สูงวัยไทย
7 จุดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อจับชีพจรผู้สูงอายุแล้วอ่านผลผิด
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
7 จุดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อจับชีพจรผู้สูงอายุแล้วอ่านผลผิด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวจับชีพจรผู้สูงอายุ ตั้งแต่จับผิดจังหวะไปจนถึงตกใจเกินเหตุหรือชะล่าใจเกินไป พร้อมวิธีอ่านผลที่ปลอดภัยกว่า
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การจับชีพจรด้วยนิ้วโป้งเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เพราะนิ้วโป้งมีชีพจรของตัวเอง ทำให้นับชีพจรของผู้จับปนกับของผู้ถูกจับโดยไม่รู้ตัว
- การนับชีพจรเพียง 6 หรือ 10 วินาทีแล้วคูณเพื่อประหยัดเวลา มักคลาดเคลื่อนมากเมื่อจังหวะไม่สม่ำเสมอ ทำให้ประเมินผิดทั้งสูงเกินและต่ำเกิน
- หลายครอบครัวตกใจเกินเหตุเมื่อเจอชีพจรสูงขึ้นเล็กน้อยหลังออกแรงหรือกังวล ทั้งที่เป็นการตอบสนองปกติของร่างกาย ไม่ใช่สัญญาณโรคหัวใจเสมอไป
- ในทางกลับกัน บางครอบครัวชะล่าใจกับชีพจรที่ไม่สม่ำเสมอเรื้อรังโดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ ทั้งที่ควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อแยกภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มจับชีพจรผู้สูงอายุเองที่บ้านและไม่แน่ใจว่าค่าที่ได้แม่นยำหรือไม่
- เหมาะกับผู้ที่เคยตกใจหรือชะล่าใจกับค่าชีพจรที่วัดได้และต้องการปรับวิธีอ่านผลให้ถูกต้องขึ้น
- ไม่ได้ใช้แทนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สิ่งที่ควรรู้
จุดพลาดที่ 1-2: จับผิดตำแหน่งและนับเวลาสั้นเกินไป
การใช้นิ้วหัวแม่มือกดจับชีพจรที่ข้อมืออีกข้างเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก เพราะนิ้วหัวแม่มือมีเส้นเลือดและชีพจรของตัวเองค่อนข้างชัด ทำให้ผู้จับสับสนระหว่างจังหวะของตัวเองกับของผู้ถูกจับ ควรใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแทนเสมอ
อีกจุดพลาดคือนับชีพจรเพียง 6 หรือ 10 วินาทีแล้วคูณเพื่อความเร็ว วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อจังหวะสม่ำเสมอมากเท่านั้น หากจังหวะไม่สม่ำเสมอแม้เล็กน้อย การนับช่วงสั้นจะคลาดเคลื่อนสูง ควรนับเต็ม 30 วินาทีคูณสองหรือเต็มหนึ่งนาทีเมื่อไม่แน่ใจ
จุดพลาดที่ 3-4: ตกใจเกินเหตุกับค่าที่สูงชั่วคราว และไม่รู้ค่าฐานของตัวเอง
ชีพจรที่สูงขึ้นทันทีหลังเดินขึ้นบันได ตกใจ หรือเพิ่งดื่มกาแฟ เป็นการตอบสนองปกติของร่างกายที่ควรกลับสู่ค่าเดิมภายในไม่กี่นาทีเมื่อได้พัก ครอบครัวหลายคนตื่นตระหนกกับตัวเลขที่สูงขึ้นชั่วคราวโดยไม่รอดูว่าลดลงหรือไม่หลังพัก
อีกจุดพลาดคือการไม่มีค่าฐานของตัวเองเมื่อไม่มีอาการ ทำให้ทุกครั้งที่วัดต้องเทียบกับตัวเลขมาตรฐานทั่วไปแทนที่จะเทียบกับปกติของคนคนนั้น ซึ่งทำให้ประเมินความผิดปกติได้ไม่แม่นยำ
จุดพลาดที่ 5-6: ชะล่าใจกับจังหวะไม่สม่ำเสมอเรื้อรัง และมองข้ามอาการร่วมที่ไม่ชัดเจน
หลายครอบครัวคุ้นชินกับการที่ชีพจรของผู้สูงอายุในบ้านไม่สม่ำเสมอมานาน จึงคิดว่าเป็น ‘ปกติของท่าน’ โดยไม่เคยพาไปตรวจอย่างจริงจัง ทั้งที่จังหวะไม่สม่ำเสมอเรื้อรังอาจเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมองและควรได้รับการประเมินอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคืออาการที่ไม่ชัดเจน เช่น เพลียง่ายกว่าเดิม เดินช้าลง หรือไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยทำ ซึ่งอาจเป็นผลจากชีพจรผิดปกติที่ค่อยๆ ส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันโดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอกชัดเจนแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย
ครอบครัวหลายบ้านยังแยกไม่ออกระหว่างชีพจรเร็วขึ้นจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่ากับชีพจรเร็วขึ้นจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งสองอย่างทำให้หน้ามืดได้เหมือนกันแต่แนวทางประเมินต่างกัน ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่ามักเกิดเฉพาะตอนลุกยืนและดีขึ้นเมื่อนั่งหรือนอนพัก ในขณะที่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดได้แม้ขณะนั่งพักเฉยๆ การจดบันทึกว่าอาการเกิดตอนไหนจึงช่วยแพทย์แยกสาเหตุได้เร็วขึ้น
จุดพลาดที่ 7: ปรับหรือหยุดยาหัวใจเองเมื่อเห็นชีพจรผิดปกติ
เมื่อเห็นชีพจรช้าหรือเร็วผิดปกติ บางครอบครัวตัดสินใจลดยาหรือหยุดยาหัวใจและความดันเองเพราะกลัวว่ายาเป็นสาเหตุ การทำเช่นนี้เสี่ยงมากเพราะยาหลายชนิดต้องกินต่อเนื่องเพื่อควบคุมโรค การหยุดกะทันหันอาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจดค่าที่ผิดปกติไว้แล้วติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำ

รูปภาพโดย RDNE Stock project / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ฝึกจับชีพจรให้ถูกวิธีก่อนเริ่มประเมิน
ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดเบาๆ ที่ข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือหรือด้านข้างลำคอ ฝึกจับกับสมาชิกในบ้านที่ไม่มีอาการก่อนเพื่อความมั่นใจ แล้วจึงเริ่มจับให้ผู้สูงอายุขณะนั่งพักอย่างน้อย 5 นาที
- ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง ไม่ใช้นิ้วหัวแม่มือ
- ฝึกกับคนที่ไม่มีอาการก่อนเพื่อความมั่นใจ
- จับขณะนั่งพักอย่างน้อย 5 นาที
สร้างค่าฐานและบันทึกอย่างสม่ำเสมอ
วัดชีพจรในช่วงเวลาเดียวกันของวันเมื่อไม่มีอาการติดต่อกันสักหนึ่งสัปดาห์เพื่อรู้ค่าฐานของตัวเอง จากนั้นบันทึกทุกครั้งที่วัดพร้อมกิจกรรมก่อนหน้าและอาการร่วม เพื่อให้เห็นรูปแบบที่เปลี่ยนไปได้ชัดเจนกว่าการดูตัวเลขครั้งเดียว
- วัดช่วงเวลาเดียวกันทุกวันเมื่อไม่มีอาการเพื่อรู้ค่าฐาน
- บันทึกค่าพร้อมกิจกรรมก่อนหน้าและอาการร่วมทุกครั้ง
- ทบทวนบันทึกก่อนไปพบแพทย์ทุกครั้ง
รับมือค่าที่ผิดปกติโดยไม่ปรับยาเอง
เมื่อพบค่าผิดปกติ ให้พักและวัดซ้ำ จดค่าที่ได้ และติดต่อสถานพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำแทนการปรับยาเอง หากมีอาการร่วมที่รุนแรง เช่น เจ็บหน้าอกหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการเพิ่มเติม
- พักและวัดซ้ำก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
- ติดต่อสถานพยาบาลเมื่อค่าผิดปกติต่อเนื่อง
- ห้ามปรับหรือหยุดยาหัวใจและความดันเอง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าใช้นิ้วหัวแม่มือจับชีพจรเพราะปนกับชีพจรของผู้จับเอง
