สูงวัยไทย
ดูแลพ่อแม่สูงอายุแล้วเงินตัวเองร่อยหรอ จัดการค่าใช้จ่ายผู้ดูแลอย่างไรให้อยู่รอด
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ดูแลพ่อแม่สูงอายุแล้วเงินตัวเองร่อยหรอ จัดการค่าใช้จ่ายผู้ดูแลอย่างไรให้อยู่รอด
วิธีจัดการค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ดูแลที่มักถูกมองข้าม ตั้งแต่รายจ่ายแฝงที่ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาลโดยตรง ไปจนถึงวิธีติดตามรายจ่ายและวางแผนไม่ให้กระทบความมั่นคงทางการเงินของตัวเองในระยะยาว
เผยแพร่เมื่อ 3 กันยายน 2026

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ดูแลมักถูกมองข้าม เพราะความสนใจส่วนใหญ่มักไปอยู่ที่ค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่ ทั้งที่ผู้ดูแลเองก็มีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือรายได้ที่ลดลงจากการดูแล
- รายจ่ายที่มักถูกมองข้ามได้แก่ ค่าเดินทางไปมาระหว่างบ้านตัวเองกับบ้านพ่อแม่ รายได้ที่เสียไปจากการลางานบ่อยครั้ง และค่าใช้จ่ายเล็กน้อยที่สะสมกันโดยไม่รู้ตัว เช่น ค่าอาหารหรือค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
- การติดตามรายจ่ายเหล่านี้อย่างเป็นระบบช่วยให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น และเป็นข้อมูลที่ใช้พูดคุยกับพี่น้องเรื่องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมีน้ำหนัก แทนการพูดจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
- การวางแผนการเงินของตัวเองควบคู่ไปกับการดูแลพ่อแม่ ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่เป็นการรักษาความสามารถในการดูแลระยะยาวไม่ให้ล้มก่อนพ่อแม่ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ดูแลที่รู้สึกว่าเงินของตัวเองร่อยหรอลงเรื่อย ๆ จากการดูแลพ่อแม่ แต่ยังไม่เคยลองติดตามตัวเลขอย่างเป็นระบบ
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการข้อมูลไปพูดคุยกับพี่น้องเรื่องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลรองรับ
- ไม่เหมาะกับกรณีที่ต้องการคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการวางแผนภาษีเฉพาะทาง กรณีนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินโดยตรง
สิ่งที่ควรรู้
รายจ่ายแฝงที่ผู้ดูแลมักไม่ได้นับรวม
นอกจากค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่ที่เห็นชัดเจน ผู้ดูแลมักมีรายจ่ายแฝงที่ไม่ได้นับรวมไว้ เช่น ค่าน้ำมันหรือค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากการไปมาหาสู่บ่อยขึ้น ค่าอาหารที่ซื้อเพิ่มเมื่อต้องอยู่ดูแลนานขึ้น หรือค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซื้อเองโดยไม่ได้บันทึกไว้
รายจ่ายเหล่านี้ดูเหมือนเล็กน้อยเมื่อคิดทีละรายการ แต่เมื่อสะสมเป็นรายเดือนหรือรายปีอาจกลายเป็นจำนวนที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้ดูแลเองอย่างมีนัยสำคัญ
รายได้ที่เสียไปจากการลางานหรือลดชั่วโมงทำงาน
ผู้ดูแลจำนวนมากต้องลางานบ่อยขึ้นเพื่อพาพ่อแม่ไปพบแพทย์หรือรับมือเหตุฉุกเฉิน บางคนถึงขั้นต้องลดชั่วโมงทำงานหรือเปลี่ยนงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นแต่รายได้น้อยลง ซึ่งเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นชัดเจนเท่าค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้ แต่ส่งผลกระทบระยะยาวไม่น้อยกว่ากัน
การประเมินรายได้ที่เสียไปนี้ควรทำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เห็นภาพรวมที่แท้จริงของต้นทุนการดูแล ไม่ใช่มองแค่ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไปเท่านั้น
ผลกระทบต่อแผนการเงินระยะยาวของตัวเอง
การนำเงินออมหรือเงินสำหรับเกษียณของตัวเองมาใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการวางแผน อาจกระทบความมั่นคงทางการเงินของผู้ดูแลเองในระยะยาว โดยเฉพาะหากผู้ดูแลเองก็กำลังเข้าใกล้วัยเกษียณเช่นกัน ยิ่งหากพ่อแม่เริ่มมีภาวะเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันมากขึ้น ค่าใช้จ่ายมักเพิ่มขึ้นตามระดับความช่วยเหลือที่จำเป็นด้วย
การตระหนักถึงผลกระทบนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดช่วยเหลือพ่อแม่ แต่ควรวางแผนให้สมดุลระหว่างการดูแลพ่อแม่ในปัจจุบันกับความมั่นคงทางการเงินของตัวเองในอนาคต

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: บันทึกรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทุกรายการ
เริ่มจากการจดบันทึกรายจ่ายทุกรายการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพ่อแม่ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพื่อให้เห็นภาพรวมที่แท้จริง
- บันทึกค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายเล็กน้อยทุกรายการ
- แยกหมวดรายจ่ายที่เกี่ยวกับการดูแลออกจากรายจ่ายส่วนตัวปกติ
- บันทึกจำนวนวันที่ลางานหรือลดชั่วโมงทำงานเพื่อดูแลพ่อแม่
ขั้นที่ 2: คำนวณต้นทุนรวมทั้งเงินและเวลา
หลังบันทึกครบหนึ่งเดือน ให้รวมตัวเลขทั้งหมดเพื่อประเมินต้นทุนที่แท้จริง ทั้งเงินที่จ่ายออกไปตรง ๆ และรายได้ที่เสียไปจากเวลาที่ใช้ดูแล
- รวมยอดรายจ่ายทั้งหมดที่บันทึกไว้ในเดือนนั้น
- ประเมินรายได้ที่เสียไปจากการลางานหรือลดชั่วโมงทำงาน
- เปรียบเทียบตัวเลขนี้กับงบประมาณส่วนตัวที่มีอยู่
ขั้นที่ 3: ใช้ข้อมูลนี้วางแผนและพูดคุยกับครอบครัว
นำตัวเลขที่ได้ไปใช้วางแผนการเงินส่วนตัว และหากมีพี่น้อง ให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นฐานในการพูดคุยเรื่องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลรองรับ แทนการพูดจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
- ใช้ตัวเลขจริงเปิดคุยกับพี่น้องเรื่องแบ่งภาระค่าใช้จ่าย
- ปรับงบประมาณส่วนตัวให้สอดคล้องกับต้นทุนการดูแลที่แท้จริง
- ทบทวนตัวเลขนี้ซ้ำทุกสามถึงหกเดือน เพราะค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงตามอาการของพ่อแม่
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าใช้เงินออมหรือเงินสำหรับเกษียณของตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการวางแผนหรือทบทวนผลกระทบระยะยาว
- อย่าละเลยการนับรวมรายได้ที่เสียไปจากการลางาน เพราะเป็นต้นทุนจริงที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินไม่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไปตรง ๆ
- อย่าเก็บความเครียดเรื่องการเงินไว้คนเดียวโดยไม่พูดคุยกับพี่น้องหรือคู่สมรส เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์ในภายหลัง
- อย่าตัดสินใจเรื่องการเงินก้อนใหญ่ เช่น การกู้ยืมหรือการเบิกเงินออมก่อนเกษียณ โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อน
- อย่ารู้สึกผิดที่ต้องดูแลความมั่นคงทางการเงินของตัวเองควบคู่ไปกับการดูแลพ่อแม่ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดูแลระยะยาวอย่างยั่งยืน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทันที หากความเครียดเรื่องการเงินจากการดูแลพ่อแม่ทำให้รู้สึกสิ้นหวังจนมีความคิดทำร้ายตนเอง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินภายในสัปดาห์นี้ หากพบว่าเงินออมหรือเงินสำหรับเกษียณของตัวเองลดลงอย่างรวดเร็วจากค่าใช้จ่ายในการดูแล
- ติดต่อนักสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่เพื่อสอบถามสิทธิสวัสดิการที่อาจช่วยแบ่งเบาภาระ หากรายจ่ายเริ่มเกินความสามารถของครอบครัว
- เปิดคุยกับพี่น้องเรื่องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายโดยเร็ว หากรู้สึกว่าตัวเองแบกรับค่าใช้จ่ายมากกว่าคนอื่นอย่างไม่เป็นธรรม
- ติดตามและบันทึกรายจ่ายต่อไปตามปกติ หากยังจัดการงบประมาณของตัวเองได้และไม่มีสัญญาณความเครียดรุนแรง
เช็กลิสต์สรุป
- บันทึกรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพ่อแม่ทุกรายการอย่างน้อยหนึ่งเดือน
- ประเมินรายได้ที่เสียไปจากการลางานหรือลดชั่วโมงทำงาน
- เปรียบเทียบต้นทุนรวมกับงบประมาณส่วนตัวที่มีอยู่
- ทบทวนตัวเลขนี้ซ้ำทุกสามถึงหกเดือน
- ใช้ตัวเลขจริงเปิดคุยกับพี่น้องเรื่องแบ่งภาระค่าใช้จ่าย
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหากเงินออมลดลงอย่างรวดเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
ควรบันทึกรายจ่ายด้วยวิธีไหนให้ไม่ยุ่งยากเกินไป
ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมซับซ้อน อาจเริ่มจากสมุดบันทึกเล่มเล็กหรือแอปบันทึกรายจ่ายทั่วไปในโทรศัพท์ สิ่งสำคัญคือบันทึกทันทีที่จ่ายเงินเพื่อไม่ให้ลืมรายการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มักถูกมองข้าม
ถ้าไม่มีพี่น้องให้แบ่งภาระค่าใช้จ่าย ควรทำอย่างไร
ควรตรวจสอบสิทธิสวัสดิการที่มีอยู่ เช่น สิทธิหลักประกันสุขภาพหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานผู้สูงอายุในพื้นที่ และวางแผนงบประมาณของตัวเองให้สมดุลระหว่างการดูแลพ่อแม่กับความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของตัวเอง
การนับรายได้ที่เสียไปจากการลางานมีประโยชน์อย่างไร
ช่วยให้เห็นภาพต้นทุนการดูแลที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เงินที่จ่ายออกไปตรง ๆ และเป็นข้อมูลสำคัญเมื่อต้องพูดคุยกับพี่น้องเรื่องแบ่งภาระ เพราะบางครั้งคนที่เสียรายได้จากการลางานอาจแบกต้นทุนมากกว่าคนที่จ่ายเงินอย่างเดียวโดยไม่เสียเวลาทำงาน
ควรใช้เงินออมเกษียณของตัวเองมาช่วยดูแลพ่อแม่หรือไม่
ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนตัดสินใจ เพราะการใช้เงินก้อนนี้ต่อเนื่องโดยไม่มีแผนอาจกระทบความมั่นคงของตัวเองในวัยเกษียณ ควรหาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือพ่อแม่ในปัจจุบันกับการรักษาความมั่นคงของตัวเองในอนาคต
มีสวัสดิการอะไรบ้างที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ดูแลได้
ควรตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการจากหน่วยงานผู้สูงอายุในพื้นที่ ซึ่งอาจครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลบางส่วนหรือบริการดูแลระยะสั้นที่ช่วยแบ่งเบาภาระเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้ดูแลได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากหน่วยงานโดยตรงเนื่องจากสิทธิต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้
ถ้ารู้สึกผิดที่ต้องคิดเรื่องเงินของตัวเองด้วย ควรทำอย่างไร
ควรเข้าใจว่าการดูแลความมั่นคงทางการเงินของตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว แต่เป็นการรักษาความสามารถในการดูแลพ่อแม่ให้ต่อเนื่องในระยะยาว หากตัวผู้ดูแลเองล้มทางการเงินหรือสุขภาพ การดูแลพ่อแม่ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
สรุป
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ดูแลมักถูกมองข้าม ทั้งที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินระยะยาวไม่น้อยกว่าค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่
- การบันทึกรายจ่ายและรายได้ที่เสียไปอย่างเป็นระบบช่วยให้เห็นภาพรวมที่แท้จริง และเป็นข้อมูลสำหรับพูดคุยกับพี่น้อง
- การวางแผนการเงินของตัวเองควบคู่กับการดูแลพ่อแม่เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว
- หากความเครียดเรื่องการเงินเริ่มกระทบสุขภาพจิตหรือความมั่นคงระยะยาวอย่างชัดเจน ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่รอ
แหล่งข้อมูล
- แนวทางสนับสนุนผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
- สิทธิหลักประกันสุขภาพด้านบริการสุขภาพจิต — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ค่าใช้จ่ายผู้ดูแลที่มักลืมนับ ก่อนเงินในกระเป๋าตัวเองหมดโดยไม่รู้ตัว
เช็กลิสต์รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ดูแลที่มักถูกมองข้าม ตั้งแต่ค่าเดินทาง รายได้ที่เสียไป ไปจนถึงค่าใช้จ่ายแฝงเล็กน้อยที่สะสมจนกระทบงบประมาณโดยไม่รู้ตัว

ค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุระยะยาวมีอะไรบ้าง วางแผนล่วงหน้าอย่างไรไม่ให้พลาดหมวดสำคัญ
แนวทางแยกหมวดค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่ครอบครัวควรวางแผนล่วงหน้า ตั้งแต่ค่าดูแลประจำวันจนถึงต้นทุนแฝงที่มักลืมนับ โดยไม่มีการอ้างตัวเลขราคาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงรองรับ

ตกลงเรื่องแบ่งค่าใช้จ่ายดูแลพ่อแม่ระหว่างพี่น้อง เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้บาดหมาง
แนวทางเปิดบทสนทนาเรื่องแบ่งค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุระหว่างพี่น้อง วิธีคิดยอดรวมค่าใช้จ่ายจริง แบ่งตามกำลังไม่ใช่เท่ากันเสมอไป และเมื่อไรควรทบทวนข้อตกลงใหม่