สูงวัยไทย
โรคหัวใจในผู้สูงอายุ: สังเกตอาการที่ไม่เหมือนในหนังสือ และดูแลอย่างไรให้หัวใจยังไหวไปกับชีวิตประจำวัน
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
โรคหัวใจในผู้สูงอายุ: สังเกตอาการที่ไม่เหมือนในหนังสือ และดูแลอย่างไรให้หัวใจยังไหวไปกับชีวิตประจำวัน
อาการหัวใจในผู้สูงอายุมักไม่ตรงไปตรงมาแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย ทั้งอาการเจ็บหน้าอกที่อาจไม่ปรากฏ และผลข้างเคียงของยาที่เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม คู่มือนี้ช่วยให้ครอบครัวดูแลได้ปลอดภัยขึ้น
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- หัวใจวายเฉียบพลันในผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกแบบคลาสสิก แต่แสดงออกเป็นอาการแสดงไม่ตรงแบบ เช่น เหนื่อยง่ายผิดปกติ สับสน หรือแค่รู้สึกอ่อนแรงทั่วตัว ทำให้ครอบครัวมักไม่ทันคิดถึงเรื่องหัวใจ
- การชั่งน้ำหนักตัวทุกเช้าและสังเกตขาบวมเป็นวิธีจับสัญญาณหัวใจล้มเหลวสะสมน้ำได้ตั้งแต่ระยะเนิ่น ๆ ก่อนที่จะเหนื่อยหอบจนต้องเข้าโรงพยาบาล
- ยาโรคหัวใจหลายชนิดอาจทำให้ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งเป็นยืน ซึ่งเป็นสาเหตุของการหกล้มที่มักถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องของวัย
- ความกลัวว่าออกแรงแล้วหัวใจจะทำงานหนักเกินไปจนไม่ยอมเคลื่อนไหวเลย กลับทำให้ร่างกายทรุดโทรมเร็วขึ้น ทั้งที่กิจกรรมที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วหรือครอบครัวที่เพิ่งรับผู้สูงอายุกลับจากโรงพยาบาลหลังภาวะหัวใจกำเริบ
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องสังเกตอาการและจัดยาโรคหัวใจในชีวิตประจำวัน
- ไม่ใช่แผนการรักษาเฉพาะบุคคล ชนิดและขนาดยา รวมถึงระดับกิจกรรมที่ปลอดภัย ต้องได้รับการกำหนดจากแพทย์โรคหัวใจของแต่ละคน
สิ่งที่ควรรู้
อาการหัวใจในผู้สูงอายุอาจไม่ใช่อาการเจ็บหน้าอกแบบที่คุ้นเคย
หนังสือและสื่อทั่วไปมักสอนให้สังเกตอาการหัวใจวายจากการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง ร้าวไปแขนซ้าย และเหงื่อแตก แต่ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วย เส้นประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บอาจทำงานเปลี่ยนไปจนไม่รู้สึกเจ็บหน้าอกชัดเจนแบบนั้น สิ่งที่พบแทนอาจเป็นความเหนื่อยง่ายผิดปกติ คลื่นไส้ เหงื่อออกโดยไม่มีสาเหตุ หรือแค่รู้สึกอ่อนเพลียทั้งตัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ครอบครัวจึงต้องระวังไม่ตัดปัญหาหัวใจออกเพียงเพราะไม่มีอาการเจ็บหน้าอก หากมีอาการที่เปลี่ยนไปจากปกติของคนคนนี้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะร่วมกับเหนื่อยหอบหรืออ่อนแรงผิดปกติ ควรพาไปตรวจโดยไม่รอดูว่าจะมีอาการเจ็บหน้าอกตามมาหรือไม่
หัวใจล้มเหลวสะสมน้ำอย่างเงียบ ๆ ผ่านน้ำหนักตัวและขาบวม
เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่ ร่างกายมักเก็บกักน้ำไว้มากขึ้น ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อยหอบหรือขาบวมชัดเจน การชั่งน้ำหนักตัวทุกเช้าในเวลาเดียวกันและจดบันทึกไว้จึงเป็นวิธีที่ช่วยจับสัญญาณนี้ได้เร็วกว่าการรอดูอาการทางกาย เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสองถึงสามกิโลกรัมภายในไม่กี่วันอาจเป็นสัญญาณของภาวะน้ำเกินที่ต้องแจ้งแพทย์
ขาบวมที่กดแล้วเป็นรอยบุ๋มค้างอยู่ โดยเฉพาะถ้าเป็นทั้งสองข้างและแย่ลงตอนเย็น ก็เป็นอีกสัญญาณที่ควรบันทึกความรุนแรงและระยะเวลาไว้ เพื่อให้แพทย์เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนในนัดถัดไป ไม่ใช่แค่บอกว่า 'บวมนิดหน่อย' ซึ่งประเมินได้ยาก
ยาโรคหัวใจอาจทำให้ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าจนหกล้ม
ยาลดความดันและยาขับปัสสาวะที่ใช้ควบคุมโรคหัวใจอาจทำให้เกิดภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งเป็นยืนอย่างรวดเร็ว ทำให้หน้ามืดหรือเซจนหกล้มได้ โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือหลังลุกจากห้องน้ำตอนกลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้สูงอายุจำนวนมากหกล้มโดยไม่มีใครเห็น
ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันจากโรคหัวใจและโรคร่วมอื่น เช่น ความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน ยิ่งมีความเสี่ยงที่ยาจะเสริมฤทธิ์กันจนความดันตกมากขึ้น การทบทวนรายการยาทั้งหมดกับแพทย์เป็นระยะจึงสำคัญไม่แพ้การกินยาตรงเวลา
ความกลัวออกแรงจนไม่ยอมเคลื่อนไหวเลย ทำให้ร่างกายทรุดเร็วกว่าโรคหัวใจเอง
ครอบครัวจำนวนมากกลัวว่าการออกแรงจะทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป จึงห้ามผู้สูงอายุทำกิจกรรมแทบทุกอย่าง แม้แต่การเดินในบ้านหรือทำงานบ้านเบา ๆ ความกลัวนี้เข้าใจได้ แต่ในความเป็นจริง การไม่เคลื่อนไหวเลยทำให้กล้ามเนื้อและความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเสื่อมลงเร็วกว่า และอาจทำให้หัวใจยิ่งทำงานหนักขึ้นเมื่อต้องออกแรงในสถานการณ์จำเป็น เช่น ลุกจากเตียงหรือเดินขึ้นบันได
ในทางกลับกัน การออกแรงที่มากเกินไปโดยไม่ผ่านการประเมินก็เสี่ยงเช่นกัน ทางที่สมดุลคือปรึกษาแพทย์หรือเข้าโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจที่มีผู้เชี่ยวชาญควบคุมความหนักให้เหมาะกับสภาพหัวใจของแต่ละคน แทนการเลือกสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง

รูปภาพโดย Tima Miroshnichenko / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ชั่งน้ำหนักตัวทุกเช้าและสังเกตขาบวมอย่างสม่ำเสมอ
ชั่งน้ำหนักในเวลาเดียวกันทุกเช้าหลังตื่นนอนก่อนกินอาหาร จดบันทึกไว้ในสมุดเล่มเดียว พร้อมสังเกตขาบวมที่กดแล้วเป็นรอยบุ๋มทุกวัน หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติให้แจ้งแพทย์ทันที
ลุกจากที่นอนหรือเก้าอี้อย่างช้า ๆ เป็นขั้นตอน
ฝึกให้ผู้สูงอายุลุกเป็นขั้นตอน คือนอนพลิกตะแคงก่อน นั่งขอบเตียงสักครู่ แล้วจึงค่อยยืนขึ้นช้า ๆ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ลุกไปห้องน้ำ ควรมีไฟส่องทางและที่เกาะมั่นคงใกล้เตียง
- เปิดไฟหัวเตียงหรือไฟเซนเซอร์ไว้สำหรับตื่นกลางคืน
- ตั้งราวจับข้างเตียงหรือทางเดินไปห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงการลุกยืนทันทีหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งนาน
ปรึกษาแพทย์เรื่องระดับกิจกรรมที่ปลอดภัยแทนการงดเคลื่อนไหวทั้งหมด
สอบถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดว่ากิจกรรมระดับใดที่ผู้สูงอายุทำได้อย่างปลอดภัยตามสภาพหัวใจปัจจุบัน และพิจารณาโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจหากแพทย์แนะนำ แทนการตัดสินใจงดกิจกรรมทั้งหมดเอง
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
LEXO แผ่นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ใส่สบาย ป้องกันการปวดเท้า ขนาด 35-46 insoles
Marco Rocco รองเท้าแตะผู้หญิงนุ่มๆ EVA กันลื่น น้ำหนักเบา พื้นนุ่ม รองเท้าเพื่อสุขภาพใส่ในบ้านMR8021
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)Marco Rocco รองเท้าแตะแฟชั่นผู้หญิง EVA พื้นนุ่ม กันลื่น กันน้ำ รองเท้าเพื่อสุขภาพใส่ในบ้าน MR8021
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)Marco Rocco รองเท้าแตะแฟชั่นผู้หญิง EVAนุ่มใส่สบายเท้า รูปแบบทุเรียน น่ารัก รองเท้าเพื่อสุขภาพMR8030
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- มองข้ามอาการเหนื่อยง่ายหรืออ่อนแรงผิดปกติเพราะไม่มีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย
- หยุดยาโรคหัวใจเองเมื่อรู้สึกดีขึ้นโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ปล่อยให้ผู้สูงอายุลุกยืนทันทีหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งนานโดยไม่มีขั้นตอน
- ห้ามผู้สูงอายุเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมเบาทุกอย่างเพราะกลัวหัวใจทำงานหนัก
- เพิ่มอาหารเค็มหรืออาหารแปรรูปโดยไม่สังเกตผลต่อน้ำหนักตัวและขาบวม
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้าเจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อยรุนแรงแม้ขณะพัก ใจสั่นเต้นเร็วผิดปกติร่วมกับหน้ามืด หรือเป็นลมหมดสติ
- โทร 1669 ทันที ถ้ามีอาการพูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือปากเบี้ยวร่วมด้วย
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสองถึงสามกิโลกรัมภายในสองสามวัน หรือขาบวมมากขึ้นชัดเจนร่วมกับเหนื่อยหอบตอนนอนราบ
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าเหนื่อยง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทำกิจกรรมที่เคยทำได้ปกติ หรือหน้ามืดบ่อยเมื่อลุกยืน
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป ถ้ามีอาการหน้ามืดเล็กน้อยเป็นครั้งคราวเมื่อลุกเร็วแต่หายเองภายในไม่กี่วินาที
เช็กลิสต์สรุป
- ชั่งน้ำหนักตัวทุกเช้าในเวลาเดียวกันและจดบันทึก
- สังเกตขาบวมทุกวันโดยเฉพาะตอนเย็น
- ฝึกลุกจากเตียงหรือเก้าอี้เป็นขั้นตอนช้า ๆ เสมอ
- ทบทวนรายการยาโรคหัวใจกับแพทย์หรือเภสัชกรอย่างน้อยปีละครั้ง
- ปรึกษาแพทย์เรื่องระดับกิจกรรมที่ปลอดภัยแทนการงดเคลื่อนไหวทั้งหมด
- ติดตั้งไฟและราวจับในเส้นทางที่ใช้เดินตอนกลางคืน
- พกรายการยาและประวัติโรคหัวใจติดตัวเมื่อออกนอกบ้าน
คำถามที่พบบ่อย
พ่อไม่เจ็บหน้าอกเลยแต่เหนื่อยง่ายผิดปกติ ต้องคิดถึงเรื่องหัวใจไหม
ควรคิดถึงไว้เป็นความเป็นไปได้ เพราะผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมีอาการหัวใจแบบไม่ตรงแบบ คือไม่เจ็บหน้าอกชัดเจนแต่แสดงออกเป็นความเหนื่อยง่ายหรืออ่อนแรงแทน หากอาการเปลี่ยนไปจากปกติของคนคนนี้อย่างรวดเร็ว ควรพาไปตรวจโดยไม่รอดูว่าจะมีอาการเจ็บหน้าอกตามมาหรือไม่
ต้องชั่งน้ำหนักทุกวันจริงหรือ ดูจากความรู้สึกเหนื่อยไม่พอหรือ
การชั่งน้ำหนักทุกเช้าช่วยจับสัญญาณน้ำเกินในร่างกายได้เร็วกว่าการรอดูอาการเหนื่อย เพราะน้ำหนักมักเพิ่มขึ้นก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อยหอบชัดเจน หากน้ำหนักเพิ่มเร็วผิดปกติภายในไม่กี่วันควรแจ้งแพทย์ทันทีแม้ยังไม่รู้สึกเหนื่อยมาก
ทำไมแม่ลุกจากเตียงแล้วหน้ามืดทุกครั้งตอนเช้า
อาจเกี่ยวข้องกับภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่ใช้ยาลดความดันหรือยาขับปัสสาวะสำหรับโรคหัวใจ ควรฝึกลุกเป็นขั้นตอนช้า ๆ และแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาทบทวนยาหากอาการเป็นบ่อยหรือรุนแรง
