สูงวัยไทย

งบรายเดือนหลังเกษียณตั้งไว้เท่าไรถึงจะพอ ในเมื่อค่าดูแลสุขภาพคาดเดายาก

หลายคนตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันแล้วพบว่าไม่พอเมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง แนวทางนี้ช่วยวางงบรายเดือนที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนได้จริงในวัยสูงอายุ ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพทั่วไป

12 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

Senior couple calculating expenses at home office desk with documents and notes.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

  • งบรายเดือนหลังเกษียณที่ตั้งจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันเพียงอย่างเดียวมักไม่พอ เพราะไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย เช่น ค่ายา ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ หรือค่าเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อยขึ้น
  • วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือตั้งงบเป็นสามสถานการณ์คู่ขนาน คือกรณีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และกรณีที่ค่าดูแลสูงกว่าคาด แทนการตั้งตัวเลขเดียวแล้วหวังว่าจะพอ
  • รายได้หลังเกษียณของแต่ละคนต่างกันมาก ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคม เงินออม และรายได้อื่น ควรตรวจสอบสิทธิที่ตัวเองมีจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนวางแผน ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว
  • งบรายเดือนที่ดีต้องปรับได้ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิต ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้งหรือทันทีที่สุขภาพหรือสถานการณ์ครอบครัวเปลี่ยนไป

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับคนที่กำลังวางแผนก่อนเกษียณและอยากประเมินว่างบรายเดือนที่ตั้งไว้เพียงพอจริงหรือไม่
  • เหมาะกับผู้ที่เกษียณแล้วแต่ยังไม่เคยทบทวนงบประมาณให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
  • ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การตัดสินใจเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการเงินควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตโดยตรง
  • เป็นกรอบคิดทั่วไปสำหรับการวางงบ ตัวเลขจริงต้องปรับตามสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และภาระครอบครัวของแต่ละคน

สิ่งที่ควรรู้

งบจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันมักไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามวัย

คนจำนวนมากตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณโดยดูจากค่าใช้จ่ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้วหักลบบางรายการที่คิดว่าจะไม่มีแล้ว เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน แต่ลืมนับรวมค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เช่น ค่ายาประจำที่อาจเพิ่มชนิดเมื่อมีโรคร่วมมากขึ้น ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ หรือค่าจ้างผู้ช่วยดูแลหากเริ่มต้องการความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักไม่เกิดขึ้นทันทีตอนเกษียณ แต่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามอายุและสุขภาพที่เปลี่ยนไป การตั้งงบโดยไม่เผื่อส่วนนี้ทำให้ดูเหมือนเพียงพอในช่วงแรกแต่เริ่มขาดมือเมื่อผ่านไปหลายปี

ตั้งงบเป็นสามสถานการณ์แทนตัวเลขเดียว

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือลองประเมินสามสถานการณ์คู่ขนาน กรณีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคาดคือสุขภาพยังแข็งแรงและไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ กรณีกลางคือมีค่ารักษาโรคเรื้อรังตามปกติ และกรณีค่าดูแลสูงกว่าคาดคือต้องการผู้ช่วยดูแลหรือมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก การเห็นทั้งสามภาพช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าเงินสำรองหรือแหล่งรายได้ที่มีอยู่รองรับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดได้แค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสมบูรณ์แบบทันที การเห็นช่องว่างระหว่างสามสถานการณ์นี้เองก็มีประโยชน์ เพราะช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มออมเพิ่ม ปรับรายจ่าย หรือตรวจสอบสิทธิสวัสดิการใดเพิ่มเติมตั้งแต่เนิ่น ๆ

ตรวจสอบรายได้และสิทธิที่มีจริง ไม่ใช้ตัวเลขเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว

แหล่งรายได้หลังเกษียณของแต่ละคนต่างกันมาก ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินบำนาญชราภาพจากสำนักงานประกันสังคมสำหรับผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตน เงินจากกองทุนการออมแห่งชาติสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หรือเงินออมส่วนตัว ตัวเลขและเงื่อนไขของสิทธิเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบาย จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนนำมาคำนวณในงบ ไม่ใช้ตัวเลขที่เคยได้ยินมาจากคนรู้จัก

หากมีสิทธิมากกว่าหนึ่งทาง ควรตรวจสอบว่าใช้ร่วมกันได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขการยื่นเรื่องอย่างไร เพราะบางสิทธิต้องยื่นเรื่องเองภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ได้รับอัตโนมัติ

งบรายเดือนต้องปรับได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

หลายคนตั้งงบครั้งเดียวตอนเกษียณแล้วไม่กลับมาทบทวนอีก ทั้งที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและความสามารถในการดูแลตัวเองเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากคู่สมรสเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือเริ่มต้องการผู้ช่วยดูแล งบเดิมที่เคยเพียงพออาจไม่พอทันที

ควรทบทวนงบอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทันทีที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น การวินิจฉัยโรคใหม่ การเข้าโรงพยาบาล หรือการสูญเสียคู่สมรส เพื่อปรับตัวเลขให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

Senior couple reviewing documents and managing finances together at home, showing collaboration and care.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

รวบรวมค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแยกกัน

แยกรายการเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่แน่นอน เช่น ค่าอาหารและค่าน้ำค่าไฟ กับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่แน่นอน เช่น ค่ารักษาโรคใหม่หรือค่าซ่อมบ้าน เพื่อให้เห็นภาพว่าส่วนไหนควบคุมได้และส่วนไหนต้องเผื่อสำรอง

ตรวจสอบสิทธิและรายได้ที่มีจริงกับหน่วยงานโดยตรง

ติดต่อสำนักงานประกันสังคม กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบสิทธิและตัวเลขล่าสุดที่ใช้ได้จริงกับตัวเอง แทนการอ้างอิงจากคนอื่นหรือข้อมูลเก่า

  • ตรวจสอบเงื่อนไขและช่องทางยื่นเรื่องรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
  • ตรวจสอบสิทธิบำนาญชราภาพหากเคยเป็นผู้ประกันตน
  • สอบถามสิทธิสุขภาพที่ครอบคลุมเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายส่วนที่ต้องจ่ายเอง

ตั้งงบสามสถานการณ์และทบทวนเป็นประจำ

คำนวณงบทั้งสามสถานการณ์แล้วเทียบกับรายได้และเงินออมที่มี บันทึกไว้เป็นเอกสารที่เข้าถึงง่าย และนัดทบทวนกับตัวเองหรือคู่สมรสอย่างน้อยปีละครั้ง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าตั้งงบรายเดือนจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันเพียงอย่างเดียวโดยไม่เผื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้น
  • อย่าใช้ตัวเลขเบี้ยยังชีพหรือสิทธิสวัสดิการเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้วมาคำนวณโดยไม่ตรวจสอบล่าสุด
  • อย่าตั้งงบเพียงตัวเลขเดียวโดยไม่พิจารณาสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าคาด
  • อย่าปล่อยให้งบเดิมใช้ต่อไปโดยไม่ทบทวน แม้สถานการณ์สุขภาพหรือครอบครัวเปลี่ยนไปแล้ว
  • อย่าตัดสินใจเรื่องผลิตภัณฑ์การลงทุนเฉพาะบุคคลจากคำแนะนำทั่วไป โดยไม่ปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที หากระหว่างการวางแผนพบว่าคู่สมรสหรือตัวเองมีอาการฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น หมดสติหรือเจ็บหน้าอกรุนแรง ไม่ต้องรอคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนขอความช่วยเหลือ
  • ติดต่อธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในวันเดียวกัน หากพบความผิดปกติในบัญชีเงินออมหรือสงสัยว่าถูกหลอกให้โอนเงิน
  • นัดพบเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมหรือกรมกิจการผู้สูงอายุภายในสัปดาห์นี้ หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้างก่อนเกษียณ
  • ปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต หากพบว่างบทั้งสามสถานการณ์ยังห่างไกลจากรายได้และเงินออมที่มีอยู่มาก
  • เฝ้าสังเกตและบันทึกค่าใช้จ่ายจริงทุกเดือน เพื่อเทียบกับงบที่ตั้งไว้และปรับให้ตรงความเป็นจริงมากขึ้น

