเสียง
- ทำความสะอาดเครื่องด้วยผ้าแห้งทุกวันและเก็บในกล่องกันชื้น
- จดสถานการณ์ที่ยังฟังไม่ชัดไว้บอกผู้เชี่ยวชาญ
- เตรียมเบอร์ติดต่อร้านหรือคลินิกกรณีเครื่องเสียกะทันหัน
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องช่วยฟังราคาถูกจากร้านออนไลน์ใช้แทนเครื่องจากคลินิกได้ไหม
ไม่แนะนำให้ใช้แทนกัน เครื่องขยายเสียงทั่วไปที่ขายทั่วไปมักขยายทุกความถี่เท่ากันโดยไม่ได้ปรับตามผลตรวจการได้ยินของแต่ละคน ทำให้เสียงรบกวนดังขึ้นพร้อมเสียงพูดจนหลายคนใส่ไม่ได้ ควรตรวจการได้ยินก่อนแล้วเลือกเครื่องที่ปรับตามผลตรวจจริง
ใส่เครื่องช่วยฟังข้างเดียวพอไหม หรือต้องใส่สองข้าง
ขึ้นอยู่กับผลตรวจการได้ยินของแต่ละคน ถ้าหูเสื่อมทั้งสองข้างในระดับใกล้เคียงกัน ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้ใส่สองข้างเพราะช่วยให้แยกทิศทางเสียงและฟังในที่มีเสียงรบกวนได้ดีขึ้น แต่ควรให้แพทย์หรือนักแก้ไขการได้ยินเป็นผู้ประเมินตามผลตรวจจริง
ทำไมใส่เครื่องช่วยฟังแล้วยังรู้สึกฟังไม่ชัดในร้านอาหารที่มีเสียงดัง
เป็นข้อจำกัดที่พบได้แม้ในเครื่องคุณภาพดี เพราะการแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างเป็นเรื่องที่ยากสำหรับหูที่เสื่อมไปแล้ว ควรจดสถานการณ์นี้ไว้บอกผู้เชี่ยวชาญตอนนัดปรับ บางรุ่นมีโหมดลดเสียงรบกวนที่ช่วยได้บางส่วน แต่ไม่ได้แก้ปัญหาได้ทั้งหมด
ผู้สูงอายุไม่ยอมใส่เครื่องช่วยฟังเพราะอายกลัวคนมองว่าแก่ ควรทำอย่างไร
ควรเริ่มจากการฟังความกังวลจริงๆ ก่อน ไม่ตัดสินว่าเป็นความดื้อ อาจชวนดูรุ่นที่มีขนาดเล็กไม่เด่นชัด หรือให้เขาได้เห็นตัวอย่างคนรู้จักที่ใส่แล้วใช้ชีวิตปกติ และเน้นประโยชน์ที่เขาให้ความสำคัญ เช่น ได้ยินเสียงหลานพูดชัดขึ้น มากกว่าพูดถึงเรื่องอายุ
เครื่องช่วยฟังใช้ได้กี่ปีก่อนต้องเปลี่ยนใหม่
อายุการใช้งานแตกต่างกันตามรุ่นและการดูแลรักษา โดยทั่วไปเครื่องที่ดูแลดีอาจใช้ได้หลายปี แต่ควรตรวจสอบระยะเวลารับประกันและนโยบายซ่อมบำรุงจากผู้ขายหรือคลินิกที่ซื้อโดยตรง เพราะเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละร้านและแต่ละรุ่น
มีสิทธิหรือสวัสดิการช่วยค่าใช้จ่ายเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุไหม
มีบางสิทธิที่ครอบคลุมอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภทตามเงื่อนไขที่กำหนด ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือกรมกิจการผู้สูงอายุ เนื่องจากเงื่อนไขและวงเงินอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา
ถ้าเครื่องช่วยฟังเสียกะทันหันระหว่างที่ต้องใช้ทุกวัน ควรทำอย่างไร
ควรมีเบอร์ติดต่อร้านหรือคลินิกที่ซื้อเก็บไว้ล่วงหน้า และสอบถามตั้งแต่ตอนซื้อว่ามีบริการซ่อมด่วนหรือเครื่องสำรองให้ยืมระหว่างซ่อมหรือไม่ การมีแผนสำรองแบบนี้ช่วยลดผลกระทบต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ
สรุป
- เครื่องช่วยฟังช่วยได้จริงเมื่อเลือกและตั้งค่าให้ตรงกับผลตรวจการได้ยินของแต่ละคน ไม่ใช่ซื้อตามราคาหรือคำโฆษณา
- ช่วงฝึกใช้ 2-4 สัปดาห์แรกสำคัญพอๆ กับตัวเครื่อง การกลับไปปรับละเอียดคือสิ่งที่ทำให้เครื่องใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- การได้ยินลดลงข้างเดียวแบบรวดเร็วต้องแยกออกจากการเสื่อมตามวัยทั่วไป และควรพบแพทย์เร็วกว่าปกติ
- ครอบครัวควรพูดคุยเรื่องความอายหรือความกังวลของผู้สูงอายุอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เครื่องถูกใช้งานจริงแทนที่จะถูกเก็บไว้เฉยๆ
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้านประสาทสัมผัส — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Deafness and hearing loss — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- ข้อมูลสิทธิและบริการสำหรับผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย