สูงวัยไทย

หนังสือแสดงเจตนาไม่รับการรักษา (มาตรา 12) คืออะไร ต่างจากพินัยกรรมทรัพย์สินตรงไหน

อธิบายหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ว่าคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง และต่างจากพินัยกรรมเรื่องทรัพย์สินอย่างไร เพื่อให้ครอบครัวไม่สับสนสองเอกสารนี้

15 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

Close-up of hands signing a divorce decree document on a desk, showcasing legal process.

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

  • หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เป็นเอกสารที่บุคคลทำไว้ล่วงหน้าเพื่อแสดงความต้องการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้ายของชีวิต เช่น ไม่ต้องการให้ยืดการตายด้วยเครื่องมือที่ไม่จำเป็น
  • เอกสารนี้แตกต่างจากพินัยกรรมทรัพย์สินโดยสิ้นเชิง พินัยกรรมทรัพย์สินเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพย์สินหลังเสียชีวิตภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในขณะที่หนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 เกี่ยวกับความต้องการด้านการรักษาพยาบาลขณะยังมีชีวิตอยู่ในระยะท้าย ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินแต่อย่างใด
  • หนังสือแสดงเจตนานี้ไม่ใช่การขอให้แพทย์ทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น และไม่ใช่การปฏิเสธการดูแลทุกชนิด แต่เป็นการแสดงความต้องการเกี่ยวกับขอบเขตการรักษาที่ยืดชีวิตในภาวะที่การรักษานั้นไม่อาจทำให้อาการดีขึ้นแล้ว
  • ทั้งสองเอกสารสามารถทำคู่กันได้และไม่ขัดแย้งกัน ครอบครัวจำนวนมากสับสนเพราะคิดว่าทำพินัยกรรมทรัพย์สินแล้วครอบคลุมเรื่องการรักษาพยาบาลด้วย ซึ่งไม่ถูกต้อง

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่อยากทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจว่าจะทำหนังสือแสดงเจตนาหรือไม่ และผู้ดูแลที่ต้องช่วยพ่อแม่ทำความเข้าใจเอกสารนี้
  • เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งได้ยินคำว่า 'มาตรา 12' หรือ 'living will' จากโรงพยาบาลแล้วสับสนว่าต่างจากพินัยกรรมที่เคยทำไว้อย่างไร
  • ไม่ใช่แหล่งข้อมูลสำหรับการวางแผนแบ่งมรดกหรือทรัพย์สิน หากต้องการเรื่องนั้นควรอ่านบทความเรื่องพินัยกรรมทรัพย์สินโดยตรงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมรดก

สิ่งที่ควรรู้

มาตรา 12 คืออะไรกันแน่ และใช้ในสถานการณ์แบบไหน

มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ให้สิทธิบุคคลทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย เอกสารนี้จะถูกใช้อ้างอิงเมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่แพทย์วินิจฉัยว่าใกล้เสียชีวิตและการรักษาที่มีอยู่ไม่สามารถทำให้อาการดีขึ้นได้แล้ว

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายฉบับนี้โดยตรง และเป็นแหล่งข้อมูลที่ควรอ้างอิงเมื่อต้องการรายละเอียดแบบฟอร์มหรือขั้นตอนที่เป็นทางการล่าสุด เนื่องจากรายละเอียดเชิงปฏิบัติอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ

พินัยกรรมทรัพย์สินคืออะไร แตกต่างกันตรงไหน

พินัยกรรมทรัพย์สินอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเอกสารที่กำหนดว่าทรัพย์สินของผู้ทำพินัยกรรมจะตกเป็นของใครหลังเสียชีวิต มีผลบังคับใช้หลังผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตแล้วเท่านั้น และเกี่ยวข้องกับศาลและกระบวนการจัดการมรดก

หนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 มีผลใช้ขณะผู้ทำยังมีชีวิตอยู่แต่อยู่ในภาวะวิกฤต ไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน ไม่ต้องผ่านศาล และไม่มีผลต่อการแบ่งมรดกใด ๆ ทั้งสิ้น การเข้าใจผิดว่าเอกสารสองชนิดนี้ทดแทนกันได้อาจทำให้ครอบครัวไม่มีเอกสารที่จำเป็นเมื่อถึงเวลาจริง

หนังสือแสดงเจตนาไม่ใช่การขอให้เร่งการเสียชีวิต

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าเอกสารนี้เท่ากับการทำการุณยฆาต ซึ่งไม่ถูกต้องและไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายไทยรองรับ หนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 เป็นเพียงการแสดงความต้องการเรื่องขอบเขตการรักษาที่ยืดชีวิตในภาวะที่แพทย์เห็นว่าการรักษานั้นไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแล้วเท่านั้น ทีมรักษายังคงดูแลลดความทุกข์ทรมานและให้เกียรติผู้ป่วยตามปกติ

การตีความว่าเจตนาของผู้ป่วยครอบคลุมสถานการณ์ใดบ้างเป็นหน้าที่ของทีมแพทย์ผู้ดูแลร่วมกับครอบครัว ไม่ใช่สิ่งที่บทความนี้จะชี้ขาดแทนได้ ครอบครัวควรนำเอกสารไปหารือกับแพทย์เจ้าของไข้โดยตรงเมื่อถึงสถานการณ์จริง

ทำไมควรทำทั้งสองเอกสารแยกกันให้ครบ

หลายครอบครัวคิดว่าทำพินัยกรรมทรัพย์สินแล้วเพียงพอ แต่เมื่อถึงสถานการณ์วิกฤตทางการแพทย์กลับไม่มีเอกสารแสดงเจตนาด้านการรักษาที่ชัดเจน ทำให้แพทย์และครอบครัวต้องตัดสินใจแทนโดยไม่รู้ความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วย

การทำทั้งสองเอกสารแยกกันอย่างชัดเจน พร้อมเก็บไว้ในที่ที่ครอบครัวหาเจอง่ายและแจ้งแพทย์ประจำตัวให้ทราบ ช่วยลดความสับสนและความขัดแย้งในครอบครัวเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เอกสารจริง

Close-up of a senior adult signing a legal document with a focus on hand and gold ring.

รูปภาพโดย Matthias Zomer / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1: ทำความเข้าใจเจตนาของตนเองก่อนลงมือเขียน

ก่อนเขียนหนังสือแสดงเจตนา ควรใช้เวลาคิดทบทวนความต้องการของตนเองอย่างรอบคอบ และพูดคุยกับคนในครอบครัวให้เข้าใจตรงกัน

  • ทบทวนว่าต้องการหรือไม่ต้องการการรักษาแบบใดในภาวะวิกฤตที่รักษาไม่หายแล้ว
  • พูดคุยกับคู่สมรสหรือบุตรหลานให้ทราบความต้องการล่วงหน้า
  • ปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อทำความเข้าใจว่าเอกสารนี้จะถูกนำไปใช้ในสถานการณ์แบบใดบ้าง

ขั้นที่ 2: ขอแบบฟอร์มและข้อมูลที่เป็นทางการจากหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายนี้

ควรใช้แบบฟอร์มและแนวทางที่เป็นปัจจุบันจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ไม่ใช่แบบฟอร์มที่หาได้จากแหล่งไม่เป็นทางการ

  • ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติหรือเว็บไซต์ทางการเพื่อขอแบบฟอร์มล่าสุด
  • สอบถามโรงพยาบาลที่ใช้บริการประจำว่ามีแผนกหรือเจ้าหน้าที่ที่ช่วยอธิบายขั้นตอนนี้หรือไม่
  • อ่านรายละเอียดเงื่อนไขและขอบเขตของหนังสือแสดงเจตนาให้เข้าใจครบถ้วนก่อนกรอกข้อมูล

ขั้นที่ 3: จัดทำเอกสารและแจ้งผู้เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ทำเสร็จแล้วต้องถูกเก็บในที่ที่เข้าถึงได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่เก็บไว้ในที่ที่ไม่มีใครรู้

  • เก็บสำเนาไว้ที่บ้านในจุดที่ครอบครัวรู้และหาเจอง่าย
  • แจ้งแพทย์ประจำตัวหรือโรงพยาบาลที่รักษาประจำให้มีสำเนาในเวชระเบียน
  • แจ้งผู้ดูแลหลักและญาติใกล้ชิดให้ทราบว่าเอกสารมีอยู่และเก็บไว้ที่ใด

ขั้นที่ 4: ทบทวนเอกสารเป็นระยะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ความต้องการของบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาหรือสถานะสุขภาพ จึงควรทบทวนเอกสารเป็นระยะ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วปล่อยทิ้งไว้ตลอดไป

  • ทบทวนเอกสารทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ
  • ทบทวนเมื่อมีการย้ายโรงพยาบาลหรือเปลี่ยนแพทย์ประจำตัว
  • แจ้งครอบครัวทุกครั้งที่มีการแก้ไขหรือยกเลิกเอกสารเดิม

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าเข้าใจว่าพินัยกรรมทรัพย์สินที่ทำไว้แล้วครอบคลุมเรื่องความต้องการด้านการรักษาพยาบาลด้วย เพราะเป็นเอกสารคนละฉบับกัน
  • อย่าใช้แบบฟอร์มที่ไม่เป็นทางการหรือหาได้จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือในการทำหนังสือแสดงเจตนา
  • อย่าเก็บเอกสารไว้คนเดียวโดยไม่แจ้งใครในครอบครัวหรือแพทย์ประจำตัว เพราะจะไม่มีใครรู้ว่ามีเอกสารนี้อยู่เมื่อถึงเวลาต้องใช้
  • อย่าตีความขอบเขตของหนังสือแสดงเจตนาเองโดยไม่ปรึกษาทีมแพทย์ เพราะการตีความสถานการณ์ทางการแพทย์เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ดูแลร่วมกับครอบครัว
  • อย่ากดดันให้ผู้สูงอายุทำเอกสารนี้ทั้งที่ท่านยังไม่พร้อมหรือไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์เฉียบพลัน เช่น หมดสติหรือหยุดหายใจ ให้โทร 1669 ทันที การมีหรือไม่มีหนังสือแสดงเจตนาไม่ใช่เหตุผลที่จะชะลอการขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติโดยตรง หากต้องการแบบฟอร์มที่เป็นทางการหรือมีข้อสงสัยเรื่องขอบเขตของกฎหมายมาตรา 12
  • ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ภายในสัปดาห์นี้ หากผู้สูงอายุมีโรคเรื้อรังรุนแรงและครอบครัวยังไม่เคยคุยเรื่องความต้องการด้านการรักษาในระยะท้ายเลย
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมรดกแยกต่างหาก หากคำถามเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินหรือพินัยกรรม เพราะไม่ใช่ขอบเขตของหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12

เช็กลิสต์สรุป

  • ทบทวนความต้องการของตนเองเรื่องการรักษาในระยะท้ายให้ชัดเจน
  • ขอแบบฟอร์มที่เป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
  • พูดคุยกับครอบครัวให้เข้าใจตรงกันก่อนลงมือเขียน
  • เก็บสำเนาไว้ในจุดที่ครอบครัวหาเจอง่าย
  • แจ้งแพทย์ประจำตัวให้มีสำเนาในเวชระเบียน
  • ทำพินัยกรรมทรัพย์สินแยกต่างหากหากยังไม่มี
  • ทบทวนเอกสารเป็นระยะเมื่อสถานะสุขภาพเปลี่ยนแปลง

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 คือการทำการุณยฆาตหรือไม่

ไม่ใช่ กฎหมายไทยไม่รองรับการการุณยฆาต หนังสือแสดงเจตนานี้เป็นเพียงการแสดงความต้องการเรื่องขอบเขตการรักษาที่ยืดชีวิตในภาวะที่แพทย์เห็นว่าการรักษาไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแล้วเท่านั้น

ถ้าทำพินัยกรรมทรัพย์สินแล้ว ยังต้องทำหนังสือแสดงเจตนาแยกอีกหรือไม่

ต้องทำแยก เพราะเป็นเอกสารคนละประเภทกันโดยสิ้นเชิง พินัยกรรมทรัพย์สินเกี่ยวกับมรดก ส่วนหนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับความต้องการด้านการรักษาพยาบาล ไม่มีเอกสารใดครอบคลุมอีกฉบับหนึ่งได้

หนังสือแสดงเจตนาต้องทำที่ศาลหรือไม่

ไม่ต้อง หนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการศาล ควรติดต่อสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเพื่อขอแบบฟอร์มและแนวทางที่เป็นทางการโดยตรง

