สูงวัยไทย
พ่อแม่วางของผิดที่บ่อยขึ้น สัญญาณนี้บอกอะไรและควรรับมืออย่างไร
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
พ่อแม่วางของผิดที่บ่อยขึ้น สัญญาณนี้บอกอะไรและควรรับมืออย่างไร
การวางของผิดที่หรือหาของไม่เจอบ่อยครั้งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณความจำที่ครอบครัวสังเกตเห็น บทความนี้อธิบายว่าแบบไหนพบได้ทั่วไป แบบไหนควรพาไปประเมิน พร้อมวิธีจัดบ้านให้ลดความเสี่ยงจากการหาของไม่เจอ
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Aleksandrs Karevs / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การวางของผิดที่เป็นครั้งคราว เช่น วางแว่นตาไว้ผิดจุดแล้วนึกออกภายหลังว่าวางไว้ที่ไหน พบได้ทั่วไปในทุกวัยและไม่ใช่สัญญาณอันตรายเสมอไป
- สิ่งที่ควรสังเกตคือการวางของไว้ในที่ที่ผิดปกติอย่างชัดเจน เช่น เอากุญแจไปแช่ตู้เย็น หรือหาของไม่เจอแล้วกล่าวหาว่าคนอื่นขโมยไปโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ลักษณะนี้ควรได้รับการสังเกตเพิ่มเติม
- การวางของผิดที่ที่เกี่ยวข้องกับความจำมักเกิดร่วมกับการหาไม่เจอแล้วนึกย้อนกลับไปไม่ได้เลยว่าเคยใช้ของนั้นล่าสุดที่ไหน ต่างจากการลืมตำแหน่งชั่วคราวแล้วนึกออกได้เองภายหลัง
- การจัดบ้านให้มีระบบตำแหน่งของใช้ที่แน่นอนช่วยลดความเสี่ยงจากการวางของผิดที่ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหากมีสัญญาณอื่นร่วมด้วย
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่สังเกตเห็นว่าผู้สูงอายุในบ้านวางของผิดที่หรือหาของไม่เจอบ่อยขึ้นกว่าเดิม
- เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการแยกแยะว่าการวางของผิดที่แบบไหนพบได้ทั่วไป แบบไหนควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
- ไม่เหมาะกับการใช้แทนคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ในกรณีที่มีการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมแล้ว ซึ่งควรปฏิบัติตามแผนการดูแลที่แพทย์กำหนด
สิ่งที่ควรรู้
วางของผิดที่แบบไหนพบได้ทั่วไป แบบไหนควรสังเกตเพิ่ม
การวางแว่นตา กุญแจ หรือรีโมททีวีไว้ผิดจุดแล้วนึกออกภายหลังว่าเอาไปวางไว้ที่ไหน เป็นเรื่องที่พบได้ในทุกวัยรวมถึงผู้สูงอายุที่ไม่มีปัญหาความจำ เพราะเป็นความเผลอในชีวิตประจำวันมากกว่าความบกพร่องของความจำ
สิ่งที่ต่างออกไปคือการวางของไว้ในที่ที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เช่น เอากุญแจรถไปแช่ตู้เย็น หรือเอาของใช้ในครัวไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า ร่วมกับการนึกย้อนกลับไปไม่ได้เลยว่าทำไปได้อย่างไร ลักษณะนี้บ่งบอกถึงความสับสนในการจัดระเบียบความคิดมากกว่าความเผลอทั่วไป และควรได้รับการสังเกตเพิ่มเติม
ระวังการกล่าวหาว่าคนอื่นขโมยของ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจ
บางครั้งเมื่อหาของไม่เจอ ผู้สูงอายุที่มีความจำบกพร่องอาจกล่าวหาคนรอบข้างว่าขโมยของไปโดยไม่มีเหตุผลรองรับ แทนที่จะคิดว่าตัวเองอาจวางผิดที่ ปฏิกิริยานี้ไม่ได้เกิดจากความไม่ไว้ใจหรือนิสัยส่วนตัว แต่เป็นผลจากความยากลำบากในการยอมรับว่าตัวเองจำไม่ได้ ครอบครัวที่เข้าใจกลไกนี้จะรับมือได้ดีกว่าการโต้เถียงหรือรู้สึกเสียใจส่วนตัว
การกล่าวหาแบบนี้หากเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรนำไปปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งของภาวะที่ต้องประเมินและดูแลอย่างเป็นระบบมากกว่าการปล่อยให้เป็นความขัดแย้งในครอบครัว
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและร่างกายที่ทำให้หาของไม่เจอบ่อยขึ้น
สายตาที่เสื่อมลงตามวัยหรือ presbyopia อาจทำให้มองหาของเล็ก ๆ ได้ยากขึ้นและเข้าใจผิดว่าของหายไป ทั้งที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แสงสว่างในบ้านที่ไม่เพียงพอก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หาของยากขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับความจำโดยตรง
การจัดบ้านที่มีของสะสมจำนวนมากหรือไม่มีระบบตำแหน่งที่แน่นอน ก็ทำให้หาของยากขึ้นในทุกวัย การปรับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จึงควรทำควบคู่กับการสังเกตเรื่องความจำ ไม่ใช่สรุปว่าเป็นปัญหาความจำอย่างเดียวทันที
การประเมินที่ถูกต้องต้องอาศัยแพทย์ร่วมกับข้อมูลจากครอบครัว
แพทย์อาจประเมินร่วมกับการซักประวัติว่าการวางของผิดที่เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน มีลักษณะผิดปกติชัดเจนหรือไม่ และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หลงลืมหรือถามซ้ำหรือไม่ ครอบครัวสามารถช่วยได้มากด้วยการจดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติชัดเจน เพื่อนำไปให้ข้อมูลแพทย์อย่างละเอียดแทนการอธิบายกว้าง ๆ ว่า 'หาของไม่เจอบ่อย'
แพทย์อาจสอบถามเพิ่มเติมว่าการวางของผิดที่ส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันมากน้อยเพียงใด เช่น ยังสามารถแต่งตัว ทำอาหาร หรือจัดการเรื่องเงินได้ตามปกติหรือไม่ เพราะระดับผลกระทบต่อความสามารถเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยแยกระหว่างความเผลอทั่วไปกับสัญญาณที่ควรเฝ้าระวังมากขึ้น

รูปภาพโดย RDNE Stock project / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
จัดระบบตำแหน่งของใช้ประจำให้แน่นอน
กำหนดจุดวางของใช้ประจำ เช่น กุญแจ แว่นตา กระเป๋าเงิน ให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันเสมอ และติดป้ายหรือใช้ตะกร้าแยกประเภทเพื่อลดความสับสน การทำเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้สูงอายุคุ้นเคยกับระบบใหม่ได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยความจำมากเกินไป
ปรับแสงสว่างและลดความรกในบ้าน
เพิ่มแสงสว่างในจุดที่มักหาของ เช่น ลิ้นชักหรือชั้นวางของ และลดของสะสมที่ไม่จำเป็นเพื่อให้มองเห็นและหาของได้ง่ายขึ้น
- จัดจุดวางกุญแจ แว่นตา และกระเป๋าเงินให้แน่นอน
- เพิ่มแสงสว่างในจุดที่มักหาของไม่เจอ
- จดบันทึกตัวอย่างการวางของผิดที่ที่ผิดปกติชัดเจน
พาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติชัดเจนหรือกล่าวหาคนอื่นบ่อยขึ้น
นัดพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างเป็นระบบเมื่อการวางของผิดที่มีลักษณะผิดปกติชัดเจน หรือเริ่มมีการกล่าวหาคนรอบข้างว่าขโมยของบ่อยขึ้น พร้อมนำบันทึกตัวอย่างไปให้ข้อมูล