เช็กลิสต์สรุป

  • แยกรายการค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นออกจากกัน
  • ตรวจสอบสิทธิเบี้ยยังชีพและบำนาญชราภาพกับหน่วยงานโดยตรง
  • ตั้งงบสามสถานการณ์ ต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และสูงกว่าคาด
  • บันทึกงบและรายได้ไว้เป็นเอกสารที่เข้าถึงง่ายสำหรับคู่สมรสหรือลูกหลาน
  • นัดทบทวนงบอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตอนทำงาน

ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัวที่เหมาะกับทุกคน เพราะค่าใช้จ่ายหลังเกษียณขึ้นอยู่กับสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และภาระครอบครัวที่ต่างกันมาก แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณค่าใช้จ่ายจริงตามสามสถานการณ์ที่กล่าวถึง แล้วเทียบกับรายได้และเงินออมที่มีอยู่จริง แทนการใช้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ทั่วไป

ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือไม่ ต้องตรวจสอบที่ไหน

ควรสอบถามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ หรือติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขและช่องทางยื่นเรื่องล่าสุด เนื่องจากเงื่อนไขและจำนวนเงินอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณในงบของตัวเอง

ถ้ายังทำงานอยู่และยังไม่เกษียณ ควรเริ่มวางงบตอนนี้เลยไหม

การเริ่มวางแผนตั้งแต่ก่อนเกษียณมีประโยชน์มาก เพราะเห็นช่องว่างระหว่างรายได้ในอนาคตกับค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้มีเวลาปรับตัว เช่น ออมเพิ่มหรือวางแผนสุขภาพล่วงหน้า มากกว่าการรอจนถึงวันเกษียณแล้วค่อยเริ่มคำนวณ

คู่สมรสมีโรคเรื้อรังอยู่แล้ว ควรตั้งงบสุขภาพต่างจากคนทั่วไปอย่างไร

ควรตั้งงบสุขภาพในสถานการณ์กรณีกลางให้สูงกว่าคนที่ยังไม่มีโรคประจำตัว โดยอ้างอิงจากค่าใช้จ่ายจริงที่เคยเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และตรวจสอบว่าสิทธิสุขภาพที่มีอยู่ครอบคลุมค่ารักษาส่วนใดบ้าง เพื่อประเมินว่าส่วนที่ต้องจ่ายเองมีเท่าไรจริง แทนการเดาตัวเลขเอง

งบที่ตั้งไว้กับรายได้จริงต่างกันมาก ควรทำอย่างไรก่อนดีกว่ากัน

ควรเริ่มจากตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนปรับลดได้จริงโดยไม่กระทบคุณภาพชีวิตมากเกินไป และตรวจสอบสิทธิสวัสดิการทั้งหมดที่อาจยังไม่ได้ใช้ หากช่องว่างยังมากอยู่ ควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินที่มีใบอนุญาตเพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง

ต้องทบทวนงบรายเดือนบ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม

ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้งตามปกติ และทบทวนทันทีเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เช่น ได้รับการวินิจฉัยโรคใหม่ เข้าโรงพยาบาล หรือเริ่มต้องการผู้ช่วยดูแล เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มักเปลี่ยนค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญกว่าการเปลี่ยนแปลงตามปกติของค่าครองชีพ

สรุป

  • งบรายเดือนหลังเกษียณต้องเผื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพปัจจุบัน
  • การตั้งงบเป็นสามสถานการณ์ช่วยให้เห็นช่องว่างและวางแผนรับมือได้ก่อนถึงเวลาจริง
  • สิทธิและรายได้หลังเกษียณต้องตรวจสอบล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรง ไม่ใช้ตัวเลขเก่าที่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว
  • งบที่ดีต้องทบทวนได้เรื่อย ๆ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดชีวิต

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง