สูงวัยไทย

รองเท้าและถุงเท้ากันลื่นสำหรับผู้สูงอายุ เลือกอย่างไรเมื่อเท้าเปลี่ยนไปตามวัย

403 รายการที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้น เรียงตามรหัสสินค้า ไม่ได้เรียงตามคุณภาพหรือความนิยม เพราะเราไม่ใช้ยอดขายและคะแนนรีวิวเป็นเกณฑ์จัดอันดับ

บ้านไทยถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านเป็นเรื่องปกติ ผลที่ตามมาคือผู้สูงอายุจำนวนมากใช้เวลาเกือบทั้งวันเดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้าบนพื้นกระเบื้องเคลือบมัน บางคนใส่รองเท้าแตะที่หลวมจนต้องเกร็งนิ้วเท้าจิกไว้ทุกก้าวเพื่อไม่ให้หลุด ซึ่งเป็นการเดินที่ทำให้กล้ามเนื้อล้าเร็วและเสียการทรงตัวง่ายกว่าที่คิด

รองเท้าไม่ได้เป็นเพียงพื้นกันลื่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบทรงตัว เพราะเท้าเป็นจุดที่ร่างกายรับข้อมูลว่าพื้นอยู่ตรงไหนและเอียงแค่ไหน เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันรองใต้ฝ่าเท้าบางลง ข้อเท้าและนิ้วเท้าขยับได้น้อยลง อุ้งเท้าแบนลง เล็บหนาขึ้น และบางคนมีอาการชาจากปลายประสาทซึ่งพบได้ในผู้ที่เป็นเบาหวาน ทั้งหมดนี้ทำให้รองเท้าที่เคยใส่สบายเมื่อสิบปีก่อนไม่ได้เหมาะกับเท้าคู่เดิมในวันนี้

หมวดนี้รวมสินค้าที่มีคำว่ากันลื่นอยู่ในชื่อจำนวนมาก ทั้งถุงเท้าโยคะ ถุงเท้าฟุตบอล รองเท้าสำหรับห้องครัว รองเท้าแตะชายหาด และแผ่นรองในรองเท้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ใช้คนละกลุ่มกัน เราไม่มีข้อมูลวัสดุ ขนาดจริง หรือค่าการยึดเกาะของสินค้าชิ้นใดที่ตรวจสอบแล้ว หน้านี้จึงเน้นวิธีอ่านความต้องการของเท้าผู้ใช้ก่อน แล้วจึงไปหาสิ่งที่ตรงกับความต้องการนั้นในหน้าร้าน

เกณฑ์ที่ควรใช้ตัดสินใจ

  1. 1

    เวลาที่วัดเท้าและการวัดทั้งสองข้าง

    เท้าบวมขึ้นในช่วงบ่ายและเย็นเป็นเรื่องปกติ ยิ่งถ้ามีภาวะที่ทำให้บวมง่ายหรือใช้ยาบางกลุ่ม รองเท้าที่พอดีตอนเช้าอาจบีบเท้าตอนเย็นจนเกิดรอยกดและแผล

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: วัดความยาวและความกว้างของเท้าในช่วงบ่ายหรือเย็น ขณะยืนลงน้ำหนักเต็มที่ วัดทั้งสองข้างเพราะมักไม่เท่ากัน แล้วยึดข้างที่ใหญ่กว่าเป็นเกณฑ์ ถ้าผู้ใช้ใส่ถุงเท้าหนาหรือแผ่นรองเสริมประจำ ให้วัดพร้อมของที่ใช้จริง

  2. 2

    ผู้ใช้สวมและถอดเองได้โดยไม่ต้องก้มจนเสียการทรงตัว

    การก้มลงผูกเชือกหรือดึงส้นรองเท้าขณะยืนเป็นท่าที่ทำให้หน้ามืดและเสียหลักได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า และผู้ที่ปวดหลังหรือข้อสะโพก

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ทดสอบขณะนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและเท้าวางถึงพื้น ถ้าต้องยกขาไขว่ห้างสูงหรือก้มลงจนมึนศีรษะจึงจะใส่ได้ ให้มองหาแบบที่ใช้มือข้างเดียวปิดได้ หรือใช้ช้อนรองเท้าด้ามยาวช่วย และให้ผู้ใช้ลองเองก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ให้ผู้ดูแลใส่ให้แล้วสรุปว่าใช้ได้

  3. 3

    ความรู้สึกที่ฝ่าเท้าและความเสี่ยงเมื่อเท้าชา

    ผู้ที่รับความรู้สึกที่เท้าได้น้อยลงจะไม่รู้ตัวเมื่อมีตะเข็บกดหรือมีของเล็ก ๆ อยู่ในรองเท้า แผลจึงเกิดและลุกลามได้โดยไม่มีอาการเจ็บเตือน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในผู้ที่เป็นเบาหวาน

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ก่อนใส่ทุกครั้ง ให้ใช้มือคลำภายในรองเท้าทั้งคู่หาตะเข็บแข็ง เศษหิน หรือของแปลกปลอม และตรวจผิวเท้าหลังถอดทุกวัน โดยทั่วไป ถ้าพบรอยแดงที่ยังไม่จางหลังถอดไปครึ่งชั่วโมง ให้ถือว่ารองเท้ากดทับและควรเลิกใส่คู่นั้นไปก่อน แล้วปรึกษาผู้ดูแลรักษาประจำ

  4. 4

    ความอ่อนแข็งของโครงสร้างรองเท้าและตำแหน่งที่รองเท้างอ

    รองเท้าที่นิ่มและบิดได้ทั้งตัวทำให้เท้าโคลงและรู้สึกถึงพื้นได้น้อยลง ส่วนรองเท้าที่แข็งจนไม่งอตรงโคนนิ้วเท้าจะฝืนจังหวะก้าวตามธรรมชาติ ทั้งสองแบบทำให้เดินไม่มั่นคง

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: จับรองเท้าสองมือแล้วบิดเป็นเกลียวเบา ๆ ถ้าบิดได้ง่ายทั้งตัวแสดงว่าโครงสร้างอ่อนเกินไป จากนั้นลองงอรองเท้าขึ้น จุดที่ควรงอคือบริเวณโคนนิ้วเท้า ไม่ใช่กลางฝ่าเท้า และส่วนหุ้มส้นควรบีบแล้วไม่ยุบแบนจนหมดรูป

  5. 5

    ขอบเขตการใช้งานของถุงเท้ากันลื่น

    ถุงเท้าที่มีจุดยางเป็นทางออกสำหรับคนที่ยังไม่ยอมใส่รองเท้าในบ้าน แต่ให้การรองรับและการยึดข้อเท้าน้อยกว่ารองเท้ามาก จึงไม่ควรถูกใช้แทนกันในทุกสถานการณ์

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ถ้าเลือกใช้ ให้ดูว่ายางกันลื่นครอบคลุมทั้งบริเวณส้นและโคนนิ้วเท้า ไม่ใช่เฉพาะกลางฝ่าเท้า ตรวจสภาพยางหลังซักทุกครั้งเพราะยางลอกและแข็งขึ้นตามการซัก และเปลี่ยนคู่ใหม่เมื่อจุดยางเริ่มหลุดเป็นหย่อม อย่าใส่ถุงเท้าธรรมดาทับหรือใส่ซ้อนกัน

  6. 6

    พื้นบ้านจริงที่จะใส่เดิน

    การยึดเกาะไม่ได้ขึ้นกับรองเท้าอย่างเดียว แต่ขึ้นกับคู่ของรองเท้ากับพื้น กระเบื้องเคลือบมัน พื้นปูนขัดมัน พื้นไม้ และพรม ให้ผลต่างกันมาก

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ก่อนตัดป้ายหรือทิ้งกล่อง ให้ผู้ใช้เดินสิบถึงยี่สิบก้าวบนพื้นจริงในบ้านตอนพื้นแห้ง โดยมีคนเดินประกบและมีจุดยึดใกล้มือ ถ้ารู้สึกไถลหรือรองเท้าหลุดจากส้น ให้คืนหรือเปลี่ยน จึงควรตรวจนโยบายคืนสินค้าของร้านตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ

เท้าของผู้สูงอายุเปลี่ยนไปอย่างไร และทำไมรองเท้าคู่เดิมจึงเริ่มไม่ปลอดภัย

การเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยคือชั้นไขมันที่รองใต้ส้นและใต้โคนนิ้วเท้าบางลง ทำให้เดินบนพื้นแข็งแล้วเจ็บเร็วขึ้น หลายคนจึงเปลี่ยนวิธีเดินเป็นก้าวสั้นลงและลากเท้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การเดินลากเท้าทำให้สะดุดขอบพรมหรือธรณีประตูได้ง่ายกว่าคนที่ยกเท้าได้ตามปกติ

อุ้งเท้าที่แบนลงและข้อเท้าที่ขยับได้น้อยลงทำให้เท้ากว้างขึ้นและปรับตัวกับพื้นไม่เรียบได้น้อยลง ถ้ามีนิ้วหัวแม่เท้าเอียงหรือนิ้วงอ รองเท้าหน้าแคบจะกดจุดนั้นจนเกิดตาปลาและแผล ส่วนเล็บที่หนาขึ้นและตัดยากทำให้ปลายเท้าต้องการพื้นที่มากกว่าเดิม

อีกเรื่องที่ต้องแยกให้ชัดคืออาการชาหรือแสบร้อนที่ปลายเท้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติของวัยและอาจมาจากปลายประสาทเสื่อม ภาวะขาดวิตามินบางชนิด หรือโรคประจำตัวที่ควบคุมได้ไม่ดี ผู้ที่มีอาการนี้ต้องการการดูแลเท้าที่ละเอียดกว่าคนทั่วไป และควรได้รับการตรวจเท้าอย่างสม่ำเสมอจากทีมผู้ดูแลรักษา

  • สังเกตว่ารองเท้าคู่เดิมเริ่มมีรอยกดหรือรอยแดงที่เท้าตรงจุดใดซ้ำ ๆ
  • ดูรูปแบบการสึกของพื้นรองเท้า ถ้าสึกไม่เท่ากันสองข้างมาก แสดงว่าลงน้ำหนักไม่เท่ากันและควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูการเดิน
  • ถ้าเริ่มต้องนั่งพักบ่อยขึ้นเพราะปวดเท้า ให้จดว่าปวดตรงไหนและปวดตอนไหน เพื่อคุยกับแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

เดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้าในบ้าน สิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนัก

การเดินเท้าเปล่าทำให้รับรู้พื้นได้ดีที่สุดและไม่มีปัญหารองเท้าหลุด แต่ไม่มีอะไรกันแรงกระแทก ไม่มีการรองรับ และเสี่ยงบาดเจ็บจากของที่ตกอยู่บนพื้น ส่วนการใส่ถุงเท้าธรรมดาบนกระเบื้องเป็นทางเลือกที่เสี่ยงที่สุดในสามแบบ เพราะผิวถุงเท้าลื่นกว่าฝ่าเท้าเปล่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบนพื้นที่มีฝุ่นหรือความชื้น

ทางสายกลางที่หลายบ้านใช้ได้จริงคือมีรองเท้าสำหรับใส่ในบ้านโดยเฉพาะหนึ่งคู่ ล้างได้ เก็บไว้ข้างเตียงในตำแหน่งเดิมทุกคืน และไม่ใส่ออกนอกบ้าน วิธีนี้ตอบทั้งเรื่องความสะอาดตามธรรมเนียมไทยและเรื่องความมั่นคงตอนลุกเดิน

ถ้าผู้สูงอายุไม่ยอมใส่รองเท้าในบ้าน ให้ถามหาสาเหตุก่อนจะสรุปว่าเป็นความดื้อ เหตุผลที่พบได้บ่อยคือร้อน อึดอัด รู้สึกว่ารองเท้าในบ้านเป็นของสกปรก ใส่แล้วปวดจุดใดจุดหนึ่ง หรือรู้สึกว่าถูกบังคับให้เปลี่ยนสิ่งที่ทำมาทั้งชีวิต การหาแบบที่เบา ระบายอากาศ และให้เจ้าตัวเลือกเองมักได้ผลกว่าการยืนยันด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว

  • ถุงเท้าธรรมดาบนพื้นกระเบื้องคือทางเลือกที่ควรเลี่ยงมากที่สุด
  • เก็บรองเท้าในบ้านไว้ตำแหน่งเดิมข้างเตียงเสมอ เพื่อให้หยิบใส่ได้ตอนลุกกลางดึกโดยไม่ต้องเดินหา
  • ถ้ายังไม่พร้อมใส่รองเท้าในบ้าน ถุงเท้าที่มียางกันลื่นทั้งส้นและปลายเท้าเป็นทางเปลี่ยนผ่านที่ดีกว่าถุงเท้าเปล่า

หมวดนี้มีถุงเท้ากีฬาและรองเท้าใช้งานเฉพาะทางปนอยู่มาก

คำว่ากันลื่นถูกใช้กับสินค้าหลายกลุ่มที่ออกแบบมาเพื่อคนละงาน ถุงเท้าโยคะและถุงเท้าพิลาทิสเน้นการยึดเกาะบนเสื่อขณะทำท่าอยู่กับที่ ถุงเท้าฟุตบอลเน้นไม่ให้เท้าเลื่อนภายในรองเท้าสตั๊ด ส่วนรองเท้าสำหรับห้องครัวเน้นการยึดเกาะบนพื้นที่มีน้ำมัน สินค้าเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบโดยคิดถึงการทรงตัวของผู้สูงอายุเป็นโจทย์หลัก

แผ่นรองในรองเท้าเป็นอีกกลุ่มที่ต้องระวัง การใส่แผ่นเสริมเข้าไปในรองเท้าคู่เดิมทำให้พื้นที่ภายในลดลง เท้าจึงแน่นขึ้นและอาจเกิดจุดกดใหม่ ถ้าจะใช้ ควรใช้กับรองเท้าที่ถอดพื้นในเดิมออกได้ และต้องตรวจผิวเท้าในช่วงสัปดาห์แรกอย่างใกล้ชิด ผู้ที่มีอาการชาที่เท้าไม่ควรเริ่มใช้แผ่นเสริมเองโดยไม่ปรึกษาผู้ดูแลรักษา

เมื่ออ่านหน้าสินค้า ให้ยึดสิ่งที่ชื่อสินค้าบอกจริงเป็นหลัก และถือว่าสิ่งที่ไม่ได้เขียนไว้คือสิ่งที่ยังไม่รู้ ถ้าต้องการทราบความกว้างของหน้ารองเท้า วัสดุพื้น หรือว่ามีส่วนหุ้มส้นแข็งพอหรือไม่ ให้ถามผู้ขายโดยตรงก่อนสั่งซื้อ

  • ถุงเท้าที่ออกแบบเพื่อการออกกำลังกายไม่ได้แปลว่าเหมาะกับการเดินในบ้านของผู้สูงอายุ
  • แผ่นเสริมทำให้พื้นที่ในรองเท้าเปลี่ยนไป ต้องตรวจผิวเท้าซ้ำในสัปดาห์แรก
  • สิ่งที่ชื่อสินค้าไม่ได้ระบุ ให้ถามร้าน ไม่ใช่เดาจากรูป

ทดลองใส่และเดินอย่างไรก่อนตัดสินใจเก็บไว้

การลองรองเท้าที่ได้ผลต้องทำในสภาพใกล้เคียงการใช้จริง ให้ผู้ใช้ใส่ถุงเท้าแบบที่ใส่ประจำ ลองในช่วงบ่ายหรือเย็นที่เท้ามีขนาดใหญ่ที่สุดของวัน และลุกยืนลงน้ำหนักเต็มที่ก่อนตัดสินใจ เพราะเท้าจะยาวขึ้นเมื่อรับน้ำหนักเทียบกับตอนนั่ง

จากนั้นให้เดินบนพื้นจริงในบ้านสิบถึงยี่สิบก้าว โดยมีคนเดินประกบและมีราวหรือเฟอร์นิเจอร์มั่นคงอยู่ในระยะเอื้อม สังเกตว่าส้นหลุดขณะยกเท้าหรือไม่ ปลายเท้ามีที่เหลือพอหรือไม่ และผู้ใช้ต้องเกร็งนิ้วเท้าเพื่อรั้งรองเท้าไว้หรือเปล่า ถ้าเกร็งนิ้ว แปลว่ารองเท้ายังไม่ยึดเท้าพอ

หลังใส่เดินในบ้านประมาณครึ่งชั่วโมงในวันแรก ให้ถอดออกแล้วตรวจผิวเท้าทั้งสองข้าง รวมถึงระหว่างนิ้วเท้าและด้านหลังส้น รอยแดงที่จางเองภายในไม่กี่นาทีมักไม่มีนัยสำคัญ แต่รอยที่ยังอยู่นานหรือมีผิวถลอกคือสัญญาณให้หยุดใช้และหาคู่ใหม่ ไม่ใช่สัญญาณให้ใส่ต่อจนเข้ารูป

  • เก็บป้ายและกล่องไว้จนกว่าจะแน่ใจ และตรวจเงื่อนไขการคืนสินค้าตั้งแต่ก่อนสั่ง
  • ทดลองวันละช่วงสั้น ๆ ก่อนในสัปดาห์แรก ไม่ใช่ใส่ทั้งวันตั้งแต่วันแรก
  • ให้ผู้สูงอายุเป็นคนบอกความรู้สึกเอง ถ้าสื่อสารลำบาก ให้ดูสีหน้าและตรวจผิวเท้าแทนการถามว่าใส่สบายไหมเพียงคำถามเดียว

สัญญาณที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้จบที่การเปลี่ยนรองเท้า

รองเท้าที่เหมาะสมลดความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง การทรงตัวที่แย่ลง สายตาที่มัวลง หรือผลจากยา ถ้าเปลี่ยนรองเท้าแล้วยังเซหรือยังล้ม สิ่งที่ต้องทำคือหาสาเหตุ ไม่ใช่เปลี่ยนรองเท้าคู่ถัดไป

ระดับที่ต้องโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีคือ แขนขาอ่อนแรงข้างเดียวเกิดขึ้นเฉียบพลัน ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เท้าตกหรือยกเท้าไม่ขึ้นแบบทันทีทันใด ล้มแล้วศีรษะกระแทกหรือลุกไม่ได้ หรือเท้าเย็นซีดและปวดรุนแรงเฉียบพลัน

ระดับที่ควรติดต่อหน่วยบริการภายในวันเดียวกันคือ มีแผลที่เท้าในผู้ที่เป็นเบาหวาน เท้าบวมแดงร้อนข้างเดียว หรือแผลที่มีหนองและกลิ่น ส่วนเรื่องที่ควรนัดประเมินในช่วงใกล้คือ ล้มซ้ำแม้ไม่บาดเจ็บ เล็บหนาจนตัดเองไม่ได้ ตาปลาที่กลับมาเป็นซ้ำ นิ้วเท้าผิดรูปมากขึ้น หรืออาการชาที่ค่อย ๆ ลามขึ้น การตัดเล็บและดูแลตาปลาในผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีอาการชา ควรให้บุคลากรที่ได้รับการฝึกมาทำ ไม่ควรใช้มีดโกนหรือยากัดตาปลาเอง

  • ล้มซ้ำเป็นเหตุผลให้ขอการประเมินการเดินและการทรงตัวจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานควรตรวจเท้าตัวเองทุกวันและให้ทีมผู้ดูแลรักษาตรวจเท้าตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • ถ้าเริ่มกลัวหกล้มจนไม่กล้าเดิน ให้บอกทีมรักษา เพราะการลดการเคลื่อนไหวทำให้กล้ามเนื้อลดลงและเสี่ยงล้มมากขึ้นในระยะถัดไป

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาเลือกซื้อ

  • วัดเท้าตอนเช้าขณะนั่ง แล้วได้รองเท้าที่บีบเท้าตอนเย็นซึ่งเป็นช่วงที่เท้าใหญ่ที่สุด
  • ซื้อขนาดเดิมที่เคยใส่เมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่เท้ากว้างขึ้นและแบนลงตามวัย
  • เลือกรองเท้าแตะแบบสวมหลวมเพราะใส่ง่าย แล้วผู้ใช้ต้องเกร็งนิ้วเท้าจิกไว้ทุกก้าว
  • ใส่ถุงเท้าธรรมดาเดินบนพื้นกระเบื้อง เพราะคิดว่าเดินในบ้านไม่มีอะไรอันตราย
  • ใส่รองเท้าคู่ใหม่ทั้งวันตั้งแต่วันแรกโดยไม่ตรวจผิวเท้า จนเกิดแผลกดในผู้ที่รับความรู้สึกได้น้อย
  • ใช้รองเท้าคู่เดิมต่อทั้งที่พื้นสึกจนลายเรียบ เพราะยังดูสภาพภายนอกดีอยู่

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ทดแทนได้บางสถานการณ์ เช่น ช่วงลุกจากเตียงไปห้องน้ำในบ้านที่พื้นเรียบและแห้ง แต่ถุงเท้าให้การรองรับและการยึดข้อเท้าน้อยกว่ารองเท้ามาก จึงไม่เหมาะกับการเดินนาน เดินขึ้นลงบันได หรือเดินในบริเวณที่พื้นเปียก ถ้าใช้ ต้องตรวจสภาพยางกันลื่นหลังซักทุกครั้งและเปลี่ยนเมื่อยางเริ่มหลุดเป็นหย่อม

ไม่เสมอไป พื้นที่นุ่มมากทำให้รู้สึกถึงพื้นได้น้อยลงและเท้าโคลงได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีกับคนที่การทรงตัวเริ่มลดลงอยู่แล้ว สิ่งที่ควรมองหาคือความสมดุล คือพื้นที่ไม่แข็งจนเจ็บ ไม่นุ่มจนยวบ ส่วนหุ้มส้นที่บีบแล้วไม่ยุบหมดรูป และจุดที่รองเท้างอควรอยู่ตรงโคนนิ้วเท้า

หลักสำคัญคือลดโอกาสเกิดแผลที่ผู้ใช้อาจไม่รู้สึก จึงควรเลือกแบบที่หน้าเท้ากว้างพอ ไม่มีตะเข็บแข็งด้านใน ไม่รัดจนเกิดรอยกด และไม่เปิดปลายเท้าจนกระแทกของได้ง่าย ต้องคลำภายในรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง ตรวจผิวเท้าทุกวัน และให้ทีมผู้ดูแลรักษาตรวจเท้าตามนัด ถ้ามีแผลหรือรอยแดงที่ไม่จาง ให้ติดต่อหน่วยบริการภายในวันเดียวกัน

ให้ดูจากสภาพมากกว่าอายุ สัญญาณที่ควรเปลี่ยนคือลายพื้นสึกจนเรียบ ส่วนหุ้มส้นยุบหรือเอียง พื้นในบางลงจนรู้สึกกระแทก รองเท้าเริ่มบิดตัวมากผิดปกติ หรือเริ่มมีรอยแดงที่เท้าตรงจุดใหม่ที่ไม่เคยเป็น ควรตรวจสภาพรองเท้าคู่ที่ใส่ประจำอย่างน้อยทุกสองถึงสามเดือน

เริ่มจากถามว่าไม่ชอบเพราะอะไร คำตอบมักเจาะจง เช่น ร้อน อึดอัด รู้สึกว่าไม่สะอาด ใส่แล้วเจ็บจุดใดจุดหนึ่ง หรือรู้สึกว่าถูกสั่ง จากนั้นค่อยหาทางออกที่ตรงกับเหตุผลนั้น เช่น เลือกแบบเบาและระบายอากาศ ใช้เฉพาะช่วงลุกกลางดึกก่อน หรือให้เจ้าตัวเป็นคนเลือกสีและแบบเอง การบังคับมักจบด้วยการถอดทิ้งไว้ใต้เตียง

ช่วยลดความเสี่ยงส่วนหนึ่งเมื่อความลื่นและรองเท้าที่ไม่พอดีเป็นปัจจัยร่วม แต่ไม่ได้ป้องกันการหกล้มทั้งหมด เพราะการหกล้มในผู้สูงอายุมักเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน เช่น กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง สายตา ความดันตกเมื่อลุกยืน ยาบางกลุ่ม แสงไม่พอ และสิ่งกีดขวางในบ้าน การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมจึงควรทำควบคู่กับการทบทวนยากับแพทย์หรือเภสัชกรและการปรับบ้าน