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผู้ชายกีฬานาฬิกาปฏิทินสายรัดไนลอนสร้อยข้อมือของขวัญวันพ่อฤดูใบไม้ผลิ
JIANUOนาฬิกาปฏิทินตั้งโต๊ะ นาฬิกาพลิก แบบพลาสติก พร้อม 3 ปุ่มกด เปลี่ยนเวลาแสดงวันที่ สัปดาห์ มัลติฟังก์ชั่น
นาฬิกาสุภาพสตรีลําลองย้อนยุคนาฬิกาปฏิทินเข็มขัดควอตซ์รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
นาฬิกาแขวนผนังดิจิตอล LED รุ่น4819 มี4สี นาฬิกาปฏิทินถาวร 48X18.5X3.5 ซม. พร้อมหัวอแดปเตอร์และUSB พร้อมใช้งาน
Caixin(ไคซิง)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- โต้เถียงอย่างรุนแรงเมื่อผู้สูงอายุกล่าวหาว่าคนอื่นขโมยของ
- สรุปว่าการวางของผิดที่ทุกครั้งเป็นสัญญาณของสมองเสื่อมโดยไม่พิจารณาปัจจัยอื่น
- ปล่อยให้บ้านมีแสงสว่างไม่เพียงพอหรือของสะสมรกจนหาของยาก
- ไม่จดบันทึกตัวอย่างการวางของผิดที่ที่ผิดปกติชัดเจนก่อนพบแพทย์
- มองข้ามปัญหาสายตาที่อาจทำให้หาของยากขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับความจำ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้าการวางของผิดที่เกิดร่วมกับความสับสนเฉียบพลันที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงและปลุกไม่ค่อยตื่น
- โทร 1669 ทันที ถ้ามีอาการแขนขาอ่อนแรงข้างเดียวหรือพูดไม่ชัดร่วมกับความสับสน
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน ถ้าการวางของผิดที่แย่ลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันโดยไม่มีเหตุนำมาก่อน
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าเริ่มวางของไว้ในที่ที่ผิดปกติชัดเจนอย่างต่อเนื่อง หรือกล่าวหาคนอื่นว่าขโมยของบ่อยขึ้น
- เฝ้าสังเกตต่อเนื่องและจดบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป ถ้าวางของผิดที่เป็นครั้งคราวแล้วนึกออกเองได้ภายหลัง
เช็กลิสต์สรุป
- จัดจุดวางของใช้ประจำให้แน่นอนและสม่ำเสมอ
- เพิ่มแสงสว่างในจุดที่มักหาของไม่เจอ
- จดบันทึกตัวอย่างการวางของผิดที่ที่ผิดปกติชัดเจน
- ไม่โต้เถียงรุนแรงเมื่อถูกกล่าวหาว่าขโมยของ
- ตรวจสายตาหากยังไม่เคยตรวจมานาน
- พาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติชัดเจนหรือต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย
แม่หากุญแจไม่เจอแล้วบอกว่ามีคนขโมยไป ควรตอบสนองอย่างไร
ควรตอบด้วยความเข้าใจแทนการโต้เถียงทันที เช่น ช่วยหาด้วยกันโดยไม่ปฏิเสธความรู้สึกของท่าน หากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น ควรนำไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินร่วมกับอาการอื่นที่อาจสังเกตเห็น
พ่อเอาของใช้ในครัวไปเก็บผิดที่บ่อยขึ้น ถือว่าน่ากังวลแค่ไหน
หากเป็นการวางผิดที่ในลักษณะผิดปกติชัดเจน เช่น เอาของในครัวไปไว้ในตู้เสื้อผ้า และเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมิน แต่หากเป็นเพียงบางครั้งบางคราวและยังจำได้เมื่อถูกถาม อาจยังไม่ใช่สัญญาณที่น่ากังวลมาก
ควรจัดบ้านอย่างไรให้ผู้สูงอายุหาของง่ายขึ้นโดยไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกจัดการชีวิต
ควรชวนผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการจัดตำแหน่งของใช้ด้วยกัน แทนที่จะจัดฝ่ายเดียวแล้วบอกว่าต้องวางตรงนี้เท่านั้น การให้มีส่วนร่วมช่วยให้รู้สึกว่ายังควบคุมชีวิตของตัวเองได้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า
สายตาที่แย่ลงเกี่ยวข้องกับการหาของไม่เจอได้จริงหรือไม่
ได้จริง ภาวะสายตายาวตามวัยหรือ presbyopia และแสงสว่างในบ้านที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้มองหาของเล็ก ๆ ได้ยากขึ้นและเข้าใจผิดว่าของหายไปทั้งที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ควรตรวจสายตาและปรับแสงในบ้านก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาความจำ
ควรจดบันทึกอะไรบ้างเพื่อนำไปให้แพทย์ประเมิน
ควรจดตัวอย่างการวางของผิดที่ที่ผิดปกติชัดเจน เช่น วางของไว้ที่ไหน ผิดปกติอย่างไร เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น หลงลืมหรือถามซ้ำ ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมช่วยให้แพทย์ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำกว่าการอธิบายกว้าง ๆ
สรุป
- การวางของผิดที่เป็นครั้งคราวพบได้ทั่วไปในทุกวัย แต่การวางในที่ที่ผิดปกติชัดเจนควรได้รับการสังเกตเพิ่มเติม
- การกล่าวหาคนอื่นว่าขโมยของเมื่อหาของไม่เจอ เป็นปฏิกิริยาที่อาจเกี่ยวข้องกับความยากลำบากในการยอมรับว่าจำไม่ได้
- ปัจจัยด้านสายตาและแสงสว่างในบ้านอาจทำให้หาของยากขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับความจำโดยตรง
- การจัดระบบตำแหน่งของใช้และจดบันทึกตัวอย่างที่ผิดปกติช่วยให้การพบแพทย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
NORTH EDGE นาฬิกาข้อมือผู้ชายสไตล์แทคติคอลทหาร ตัวเรือนกันกระแทก ปฏvimปฏิทินดิจิตอล โหมดโครโนกราฟ นาฬิกาปลุก จอ LCD กันน้ำ 50 เมตร TANK
North Edgeโคมไฟกลางคืนรูปช้าง Goose Hours - โคมไฟ LED ซิลิโคนนุ่ม เซนเซอร์แตะและอินฟราเรด ชาร์จ USB-C
เครื่องประดับ นํา ไฟกลางคืนพระอาทิตย์ตก, การชาร์จ 350มะห์ ของขวัญสร้างสรรค์โคมไฟตั้งโต๊ะแบบชาร์จไฟได้
โคมไฟกลางคืนอัจฉริยะ ไฟเซ็นเซอร์ พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไฟหัวเตียง ไฟติดห้องนอน แบบชาร์จไฟได้
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุด้านสมองและความจำ — กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Dementia — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Memory, forgetfulness, and aging — National Institute on Aging (NIA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

พ่อแม่เริ่มหลงลืมบ่อยขึ้น เป็นเรื่องปกติของวัยหรือสัญญาณที่ต้องพาไปตรวจ
ความหลงลืมในผู้สูงอายุมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องปกติของวัยไปจนถึงภาวะที่ต้องประเมิน บทความนี้ช่วยแยกว่าแบบไหนควรเฝ้าสังเกต แบบไหนควรพาไปพบแพทย์โดยไม่ตีตราว่าเป็น 'สมองเสื่อม' ทันที

7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อผู้สูงอายุวางของผิดที่บ่อย
เมื่อผู้สูงอายุเริ่มวางของผิดที่หรือหาของไม่เจอบ่อยขึ้น ครอบครัวมักตอบสนองด้วยวิธีที่ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดหรือพลาดสัญญาณสำคัญ บทความนี้ชี้ 7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและแนวทางที่เหมาะสมกว่า