สูงวัยไทย

ค่าความดันโลหิตในผู้สูงอายุ: เป้าหมายที่ต่างจากวัยหนุ่มสาว และวิธีวัดให้ได้ค่าจริง

อธิบายว่าทำไมเป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุต้องปรับตามแต่ละคน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน พร้อมวิธีวัดความดันที่บ้านให้แม่นยำและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

14 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

Senior couple at home measuring blood pressure for health check.

รูปภาพโดย Vlada Karpovich / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • เป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากความเปราะบาง โรคร่วม และความเสี่ยงหกล้มร่วมด้วย ไม่ใช่พยายามกดตัวเลขให้ต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว
  • การวัดความดันที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้ ต้องนั่งพักก่อนวัดอย่างน้อยห้านาที วัดในท่านั่งที่ถูกต้อง และวัดเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน
  • ควรตรวจความดันทั้งท่านั่งและท่ายืนเป็นระยะ เพราะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าเป็นสาเหตุหกล้มที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้าม
  • ยาลดความดันที่ใช้ร่วมกับยาอื่นอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน ทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือหน้ามืดได้มากกว่าที่คาด
  • ความดันสูงมากร่วมกับอาการปวดหัวรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือมองเห็นผิดปกติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669 ทันที

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงหรือกำลังกินยาลดความดัน และต้องการเข้าใจว่าเป้าหมายของตัวเองควรเป็นอย่างไร
  • เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มวัดความดันที่บ้านและต้องการวิธีวัดที่ได้ค่าแม่นยำจริง
  • ไม่ใช่คำแนะนำให้ปรับยาลดความดันเอง การปรับยาทุกครั้งต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมเป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียว

ในผู้ใหญ่ทั่วไป แนวทางมักแนะนำเป้าหมายความดันที่ชัดเจน แต่ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเปราะบางหรือความเสี่ยงหกล้มสูง แพทย์มักปรับเป้าหมายให้เหมาะกับแต่ละคน เพราะการพยายามกดความดันให้ต่ำเกินไปในผู้ที่ร่างกายเปราะบางอาจเพิ่มความเสี่ยงหน้ามืด หกล้ม และภาวะไตขาดเลือดชั่วคราวมากกว่าประโยชน์ที่ได้

ผู้ที่มีคะแนนความเปราะบางสูงตามมาตรฐานที่แพทย์ใช้ประเมิน เช่น Clinical Frailty Scale มักได้เป้าหมายความดันที่ผ่อนปรนกว่าผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงและทำกิจวัตรประจำวันได้เต็มที่ ทั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ต้องทำร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวควรกำหนดเป้าหมายเอง

  • เป้าหมายความดันขึ้นกับความเปราะบาง โรคร่วม และความเสี่ยงหกล้มของแต่ละคน
  • การกดความดันต่ำเกินไปในผู้สูงอายุเปราะบางอาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้ม
  • ควรถามแพทย์ว่าเป้าหมายความดันของตัวเองคือเท่าไร ไม่ใช่ใช้ค่ามาตรฐานทั่วไป

วิธีวัดความดันที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

หลายคนวัดความดันผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว เช่น วัดทันทีหลังเดินหรือหลังดื่มกาแฟ ทำให้ได้ค่าที่สูงกว่าความเป็นจริง หรือบางคนกังวลเมื่อไปพบแพทย์จนความดันขึ้นเฉพาะตอนอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งเรียกว่าปรากฏการณ์เสื้อกาวน์ขาว การวัดที่บ้านอย่างถูกวิธีจึงช่วยให้เห็นค่าที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่า

ในทางกลับกัน บางคนมีความดันปกติเฉพาะตอนพบแพทย์แต่สูงในชีวิตประจำวัน ซึ่งเรียกว่าความดันสูงแบบซ่อนเร้น การวัดที่บ้านสม่ำเสมอจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประกอบการตัดสินใจปรับยา ไม่ใช่แค่ตัวเลขวันตรวจเพียงวันเดียว

  • นั่งพักอย่างน้อยห้านาทีก่อนวัด ไม่พูดคุยระหว่างวัด
  • วางแขนระดับหัวใจ เท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
  • วัดเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เช่น เช้าและเย็น แล้วจดค่าไว้

ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า สาเหตุหกล้มที่มักถูกมองข้าม

ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension คือภาวะที่ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเปลี่ยนจากท่านอนหรือนั่งเป็นยืน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือเซจนหกล้มได้ ภาวะนี้พบบ่อยขึ้นตามวัยเพราะระบบควบคุมความดันตอบสนองช้าลง และอาจรุนแรงขึ้นเมื่อใช้ยาลดความดันบางกลุ่มร่วมด้วย

การตรวจภาวะนี้ทำได้โดยวัดความดันขณะนั่งหรือนอน แล้ววัดซ้ำหลังยืนขึ้นทันทีและอีกครั้งหลังยืนไปสักครู่ หากความดันลดลงมากตามเกณฑ์ที่แพทย์ใช้ประเมิน ถือว่ามีภาวะนี้และควรแจ้งแพทย์เพื่อทบทวนยาที่ใช้อยู่ ไม่ใช่ปล่อยผ่านว่าเป็นแค่อาการเพลียธรรมดา

  • อาการหน้ามืดตอนลุกยืนไม่ใช่เรื่องปกติที่ต้องทนเฉย ๆ
  • ควรลุกช้า ๆ เป็นขั้น จากนอนเป็นนั่ง แล้วจึงยืน
  • แจ้งแพทย์หากมีอาการนี้บ่อย เพราะอาจต้องทบทวนยาที่ใช้อยู่

ยาลดความดันกับความเสี่ยงจากการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน

ผู้สูงอายุจำนวนมากกินยาลดความดันร่วมกับยาโรคอื่นหลายชนิด การใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือ polypharmacy เพิ่มโอกาสที่ยาจะมีปฏิกิริยากันจนทำให้ความดันตกมากกว่าที่ควรหรือเกิดผลข้างเคียงที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการป่วยใหม่

การนำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนเป็นระยะจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนยาจากหลายแผนกหรือหลายโรงพยาบาลในช่วงเวลาใกล้กัน

  • รวมยาลดความดันและยาอื่นทั้งหมดเป็นรายการเดียว
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่มีอาการวิงเวียนหลังเริ่มยาใหม่หรือปรับขนาดยา
  • ไม่หยุดหรือปรับยาลดความดันเองแม้รู้สึกว่าความดันคุมได้ดีแล้ว
A senior adult using a wrist blood pressure monitor at home, focusing on health management.

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ตั้งกิจวัตรวัดความดันที่บ้านให้สม่ำเสมอ

การวัดความดันครั้งเดียวบอกอะไรได้น้อยกว่าการวัดสม่ำเสมอเป็นชุด เพราะความดันแปรผันได้ตามช่วงเวลาของวัน อารมณ์ และกิจกรรมที่ทำก่อนวัด

ควรเลือกเครื่องวัดความดันที่ใช้วัดที่ต้นแขน และตรวจสอบว่าขนาดปลอกแขนพอดีกับแขนของผู้สูงอายุ เพราะปลอกแขนที่หลวมหรือแน่นเกินไปทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้มาก

  • วัดความดันเวลาเดียวกันทุกวัน เช่น หลังตื่นนอนก่อนกินยาเช้า
  • จดค่าที่วัดได้ทุกครั้งลงสมุดหรือแอปโทรศัพท์
  • ตรวจสอบขนาดปลอกแขนของเครื่องวัดให้พอดีกับแขน

สร้างบันทึกความดันที่แพทย์ใช้ประโยชน์ได้จริง

บันทึกที่มีประโยชน์ควรมีทั้งวันที่ เวลา ค่าความดันทั้งสองตัวเลข และหมายเหตุอาการหรือเหตุการณ์พิเศษ เช่น เพิ่งกินยาใหม่หรือรู้สึกเครียดวันนั้น

การนำบันทึกนี้ไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่พบกัน ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจปรับยาได้แม่นยำกว่าดูค่าความดันวันตรวจเพียงค่าเดียว

  • จดค่าความดันพร้อมวันเวลาและอาการร่วมทุกครั้งที่วัด
  • แยกบันทึกช่วงที่มีอาการผิดปกติออกมาให้เห็นชัด
  • พกบันทึกนี้ไปทุกครั้งที่พบแพทย์หรือเภสัชกร

เตรียมพร้อมรับมือเมื่อค่าความดันผิดปกติ

ควรรู้ล่วงหน้าว่าค่าความดันระดับใดที่ต้องรีบติดต่อแพทย์และระดับใดที่เพียงจดบันทึกไว้ก่อน เพื่อไม่ตื่นตระหนกเกินไปหรือประมาทเกินไปเมื่อเจอค่าผิดปกติ

