สูงวัยไทย
เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตให้ผู้สูงอายุที่บ้าน แบบไหนเหมาะกับใคร
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตให้ผู้สูงอายุที่บ้าน แบบไหนเหมาะกับใคร
เทียบเครื่องวัดความดันแบบต้นแขนกับข้อมือ วิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายผู้สูงอายุ พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจว่าค่าความดันแบบไหนต้องรีบพบแพทย์
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Vlada Karpovich / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- เครื่องวัดความดันแบบต้นแขนโดยทั่วไปให้ค่าที่แม่นยำกว่าและเป็นแบบที่แพทย์แนะนำมากกว่าแบบข้อมือ แต่แบบข้อมืออาจเหมาะกับผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวแขนหรือมีเส้นรอบต้นแขนไม่พอดีกับปลอกวัดมาตรฐาน
- การเลือกเครื่องควรพิจารณาความสามารถของผู้สูงอายุในการใช้งานด้วยตนเอง เช่น หน้าจอตัวเลขใหญ่พออ่านง่าย ปุ่มกดไม่ซับซ้อน และมีหน่วยความจำบันทึกค่าย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้ม
- ค่าความดันโลหิตควรวัดในท่านั่งพักอย่างน้อย 5 นาที ไม่พูดคุยระหว่างวัด และวัดเวลาใกล้เคียงกันทุกวันเพื่อให้เปรียบเทียบแนวโน้มได้อย่างมีความหมาย ไม่ใช่ดูค่าครั้งเดียวแล้วตัดสินใจ
- ค่าความดันที่สูงหรือต่ำผิดปกติมากร่วมกับอาการ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือมองเห็นภาพซ้อน ถือเป็นสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ ไม่ใช่แค่บันทึกค่าไว้เฉย ๆ
เหมาะกับใคร
- เหมาะสำหรับครอบครัวที่กำลังจะซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตเครื่องแรกให้ผู้สูงอายุใช้ที่บ้าน และไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบต้นแขนหรือข้อมือ
- เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงอยู่แล้วและต้องการวัดติดตามค่าระหว่างนัดพบแพทย์แต่ละครั้ง
- บทความนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการฉุกเฉิน เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือพูดไม่ชัดกะทันหัน กรณีนี้ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอวัดความดันก่อน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมชนิดของเครื่องวัดความดันจึงสำคัญกับผู้สูงอายุ
หลอดเลือดของผู้สูงอายุมักมีความยืดหยุ่นลดลงตามวัย และบางคนมีภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) ซึ่งทำให้ค่าความดันเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ การเลือกเครื่องวัดที่แม่นยำและใช้งานถูกวิธีจึงสำคัญกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว
เครื่องวัดความดันแบบต้นแขนแบบอัตโนมัติเป็นชนิดที่องค์กรทางการแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ เพราะตำแหน่งต้นแขนอยู่ใกล้ระดับหัวใจ ทำให้ค่าที่วัดได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าตำแหน่งข้อมือซึ่งไวต่อท่าทางของแขนมากกว่า
ผู้สูงอายุที่มีข้อไหล่ติดหรือยกแขนได้ไม่สุด อาจใช้เครื่องต้นแขนได้ยาก จึงอาจพิจารณาเครื่องข้อมือเป็นทางเลือกรอง แต่ต้องเน้นย้ำเรื่องท่าวางแขนให้อยู่ระดับหัวใจอย่างเคร่งครัดทุกครั้งที่วัด
เกณฑ์เลือกเครื่องวัดความดันที่เหมาะกับการใช้งานจริง
ควรเลือกปลอกแขน (cuff) ที่มีขนาดพอดีกับเส้นรอบวงต้นแขนของผู้ใช้จริง เพราะปลอกที่เล็กหรือใหญ่เกินไปทำให้ค่าที่วัดคลาดเคลื่อนได้มาก ร้านหรือเภสัชกรมักช่วยแนะนำขนาดที่เหมาะสมได้
หน้าจอตัวเลขขนาดใหญ่ ความคมชัดสูง และปุ่มใช้งานไม่ซับซ้อน ช่วยให้ผู้สูงอายุที่มีสายตายาวตามวัย (presbyopia) อ่านค่าและใช้งานเครื่องได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา
เครื่องที่มีหน่วยความจำบันทึกค่าย้อนหลังหรือเชื่อมต่อแอปบันทึกข้อมูล ช่วยให้เห็นแนวโน้มค่าความดันในระยะยาว ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการดูค่าครั้งเดียวเมื่อไปพบแพทย์
วิธีวัดความดันที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้
ควรนั่งพักอย่างน้อย 5 นาทีก่อนวัด ไม่พูดคุย ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มกาแฟก่อนวัดอย่างน้อย 30 นาที วางแขนบนโต๊ะให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ เท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง เพราะท่าทางที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้หลายจุด
ควรวัดในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เช่น เช้าหลังตื่นนอนก่อนกินยาและเย็นก่อนนอน วัดซ้ำ 2 ครั้งห่างกัน 1-2 นาทีแล้วบันทึกทั้งสองค่า เพื่อให้แพทย์ใช้ประเมินแนวโน้มได้แม่นยำกว่าการวัดเพียงครั้งเดียว
ตัดสินใจอย่างไรเมื่อเห็นค่าความดันผิดปกติ
โดยทั่วไปแพทย์มักใช้ค่าความดันที่วัดต่อเนื่องหลายครั้งประกอบการวินิจฉัย ไม่ใช่ค่าครั้งเดียว ค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติเป็นครั้งคราวโดยไม่มีอาการอาจเกิดจากความเครียดหรือท่าทางขณะวัดที่ไม่ถูกต้อง ควรวัดซ้ำในสภาวะพักผ่อนก่อนตื่นตระหนก
ในทางกลับกัน หากค่าความดันสูงหรือต่ำมากร่วมกับอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว เจ็บหน้าอก หรือหน้ามืดจะเป็นลม ควรถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบติดต่อแพทย์หรือโทร 1669 ทันที ไม่ควรรอดูอาการต่อไปเรื่อย ๆ

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนที่ 1 เลือกและตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับผู้ใช้
วัดเส้นรอบวงต้นแขนก่อนซื้อเพื่อเลือกขนาดปลอกที่พอดี ทดลองใช้งานปุ่มกดและอ่านหน้าจอร่วมกับผู้สูงอายุจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าใช้งานเองได้สะดวก
ขั้นตอนที่ 2 วัดค่าตามตารางเวลาที่สม่ำเสมอ
กำหนดเวลาวัดที่แน่นอน เช่น เช้าและเย็น บันทึกค่าในสมุดหรือแอปทุกครั้ง พร้อมจดบันทึกอาการผิดปกติที่เกิดร่วมด้วยหากมี เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ครบถ้วนเมื่อนำไปให้แพทย์ดู
ขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์อย่างถูกวิธี
นำสมุดบันทึกหรือประวัติค่าความดันย้อนหลังไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่นัด แทนการอ่านค่าเพียงวันเดียวให้ฟัง เพราะแนวโน้มระยะยาวมีประโยชน์ต่อการปรับแผนการรักษามากกว่าค่าเดี่ยว ๆ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าซื้อเครื่องวัดความดันตามราคาถูกที่สุดโดยไม่ตรวจสอบขนาดปลอกแขนให้พอดีกับผู้ใช้จริง
- อย่าวัดความดันทันทีหลังออกกำลังกาย ดื่มกาแฟ หรือหลังทะเลาะเถียงกัน เพราะค่าจะสูงกว่าปกติชั่วคราว
- อย่าปรับยาลดความดันเองจากการเห็นค่าที่วัดได้โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
- อย่าตื่นตระหนกกับค่าผิดปกติเพียงครั้งเดียวโดยไม่วัดซ้ำในท่าทางและเวลาที่ถูกต้อง
- อย่าลืมพกเครื่องหรือสมุดบันทึกไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่นัดตรวจติดตาม
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากวัดความดันได้สูงมากร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ให้โทร 1669 ทันที
- หากความดันต่ำมากร่วมกับหน้ามืด เป็นลม หรือซึมลงผิดปกติ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลภายในวันเดียวกัน
- หากค่าความดันสูงหรือต่ำผิดปกติต่อเนื่องหลายวันโดยไม่มีอาการเฉียบพลัน ควรนัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้เพื่อปรับแผนการรักษา
- หากสงสัยว่าเครื่องวัดอาจคลาดเคลื่อน ควรนำไปเทียบค่ากับเครื่องที่โรงพยาบาลหรือคลินิกในการนัดครั้งถัดไป
- หากไม่มีอาการผิดปกติ ให้บันทึกค่าความดันประจำวันต่อเนื่องและนำไปให้แพทย์ดูตามนัดปกติ
เช็กลิสต์สรุป
- วัดเส้นรอบวงต้นแขนก่อนเลือกซื้อเครื่องวัดความดัน
- เลือกเครื่องที่มีหน้าจอใหญ่และปุ่มใช้งานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ
- นั่งพัก 5 นาทีในท่าที่ถูกต้องก่อนวัดทุกครั้ง
- วัดในเวลาใกล้เคียงกันทุกวันและบันทึกค่าอย่างสม่ำเสมอ
- จดบันทึกอาการผิดปกติที่เกิดร่วมกับค่าความดันที่ผิดปกติ
- นำสมุดบันทึกหรือประวัติค่าความดันไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่นัด
- รีบโทร 1669 หากมีอาการฉุกเฉินร่วมกับค่าความดันผิดปกติมาก
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องวัดความดันแบบข้อมือแม่นยำน้อยกว่าแบบต้นแขนจริงหรือไม่
โดยทั่วไปแบบข้อมือมีความไวต่อท่าทางของแขนมากกว่า หากวางแขนไม่อยู่ระดับหัวใจอย่างถูกต้องค่าจะคลาดเคลื่อนได้ง่ายกว่าแบบต้นแขน จึงมักแนะนำแบบต้นแขนเป็นอันดับแรกสำหรับการใช้งานทั่วไป
ควรวัดความดันวันละกี่ครั้ง
โดยทั่วไปแนะนำวัดวันละ 2 ช่วงคือเช้าและเย็น ช่วงละ 2 ครั้งห่างกัน 1-2 นาที ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละคน
ค่าความดันเท่าไรถือว่าสูงเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ
เกณฑ์ค่าความดันที่ถือว่าสูงอาจแตกต่างกันตามอายุและโรคประจำตัว ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อกำหนดเป้าหมายค่าความดันที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ไม่ควรใช้เกณฑ์ทั่วไปตัดสินเองทั้งหมด
เครื่องวัดความดันราคาถูกใช้ได้ผลแม่นยำเทียบเท่าเครื่องราคาแพงหรือไม่
ราคาไม่ใช่ตัวชี้วัดความแม่นยำเสมอไป สิ่งสำคัญคือขนาดปลอกแขนที่พอดีและการใช้งานถูกวิธี ควรเลือกเครื่องที่ผ่านมาตรฐานและหมั่นเทียบค่ากับเครื่องที่โรงพยาบาลเป็นระยะ
หากผู้สูงอายุจำค่าความดันของตัวเองไม่ได้ควรทำอย่างไร
ควรใช้เครื่องที่มีหน่วยความจำบันทึกค่าอัตโนมัติ หรือให้ผู้ดูแลช่วยจดบันทึกลงสมุดหรือแอปทุกครั้งที่วัด เพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญสูญหายและช่วยแพทย์ประเมินแนวโน้มได้ถูกต้อง
ควรเทียบค่าเครื่องวัดความดันที่บ้านกับที่โรงพยาบาลบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปควรนำเครื่องไปเทียบค่ากับเครื่องมาตรฐานที่คลินิกหรือโรงพยาบาลอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อสงสัยว่าค่าที่วัดได้ผิดปกติไปจากที่เคยเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยังทำงานแม่นยำ
สรุป
- เครื่องวัดความดันแบบต้นแขนแม่นยำกว่าและเหมาะกับคนส่วนใหญ่ ส่วนแบบข้อมือเหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดการเคลื่อนไหวแขน
- ท่าทางและเวลาที่วัดมีผลต่อความแม่นยำมาก ควรวัดในท่านั่งพักและเวลาเดิมทุกวัน
- ค่าความดันผิดปกติเพียงครั้งเดียวไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรวัดซ้ำและบันทึกแนวโน้มอย่างต่อเนื่องก่อนสรุปผล
- หากมีอาการรุนแรงร่วมกับค่าความดันผิดปกติมาก ให้โทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการเพิ่มเติมหรือรอนัดแพทย์ครั้งถัดไป
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางเวชปฏิบัติการวัดและควบคุมความดันโลหิตสูง — กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- Hypertension guidance — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าความดันโลหิตในผู้สูงอายุ: เป้าหมายที่ต่างจากวัยหนุ่มสาว และวิธีวัดให้ได้ค่าจริง
อธิบายว่าทำไมเป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุต้องปรับตามแต่ละคน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน พร้อมวิธีวัดความดันที่บ้านให้แม่นยำและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

อยากตรวจให้ครบก่อนพาไปหาหมอ ครอบครัวควรเช็กอะไรเรื่องความดันของคุณยายบ้าง
รวมเช็กลิสต์ที่ครอบครัวใช้ตรวจสอบเรื่องความดันโลหิตของผู้สูงอายุได้จริง ตั้งแต่อุปกรณ์ การวัดแต่ละครั้ง การทบทวนรายสัปดาห์ ไปจนถึงสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนพบแพทย์

คุณพ่อวัดความดันได้ค่าไม่นิ่งทุกวัน จะดูแลเรื่องนี้ในชีวิตประจำวันอย่างไรดี
การดูแลความดันโลหิตของผู้สูงอายุไม่ได้จบแค่วัดตอนเช้าครั้งเดียว แต่ต้องมองทั้งวัน ทั้งเวลากินยา อากาศร้อน การเดินทาง และผู้ดูแลหลายคนที่ผลัดกันดูแล บทความนี้ช่วยจัดระบบให้เข้ากับกิจวัตรจริงของแต่ละบ้าน

7 ข้อผิดพลาดเรื่องความดันโลหิตที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักทำโดยไม่รู้ตัว
รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวช่วยดูแลความดันโลหิตของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การวัดผิดวิธีไปจนถึงการตื่นตระหนกหรือประมาทเกินไปกับตัวเลข พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงที่บ้าน