สูงวัยไทย
แบ่งเงินใช้แบบเดิมที่เคยทำตอนทำงาน กลับกลายเป็นปัญหาหลังเกษียณ
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
แบ่งเงินใช้แบบเดิมที่เคยทำตอนทำงาน กลับกลายเป็นปัญหาหลังเกษียณ
หลายคนยังแบ่งเงินใช้แบบเดือนต่อเดือนเหมือนตอนมีเงินเดือนเข้า ทั้งที่เกษียณแล้วไม่มีรายได้ใหม่มาเติม บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อแบ่งเงินใช้ในวัยเกษียณ และวิธีปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือยังแบ่งเงินใช้แบบเดือนต่อเดือนเหมือนตอนทำงาน โดยลืมไปว่าหลังเกษียณไม่มีเงินเดือนใหม่เข้ามาเติมในจำนวนเท่าเดิมทุกเดือน ทำให้ใช้เงินเกินไปในบางเดือนโดยไม่รู้ตัวว่ากระทบเงินก้อนที่เหลืออยู่มากแค่ไหน
- อีกความผิดพลาดคือไม่แยกเงินตามหน้าที่ ทำให้เงินสำหรับใช้ในระยะยาวถูกนำมาใช้จ่ายประจำวันจนหมดเร็วกว่าที่ควร หรือในทางกลับกัน ประหยัดจนเกินไปแม้ในเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ
- หลายครอบครัวไม่ได้เผื่อต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น ค่าซ่อมบ้านหรือค่าดูแลคู่สมรสที่เจ็บป่วยกะทันหัน ทำให้แผนการแบ่งเงินที่ตั้งไว้อย่างดีต้องสะดุดเมื่อเจอค่าใช้จ่ายเหล่านี้
- การแก้ไขต้องเริ่มจากแบ่งเงินตามหน้าที่แทนการแบ่งตามเดือน กำหนดกฎการเบิกใช้ที่ชัดเจน และทบทวนสัดส่วนเป็นประจำเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เพิ่งเกษียณและยังใช้วิธีแบ่งเงินแบบเดิมที่เคยทำตอนทำงาน
- เหมาะกับลูกหลานที่สังเกตว่าพ่อแม่ใช้เงินเกินไปในบางเดือนหรือประหยัดจนเกินความจำเป็น
- ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะบุคคล การเลือกช่องทางออมหรือลงทุนควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตโดยตรง
- เป็นกรอบคิดทั่วไปสำหรับทบทวนวิธีแบ่งเงินใช้ สัดส่วนจริงต้องปรับตามจำนวนเงินและสถานการณ์ของแต่ละคน
สิ่งที่ควรรู้
พลาด: แบ่งเงินแบบเดือนต่อเดือนเหมือนยังมีเงินเดือนเข้า
หลายคนคุ้นเคยกับการแบ่งเงินใช้เป็นรายเดือนมาตลอดชีวิตการทำงาน เพราะรู้ว่าสิ้นเดือนจะมีเงินเดือนใหม่เข้ามาเติมอีกครั้ง เมื่อเกษียณแล้วยังคงใช้วิธีคิดแบบเดิม โดยไม่ได้ตระหนักว่าเงินที่มีอยู่เป็นก้อนคงที่หรือรายได้ที่จำกัดกว่าเดิมมาก การใช้เงินเกินในบางเดือนจึงกระทบเงินก้อนที่เหลือในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว
แก้พลาด: เปลี่ยนมุมมองจากการแบ่งเงินรายเดือนเป็นการแบ่งเงินตามหน้าที่ระยะยาว โดยดูภาพรวมว่าเงินที่มีอยู่ทั้งหมดต้องใช้ไปอีกกี่ปีและควรใช้อย่างไรให้พอ แทนการมองแค่เดือนต่อเดือน
พลาด: ไม่แยกเงินตามหน้าที่ ใช้ปนกันหมด
การไม่แยกเงินใช้จ่ายประจำวัน เงินสำรองฉุกเฉิน และเงินระยะยาวออกจากกัน ทำให้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในระยะยาวก็มักดึงเงินจากส่วนที่ควรใช้จ่ายประจำวันมาใช้แทน หรือในทางกลับกัน ดึงเงินระยะยาวมาใช้จ่ายประจำวันจนหมดเร็วกว่าที่ควร ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เงินระยะยาวจริง ๆ กลับไม่มีเหลือ
แก้พลาด: แบ่งเงินออกเป็นกลุ่มตามหน้าที่อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น และกำหนดกฎว่าจะเบิกใช้จากกลุ่มไหนเมื่อไร เพื่อไม่ให้เงินแต่ละก้อนถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์
พลาด: ไม่เผื่อต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
หลายครอบครัววางแผนแบ่งเงินใช้โดยคิดถึงแค่ค่าใช้จ่ายประจำที่มองเห็นชัด เช่น ค่าอาหารและค่าน้ำค่าไฟ แต่ลืมเผื่อต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าดูแลคู่สมรสหากอีกฝ่ายเจ็บป่วยกะทันหัน หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือลูกหลานในบางสถานการณ์ เมื่อเจอค่าใช้จ่ายเหล่านี้จริง แผนที่ตั้งไว้อย่างดีจึงต้องสะดุดกลางทาง
แก้พลาด: เผื่องบสำหรับต้นทุนแฝงไว้ตั้งแต่ต้น โดยประเมินจากค่าใช้จ่ายลักษณะนี้ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตหรือที่อาจเกิดขึ้นได้ตามสภาพบ้านและสุขภาพของคนในครอบครัว แทนการคิดถึงเมื่อเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น
พลาด: ประหยัดจนเกินไปหรือใช้เงินตามใจโดยไม่มีกรอบ
ผู้สูงอายุบางคนกังวลว่าจะใช้เงินหมดก่อนเวลาอันควร จึงประหยัดจนเกินความจำเป็น ไม่กล้าซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็นหรือไม่กล้าไปพบแพทย์ตามนัด ในขณะที่บางคนกลับใช้เงินตามความต้องการทันทีโดยไม่มีกรอบหรือแผนระยะยาว ทั้งสองแบบเป็นความเสี่ยงคนละด้านที่ล้วนเกิดจากการไม่มีระบบแบ่งเงินที่จับต้องได้
แก้พลาด: สร้างระบบแบ่งเงินที่มีตัวเลขชัดเจนสำหรับแต่ละกลุ่ม เพื่อให้รู้ว่าเงินส่วนไหนใช้ได้อย่างสบายใจและเงินส่วนไหนต้องเก็บไว้เผื่ออนาคต แทนการเดาหรือกังวลลอย ๆ

รูปภาพโดย olia danilevich / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ทบทวนวิธีคิดจากรายเดือนเป็นภาพรวมระยะยาว
เริ่มจากประเมินเงินทั้งหมดที่มีและคำนวณว่าต้องใช้ไปอีกกี่ปีตามการคาดการณ์อายุที่อาจยืนยาว แล้วจึงกำหนดว่าแต่ละเดือนควรใช้เท่าไรจึงจะพอในภาพรวม แทนการมองแค่เดือนต่อเดือนเหมือนตอนมีเงินเดือนเข้า
แยกเงินตามหน้าที่และกำหนดกฎการเบิกใช้
แบ่งเงินออกเป็นกลุ่มใช้จ่ายประจำวัน เงินสำรองฉุกเฉิน และเงินระยะยาว พร้อมกำหนดกฎว่าจะเบิกใช้จากกลุ่มไหนเมื่อไร และตกลงกับคู่สมรสหรือลูกหลานให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ตัดสินใจเฉพาะหน้าโดยไม่มีกรอบ
- ประเมินต้นทุนแฝงที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น ค่าซ่อมบ้านหรือค่าดูแลคู่สมรส
- เผื่องบสำหรับต้นทุนแฝงไว้เป็นสัดส่วนหนึ่งของเงินสำรอง
- จดบันทึกยอดเงินแต่ละกลุ่มไว้ในที่ที่ตรวจสอบได้ง่าย
ทบทวนสัดส่วนเงินเป็นประจำและเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
กลับมาทบทวนสัดส่วนเงินอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทันทีที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เช่น สุขภาพเปลี่ยนแปลงหรือค่าครองชีพเพิ่มขึ้นมาก เพื่อปรับสัดส่วนให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น แทนการใช้สัดส่วนเดิมต่อไปโดยไม่ตรวจสอบ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าแบ่งเงินใช้แบบเดือนต่อเดือนเหมือนตอนยังมีเงินเดือนเข้าโดยไม่มองภาพรวมระยะยาว
- อย่าใช้เงินจากกลุ่มที่แยกไว้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น นำเงินระยะยาวมาใช้จ่ายประจำวัน
- อย่าลืมเผื่อต้นทุนแฝง เช่น ค่าซ่อมบ้านหรือค่าดูแลคู่สมรส ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
- อย่าประหยัดจนเกินไปในเรื่องที่กระทบคุณภาพชีวิตหรือความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็น
- อย่าปล่อยให้สัดส่วนเงินเดิมใช้ต่อไปโดยไม่ทบทวนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที หากระหว่างพูดคุยเรื่องเงิน ผู้สูงอายุมีอาการเครียดจัดจนเจ็บแน่นหน้าอกหรือหายใจผิดปกติเฉียบพลัน ไม่ต้องรอคำนวณเรื่องเงินให้เสร็จก่อน
- ติดต่อธนาคารภายในวันเดียวกัน หากพบว่ามีการเบิกใช้เงินผิดปกติหรือเงินในบัญชีลดลงเร็วกว่าที่ควร
- นัดพบเจ้าหน้าที่กรมกิจการผู้สูงอายุหรือสำนักงานประกันสังคมภายในสัปดาห์นี้ หากยังไม่แน่ใจว่ารายได้ที่มีอยู่คำนวณถูกต้องหรือไม่
- ปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต หากพบว่าเงินที่เหลืออยู่ลดลงเร็วกว่าที่วางแผนไว้อย่างชัดเจน
- เฝ้าสังเกตและทบทวนยอดเงินแต่ละกลุ่มเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่ายังอยู่ในสัดส่วนที่วางแผนไว้
เช็กลิสต์สรุป
- เปลี่ยนวิธีคิดจากแบ่งเงินรายเดือนเป็นมองภาพรวมระยะยาว
- แยกเงินตามหน้าที่ ใช้จ่ายประจำวัน สำรองฉุกเฉิน และระยะยาว
- กำหนดกฎการเบิกใช้เงินแต่ละกลุ่มไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน
- เผื่อต้นทุนแฝง เช่น ค่าซ่อมบ้านหรือค่าดูแลคู่สมรส ไว้ในแผน
- หลีกเลี่ยงการประหยัดจนเกินไปในเรื่องที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิต
- ทบทวนสัดส่วนเงินอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อย
เกษียณมาหลายปีแล้วยังแบ่งเงินแบบเดือนต่อเดือนอยู่ ควรเปลี่ยนตอนนี้เลยไหม
ควรเริ่มปรับตั้งแต่ตอนนี้ เพราะยิ่งเริ่มเร็วยิ่งเห็นภาพรวมเงินที่เหลืออยู่ชัดเจนขึ้น ลองเริ่มจากประเมินเงินทั้งหมดที่มีและแบ่งตามหน้าที่เป็นสามกลุ่ม แล้วดูว่าสัดส่วนที่มีอยู่ตอนนี้ตรงกับความจำเป็นระยะยาวหรือไม่
รู้สึกว่าเงินในบัญชีลดลงเร็วกว่าที่คิด ควรทำอย่างไรก่อน
ควรเริ่มจากตรวจสอบว่าเงินที่ใช้ไปแต่ละเดือนตรงกับกลุ่มที่ตั้งใจไว้หรือไม่ และมีต้นทุนแฝงอะไรที่ไม่ได้เผื่อไว้หรือไม่ หากยังไม่แน่ใจสาเหตุ ควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด
ควรบอกลูกหลานเรื่องการแบ่งเงินใช้ของตัวเองแค่ไหน
ไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดตัวเลขทั้งหมด แต่ควรบอกข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็น เช่น มีการแบ่งเงินเป็นกลุ่มอย่างไรและใครสามารถช่วยตรวจสอบได้หากจำเป็น เพื่อให้ครอบครัวช่วยเหลือได้ทันเวลาหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยยังรักษาความเป็นส่วนตัวเรื่องยอดเงินได้ตามที่สบายใจ
ประหยัดมากจนไม่กล้าซื้อไม้เท้าที่จำเป็น ควรทำอย่างไร
ควรทบทวนว่าเงินสำหรับใช้จ่ายประจำวันหรือเงินสำรองที่แยกไว้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเช่นนี้ได้หรือไม่ อุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตไม่ควรถูกตัดออกเพราะความกังวลเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว หากยังไม่แน่ใจ ควรปรึกษาลูกหลานหรือผู้วางแผนการเงินเพื่อดูภาพรวมทั้งหมด
ค่าซ่อมบ้านก้อนใหญ่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ควรเบิกจากส่วนไหน
หากเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่คาดคิด ควรเบิกจากเงินสำรองฉุกเฉินที่แยกไว้ต่างหาก แทนการดึงเงินจากส่วนใช้จ่ายประจำวันจนกระทบค่าครองชีพเดือนนั้น หลังจากซ่อมเสร็จควรวางแผนเติมเงินสำรองคืนตามกำลังที่ทำได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าแบ่งเงินใช้แบบที่เหมาะกับตัวเองแล้ว
สัญญาณที่บอกว่าแบ่งเงินเหมาะสมคือมีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันโดยไม่ต้องกังวล มีเงินสำรองฉุกเฉินที่เพียงพอสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และยังมีเงินระยะยาวเหลือสำหรับอนาคตโดยไม่ต้องประหยัดจนเกินความจำเป็น หากยังไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตเพื่อตรวจสอบสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง
สรุป
- การแบ่งเงินใช้แบบเดือนต่อเดือนเหมือนตอนทำงาน ไม่เหมาะกับเงินก้อนคงที่หลังเกษียณที่ต้องมองภาพระยะยาว
- การไม่แยกเงินตามหน้าที่ทำให้เงินระยะยาวถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ ควรแบ่งกลุ่มและกำหนดกฎการเบิกใช้ให้ชัดเจน
- ต้นทุนแฝง เช่น ค่าซ่อมบ้านหรือค่าดูแลคู่สมรส ควรเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คิดถึงเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
- การทบทวนสัดส่วนเงินเป็นประจำและทันทีที่สถานการณ์เปลี่ยน ช่วยป้องกันไม่ให้แผนการเงินคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
แหล่งข้อมูล
- การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- สิทธิสวัสดิการและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ — สำนักงานประกันสังคม (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เงินเกษียณก้อนเดียวจะแบ่งใช้อย่างไรให้พอทั้งเดือนและพอถึงบั้นปลาย
เงินก้อนหลังเกษียณต้องแบ่งใช้ให้พอทั้งค่าใช้จ่ายประจำวันและเผื่ออนาคตที่ไม่รู้ว่าจะยืนยาวแค่ไหน แนวทางนี้ช่วยวางระบบแบ่งเงินใช้สำหรับผู้สูงอายุที่ปรับได้จริงตามสถานการณ์ ไม่ใช่สูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน

งบรายเดือนหลังเกษียณตั้งไว้เท่าไรถึงจะพอ ในเมื่อค่าดูแลสุขภาพคาดเดายาก
หลายคนตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันแล้วพบว่าไม่พอเมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง แนวทางนี้ช่วยวางงบรายเดือนที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนได้จริงในวัยสูงอายุ ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพทั่วไป

กันเงินสำรองไว้ก้อนหนึ่งแล้ว แต่พอคุณแม่ต้องผ่าตัดกะทันหันกลับไม่พอใช้ เกิดจากอะไร
หลายครอบครัวคิดว่ามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอแล้ว จนเจอค่ารักษาก้อนใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัวถึงรู้ว่าคำนวณผิดตั้งแต่ต้น บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อวางเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุ และวิธีแก้ให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น