หากพบค่าความดันสูงมากผิดปกติ ควรวัดซ้ำอีกครั้งหลังนั่งพักสักครู่ก่อนตัดสินใจ เพราะบางครั้งค่าสูงชั่วคราวอาจเกิดจากความเครียดหรือเพิ่งออกแรงมา ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินเสมอไป

  • วัดซ้ำหลังพักสักครู่หากพบค่าความดันสูงผิดปกติ
  • รู้ล่วงหน้าว่าค่าใดควรโทรแพทย์และค่าใดควรโทร 1669
  • เก็บเบอร์แพทย์ประจำตัวและ 1669 ไว้ใกล้จุดวัดความดัน

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ปรับยาลดความดันเองเมื่อรู้สึกว่าความดันคุมได้ดีหรือแย่ลง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • วัดความดันเพียงครั้งเดียวแล้วตื่นตระหนกหรือมั่นใจเกินไปโดยไม่วัดซ้ำ
  • เปรียบเทียบตัวเลขความดันของตัวเองกับเพื่อนวัยเดียวกัน ทั้งที่เป้าหมายของแต่ละคนต่างกัน
  • เพิกเฉยต่ออาการหน้ามืดตอนลุกยืน คิดว่าเป็นแค่ความเพลียธรรมดา
  • ไม่วัดความดันในท่ายืนเลย ทั้งที่เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่เสี่ยงหกล้ม
  • หยุดกินยาลดความดันเองเพราะรู้สึกดีขึ้นแล้วโดยไม่ปรึกษาแพทย์

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที เมื่อความดันสูงมากผิดปกติร่วมกับปวดหัวรุนแรง เจ็บแน่นหน้าอก มองเห็นผิดปกติฉับพลัน หรือพูดไม่ชัดแขนขาอ่อนแรง
  • โทร 1669 เช่นกัน หากหน้ามืดจนหมดสติหรือหกล้มขณะลุกยืน โดยเฉพาะถ้าศีรษะกระแทกพื้น
  • ติดต่อแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากพบค่าความดันสูงมากผิดปกติแต่ไม่มีอาการรุนแรง เพื่อขอคำแนะนำว่าควรทำอย่างไรต่อ
  • นัดพบแพทย์เร็ว ๆ นี้ภายในสัปดาห์นี้ หากพบว่าค่าความดันขึ้นลงผิดปกติต่อเนื่องหลายวันจากบันทึกที่จดไว้
  • นัดพบแพทย์เร็ว ๆ นี้เช่นกัน หากมีอาการหน้ามืดตอนลุกยืนเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งแม้ไม่ถึงกับหมดสติ
  • เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป หากค่าความดันแกว่งขึ้นลงเล็กน้อยโดยไม่มีอาการผิดปกติร่วม

เช็กลิสต์สรุป

  • ถามแพทย์ให้ชัดว่าเป้าหมายความดันของตัวเองคือเท่าไร
  • วัดความดันเวลาเดียวกันทุกวันหลังนั่งพักอย่างน้อยห้านาที
  • ตรวจสอบขนาดปลอกแขนของเครื่องวัดให้พอดี
  • จดค่าความดันพร้อมวันเวลาและอาการร่วมทุกครั้ง
  • วัดความดันทั้งท่านั่งและท่ายืนเป็นระยะเพื่อตรวจความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
  • รวมรายการยาทั้งหมดไว้พร้อมนำไปให้แพทย์ทบทวน
  • รู้ล่วงหน้าว่าค่าใดควรโทรแพทย์และค่าใดต้องโทร 1669

คำถามที่พบบ่อย

ควรวัดความดันวันละกี่ครั้งจึงจะพอ

โดยทั่วไปแนะนำวัดวันละสองครั้ง คือช่วงเช้าก่อนกินยาและช่วงเย็น เพื่อให้เห็นภาพความดันตลอดวัน แต่ความถี่ที่เหมาะสมจริงขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์ตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละคน ควรสอบถามแพทย์ประจำตัวให้ชัดเจนอีกครั้ง

วัดความดันที่ข้อมือกับที่ต้นแขน ต่างกันอย่างไร

เครื่องวัดที่ต้นแขนโดยทั่วไปให้ค่าที่แม่นยำและเป็นมาตรฐานมากกว่า เพราะตำแหน่งใกล้ระดับหัวใจและมีการศึกษารองรับมากกว่า เครื่องวัดที่ข้อมือมีโอกาสคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งแขนที่ไม่ถูกต้อง หากเป็นไปได้ควรเลือกเครื่องวัดที่ต้นแขนที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน

ความดันขึ้นเฉพาะตอนไปหาหมอ แต่ที่บ้านปกติดี ต้องกังวลไหม

อาการนี้อาจเป็นปรากฏการณ์เสื้อกาวน์ขาวซึ่งเกิดจากความเครียดหรือความกังวลชั่วคราวขณะอยู่ในสถานพยาบาล ควรนำบันทึกความดันที่วัดสม่ำเสมอที่บ้านไปให้แพทย์ดูประกอบ เพื่อให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำกว่าใช้ค่าวันตรวจเพียงอย่างเดียว

ถ้าลืมกินยาลดความดันหนึ่งมื้อ ควรกินสองเท่าในมื้อถัดไปหรือไม่

ไม่ควรกินสองเท่าเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจทำให้ความดันตกมากเกินไปจนเสี่ยงหกล้ม ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรล่วงหน้าว่าหากลืมกินยาควรทำอย่างไร และจดวิธีปฏิบัติไว้ให้ชัดเจนสำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ

ผู้สูงอายุที่ความดันต่ำอยู่แล้ว ยังต้องระวังความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าไหม

ยังต้องระวัง เพราะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าสามารถเกิดได้แม้ค่าความดันปกติในท่านั่งจะไม่สูงมาก ผู้ที่มีความดันต่ำอยู่แล้วมักมีความเสี่ยงหน้ามืดตอนลุกยืนได้ง่ายกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ จึงควรลุกช้า ๆ เป็นขั้นตอนเสมอ

ทำไมแพทย์ไม่พยายามลดความดันให้ต่ำที่สุดในผู้สูงอายุที่เปราะบาง

เพราะในผู้ที่มีภาวะเปราะบางหรือความเสี่ยงหกล้มสูง การกดความดันให้ต่ำเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงหน้ามืดและหกล้มมากกว่าประโยชน์ที่ได้จากการลดความดันเพิ่มเติม แพทย์จึงชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และความเสี่ยงเพื่อกำหนดเป้าหมายที่เหมาะกับแต่ละคน ไม่ใช่ใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ทั่วไป

จำเป็นต้องซื้อเครื่องวัดความดันเองที่บ้านหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีความดันสูงหรือกำลังปรับยา เพราะช่วยให้เห็นแนวโน้มความดันในชีวิตประจำวันมากกว่าค่าวัดวันตรวจ หากซื้อควรเลือกรุ่นที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและตรวจสอบขนาดปลอกแขนให้เหมาะกับผู้ใช้

สรุป

  • เป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุต้องปรับตามความเปราะบางและโรคร่วมของแต่ละคน ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานเดียว
  • การวัดความดันที่บ้านอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กับแพทย์มากกว่าค่าวัดวันตรวจเพียงครั้งเดียว
  • ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าเป็นสาเหตุหกล้มที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้าม ควรตรวจและแจ้งแพทย์เมื่อพบอาการ
  • ค่าความดันสูงมากร่วมกับอาการรุนแรงคือภาวะฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ควรรอดูอาการ

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 ข้อผิดพลาดเรื่องความดันโลหิตที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักทำโดยไม่รู้ตัว
health-body

7 ข้อผิดพลาดเรื่องความดันโลหิตที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักทำโดยไม่รู้ตัว

รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวช่วยดูแลความดันโลหิตของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การวัดผิดวิธีไปจนถึงการตื่นตระหนกหรือประมาทเกินไปกับตัวเลข พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงที่บ้าน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
ระดับน้ำตาลในเลือดในผู้สูงอายุ: ทำไมค่าเป้าหมายต้องยืดหยุ่นกว่าคนหนุ่มสาว
health-body

ระดับน้ำตาลในเลือดในผู้สูงอายุ: ทำไมค่าเป้าหมายต้องยืดหยุ่นกว่าคนหนุ่มสาว

อธิบายว่าเป้าหมายระดับน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุแตกต่างจากวัยหนุ่มสาวอย่างไร ความเสี่ยงจากภาวะน้ำตาลต่ำที่มักถูกมองข้าม และวิธีดูแลที่บ้านอย่างปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร
health-body

ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร

คู่มือตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ อธิบายว่าการตรวจต่างจากวัยหนุ่มสาวอย่างไร ควรตรวจอะไรบ้างนอกจากค่าเลือดพื้นฐาน และวิธีเตรียมตัวให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงกับแพทย์

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที