สูงวัยไทย
ทะเบียนบ้านที่มีผู้สูงอายุเป็นเจ้าบ้าน เมื่อท่านเสียชีวิต ต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ทะเบียนบ้านที่มีผู้สูงอายุเป็นเจ้าบ้าน เมื่อท่านเสียชีวิต ต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง
เมื่อผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าบ้านเสียชีวิต ทะเบียนบ้านต้องได้รับการแก้ไขและเปลี่ยนเจ้าบ้านตามขั้นตอน ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการแบ่งมรดก บทความนี้อธิบายความแตกต่างและขั้นตอนที่ครอบครัวควรรู้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เผยแพร่เมื่อ 5 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Matheus Lara / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- เมื่อผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าบ้านเสียชีวิต สิ่งแรกที่ต้องทำคือแจ้งตายต่อนายทะเบียนในพื้นที่ที่เสียชีวิตหรือพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อให้นายทะเบียนจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านอย่างถูกต้อง ก่อนจะไปถึงขั้นตอนอื่นใด
- การจำหน่ายชื่อผู้เสียชีวิตออกจากทะเบียนบ้านเป็นคนละเรื่องกับการเปลี่ยนตัวเจ้าบ้าน หากผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าบ้าน ครอบครัวต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงเจ้าบ้านคนใหม่แยกต่างหาก ไม่ใช่เกิดขึ้นอัตโนมัติพร้อมกัน
- การเปลี่ยนเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านไม่เท่ากับการโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดิน สองเรื่องนี้แยกจากกันโดยสิ้นเชิงและใช้กระบวนการคนละแบบ ครอบครัวจำนวนมากเข้าใจผิดว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วอีกอย่างจะตามมาเอง
- ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามพื้นที่และสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นก่อนดำเนินการจริงเสมอ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งสูญเสียผู้สูงอายุซึ่งเป็นเจ้าบ้านตามทะเบียนบ้าน และกำลังต้องจัดการเอกสารราชการท่ามกลางความเศร้าโศกและภาระงานศพ
- เหมาะกับลูกหลานที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผู้สูงอายุมาตลอด และไม่เคยต้องยุ่งเกี่ยวกับการแก้ไขทะเบียนบ้านมาก่อน
- ไม่ใช่คู่มือด้านการแบ่งมรดกหรือการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน หากมีข้อพิพาทเรื่องมรดกหรือทรัพย์สินมีมูลค่าสูง ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่ดินหรือนักกฎหมายโดยตรง
สิ่งที่ควรรู้
แจ้งตายก่อน เพราะเป็นจุดเริ่มของทุกขั้นตอนถัดไป
เอกสารตัวแรกที่ครอบครัวจะได้รับหลังการเสียชีวิตคือหนังสือรับรองการตาย ซึ่งโรงพยาบาลหรือแพทย์เป็นผู้ออกให้ ครอบครัวต้องนำเอกสารนี้ไปแจ้งตายต่อนายทะเบียนท้องที่เพื่อขอรับใบมรณบัตร ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการที่ใช้ยืนยันการเสียชีวิตในทุกขั้นตอนต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขทะเบียนบ้าน การติดต่อธนาคาร หรือการดำเนินการเรื่องมรดก
หลายครอบครัวยุ่งอยู่กับการจัดงานศพจนลืมว่าการแจ้งตายมีความสำคัญเร่งด่วนกว่าที่คิด เพราะสิทธิบางอย่างที่ผู้เสียชีวิตเคยได้รับ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือสิทธิสวัสดิการอื่น จะต้องแจ้งยุติให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาการรับเงินซ้อนหรือต้องคืนเงินย้อนหลังในภายหลัง ซึ่งเป็นภาระที่ไม่มีใครอยากเจอเพิ่มในช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่แล้ว
การจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน เกิดขึ้นอย่างไร
เมื่อแจ้งตายเรียบร้อยแล้ว นายทะเบียนจะดำเนินการจำหน่ายชื่อผู้เสียชีวิตออกจากทะเบียนบ้านฉบับที่มีชื่ออยู่ ทำให้ทะเบียนบ้านมีจำนวนสมาชิกลดลงตามจริง ขั้นตอนนี้โดยทั่วไปครอบครัวไม่ต้องยื่นคำร้องแยกต่างหาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแจ้งตาย แต่ควรขอสำเนาทะเบียนบ้านฉบับปรับปรุงใหม่ไว้เก็บเป็นหลักฐาน เนื่องจากหน่วยงานบางแห่งอาจขอดูทะเบียนบ้านฉบับล่าสุดประกอบการติดต่อเรื่องอื่น
สิ่งที่ครอบครัวมักเข้าใจผิดคือคิดว่าเมื่อจำหน่ายชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว ทุกอย่างในทะเบียนบ้านจะเรียบร้อยโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าบ้าน สถานะเจ้าบ้านจะว่างลงและจำเป็นต้องมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงเจ้าบ้านคนใหม่ต่างหาก มิฉะนั้นทะเบียนบ้านจะอยู่ในสถานะไม่มีเจ้าบ้านต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากเมื่อครอบครัวต้องใช้ทะเบียนบ้านติดต่อราชการหรือหน่วยงานอื่นในอนาคต
เปลี่ยนเจ้าบ้าน ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดิน
สถานะ เจ้าบ้าน ตามกฎหมายทะเบียนราษฎรหมายถึงผู้ที่มีชื่อเป็นผู้ดูแลทะเบียนบ้านฉบับนั้น มีหน้าที่แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ต่อนายทะเบียนแทนสมาชิกในบ้าน เช่น แจ้งย้ายเข้าย้ายออก แต่สถานะนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดินตามหลังฉบับนั้น ผู้ที่เคยเป็นเจ้าบ้านอาจไม่ใช่เจ้าของบ้านเลยก็ได้ เช่น กรณีบ้านเช่าหรือบ้านที่พักอาศัยกับญาติ
ในทางกลับกัน การที่บ้านหรือที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เสียชีวิต จะต้องดำเนินการผ่านกระบวนการจัดการมรดกที่กรมที่ดินหรือผ่านศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีที่มีข้อโต้แย้งหรือทรัพย์สินมีความซับซ้อน ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับการแจ้งเปลี่ยนเจ้าบ้านที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตโดยสิ้นเชิง ครอบครัวควรแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกับการทำเรื่องผิดหน่วยงาน
ผลกระทบต่อสิทธิและการติดต่อราชการของสมาชิกที่เหลือในบ้าน
ทะเบียนบ้านมักถูกใช้เป็นเอกสารอ้างอิงที่อยู่ในการติดต่อราชการหลายเรื่อง เช่น การใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพตามพื้นที่ การยื่นคำร้องขอสวัสดิการต่าง ๆ หรือการทำธุรกรรมที่ต้องยืนยันที่อยู่ปัจจุบัน หากทะเบียนบ้านไม่มีเจ้าบ้านที่ชัดเจนเป็นเวลานาน สมาชิกที่เหลือในบ้านอาจต้องเผชิญความล่าช้าเมื่อขอสำเนาทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองต่าง ๆ ที่บางหน่วยงานกำหนดให้เจ้าบ้านเป็นผู้เซ็นรับรอง
โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอีกคนอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน เช่น คู่สมรสของผู้เสียชีวิต การมีเจ้าบ้านคนใหม่ที่ชัดเจนจะช่วยให้การติดต่อขอรับสิทธิสวัสดิการผู้สูงอายุ หรือการยืนยันตัวตนในกรณีฉุกเฉินทำได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องรอเอกสารเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่อาจจำเป็นต้องใช้ด่วน

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: แจ้งตายและขอรับใบมรณบัตร
นำหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาลไปแจ้งตายที่สำนักทะเบียนในพื้นที่ที่เสียชีวิตหรือพื้นที่ตามทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต ตามที่นายทะเบียนกำหนด
- เตรียมบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตและของผู้แจ้ง
- เตรียมทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของบ้านที่ผู้เสียชีวิตมีชื่ออยู่
- สอบถามระยะเวลาที่ต้องแจ้งตายจากสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้
ขั้นที่ 2: ตรวจสอบทะเบียนบ้านฉบับปรับปรุงหลังจำหน่ายชื่อ
หลังแจ้งตายเสร็จสิ้น ให้ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านฉบับล่าสุดเพื่อตรวจสอบว่าชื่อผู้เสียชีวิตถูกจำหน่ายออกอย่างถูกต้อง และดูว่าสถานะเจ้าบ้านว่างลงหรือไม่
- ขอสำเนาทะเบียนบ้านฉบับใหม่เก็บไว้อย่างน้อยหนึ่งชุด
- ตรวจชื่อสมาชิกที่เหลือในทะเบียนบ้านว่าครบถ้วนถูกต้อง
- สอบถามเจ้าหน้าที่ตรงจุดว่าสถานะเจ้าบ้านปัจจุบันเป็นอย่างไร
ขั้นที่ 3: แจ้งเปลี่ยนแปลงเจ้าบ้านคนใหม่หากจำเป็น
หากผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าบ้านและครอบครัวต้องการให้มีเจ้าบ้านคนใหม่เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการต่อไป ให้ยื่นคำร้องแจ้งเปลี่ยนแปลงเจ้าบ้านที่สำนักทะเบียนเดียวกัน
- ตกลงกันในครอบครัวก่อนว่าใครจะเป็นเจ้าบ้านคนใหม่ เพื่อลดความขัดแย้งภายหลัง
- เตรียมบัตรประชาชนของผู้ที่จะเป็นเจ้าบ้านคนใหม่
- สอบถามเอกสารเพิ่มเติมที่อาจต้องใช้ตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น
ขั้นที่ 4: แจ้งยุติสิทธิสวัสดิการที่ผูกกับตัวผู้เสียชีวิต
แยกต่างหากจากเรื่องทะเบียนบ้าน ครอบครัวควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยุติสิทธิสวัสดิการที่ผู้เสียชีวิตเคยได้รับ ป้องกันปัญหาการรับเงินซ้อนหรือต้องคืนเงินย้อนหลัง
- แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อยุติการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หากผู้เสียชีวิตเคยได้รับ
- ตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพหรือสิทธิประกันสังคมที่อาจเกี่ยวข้องกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เก็บสำเนาใบมรณบัตรไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานจะขอเอกสารนี้แยกกัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าคิดว่าการจำหน่ายชื่อผู้เสียชีวิตออกจากทะเบียนบ้านจะทำให้สถานะเจ้าบ้านเปลี่ยนเองโดยอัตโนมัติ
- อย่าใช้การเปลี่ยนเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านแทนกระบวนการจัดการมรดกหรือโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน เพราะเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
- อย่าปล่อยให้ทะเบียนบ้านไม่มีเจ้าบ้านเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น เพราะอาจกระทบความสะดวกในการขอเอกสารราชการของสมาชิกที่เหลือ
- อย่าตัดสินใจว่าใครจะเป็นเจ้าบ้านคนใหม่โดยไม่พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวก่อน เพราะอาจกลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเศร้าโศกอยู่แล้ว
- อย่าลืมแจ้งยุติสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ที่ผูกกับตัวผู้เสียชีวิต เพราะอาจกลายเป็นภาระต้องคืนเงินย้อนหลังในภายหลัง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากยังไม่ได้แจ้งตายเนื่องจากติดภารกิจจัดงานศพ เพราะการล่าช้าอาจมีผลทางกฎหมายที่ควรสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรง
- ติดต่อกรมที่ดินหรือปรึกษานักกฎหมายโดยเร็ว หากบ้านหรือที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เสียชีวิตและมีแนวโน้มจะเกิดข้อพิพาทเรื่องมรดกระหว่างทายาท
- สอบถามหน่วยงานท้องถิ่นภายในไม่กี่วัน หากไม่แน่ใจว่าต้องแจ้งยุติสิทธิสวัสดิการใดบ้างที่ผู้เสียชีวิตเคยได้รับ
- นัดปรึกษานักกฎหมายเมื่อสะดวก หากครอบครัวมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องว่าใครควรเป็นเจ้าบ้านคนใหม่ หรือมีความกังวลว่าการเปลี่ยนเจ้าบ้านอาจกระทบสิทธิในทรัพย์สินในอนาคต
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากยังไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องเปลี่ยนเจ้าบ้านในทันที เช่น สมาชิกในบ้านยังไม่มีแผนติดต่อราชการเรื่องใดในเร็ว ๆ นี้ ก็สามารถทยอยดำเนินการได้โดยไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไป
เช็กลิสต์สรุป
- แจ้งตายและขอรับใบมรณบัตรจากสำนักทะเบียนในพื้นที่
- ขอสำเนาทะเบียนบ้านฉบับปรับปรุงหลังจำหน่ายชื่อผู้เสียชีวิต
- ตรวจสอบว่าสถานะเจ้าบ้านว่างลงหรือไม่
- ตกลงกันในครอบครัวว่าใครจะเป็นเจ้าบ้านคนใหม่หากจำเป็น
- ยื่นคำร้องแจ้งเปลี่ยนแปลงเจ้าบ้านที่สำนักทะเบียนเดียวกัน
- แจ้งยุติสิทธิสวัสดิการที่ผูกกับตัวผู้เสียชีวิต เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- เก็บสำเนาใบมรณบัตรและทะเบียนบ้านฉบับใหม่ไว้หลายชุด
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเจ้าบ้านเสียชีวิตแต่ยังไม่ได้แจ้งเปลี่ยนเจ้าบ้าน จะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง
โดยทั่วไปไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายรุนแรงในทันที แต่สมาชิกในบ้านอาจพบความล่าช้าเมื่อต้องขอสำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารรับรองบางประเภทที่บางหน่วยงานกำหนดให้เจ้าบ้านเป็นผู้เซ็นรับรอง ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากมีแผนจะใช้เอกสารนี้ในเร็ว ๆ นี้
เจ้าบ้านคนใหม่จำเป็นต้องเป็นทายาทหรือเป็นเจ้าของบ้านหรือไม่
สถานะเจ้าบ้านตามกฎหมายทะเบียนราษฎรไม่ได้ผูกกับกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดินโดยตรง โดยทั่วไปสามารถเป็นสมาชิกที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้นได้ แต่รายละเอียดและเงื่อนไขที่แน่นอนควรสอบถามจากสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่ เนื่องจากอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันไปตามสถานการณ์
การเปลี่ยนเจ้าบ้านต้องให้ทายาททุกคนเซ็นยินยอมหรือไม่
บทความนี้ไม่สามารถตอบแทนกรณีเฉพาะได้ เนื่องจากเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามสถานการณ์ของแต่ละครอบครัวและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ควรสอบถามโดยตรงกับสำนักทะเบียนก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะหากคาดว่าอาจมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างทายาท
ถ้าบ้านเป็นบ้านเช่าและผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนแจ้งตายและเปลี่ยนเจ้าบ้านยังคงต้องทำเช่นเดียวกับกรณีทั่วไป เนื่องจากสถานะเจ้าบ้านตามทะเบียนราษฎรไม่เกี่ยวกับความเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง แต่เรื่องสัญญาเช่าและสิทธิการอยู่อาศัยต่อเป็นคนละเรื่องที่ต้องตกลงกับเจ้าของบ้านแยกต่างหาก
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เคยโอนเข้าบัญชีผู้เสียชีวิตหลังวันเสียชีวิตแล้ว ต้องทำอย่างไร
ควรแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยเร็วที่สุดเพื่อยุติการโอนเงินและสอบถามขั้นตอนคืนเงินหากมีการโอนเข้าหลังวันเสียชีวิตแล้ว การแจ้งล่าช้าอาจทำให้ครอบครัวต้องดำเนินการคืนเงินซับซ้อนมากขึ้นในภายหลัง
ต้องใช้ทนายความในการเปลี่ยนเจ้าบ้านหรือไม่
การแจ้งเปลี่ยนเจ้าบ้านที่สำนักทะเบียนโดยทั่วไปเป็นกระบวนการทางทะเบียนราษฎรที่ครอบครัวดำเนินการเองได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทนายความ แต่หากมีความซับซ้อนเรื่องมรดกหรือข้อพิพาทในทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษานักกฎหมายแยกต่างหากจากขั้นตอนทะเบียนบ้าน
สรุป
- การแจ้งตายคือจุดเริ่มต้นของทุกขั้นตอน และควรทำโดยเร็วที่สุดแม้ระหว่างจัดงานศพจะยุ่งมากก็ตาม
- การจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านกับการเปลี่ยนเจ้าบ้านเป็นคนละขั้นตอนกัน ต้องแจ้งเปลี่ยนเจ้าบ้านแยกต่างหากหากจำเป็น
- การเปลี่ยนเจ้าบ้านไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน สองเรื่องนี้ต้องแยกจากกันให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เสียเวลาติดต่อผิดหน่วยงาน
- อย่าลืมแจ้งยุติสิทธิสวัสดิการของผู้เสียชีวิตควบคู่ไปด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการรับเงินซ้อนหรือต้องคืนเงินย้อนหลัง
- หากมีข้อพิพาทเรื่องมรดกหรือความเห็นไม่ตรงกันในครอบครัว ควรปรึกษานักกฎหมายแทนการตัดสินใจกันเองโดยไม่มีข้อมูลรอบด้าน
แหล่งข้อมูล
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์แก้ไขทะเบียนบ้านหลังผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าบ้านเสียชีวิต
รวมรายการตรวจสอบที่ครอบครัวควรทำเป็นลำดับ เมื่อผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าบ้านเสียชีวิต ตั้งแต่แจ้งตาย ตรวจทะเบียนบ้าน ไปจนถึงแจ้งยุติสิทธิสวัสดิการ ใช้ควบคู่กับบทความวิธีทำแบบละเอียด

วิธีดูแลทะเบียนบ้านของผู้สูงอายุให้ถูกต้องและปลอดภัย
ขั้นตอนปฏิบัติจริงสำหรับครอบครัวในการดูแลทะเบียนบ้านของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การตรวจสอบชื่อในทะเบียนบ้าน การย้ายที่อยู่ ไปจนถึงการเก็บรักษาเอกสารให้ปลอดภัยและพร้อมใช้เมื่อจำเป็น

ทะเบียนบ้านของแม่ยังอยู่ที่บ้านเก่า ทั้งที่ย้ายมาอยู่กับลูกนานแล้ว มีผลอะไรบ้าง
ทะเบียนบ้านที่ไม่ตรงกับที่อยู่จริงของผู้สูงอายุอาจกระทบเบี้ยยังชีพ สิทธิรักษาพยาบาล และการติดต่อราชการ คู่มือนี้อธิบายว่าทะเบียนบ้านสำคัญอย่างไร และควรจัดการอย่างไรเมื่อผู้สูงอายุย้ายมาอยู่กับลูกหลาน

พ่อแม่มีที่ดินและทรัพย์สินหลายอย่างแต่ไม่เคยมีใครรู้ครบ ควรเริ่มทำรายการอย่างไร
การไม่รู้ว่าพ่อแม่มีทรัพย์สินอะไรบ้างอาจทำให้ครอบครัวสับสนเมื่อถึงเวลาต้องดูแลหรือจัดการมรดก คู่มือนี้ช่วยเริ่มทำรายการทรัพย์สินของผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและด้วยความยินยอมของท่าน