สูงวัยไทย
หูตึงในผู้สูงอายุ สังเกตอย่างไร และเมื่อไรที่เป็นสัญญาณฉุกเฉิน
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
หูตึงในผู้สูงอายุ สังเกตอย่างไร และเมื่อไรที่เป็นสัญญาณฉุกเฉิน
หูตึงตามวัยหรือ presbycusis เกิดขึ้นทีละน้อยจนหลายครอบครัวไม่ทันสังเกต แนวทางแยกหูตึงตามวัยจากหูดับเฉียบพลันที่เป็นภาวะฉุกเฉิน พร้อมวิธีดูแลและสื่อสารกับผู้สูงอายุที่ได้ยินลดลง
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Anna Shvets / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- หูตึงตามวัยหรือ presbycusis เกิดจากเซลล์ขนในหูชั้นในเสื่อมสภาพลงตามอายุ มักเริ่มจากเสียงแหลมสูงก่อนแล้วค่อยลามไปเสียงอื่น เกิดขึ้นทีละน้อยจนครอบครัวหลายบ้านไม่ทันสังเกตว่าเป็นปัญหาการได้ยินจริง ๆ
- หากได้ยินลดลงกะทันหันข้างเดียวภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน นี่ต่างจากหูตึงตามวัยอย่างสิ้นเชิงและเป็นภาวะฉุกเฉินทางหูที่ต้องพบแพทย์ทันที เพราะการรักษาภายในช่วงเวลาทองมีผลต่อโอกาสฟื้นตัว
- การได้ยินลดลงที่ไม่ได้รับการแก้ไขเชื่อมโยงกับความเสี่ยงหกล้ม ความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม และความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมที่มากขึ้น จึงไม่ควรปล่อยผ่านว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยของวัย
- เครื่องช่วยฟังช่วยได้มากแต่ต้องผ่านการตรวจวัดการได้ยินและปรับตั้งค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปมาใช้เองโดยไม่ตรวจก่อน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่สังเกตว่าผู้สูงอายุเปิดโทรทัศน์ดังขึ้นเรื่อย ๆ หรือต้องพูดซ้ำบ่อยครั้งกว่าจะเข้าใจ
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการรู้วิธีแยกหูตึงตามวัยธรรมดาจากภาวะฉุกเฉินทางหู
- ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคหรือกำหนดชนิดเครื่องช่วยฟัง การตรวจและปรับตั้งค่าต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้
หูตึงตามวัยคืออะไร และเกิดขึ้นอย่างไร
หูตึงตามวัยหรือ presbycusis เกิดจากเซลล์ขนเล็ก ๆ ในหูชั้นในที่ทำหน้าที่รับเสียงเสื่อมสภาพลงตามอายุ มักเริ่มจากเสียงแหลมสูงก่อน เช่น เสียงนกร้องหรือเสียงพยัญชนะบางตัวในคำพูด แล้วค่อย ๆ ลามไปยังเสียงช่วงอื่น กระบวนการนี้เกิดขึ้นทีละน้อยเป็นปีจนหลายครอบครัวไม่ทันสังเกตว่าผู้สูงอายุได้ยินลดลงจริง ๆ จนกว่าจะสังเกตเห็นพฤติกรรมชัดเจน เช่น เปิดโทรทัศน์ดังผิดปกติหรือขอให้พูดซ้ำบ่อยครั้ง
หูตึงตามวัยแตกต่างจากหูดับเฉียบพลันหรือ sudden sensorineural hearing loss ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหันภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน มักเป็นข้างเดียว และถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบพบแพทย์หูคอจมูกทันที เพราะยิ่งรักษาเร็วยิ่งมีโอกาสฟื้นตัวของการได้ยินมากกว่า
สัญญาณที่ครอบครัวควรสังเกต
สัญญาณของหูตึงตามวัยที่พบบ่อยคือเปิดโทรทัศน์หรือวิทยุดังกว่าเดิมมาก ขอให้คนอื่นพูดซ้ำบ่อยครั้ง ตอบคำถามผิดประเด็นเพราะฟังไม่ชัด หรือหลีกเลี่ยงการสนทนากลุ่มเพราะฟังไม่ทันเมื่อมีหลายคนพูดพร้อมกัน สัญญาณเหล่านี้มักถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องขี้ลืมหรือไม่สนใจฟัง ทั้งที่จริงแล้วเป็นปัญหาการได้ยินที่แก้ไขได้
- เปิดโทรทัศน์หรือวิทยุดังผิดปกติ
- ขอให้พูดซ้ำบ่อยครั้งในบทสนทนาปกติ
- หลีกเลี่ยงการพูดคุยกลุ่มที่มีเสียงพื้นหลังดัง
- ได้ยินแต่จับใจความคำพูดไม่ชัดโดยเฉพาะเสียงแหลม
การได้ยินลดลงเชื่อมโยงกับความเสี่ยงอื่นที่ไม่ควรมองข้าม
งานวิจัยด้านสุขภาพผู้สูงอายุพบว่าการได้ยินลดลงที่ไม่ได้รับการแก้ไขเชื่อมโยงกับความเสี่ยงหกล้มที่มากขึ้น เพราะเสียงช่วยให้สมองรับรู้ตำแหน่งและทิศทางของสิ่งรอบตัว เมื่อได้ยินลดลง สมองต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อประมวลผลเสียง ซึ่งอาจแย่งทรัพยากรสมองส่วนที่ใช้ควบคุมการทรงตัว นอกจากนี้การได้ยินลดลงยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมและความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมที่มากขึ้น เพราะผู้สูงอายุที่ฟังไม่ทันมักเลือกเงียบหรือถอนตัวจากการสนทนาแทนที่จะขอให้พูดซ้ำตลอดเวลา
การได้ยินลดลงยังกระทบกิจวัตรประจำวันโดยตรง เช่น ไม่ได้ยินเสียงกริ่งประตูหรือเสียงโทรศัพท์ ไม่ได้ยินเสียงเตือนจากเตาแก๊สหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่ได้ยินเสียงรถยนต์ขณะข้ามถนน ซึ่งล้วนเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ครอบครัวควรพิจารณาร่วมกับผลกระทบทางสังคม ไม่ใช่มองแค่ว่าเป็นความไม่สะดวกเล็กน้อยในการสนทนา
เครื่องช่วยฟังและทางเลือกในการดูแล
เครื่องช่วยฟังเป็นตัวช่วยหลักสำหรับหูตึงตามวัยที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องผ่านการตรวจวัดการได้ยินโดยแพทย์หรือนักโสตสัมผัสวิทยาก่อน เพื่อปรับตั้งค่าให้เหมาะกับระดับและรูปแบบการสูญเสียการได้ยินของแต่ละคน การซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปมาใช้เองโดยไม่ตรวจก่อนอาจไม่ได้ผลหรือทำให้ได้ยินเสียงบางช่วงดังเกินไปจนไม่สบายหู นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์การสื่อสารที่ช่วยได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ เช่น พูดหันหน้าเข้าหากันในที่แสงสว่างเพียงพอเพื่อให้อ่านริมฝีปากช่วยได้ ลดเสียงรบกวนพื้นหลังก่อนพูดคุย และพูดด้วยความเร็วปกติแต่ชัดถ้อยชัดคำแทนการตะโกน

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
สังเกตพฤติกรรมและบันทึกสัญญาณที่พบ
สังเกตพฤติกรรมการฟังของผู้สูงอายุในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ คุยโทรศัพท์ หรือพูดคุยกลุ่ม บันทึกว่าพบสัญญาณใดบ้างและบ่อยแค่ไหน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเมื่อพาไปพบแพทย์
พาไปตรวจการได้ยินอย่างละเอียด
นัดตรวจการได้ยินกับแพทย์หูคอจมูกหรือนักโสตสัมผัสวิทยา เพื่อประเมินระดับและรูปแบบการสูญเสียการได้ยินอย่างแม่นยำ แทนการเดาเองว่าหูตึงมากน้อยแค่ไหน การตรวจยังช่วยแยกแยะว่าเป็นหูตึงตามวัยหรือมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ขี้หูอุดตัน
ปรับวิธีสื่อสารในบ้านให้เหมาะสม
ปรับวิธีสื่อสารในบ้าน เช่น พูดหันหน้าเข้าหากัน ลดเสียงรบกวนพื้นหลังก่อนคุย และให้เวลาผู้สูงอายุตอบสนอง แทนการพูดซ้ำเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกอึดอัดหรือถูกตำหนิ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยให้สัญญาณหูตึงผ่านไปโดยคิดว่าเป็นเรื่องขี้ลืมหรือไม่สนใจฟัง
- อย่าซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปมาใช้แทนเครื่องช่วยฟังที่ผ่านการตรวจวัดอย่างเหมาะสม
- อย่าตะโกนใส่ผู้สูงอายุแทนการพูดชัดถ้อยชัดคำในระดับเสียงปกติ
- อย่ามองว่าหูดับกะทันหันข้างเดียวเป็นเรื่องรอได้ ควรพบแพทย์ทันที
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงการสนทนากลุ่มโดยไม่หาสาเหตุว่าเป็นเพราะได้ยินไม่ทัน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากหูดับกะทันหันข้างเดียวภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน เพราะเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาภายในเวลาทอง
- พบแพทย์หูคอจมูกโดยเร็ว หากมีอาการปวดหู มีของเหลวไหลออกจากหู หรือเวียนหัวรุนแรงร่วมกับได้ยินลดลง
- นัดตรวจการได้ยินภายในเดือนนี้ หากสังเกตว่าเปิดโทรทัศน์ดังผิดปกติหรือขอให้พูดซ้ำบ่อยครั้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์
- นัดตรวจหูเพื่อดูขี้หูอุดตัน หากได้ยินลดลงเฉียบพลันแต่ไม่รุนแรงและไม่มีอาการปวด
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากผู้สูงอายุเริ่มหลีกเลี่ยงการสนทนากลุ่มหรือกิจกรรมทางสังคมที่เคยชอบ
เช็กลิสต์สรุป
- สังเกตพฤติกรรมเปิดเสียงโทรทัศน์หรือขอให้พูดซ้ำบ่อยครั้ง
- บันทึกสัญญาณที่พบเพื่อใช้ปรึกษาแพทย์
- นัดตรวจการได้ยินกับแพทย์หูคอจมูกหรือนักโสตสัมผัสวิทยา
- ปรับวิธีสื่อสารในบ้านให้พูดหันหน้าเข้าหากันและลดเสียงรบกวน
- หลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องขยายเสียงเองโดยไม่ตรวจการได้ยินก่อน
- สังเกตว่าผู้สูงอายุเริ่มหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมเพราะได้ยินไม่ทันหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
หูตึงตามวัยรักษาให้กลับมาได้ยินเหมือนเดิมทุกประการหรือไม่
หูตึงตามวัยส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์ขนในหูชั้นในที่เสื่อมสภาพแล้วซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมดได้ แต่เครื่องช่วยฟังที่ตรวจวัดและปรับตั้งค่าอย่างเหมาะสมช่วยให้ได้ยินและสื่อสารได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในชีวิตประจำวัน
ลูกหลานควรพูดอย่างไรเมื่อพ่อแม่ปฏิเสธว่าหูไม่ตึง
ควรพูดด้วยข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรม เช่น เสียงโทรทัศน์ที่ดังขึ้น แทนการบอกว่าหูตึงตรง ๆ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกถูกตำหนิ อาจชวนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่รวมการตรวจการได้ยินไว้ด้วยเป็นเรื่องปกติ แทนการเน้นว่าต้องไปตรวจหูเพราะหูตึง
เครื่องช่วยฟังราคาถูกที่ขายออนไลน์ใช้แทนการตรวจได้หรือไม่
ไม่แนะนำให้ใช้แทนการตรวจ เพราะเครื่องขยายเสียงทั่วไปไม่ได้ปรับตั้งค่าตามระดับการสูญเสียการได้ยินเฉพาะบุคคล อาจขยายเสียงบางช่วงมากเกินไปจนไม่สบายหูหรือไม่ได้ผลตามที่ต้องการ ควรตรวจวัดการได้ยินกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม
หูตึงตามวัยกับขี้หูอุดตันแยกกันอย่างไร
ขี้หูอุดตันมักทำให้ได้ยินลดลงแบบเฉียบพลันหรือค่อนข้างเร็วและมักเป็นเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างพร้อมกัน ส่วนหูตึงตามวัยค่อย ๆ เกิดขึ้นเป็นปีทั้งสองข้าง แพทย์สามารถตรวจแยกได้ง่ายด้วยการส่องดูช่องหู จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจแทนการเดาสาเหตุเอง
ทำไมผู้สูงอายุที่หูตึงมักหลีกเลี่ยงงานสังสรรค์ที่มีคนเยอะ
เพราะในที่ที่มีเสียงพื้นหลังดังและหลายคนพูดพร้อมกัน สมองที่ได้ยินลดลงต้องทำงานหนักขึ้นมากในการแยกแยะเสียงที่ต้องการฟัง ทำให้เหนื่อยล้าเร็วและฟังไม่ทัน จึงเลือกหลีกเลี่ยงสถานการณ์เหล่านี้แทนที่จะฝืนฟังแล้วรู้สึกอึดอัด
สรุป
- หูตึงตามวัยเกิดขึ้นทีละน้อยและมักถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องขี้ลืม ทั้งที่เป็นปัญหาการได้ยินที่แก้ไขได้
- หูดับกะทันหันข้างเดียวเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต่างจากหูตึงตามวัยอย่างสิ้นเชิง ต้องพบแพทย์ทันที
- การได้ยินลดลงเชื่อมโยงกับความเสี่ยงหกล้ม ภาวะสมองเสื่อม และความโดดเดี่ยวทางสังคม จึงไม่ควรมองข้าม
- เครื่องช่วยฟังและการปรับวิธีสื่อสารในบ้านช่วยได้มาก แต่ต้องผ่านการตรวจวัดการได้ยินโดยผู้เชี่ยวชาญก่อน
แหล่งข้อมูล
- Hearing loss — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Hearing loss and older adults — National Institute on Aging (NIA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- แนวทางการดูแลสุขภาพหูในผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

6 ข้อผิดพลาดในการดูแลผู้สูงอายุหูตึงที่ครอบครัวมักไม่รู้ตัว
ตั้งแต่การใช้คัตตอนบัดแคะหูไปจนถึงการปล่อยหูดับเฉียบพลันไว้เพราะคิดว่าเป็นแค่หูตึงตามวัย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาการได้ยิน พร้อมวิธีแก้ไขที่ปลอดภัยกว่า

สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร และเมื่อไรควรรีบพบจักษุแพทย์
สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุอาจมาจากสาเหตุที่รอตรวจได้ เช่น ต้อกระจกหรือสายตายาวตามวัย ไปจนถึงสัญญาณฉุกเฉิน แนวทางแยกอาการ ขั้นตอนดูแลเบื้องต้น และเวลาที่ต้องพบแพทย์ทันที

จัดแสงในบ้านอย่างไรให้ผู้สูงอายุมองเห็นชัดและลดความเสี่ยงหกล้ม
ดวงตาผู้สูงอายุต้องการแสงมากกว่าคนวัยหนุ่มสาวหลายเท่าเพื่อมองเห็นชัดเท่ากัน แนวทางจัดแสงในบ้านแต่ละจุด ตั้งแต่ทางเดินไปห้องน้ำจนถึงจุดกินยา ที่ช่วยลดความเสี่ยงหกล้มได้จริง