ควรให้ผู้สูงอายุโรคหัวใจออกกำลังกายหรือพักผ่อนอย่างเดียวดีกว่ากัน
ทั้งสองแนวทางมีความเสี่ยงหากทำสุดโต่งเกินไป การไม่เคลื่อนไหวเลยทำให้ร่างกายทรุดเร็วขึ้น ส่วนการออกแรงมากเกินไปโดยไม่ประเมินก็เสี่ยงต่อหัวใจ ทางที่เหมาะสมคือปรึกษาแพทย์หรือเข้าโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจที่กำหนดความหนักให้พอดีกับสภาพหัวใจของแต่ละคน
ขาบวมข้างเดียวกับขาบวมสองข้างต่างกันอย่างไรในผู้ป่วยโรคหัวใจ
ขาบวมสองข้างมักสัมพันธ์กับภาวะหัวใจล้มเหลวที่ทำให้ร่างกายเก็บกักน้ำ ส่วนขาบวมข้างเดียวอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องแยก เช่น ปัญหาหลอดเลือดดำ ซึ่งบางกรณีอาจเร่งด่วนกว่า ควรแจ้งแพทย์ทันทีหากขาบวมข้างเดียวเกิดขึ้นกะทันหันร่วมกับปวดหรือแดงร้อน
กินยาโรคหัวใจแล้วรู้สึกดีขึ้นมากจนอยากลดยาเองได้ไหม
ไม่ควรลดหรือหยุดยาเองแม้จะรู้สึกดีขึ้น เพราะอาการที่ดีขึ้นมักเป็นผลจากการกินยาต่อเนื่อง การหยุดยาเองอาจทำให้อาการกำเริบซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนปรับเปลี่ยนยาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด
สรุป
- อาการหัวใจในผู้สูงอายุอาจไม่มาในรูปแบบเจ็บหน้าอกแบบคลาสสิก ครอบครัวต้องสังเกตความเปลี่ยนแปลงอื่นที่เกิดขึ้นเร็วด้วย
- การชั่งน้ำหนักตัวและสังเกตขาบวมทุกวันช่วยจับสัญญาณหัวใจล้มเหลวสะสมน้ำได้ตั้งแต่ระยะเนิ่น ๆ
- ยาโรคหัวใจอาจทำให้ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าจนหกล้ม การฝึกลุกช้า ๆ และจัดแสงสว่างช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
- การเคลื่อนไหวในระดับที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ดีกว่าการงดกิจกรรมทั้งหมดเพราะความกลัว
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
รองเท้าแตะเจลลี่เกาหลีสำหรับผู้หญิงประดับคริสตัลรูปดอกไม้, รองเท้าแตะแบบแบนสำหรับฤดูร้อน ชายหาด กิจกรรมกลางแจ้ง และใช้ในบ้าน, รองเท้าแตะกันลื่นประดับคริสตัลผู้หญิงสำหรับใช้ใน
รองเท้าเพื่อสุขภาพ แบบสวมสายคาด2เส้น พื้นสูง2นิ้ว วัสดุEVA พื้นนุ่มยางชนิดพิเศษ นุ่มเด้งน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นดีมาก #sy809
Q5 รุ่นฮิต!! รองเท้าเพื่อสุขภาพ พื้นนิ่ม เสริมส้น 4 ซม.(+เพิ่ม1 ไซต์)
รองเท้า FitFlop ผู้ชาย & ผู้หญิง Size 36---44 งานสายปั๊มโลโก้ # รองเท้าเพื่อสุขภาพ พื้นนุ่ม สายสลิง
FitFlop
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุโรคหัวใจและหลอดเลือด — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Cardiovascular diseases — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Heart health and aging — National Institute on Aging (NIA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูแลโรคหัวใจของพ่อแม่มาดีตลอด แต่ทำไมยังต้องเข้าโรงพยาบาลซ้ำ: 7 จุดที่ครอบครัวอาจมองข้าม
หลายครอบครัวดูแลโรคหัวใจของผู้สูงอายุอย่างระมัดระวัง แต่ยังต้องพาเข้าโรงพยาบาลซ้ำโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะจุดพลาดบางอย่างซ่อนอยู่นอกเรื่องยาและอาหารที่คุ้นเคย

ไขมันในเลือดสูงในผู้สูงอายุ: เข้าใจภัยเงียบและวิธีดูแลที่ไม่ทำให้ร่างกายทรุดลง
ไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการเตือนจนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่การดูแลผู้สูงอายุต้องระวังทั้งเรื่องยา อาหาร และผลข้างเคียงที่กระทบกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน