สูงวัยไทย

กล่องยาและตลับยาสำหรับผู้สูงอายุ จัดยาอย่างไรให้รู้ทันทีว่ามื้อนี้กินไปแล้วหรือยัง

308 รายการที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้น เรียงตามรหัสสินค้า ไม่ได้เรียงตามคุณภาพหรือความนิยม เพราะเราไม่ใช้ยอดขายและคะแนนรีวิวเป็นเกณฑ์จัดอันดับ

คำถามที่ทำให้คนเดินมาหาซื้อกล่องยามักไม่ใช่ยาแพงหรือยายาก แต่เป็นประโยคสั้น ๆ ว่า เมื่อเช้ากินไปแล้วหรือยัง เมื่อจำไม่ได้ ทางออกที่หลายคนเลือกคือกินซ้ำเผื่อไว้ หรือข้ามไปเลยเพราะกลัวเกิน ทั้งสองทางมีความเสี่ยง โดยเฉพาะกับยาความดัน ยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด และยาที่ต้องกินต่อเนื่องเพื่อคุมโรค กล่องยาที่ดีจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เก็บยา แต่ทำให้คำถามนี้ตอบได้ด้วยการมองครั้งเดียว

ก่อนเลือกกล่อง มีงานที่ต้องทำก่อนเสมอ คือทำให้รู้ชัดว่าตอนนี้บ้านนี้กินยาอะไรบ้าง กี่มื้อ และใครเป็นคนจัด หลายบ้านซื้อกล่องเจ็ดวันมาก่อน แล้วพบว่ายาจริงมีสี่มื้อ มียาที่ต้องแกะจากแผงไม่ได้ และมียาน้ำที่ไม่มีช่องใส่ กล่องจึงถูกวางทิ้งไว้ภายในสองสัปดาห์ หน้านี้เขียนสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่ากล่องแบบไหนจะเข้ากับตารางยาที่มีอยู่จริง และอะไรที่กล่องยาช่วยไม่ได้เลย เราไม่มีข้อมูลขนาด วัสดุ จำนวนช่อง หรือคุณสมบัติกันชื้นของสินค้าชิ้นใดที่ตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างที่ระบุเฉพาะรุ่นต้องถามผู้ขายและดูจากหน้าสินค้าเอง

เกณฑ์ที่ควรใช้ตัดสินใจ

  1. 1

    ความเข้ากันกับตารางยาที่เพิ่งเปลี่ยน

    ช่วงที่พลาดยากที่สุดคือหลังออกจากโรงพยาบาลหรือหลังพบแพทย์แล้วยาถูกปรับ เพราะยาเดิมบางตัวถูกหยุด บางตัวเปลี่ยนขนาด และซองยาเก่ายังอยู่ในบ้าน กล่องที่จัดไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์จะยิ่งทำให้ยาเก่าถูกกินต่อโดยไม่มีใครรู้

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ถ้ายาเพิ่งถูกปรับภายในเดือนนี้ ให้จัดยาทีละไม่เกินสามถึงเจ็ดวัน และทุกครั้งที่กลับจากพบแพทย์ ให้รื้อกล่องออกทั้งหมดแล้วจัดใหม่ตามฉลากล่าสุด พร้อมแยกซองยาเก่าออกจากจุดเก็บยาทันที

  2. 2

    การแยกช่องด้วยมากกว่าสีเพียงอย่างเดียว

    การแยกเฉดสีทำได้แย่ลงตามวัย และห้องที่แสงน้อยยิ่งทำให้ฝาสีฟ้ากับสีเขียวดูเหมือนกัน ถ้าระบบทั้งหมดพึ่งสี ความผิดพลาดจะเกิดตอนกลางคืนซึ่งเป็นเวลาที่ตรวจสอบยากที่สุด

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ทุกช่องต้องมีตัวอักษรหรือตัวเลขกำกับที่อ่านออกในระยะหนึ่งช่วงแขนใต้แสงจริงของจุดเก็บยา ถ้าตัวพิมพ์บนกล่องเล็กเกินไป ให้ติดสติกเกอร์เขียนเองด้วยปากกาหัวใหญ่ทับ และเรียงลำดับช่องไปทางเดียวกันเสมอ

  3. 3

    ความเสี่ยงเมื่อในบ้านมีเด็กหรือผู้ที่สับสนง่าย

    กล่องยาเปิดง่ายคือข้อดีสำหรับมือที่ปวดข้อ แต่เป็นข้อเสียเมื่อมีหลานเล็กมาเยี่ยม หรือเมื่อผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อมและอาจหยิบกินซ้ำโดยไม่รู้ตัว

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: ถ้ามีเด็กเล็กหรือผู้ที่สับสนอยู่ในบ้าน ให้เก็บกล่องทั้งใบไว้ในลิ้นชักหรือตู้ที่ล็อกได้ และให้ผู้ดูแลเป็นคนหยิบให้ทีละมื้อ อย่าแก้ด้วยการวางกล่องไว้สูง เพราะการเอื้อมหยิบของสูงเป็นสาเหตุการล้มที่พบได้บ่อย

  4. 4

    มื้อที่ตกหล่นบ่อยที่สุดและยาที่ต้องพกออกนอกบ้าน

    มื้อที่หายไปมักไม่ใช่มื้อเช้าที่บ้าน แต่เป็นมื้อกลางวันตอนไปตลาด มื้อเย็นวันที่ไปกินข้าวนอกบ้าน หรือมื้อก่อนนอนในคืนที่นอนบ้านลูก การพกยาทั้งกล่องเจ็ดวันออกไปด้วยทำให้เสี่ยงทั้งลืมทิ้งไว้และทำหาย

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: จดไว้หนึ่งสัปดาห์ว่ามื้อไหนหายบ่อยที่สุด แล้วเลือกให้ตรงจุดนั้น เช่น ใช้ตลับเล็กแยกเฉพาะมื้อกลางวันที่พกไปด้วยได้ ควบคู่กับกล่องหลักที่อยู่กับที่ในบ้าน

  5. 5

    ตำแหน่งวางที่ตรงกับจังหวะกินยาจริง

    กล่องยาที่ดีที่สุดก็ไม่ช่วยอะไรถ้าวางอยู่คนละห้องกับจังหวะที่ต้องกิน คนส่วนใหญ่ไม่ได้ลืมเพราะจำไม่ได้ แต่ลืมเพราะไม่มีอะไรมาสะกิดในเวลานั้น

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: วางกล่องไว้ในจุดที่จะเห็นระหว่างทำสิ่งที่ทำทุกวันอยู่แล้ว เช่น ข้างแก้วน้ำบนโต๊ะกินข้าวสำหรับยาหลังอาหาร หรือข้างที่แปรงฟันสำหรับยาก่อนนอน แต่ต้องไม่ใช่จุดที่โดนแดด ไอน้ำจากห้องน้ำ หรือความร้อนจากเตา

  6. 6

    แผนสำรองเมื่อกล่องหาย ตกน้ำ หรือฝาหัก

    เมื่อกล่องที่ใช้อยู่เสียหาย ยาทั้งสัปดาห์อาจปนกันจนแยกไม่ออกว่าเม็ดไหนคือมื้อไหน และการเดาจากสีหรือรูปทรงของเม็ดยาเป็นเรื่องอันตราย

    เกณฑ์ที่ใช้ได้จริง: เก็บซองหรือแผงเดิมของยาทุกตัวไว้จนกว่าจะใช้หมด และถ่ายรูปฉลากยาทุกใบเก็บไว้ในโทรศัพท์ของผู้ดูแล ถ้ายาปนกันจนไม่แน่ใจ ให้โทรถามเภสัชกรหรือหน่วยบริการที่ดูแลอยู่ ไม่ใช่คัดแยกด้วยการเดาเอง

งานที่ต้องทำก่อนซื้อกล่อง คือรายการยาฉบับเดียวของบ้าน

บ้านที่ผู้สูงอายุรักษาหลายโรคมักมียาจากหลายที่ปนกัน ทั้งยาจากโรงพยาบาลรัฐ คลินิกใกล้บ้าน ยาที่ซื้อเองจากร้านยา วิตามิน และสมุนไพรที่ญาติซื้อมาฝาก ตราบใดที่ยังไม่มีรายการเดียวที่รวมทุกอย่างไว้ การเลือกกล่องก็เป็นการเดาว่าต้องใช้กี่ช่อง

วิธีที่ใช้ได้จริงคือรวบรวมยาทุกกล่องทุกซองในบ้านมากองรวมกันครั้งเดียว แล้วเขียนลงกระดาษหนึ่งแผ่นว่ามีอะไรบ้าง กินเวลาไหน และใครสั่ง ควรนำรายการนี้ติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ไปพบแพทย์หรือรับยา เพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ทีมผู้ดูแลรักษาเห็นภาพรวมได้ในไม่กี่วินาที

ระหว่างที่รวบรวม ให้แยกยาหมดอายุและยาที่แพทย์สั่งหยุดแล้วออกจากจุดเก็บยาทันที และหากไม่แน่ใจว่ายาตัวใดยังต้องกินอยู่หรือไม่ ให้ถามเภสัชกรหรือผู้ที่สั่งยา ห้ามเริ่ม หยุด ลด เพิ่ม หรือแบ่งยาเองแม้จะดูเหมือนซ้ำกัน เพราะยาชื่อการค้าต่างกันอาจเป็นตัวเดียวกัน และยาที่หน้าตาเหมือนกันอาจคนละความแรง

  • รายการเดียวควรมี ชื่อยา ความแรง เวลาที่กิน และเหตุผลที่กินเท่าที่ทราบ
  • ถ่ายรูปรายการเก็บไว้ในโทรศัพท์ทั้งของผู้สูงอายุและผู้ดูแล
  • ยาที่แพทย์สั่งหยุดแล้วต้องออกจากลิ้นชักยา ไม่ใช่แค่ย้ายไปมุมอื่นของลิ้นชักเดิม

การลืมกินยาไม่ได้มีแบบเดียว และแต่ละแบบแก้คนละทาง

แบบแรกคือจำไม่ได้ว่ากินไปแล้วหรือยัง ซึ่งเป็นแบบที่กล่องยาช่วยได้ตรงที่สุด เพราะช่องที่ว่างอยู่คือหลักฐานที่มองเห็นได้โดยไม่ต้องนึกย้อน แบบที่สองคือจำได้ว่าต้องกิน แต่ถึงเวลาแล้วไม่มีอะไรมาสะกิด แบบนี้ต้องแก้ด้วยการจับคู่กับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้วและตำแหน่งวาง ไม่ใช่ด้วยการซื้อกล่องที่มีช่องมากขึ้น

แบบที่สามคือกินไม่ได้เพราะอุปสรรคทางร่างกาย เช่น แกะแผงยาไม่ออกเพราะข้อนิ้วปวด กลืนเม็ดใหญ่ลำบาก หรืออ่านฉลากไม่เห็น แบบนี้ควรบอกเภสัชกรตรง ๆ เพราะบางกรณีมีทางออกที่ปลอดภัยกว่าการแก้เอง

แบบที่สี่คือตั้งใจไม่กิน ซึ่งพบได้บ่อยกว่าที่ครอบครัวคิด เหตุผลมักเป็นผลข้างเคียงที่ไม่ได้บอกใคร เช่น ลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยจนไม่ได้นอน เวียนหัวตอนลุกยืน หรือรู้สึกว่ากินยาเยอะเกินไป การใช้กล่องยาเพื่อบังคับให้ครบมื้อไม่ได้แก้ปัญหานี้ และการต่อว่าว่าดื้อยิ่งทำให้เจ้าตัวเงียบกว่าเดิม สิ่งที่ควรทำคือถามด้วยความอยากรู้จริงว่ากินแล้วรู้สึกอย่างไร แล้วนำสิ่งที่ได้ยินไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกร

  • จดหนึ่งสัปดาห์ว่ามื้อไหนหาย แล้วแก้เฉพาะจุดนั้น ดีกว่าเปลี่ยนทั้งระบบ
  • อาการที่มาพร้อมยาใหม่ ควรถูกบันทึกวันที่และนำไปเล่าให้ทีมผู้ดูแลรักษาฟัง
  • การเลือกไม่กินยาเป็นข้อมูล ไม่ใช่ความดื้อ และมักมีเหตุผลที่แก้ได้

ทางเลือกที่ไม่ต้องซื้อกล่อง และวิธีใช้ร่วมกัน

หลายโรงพยาบาลและร้านยาจัดยาใส่ซองรายมื้อให้ได้เมื่อร้องขอ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มียาหลายตัวและแกะแผงเองลำบาก ข้อดีคือฉลากบอกชัดว่าเป็นมื้อไหน ข้อจำกัดคือเมื่อยาถูกปรับระหว่างทาง ซองที่จัดไว้แล้วจะใช้ไม่ได้ทั้งชุด จึงควรถามเภสัชกรทุกครั้งว่าจัดล่วงหน้าได้กี่วันสำหรับกรณีของบ้านนั้น

ตัวช่วยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายก็มีอยู่จริง เช่น ปฏิทินติดผนังที่ขีดเมื่อกินแล้ว นาฬิกาปลุกที่ตั้งซ้ำทุกวัน หรือข้อความเตือนจากลูกหลานในเวลาเดิม สิ่งเหล่านี้ได้ผลดีเมื่อจับคู่กับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้ว เช่น หลังแปรงฟันตอนเช้า หรือหลังดูข่าวภาคค่ำ

สำหรับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมหรืออยู่คนเดียว ระบบที่พึ่งความจำของเจ้าตัวอย่างเดียวมักไม่พอ ไม่ว่ากล่องจะดีแค่ไหน สิ่งที่ควรมีคือคนที่รับผิดชอบเติมยาและตรวจซ้ำเป็นประจำ และการนัดคุยกับเภสัชกรเพื่อทบทวนรายการยาทั้งหมดเมื่อยาเริ่มมีหลายตัว

  • ถามที่ห้องยาได้ว่าขอฉลากตัวใหญ่หรือขอให้จัดยารายมื้อได้หรือไม่
  • จับคู่เวลากินยากับกิจวัตรที่ทำทุกวันอยู่แล้ว ได้ผลกว่าการตั้งเวลาลอย ๆ
  • ถ้ามีคนช่วยเติมยา ให้เติมวันเดิมของสัปดาห์ทุกครั้ง จะได้รู้ทันทีเมื่อลืม

สิ่งที่กล่องยาไม่ได้ตรวจให้ และสัญญาณที่ต้องรีบ

กล่องยาบอกได้แค่ว่าเม็ดในช่องยังอยู่หรือหายไป มันไม่รู้ว่ายาสองตัวในบ้านเป็นตัวเดียวกันคนละชื่อการค้า ไม่รู้ว่ายาที่เพิ่งได้มาใหม่ตีกับยาเดิม และไม่รู้ว่าอาการเวียนหัวที่เพิ่งเริ่มเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับยาหรือไม่ งานเหล่านี้เป็นของเภสัชกรและทีมผู้ดูแลรักษา ซึ่งต้องการรายการยาที่ครบถ้วนเป็นวัตถุดิบ

ยาบางชนิดไม่ควรถูกแกะออกจากแผงมาใส่กล่องล่วงหน้า เช่น ยาที่ไวต่อความชื้นและแสง ยาที่อยู่ในแผงฟอยล์เฉพาะ ยาอมใต้ลิ้น และยาที่ต้องเก็บในตู้เย็น ถ้าไม่แน่ใจว่ายาตัวใดแกะได้หรือไม่ ให้ถามเภสัชกรก่อนจัดลงกล่องเสมอ ส่วนความชื้นในบ้านไทยเป็นเรื่องจริงที่ต้องคิดถึง จุดเก็บยาไม่ควรเป็นในห้องน้ำ ริมหน้าต่างที่แดดส่อง หรือใกล้เตาไฟ

ที่สำคัญกว่าคือรู้ว่าเมื่อไรต้องหยุดจัดการเองแล้วขอความช่วยเหลือ อาการบางอย่างหลังกินยาไม่ใช่เรื่องรอได้ และการสงสัยว่ากินยาซ้ำหรือกินผิดตัวก็ควรได้รับคำแนะนำจากคนที่มีข้อมูลยาอยู่ตรงหน้า

  • ระดับต้องโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที: หายใจลำบาก หน้าบวมปากบวม ผื่นลมพิษขึ้นทั้งตัวหลังได้ยาใหม่ หมดสติ ชัก เลือดออกไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ หรือสงสัยว่ากินยาเกินขนาด
  • ระดับติดต่อหน่วยบริการภายในวันเดียวกัน: ไม่แน่ใจว่ากินยาซ้ำหรือกินผิดตัว เวียนหัวจนเกือบล้มหลังปรับยา หรือลืมยาสำคัญติดกันหลายมื้อ
  • ระดับนัดประเมินในช่วงใกล้: ยามีหลายตัวจนสับสน แกะยาเองไม่ไหว หรืออยากทบทวนว่ายาตัวไหนยังจำเป็น
  • ระดับเฝ้าสังเกตและบันทึก: อาการเล็กน้อยที่เพิ่งเริ่มหลังเปลี่ยนยา ให้จดวันที่และลักษณะอาการไว้เล่าตอนไปตามนัด

ในหมวดนี้มีตลับใส่ของทั่วไปและกล่องของจิปาถะปนอยู่

รายการสินค้าในหมวดนี้ไม่ได้เป็นกล่องจัดยาทั้งหมด มีทั้งตลับใส่ครีมและเครื่องสำอางแบบพกพา กล่องเก็บของจุกจิก ตลับใส่หูฟังหรือของสะสม และภาชนะพลาสติกอเนกประสงค์ที่ถูกจัดหมวดมาอยู่รวมกัน สินค้าเหล่านี้ไม่ได้ผิดอะไร แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแยกมื้อยาให้เห็นชัด

วิธีคัดเบื้องต้นคือดูว่าชื่อสินค้าระบุการแบ่งช่องตามวันหรือตามมื้อไว้หรือไม่ ถ้าไม่มีการระบุ ให้ถือว่าเป็นภาชนะทั่วไปจนกว่าจะได้คำยืนยันจากผู้ขาย และควรถามเรื่องที่ตัดสินใจจริงเพิ่มเติม เช่น ฝาแต่ละช่องแยกกันหรือเปิดพร้อมกันทั้งแถว ปิดแล้วแน่นพอที่จะไม่หกเมื่อกล่องตกหรือไม่ และมีตัวอักษรกำกับช่องที่อ่านออกหรือไม่

สุดท้าย ให้จำไว้ว่ากล่องเป็นเพียงเครื่องมือ ระบบที่ทำให้กินยาถูกต้องประกอบด้วยรายการยาที่เป็นปัจจุบัน คนที่รับผิดชอบเติมยา จุดวางที่เห็นในจังหวะจริง และช่องทางถามเภสัชกรเมื่อไม่แน่ใจ ซื้อกล่องโดยไม่มีสามอย่างหลังนี้ มักได้ผลไม่นาน

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาเลือกซื้อ

  • ซื้อกล่องก่อนแล้วค่อยดูว่ายาจริงมีกี่มื้อ จนพบว่าจำนวนช่องไม่ตรงกับตารางยาตั้งแต่วันแรก
  • แกะยาทุกตัวออกจากแผงเดิมล่วงหน้าหลายสัปดาห์ รวมถึงยาที่ไม่ควรแกะและยาที่เพิ่งถูกปรับขนาด
  • วางกล่องยาไว้ในห้องน้ำหรือริมหน้าต่างที่แดดส่อง เพราะเป็นที่ที่เห็นง่าย แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่แย่ที่สุดสำหรับยา
  • ใช้สีของฝาเป็นตัวแยกมื้อเพียงอย่างเดียว แล้วผิดพลาดตอนกลางคืนที่แสงน้อย
  • คิดว่ากล่องยาจะแก้ปัญหาการไม่ยอมกินยา ทั้งที่สาเหตุจริงคือผลข้างเคียงที่เจ้าตัวไม่ได้บอกใคร
  • เดาจากสีและรูปทรงของเม็ดยาเมื่อยาปนกัน แทนที่จะถามเภสัชกรซึ่งมีข้อมูลยาอยู่จริง

คำถามที่พบบ่อย

ขึ้นกับตัวยาและความคงตัวของยาแต่ละชนิด จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน หลักที่ปลอดภัยคือจัดสั้นไว้ก่อน โดยเฉพาะช่วงที่ยาเพิ่งถูกปรับหรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาล และถามเภสัชกรที่จ่ายยาว่ายาชุดนี้จัดล่วงหน้าได้กี่วัน เพราะยาบางตัวไวต่อความชื้นและแสงมากกว่าตัวอื่น

โดยทั่วไปคือยาที่บรรจุในแผงฟอยล์เฉพาะเพื่อกันความชื้นและแสง ยาอมใต้ลิ้น ยาที่ต้องเก็บในตู้เย็น และยาที่ฉลากระบุให้เก็บในภาชนะเดิม รวมถึงยาเม็ดที่มีสารเคลือบพิเศษซึ่งห้ามหักแบ่ง กรณีที่ชัดเจนที่สุดคือถามเภสัชกรพร้อมยื่นแผงยาให้ดูก่อนจัดลงกล่อง อย่าตัดสินจากลักษณะภายนอกเอง

ที่ที่แห้ง ไม่ร้อน ไม่โดนแดดโดยตรง และอยู่ในระดับที่หยิบได้โดยไม่ต้องเอื้อมสูงหรือก้มลงต่ำ ห้องน้ำเป็นจุดที่ควรเลี่ยงแม้จะสะดวก เพราะไอน้ำจากการอาบน้ำทำให้ความชื้นสูง ถ้าในบ้านมีเด็กเล็กหรือผู้ที่สับสนง่าย ควรเก็บในตู้หรือลิ้นชักที่ล็อกได้แทนการวางไว้ที่สูง

คำตอบต่างกันตามชนิดของยา บางตัวให้กินทันทีที่นึกได้ บางตัวให้ข้ามไปมื้อถัดไป และการกินซ้ำโดยเข้าใจผิดอาจอันตรายกว่าการขาดหนึ่งมื้อ วิธีที่ถูกคือดูคำแนะนำบนฉลากหรือเอกสารกำกับยา และถ้าไม่ชัดเจนให้โทรถามเภสัชกรหรือหน่วยบริการที่ดูแลอยู่ ห้ามเพิ่มขนาดยาเองเพื่อชดเชย

จำเป็นเฉพาะกับคนที่ปัญหาคือไม่มีอะไรสะกิดในเวลานั้น ถ้าปัญหาคือจำไม่ได้ว่ากินไปแล้วหรือยัง ช่องที่มองเห็นว่าว่างแล้วก็ตอบโจทย์โดยไม่ต้องมีเสียง ส่วนผู้ที่การได้ยินลดลงอาจไม่ได้ยินเสียงเตือนเลย และอุปกรณ์ที่ใช้ไฟก็เพิ่มภาระเรื่องถ่านและการตั้งค่าให้ผู้ดูแล จึงควรเลือกจากลักษณะปัญหาก่อนเลือกจากฟังก์ชัน

ในระยะแรกหลายคนยังใช้ได้ถ้าระบบเรียบง่ายและอยู่ที่เดิมทุกวัน แต่เมื่ออาการมากขึ้น กล่องที่เปิดได้เองอาจนำไปสู่การกินซ้ำโดยไม่รู้ตัว แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือให้ผู้ดูแลเก็บกล่องหลักไว้และหยิบให้ทีละมื้อ พร้อมทบทวนรายการยากับเภสัชกรเป็นระยะ การให้ยาต้องไม่ใช้การบังคับหรือหลอกให้กิน ถ้าเกิดการต่อต้านบ่อยครั้ง ให้ปรึกษาทีมผู้ดูแลรักษาเรื่องรูปแบบยาและเวลาที่เหมาะสม