สูงวัยไทย
งบรายเดือนหลังเกษียณตั้งไว้เท่าไรถึงจะพอ ในเมื่อค่าดูแลสุขภาพคาดเดายาก
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
งบรายเดือนหลังเกษียณตั้งไว้เท่าไรถึงจะพอ ในเมื่อค่าดูแลสุขภาพคาดเดายาก
หลายคนตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันแล้วพบว่าไม่พอเมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง แนวทางนี้ช่วยวางงบรายเดือนที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนได้จริงในวัยสูงอายุ ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพทั่วไป
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- งบรายเดือนหลังเกษียณที่ตั้งจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันเพียงอย่างเดียวมักไม่พอ เพราะไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย เช่น ค่ายา ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ หรือค่าเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อยขึ้น
- วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือตั้งงบเป็นสามสถานการณ์คู่ขนาน คือกรณีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และกรณีที่ค่าดูแลสูงกว่าคาด แทนการตั้งตัวเลขเดียวแล้วหวังว่าจะพอ
- รายได้หลังเกษียณของแต่ละคนต่างกันมาก ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคม เงินออม และรายได้อื่น ควรตรวจสอบสิทธิที่ตัวเองมีจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนวางแผน ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว
- งบรายเดือนที่ดีต้องปรับได้ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิต ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้งหรือทันทีที่สุขภาพหรือสถานการณ์ครอบครัวเปลี่ยนไป
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนที่กำลังวางแผนก่อนเกษียณและอยากประเมินว่างบรายเดือนที่ตั้งไว้เพียงพอจริงหรือไม่
- เหมาะกับผู้ที่เกษียณแล้วแต่ยังไม่เคยทบทวนงบประมาณให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
- ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การตัดสินใจเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการเงินควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตโดยตรง
- เป็นกรอบคิดทั่วไปสำหรับการวางงบ ตัวเลขจริงต้องปรับตามสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และภาระครอบครัวของแต่ละคน
สิ่งที่ควรรู้
งบจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันมักไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามวัย
คนจำนวนมากตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณโดยดูจากค่าใช้จ่ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้วหักลบบางรายการที่คิดว่าจะไม่มีแล้ว เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน แต่ลืมนับรวมค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เช่น ค่ายาประจำที่อาจเพิ่มชนิดเมื่อมีโรคร่วมมากขึ้น ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ หรือค่าจ้างผู้ช่วยดูแลหากเริ่มต้องการความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักไม่เกิดขึ้นทันทีตอนเกษียณ แต่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามอายุและสุขภาพที่เปลี่ยนไป การตั้งงบโดยไม่เผื่อส่วนนี้ทำให้ดูเหมือนเพียงพอในช่วงแรกแต่เริ่มขาดมือเมื่อผ่านไปหลายปี
ตั้งงบเป็นสามสถานการณ์แทนตัวเลขเดียว
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือลองประเมินสามสถานการณ์คู่ขนาน กรณีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคาดคือสุขภาพยังแข็งแรงและไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ กรณีกลางคือมีค่ารักษาโรคเรื้อรังตามปกติ และกรณีค่าดูแลสูงกว่าคาดคือต้องการผู้ช่วยดูแลหรือมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก การเห็นทั้งสามภาพช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าเงินสำรองหรือแหล่งรายได้ที่มีอยู่รองรับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดได้แค่ไหน
ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสมบูรณ์แบบทันที การเห็นช่องว่างระหว่างสามสถานการณ์นี้เองก็มีประโยชน์ เพราะช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มออมเพิ่ม ปรับรายจ่าย หรือตรวจสอบสิทธิสวัสดิการใดเพิ่มเติมตั้งแต่เนิ่น ๆ
ตรวจสอบรายได้และสิทธิที่มีจริง ไม่ใช้ตัวเลขเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว
แหล่งรายได้หลังเกษียณของแต่ละคนต่างกันมาก ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินบำนาญชราภาพจากสำนักงานประกันสังคมสำหรับผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตน เงินจากกองทุนการออมแห่งชาติสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หรือเงินออมส่วนตัว ตัวเลขและเงื่อนไขของสิทธิเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบาย จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนนำมาคำนวณในงบ ไม่ใช้ตัวเลขที่เคยได้ยินมาจากคนรู้จัก
หากมีสิทธิมากกว่าหนึ่งทาง ควรตรวจสอบว่าใช้ร่วมกันได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขการยื่นเรื่องอย่างไร เพราะบางสิทธิต้องยื่นเรื่องเองภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ได้รับอัตโนมัติ
งบรายเดือนต้องปรับได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
หลายคนตั้งงบครั้งเดียวตอนเกษียณแล้วไม่กลับมาทบทวนอีก ทั้งที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและความสามารถในการดูแลตัวเองเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากคู่สมรสเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือเริ่มต้องการผู้ช่วยดูแล งบเดิมที่เคยเพียงพออาจไม่พอทันที
ควรทบทวนงบอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทันทีที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น การวินิจฉัยโรคใหม่ การเข้าโรงพยาบาล หรือการสูญเสียคู่สมรส เพื่อปรับตัวเลขให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
รวบรวมค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแยกกัน
แยกรายการเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่แน่นอน เช่น ค่าอาหารและค่าน้ำค่าไฟ กับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่แน่นอน เช่น ค่ารักษาโรคใหม่หรือค่าซ่อมบ้าน เพื่อให้เห็นภาพว่าส่วนไหนควบคุมได้และส่วนไหนต้องเผื่อสำรอง
ตรวจสอบสิทธิและรายได้ที่มีจริงกับหน่วยงานโดยตรง
ติดต่อสำนักงานประกันสังคม กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบสิทธิและตัวเลขล่าสุดที่ใช้ได้จริงกับตัวเอง แทนการอ้างอิงจากคนอื่นหรือข้อมูลเก่า
- ตรวจสอบเงื่อนไขและช่องทางยื่นเรื่องรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- ตรวจสอบสิทธิบำนาญชราภาพหากเคยเป็นผู้ประกันตน
- สอบถามสิทธิสุขภาพที่ครอบคลุมเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายส่วนที่ต้องจ่ายเอง
ตั้งงบสามสถานการณ์และทบทวนเป็นประจำ
คำนวณงบทั้งสามสถานการณ์แล้วเทียบกับรายได้และเงินออมที่มี บันทึกไว้เป็นเอกสารที่เข้าถึงง่าย และนัดทบทวนกับตัวเองหรือคู่สมรสอย่างน้อยปีละครั้ง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าตั้งงบรายเดือนจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันเพียงอย่างเดียวโดยไม่เผื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้น
- อย่าใช้ตัวเลขเบี้ยยังชีพหรือสิทธิสวัสดิการเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้วมาคำนวณโดยไม่ตรวจสอบล่าสุด
- อย่าตั้งงบเพียงตัวเลขเดียวโดยไม่พิจารณาสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าคาด
- อย่าปล่อยให้งบเดิมใช้ต่อไปโดยไม่ทบทวน แม้สถานการณ์สุขภาพหรือครอบครัวเปลี่ยนไปแล้ว
- อย่าตัดสินใจเรื่องผลิตภัณฑ์การลงทุนเฉพาะบุคคลจากคำแนะนำทั่วไป โดยไม่ปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที หากระหว่างการวางแผนพบว่าคู่สมรสหรือตัวเองมีอาการฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น หมดสติหรือเจ็บหน้าอกรุนแรง ไม่ต้องรอคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนขอความช่วยเหลือ
- ติดต่อธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในวันเดียวกัน หากพบความผิดปกติในบัญชีเงินออมหรือสงสัยว่าถูกหลอกให้โอนเงิน
- นัดพบเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมหรือกรมกิจการผู้สูงอายุภายในสัปดาห์นี้ หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้างก่อนเกษียณ
- ปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต หากพบว่างบทั้งสามสถานการณ์ยังห่างไกลจากรายได้และเงินออมที่มีอยู่มาก
- เฝ้าสังเกตและบันทึกค่าใช้จ่ายจริงทุกเดือน เพื่อเทียบกับงบที่ตั้งไว้และปรับให้ตรงความเป็นจริงมากขึ้น
เช็กลิสต์สรุป
- แยกรายการค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นออกจากกัน
- ตรวจสอบสิทธิเบี้ยยังชีพและบำนาญชราภาพกับหน่วยงานโดยตรง
- ตั้งงบสามสถานการณ์ ต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และสูงกว่าคาด
- บันทึกงบและรายได้ไว้เป็นเอกสารที่เข้าถึงง่ายสำหรับคู่สมรสหรือลูกหลาน
- นัดทบทวนงบอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อย
ควรตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตอนทำงาน
ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัวที่เหมาะกับทุกคน เพราะค่าใช้จ่ายหลังเกษียณขึ้นอยู่กับสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และภาระครอบครัวที่ต่างกันมาก แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณค่าใช้จ่ายจริงตามสามสถานการณ์ที่กล่าวถึง แล้วเทียบกับรายได้และเงินออมที่มีอยู่จริง แทนการใช้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ทั่วไป
ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือไม่ ต้องตรวจสอบที่ไหน
ควรสอบถามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ หรือติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขและช่องทางยื่นเรื่องล่าสุด เนื่องจากเงื่อนไขและจำนวนเงินอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณในงบของตัวเอง
ถ้ายังทำงานอยู่และยังไม่เกษียณ ควรเริ่มวางงบตอนนี้เลยไหม
การเริ่มวางแผนตั้งแต่ก่อนเกษียณมีประโยชน์มาก เพราะเห็นช่องว่างระหว่างรายได้ในอนาคตกับค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้มีเวลาปรับตัว เช่น ออมเพิ่มหรือวางแผนสุขภาพล่วงหน้า มากกว่าการรอจนถึงวันเกษียณแล้วค่อยเริ่มคำนวณ
คู่สมรสมีโรคเรื้อรังอยู่แล้ว ควรตั้งงบสุขภาพต่างจากคนทั่วไปอย่างไร
ควรตั้งงบสุขภาพในสถานการณ์กรณีกลางให้สูงกว่าคนที่ยังไม่มีโรคประจำตัว โดยอ้างอิงจากค่าใช้จ่ายจริงที่เคยเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และตรวจสอบว่าสิทธิสุขภาพที่มีอยู่ครอบคลุมค่ารักษาส่วนใดบ้าง เพื่อประเมินว่าส่วนที่ต้องจ่ายเองมีเท่าไรจริง แทนการเดาตัวเลขเอง
งบที่ตั้งไว้กับรายได้จริงต่างกันมาก ควรทำอย่างไรก่อนดีกว่ากัน
ควรเริ่มจากตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนปรับลดได้จริงโดยไม่กระทบคุณภาพชีวิตมากเกินไป และตรวจสอบสิทธิสวัสดิการทั้งหมดที่อาจยังไม่ได้ใช้ หากช่องว่างยังมากอยู่ ควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตเพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง
ต้องทบทวนงบรายเดือนบ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม
ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้งตามปกติ และทบทวนทันทีเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เช่น ได้รับการวินิจฉัยโรคใหม่ เข้าโรงพยาบาล หรือเริ่มต้องการผู้ช่วยดูแล เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มักเปลี่ยนค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญกว่าการเปลี่ยนแปลงตามปกติของค่าครองชีพ
สรุป
- งบรายเดือนหลังเกษียณต้องเผื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพปัจจุบัน
- การตั้งงบเป็นสามสถานการณ์ช่วยให้เห็นช่องว่างและวางแผนรับมือได้ก่อนถึงเวลาจริง
- สิทธิและรายได้หลังเกษียณต้องตรวจสอบล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรง ไม่ใช้ตัวเลขเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว
- งบที่ดีต้องทบทวนได้เรื่อย ๆ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิต
แหล่งข้อมูล
- สิทธิสวัสดิการและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ — สำนักงานประกันสังคม (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
