สูงวัยไทย
7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อผู้สูงอายุวางของผิดที่บ่อย
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อผู้สูงอายุวางของผิดที่บ่อย
เมื่อผู้สูงอายุเริ่มวางของผิดที่หรือหาของไม่เจอบ่อยขึ้น ครอบครัวมักตอบสนองด้วยวิธีที่ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดหรือพลาดสัญญาณสำคัญ บทความนี้ชี้ 7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและแนวทางที่เหมาะสมกว่า
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการโต้เถียงอย่างรุนแรงเมื่อผู้สูงอายุกล่าวหาว่าคนอื่นขโมยของ ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาและอาจทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดขึ้น
- อีกความผิดพลาดคือการจัดบ้านใหม่ทั้งหมดโดยไม่ปรึกษาผู้สูงอายุ ทำให้ยิ่งหาของไม่เจอและรู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิตของตัวเอง
- หลายครอบครัวมองข้ามปัจจัยด้านสายตาและแสงสว่างในบ้าน ทั้งที่เป็นสาเหตุที่แก้ไขได้ง่ายกว่าและอาจเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง
- ความผิดพลาดที่ร้ายแรงกว่าคือการไม่จดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติชัดเจน ทำให้เมื่อไปพบแพทย์ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการประเมิน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่ต้องรับมือกับผู้สูงอายุที่วางของผิดที่หรือหาของไม่เจอบ่อยขึ้น และต้องการทบทวนวิธีรับมือที่ใช้อยู่
- เหมาะกับครอบครัวที่เคยมีความขัดแย้งจากการกล่าวหาเรื่องของหาย และต้องการแนวทางสื่อสารที่เหมาะสมกว่า
- ไม่เหมาะกับการใช้แทนคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ในกรณีที่มีการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมแล้ว
สิ่งที่ควรรู้
ข้อผิดพลาดที่ 1: โต้เถียงอย่างรุนแรงเมื่อถูกกล่าวหาว่าขโมยของ
เมื่อผู้สูงอายุกล่าวหาว่าคนในบ้านขโมยของไป ปฏิกิริยาแรกของหลายคนคือการโต้เถียงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองทันที การโต้เถียงแบบนี้มักไม่ได้ผลเพราะผู้สูงอายุที่มีความจำบกพร่องอาจยึดติดกับความเชื่อของตัวเองอย่างแน่นหนา การโต้เถียงรุนแรงมีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งและทำร้ายความสัมพันธ์โดยไม่ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริง
ข้อผิดพลาดที่ 2: จัดบ้านใหม่ทั้งหมดโดยไม่ปรึกษาผู้สูงอายุ
ด้วยความหวังดี บางครอบครัวตัดสินใจจัดบ้านใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เป็นระเบียบมากขึ้น โดยไม่ได้ปรึกษาผู้สูงอายุก่อน ผลที่ตามมาคือผู้สูงอายุอาจหาของไม่เจอมากขึ้นกว่าเดิม เพราะความทรงจำเกี่ยวกับตำแหน่งเดิมยังฝังแน่นอยู่ การเปลี่ยนแปลงกะทันหันโดยไม่มีส่วนร่วมยังทำให้รู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิตของตัวเองอีกด้วย
ข้อผิดพลาดที่ 3: มองข้ามปัจจัยด้านสายตาและแสงสว่างในบ้าน
หลายครอบครัวรีบสรุปว่าการหาของไม่เจอเป็นปัญหาความจำทันที โดยไม่ตรวจสอบว่าภาวะสายตายาวตามวัยหรือ presbyopia และแสงสว่างในบ้านที่ไม่เพียงพออาจเป็นสาเหตุร่วมด้วย การมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ทำให้พลาดการแก้ไขที่ง่ายกว่าและอาจช่วยลดปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลการประเมินทางการแพทย์
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่จดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติชัดเจนก่อนพบแพทย์
เมื่อไปพบแพทย์ ครอบครัวจำนวนมากอธิบายได้เพียงกว้าง ๆ ว่า 'หาของไม่เจอบ่อย' โดยไม่มีตัวอย่างที่ชัดเจนว่าวางผิดที่แบบไหน บ่อยแค่ไหน หรือเริ่มสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อไร ข้อมูลที่ขาดหายไปนี้ทำให้แพทย์ประเมินได้ยากขึ้น การจดบันทึกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรประจำวันจึงสำคัญมาก และช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมได้ชัดเจนกว่าการอธิบายด้วยความรู้สึกกว้าง ๆ
ข้อผิดพลาดที่ 5: ล็อกหรือซ่อนของมีค่าโดยไม่บอกผู้สูงอายุ
เพื่อป้องกันไม่ให้ของมีค่าสูญหาย บางครอบครัวเลือกที่จะซ่อนหรือล็อกของเหล่านั้นไว้โดยไม่บอกผู้สูงอายุ วิธีนี้อาจทำให้เกิดความสับสนมากขึ้นเมื่อผู้สูงอายุหาของไม่เจอและไม่รู้ว่าถูกเก็บไว้ที่ไหน การสื่อสารอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการจัดเก็บของมีค่า พร้อมอธิบายเหตุผลด้วยความเคารพ เหมาะสมกว่าการทำโดยไม่บอกกล่าว
ข้อผิดพลาดที่ 6: ตราหน้าว่าเป็น 'คนขี้หลงขี้ลืม' ต่อหน้าคนอื่น
การพูดล้อเลียนหรือแนะนำตัวผู้สูงอายุกับแขกว่า 'คนนี้ขี้หลงขี้ลืมมาก' แม้จะพูดด้วยความเอ็นดู แต่ก็อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอับอายและสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง การพูดถึงลักษณะนิสัยหรืออาการของผู้สูงอายุต่อหน้าคนอื่นควรทำด้วยความระมัดระวังและให้เกียรติเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ 7: ไม่พาไปตรวจสายตาหรือพบแพทย์เพราะคิดว่าไม่เกี่ยวข้อง
บางครอบครัวมองข้ามการพาไปตรวจสายตาเพราะคิดว่าปัญหาการหาของไม่เจอเกี่ยวกับความจำเท่านั้น ทั้งที่การตรวจสายตาเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ควรทำควบคู่กัน และบางครอบครัวก็เลื่อนการพบแพทย์ออกไปนานเกินไปเพราะไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงพอที่จะต้องไปตรวจหรือยัง ทั้งที่การประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยวางแผนดูแลได้ดีกว่า

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ปรับวิธีตอบสนองเมื่อถูกกล่าวหาว่าขโมยของ
ตอบด้วยความเข้าใจและช่วยหาด้วยกัน แทนการโต้เถียงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพื่อลดความขัดแย้งและรักษาความสัมพันธ์
ตรวจสอบปัจจัยด้านสายตาและแสงสว่างก่อนปรับบ้านครั้งใหญ่
พาไปตรวจสายตาและปรับแสงสว่างในบ้านก่อนตัดสินใจจัดบ้านใหม่ทั้งหมด และหากจำเป็นต้องจัดใหม่ ควรให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
- นัดตรวจสายตาหากยังไม่เคยตรวจมานาน
- เพิ่มแสงสว่างในจุดที่มักหาของไม่เจอ
- ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมหากต้องปรับตำแหน่งของใช้
จดบันทึกและพาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติชัดเจน
จดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติชัดเจนอย่างต่อเนื่อง และนัดพบแพทย์เพื่อประเมินเมื่อสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรงขึ้น
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผู้ชายกีฬานาฬิกาปฏิทินสายรัดไนลอนสร้อยข้อมือของขวัญวันพ่อฤดูใบไม้ผลิ
JIANUOนาฬิกาปฏิทินตั้งโต๊ะ นาฬิกาพลิก แบบพลาสติก พร้อม 3 ปุ่มกด เปลี่ยนเวลาแสดงวันที่ สัปดาห์ มัลติฟังก์ชั่น
นาฬิกาสุภาพสตรีลําลองย้อนยุคนาฬิกาปฏิทินเข็มขัดควอตซ์รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
นาฬิกาแขวนผนังดิจิตอล LED รุ่น4819 มี4สี นาฬิกาปฏิทินถาวร 48X18.5X3.5 ซม. พร้อมหัวอแดปเตอร์และUSB พร้อมใช้งาน
Caixin(ไคซิง)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- โต้เถียงอย่างรุนแรงเมื่อถูกกล่าวหาว่าขโมยของ
- จัดบ้านใหม่ทั้งหมดโดยไม่ปรึกษาหรือให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วม
- มองข้ามปัจจัยด้านสายตาและแสงสว่างในบ้าน
- ไม่จดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติชัดเจนก่อนพบแพทย์
- ซ่อนหรือล็อกของมีค่าโดยไม่บอกผู้สูงอายุ
- ตราหน้าว่าเป็นคนขี้หลงขี้ลืมต่อหน้าคนอื่น
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้าการวางของผิดที่เกิดร่วมกับความสับสนเฉียบพลันที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงและปลุกไม่ค่อยตื่น
- โทร 1669 ทันที ถ้ามีอาการแขนขาอ่อนแรงข้างเดียวหรือพูดไม่ชัดร่วมกับความสับสน
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน ถ้าการวางของผิดที่แย่ลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันโดยไม่มีเหตุนำมาก่อน
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าเริ่มกล่าวหาคนอื่นว่าขโมยของบ่อยขึ้นหรือวางของผิดที่ในลักษณะผิดปกติชัดเจนต่อเนื่อง
- เฝ้าสังเกตต่อเนื่องและจดบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป ถ้าวางของผิดที่เป็นครั้งคราวแล้วนึกออกเองได้ภายหลัง
เช็กลิสต์สรุป
- หลีกเลี่ยงการโต้เถียงรุนแรงเมื่อถูกกล่าวหาว่าขโมยของ
- ตรวจสายตาและปรับแสงสว่างในบ้านก่อนจัดบ้านใหม่ครั้งใหญ่
- ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมหากต้องปรับตำแหน่งของใช้
- จดบันทึกตัวอย่างการวางของผิดที่ที่ผิดปกติชัดเจน
- สื่อสารอย่างเปิดเผยเมื่อต้องเก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย
- พาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติชัดเจนหรือต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย
แม่กล่าวหาว่าลูกสะใภ้ขโมยแหวนไป ควรจัดการอย่างไรไม่ให้ครอบครัวขัดแย้งกัน
ควรอธิบายให้ทุกคนในครอบครัวเข้าใจว่าปฏิกิริยานี้อาจเกี่ยวข้องกับความจำที่บกพร่อง ไม่ใช่ความไม่ไว้ใจจริง ๆ พร้อมช่วยกันหาของอย่างสงบ และหากเกิดขึ้นบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินร่วมกับอาการอื่น การสร้างความเข้าใจร่วมกันในครอบครัวช่วยลดความขัดแย้งได้มาก
อยากจัดบ้านใหม่ให้เป็นระเบียบ แต่กลัวพ่อจะหาของไม่เจอมากขึ้น ควรทำอย่างไร
ควรชวนพ่อมีส่วนร่วมในการตัดสินใจตำแหน่งของใช้ต่าง ๆ แทนการจัดฝ่ายเดียว และควรปรับทีละส่วนแทนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในครั้งเดียว เพื่อให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้นและยังรู้สึกคุ้นเคยกับพื้นที่ของตัวเอง
ควรเก็บของมีค่าอย่างไรโดยไม่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าไม่ได้รับความไว้วางใจ
ควรสื่อสารอย่างเปิดเผยว่าเก็บของมีค่าไว้ที่ไหนและเพราะเหตุใด เช่น เพื่อความปลอดภัยจากการวางผิดที่โดยไม่ตั้งใจ แทนการซ่อนโดยไม่บอกกล่าว การสื่อสารด้วยความเคารพช่วยรักษาความไว้วางใจในความสัมพันธ์
เผลอล้อว่าพ่อ 'ขี้หลงขี้ลืม' ต่อหน้าญาติไปแล้ว ควรแก้ไขอย่างไร
สามารถพูดคุยขอโทษและปรับวิธีพูดในครั้งต่อไปได้เสมอ ควรระมัดระวังไม่พูดถึงอาการของผู้สูงอายุต่อหน้าคนอื่นในลักษณะที่กระทบศักดิ์ศรี แม้จะตั้งใจพูดด้วยความเอ็นดูก็ตาม เพราะอาจกระทบความรู้สึกมั่นใจในตัวเองของท่านได้
ควรพาไปตรวจสายตาก่อนพบแพทย์เรื่องความจำหรือไม่
สามารถทำควบคู่กันได้ เพราะการตรวจสายตาเป็นขั้นตอนง่ายที่ช่วยแยกว่าปัญหาการหาของไม่เจอมาจากสายตาที่เสื่อมลงหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องรอผลตรวจสายตาก่อนจึงค่อยไปพบแพทย์เรื่องความจำ ทั้งสองเรื่องสามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้
สรุป
- การโต้เถียงรุนแรงเมื่อถูกกล่าวหาว่าขโมยของไม่ช่วยแก้ปัญหาและอาจทำร้ายความสัมพันธ์ในครอบครัว
- การจัดบ้านใหม่โดยไม่ปรึกษาผู้สูงอายุอาจทำให้หาของไม่เจอมากขึ้นและรู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิต
- ปัจจัยด้านสายตาและแสงสว่างในบ้านควรได้รับการตรวจสอบก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาความจำ
- การจดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติชัดเจนและสื่อสารอย่างให้เกียรติ ช่วยให้การดูแลและการพบแพทย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
NORTH EDGE นาฬิกาข้อมือผู้ชายสไตล์แทคติคอลทหาร ตัวเรือนกันกระแทก ปฏvimปฏิทินดิจิตอล โหมดโครโนกราฟ นาฬิกาปลุก จอ LCD กันน้ำ 50 เมตร TANK
North Edgeโคมไฟกลางคืนรูปช้าง Goose Hours - โคมไฟ LED ซิลิโคนนุ่ม เซนเซอร์แตะและอินฟราเรด ชาร์จ USB-C
เครื่องประดับ นํา ไฟกลางคืนพระอาทิตย์ตก, การชาร์จ 350มะห์ ของขวัญสร้างสรรค์โคมไฟตั้งโต๊ะแบบชาร์จไฟได้
โคมไฟกลางคืนอัจฉริยะ ไฟเซ็นเซอร์ พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไฟหัวเตียง ไฟติดห้องนอน แบบชาร์จไฟได้
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุด้านสมองและความจำ — กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Dementia — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

พ่อแม่วางของผิดที่บ่อยขึ้น สัญญาณนี้บอกอะไรและควรรับมืออย่างไร
การวางของผิดที่หรือหาของไม่เจอบ่อยครั้งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณความจำที่ครอบครัวสังเกตเห็น บทความนี้อธิบายว่าแบบไหนพบได้ทั่วไป แบบไหนควรพาไปประเมิน พร้อมวิธีจัดบ้านให้ลดความเสี่ยงจากการหาของไม่เจอ

7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อผู้สูงอายุถามคำถามเดิมซ้ำ
การถามคำถามซ้ำในผู้สูงอายุมักถูกครอบครัวรับมือด้วยวิธีที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงโดยไม่รู้ตัว บทความนี้ชี้ 7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและวิธีปรับให้เหมาะสมกว่า