ต้องแจ้งใครบ้างว่ามีการทำหนังสือแสดงเจตนานี้ไว้

ควรแจ้งแพทย์ประจำตัวหรือโรงพยาบาลที่รักษาประจำ รวมถึงคนในครอบครัวที่ใกล้ชิด และเก็บสำเนาไว้ในจุดที่ทุกคนหาเจอง่ายเมื่อเกิดเหตุจำเป็น

ถ้าเปลี่ยนใจภายหลัง สามารถยกเลิกหรือแก้ไขหนังสือแสดงเจตนาได้หรือไม่

ความต้องการของบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา ควรทบทวนเอกสารเป็นระยะและแจ้งครอบครัวรวมถึงแพทย์ประจำตัวทุกครั้งที่มีการแก้ไขหรือยกเลิกเอกสารเดิม

สรุป

  • หนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 เกี่ยวกับความต้องการด้านการรักษาพยาบาลในระยะท้ายของชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน
  • พินัยกรรมทรัพย์สินเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพย์สินหลังเสียชีวิตภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นคนละเอกสารกันโดยสิ้นเชิง
  • ทั้งสองเอกสารทำคู่กันได้และไม่ขัดแย้งกัน ควรทำให้ครบทั้งสองฉบับแยกกันอย่างชัดเจน
  • ควรขอแบบฟอร์มที่เป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และแจ้งแพทย์ประจำตัวกับครอบครัวให้ทราบว่าเอกสารเก็บไว้ที่ใด

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด →

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

พ่อบอกอยากทำพินัยกรรมไว้ให้ชัดเจน ควรเริ่มต้นอย่างไรให้ลูกหลานไม่ทะเลาะกัน
finance-rights

พ่อบอกอยากทำพินัยกรรมไว้ให้ชัดเจน ควรเริ่มต้นอย่างไรให้ลูกหลานไม่ทะเลาะกัน

พินัยกรรมช่วยให้ความประสงค์เรื่องทรัพย์สินของผู้สูงอายุชัดเจนและลดโอกาสขัดแย้งในครอบครัว แต่หลายบ้านไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรหรือกังวลว่าพูดเรื่องนี้แล้วจะดูแช่งตัวเอง คู่มือนี้ช่วยให้เริ่มต้นพูดคุยและเตรียมเอกสารอย่างรอบคอบ

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
อยากให้ลูกไปทำธุรกรรมแทนได้ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจแบบไหนถึงจะรัดกุม
finance-rights

อยากให้ลูกไปทำธุรกรรมแทนได้ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจแบบไหนถึงจะรัดกุม

หนังสือมอบอำนาจช่วยให้ลูกหลานทำธุรกรรมแทนผู้สูงอายุได้ตามขอบเขตที่ระบุไว้ แต่หลายครอบครัวเข้าใจว่าเอกสารนี้ครอบคลุมทุกเรื่องและใช้ได้ตลอดไป คู่มือนี้อธิบายขอบเขต ข้อจำกัด และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนไปทำเอกสารจริง

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
เอกสารสำคัญของผู้สูงอายุที่ครอบครัวควรจัดเก็บ
finance-rights

เอกสารสำคัญของผู้สูงอายุที่ครอบครัวควรจัดเก็บ

รายการเอกสารสำคัญที่ครอบครัวควรรวบรวมและจัดเก็บให้เป็นระบบ เพื่อให้พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุจำเป็นหรือฉุกเฉิน

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 16 นาที
วิธีจัดแฟ้มเอกสารสำคัญชุดเดียว ให้หยิบใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุกะทันหัน
mental-wellbeing

วิธีจัดแฟ้มเอกสารสำคัญชุดเดียว ให้หยิบใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุกะทันหัน

ขั้นตอนจัดแฟ้มเอกสารต้นฉบับชุดเดียวไว้ล่วงหน้าสำหรับวันที่ครอบครัวต้องใช้อย่างเร่งด่วน เช่น เข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินหรือเสียชีวิตกะทันหัน แตกต่างจากการสำรองข้อมูลดิจิทัลทั่วไป

อัปเดตล่าสุด 6 กันยายน 2026อ่าน 15 นาที