- อย่านับชีพจรช่วงสั้นเพียง 6 หรือ 10 วินาทีเมื่อจังหวะไม่สม่ำเสมอ
- อย่าตกใจเกินเหตุกับค่าที่สูงขึ้นชั่วคราวหลังออกแรงหรือดื่มกาแฟโดยไม่รอดูค่าหลังพัก
- อย่าชะล่าใจกับจังหวะไม่สม่ำเสมอเรื้อรังโดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ
- อย่าปรับหรือหยุดยาหัวใจและความดันเองเมื่อเห็นค่าชีพจรผิดปกติ
- อย่ามองข้ามอาการเพลียง่ายหรือทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลงโดยคิดว่าเป็นความชราตามปกติ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือรีบไปห้องฉุกเฉินทันที หากชีพจรผิดปกติมากร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หรือหมดสติ
- โทร 1669 หรือรีบไปห้องฉุกเฉินทันที หากพบชีพจรไม่สม่ำเสมอร่วมกับแขนขาอ่อนแรงข้างเดียวหรือพูดไม่ชัดกะทันหัน
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากค่าชีพจรผิดปกติซ้ำหลายครั้งในวันเดียวแม้พักแล้วยังไม่กลับสู่ปกติ
- นัดพบแพทย์ภายในไม่กี่วัน หากพบว่าจับชีพจรได้ไม่สม่ำเสมอเรื้อรังมานานโดยไม่เคยได้รับการตรวจ
- เฝ้าสังเกตและบันทึกที่บ้าน หากค่าที่วัดได้ใกล้เคียงค่าฐานของตัวเองและไม่มีอาการร่วมอื่น
เช็กลิสต์สรุป
- ฝึกจับชีพจรด้วยนิ้วชี้และนิ้วกลาง ไม่ใช้นิ้วหัวแม่มือ
- นับเต็ม 30 วินาทีคูณสองหรือเต็มหนึ่งนาทีเมื่อจังหวะไม่สม่ำเสมอ
- วัดสร้างค่าฐานเมื่อไม่มีอาการติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์
- บันทึกค่าพร้อมกิจกรรมก่อนหน้าและอาการร่วมทุกครั้ง
- เตรียมรายการยาหัวใจและความดันไว้พร้อมนำไปพบแพทย์
- ตกลงกับสมาชิกในบ้านว่าจะไม่ปรับยาเองเมื่อพบค่าผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมจับชีพจรด้วยนิ้วหัวแม่มือถึงไม่ถูกต้อง
นิ้วหัวแม่มือมีเส้นเลือดและชีพจรของตัวเองค่อนข้างชัดเจน เมื่อใช้กดจับชีพจรของผู้อื่นอาจทำให้รู้สึกสับสนระหว่างจังหวะของตัวเองกับของผู้ถูกจับ ควรใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแทนเสมอเพื่อความแม่นยำ
นับชีพจร 15 วินาทีแล้วคูณสี่ได้ไหม
ใช้ได้เฉพาะเมื่อจังหวะการเต้นสม่ำเสมอมากเท่านั้น หากรู้สึกว่าจังหวะไม่สม่ำเสมอแม้เล็กน้อยควรนับเต็มหนึ่งนาทีเพื่อลดความคลาดเคลื่อน
ชีพจรสูงขึ้นหลังอารมณ์โกรธหรือกังวลอันตรายไหม
โดยทั่วไปเป็นการตอบสนองปกติของร่างกายและควรลดลงเมื่อผ่อนคลายภายในไม่กี่นาที หากยังสูงต่อเนื่องนานหรือมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วยควรรีบปรึกษาแพทย์
ถ้าเคยตรวจแล้วบอกว่าหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอเป็นปกติของท่าน ยังต้องตรวจซ้ำไหม
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำการติดตามของแพทย์เจ้าของไข้ แต่หากมีอาการใหม่ เช่น เหนื่อยง่ายขึ้นมาก หรือหน้ามืดบ่อยขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินซ้ำแม้เคยได้รับการวินิจฉัยแล้วก็ตาม
ลืมกินยาหัวใจแล้วชีพจรผิดปกติควรทำอย่างไร
ไม่ควรเพิ่มยาเป็นสองเท่าเพื่อชดเชยเอง ควรติดต่อเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะกับยาชนิดนั้นโดยเฉพาะ และจดเวลาที่ลืมกับค่าชีพจรที่วัดได้ไว้ด้วย
เด็กในบ้านช่วยจับชีพจรผู้สูงอายุได้ไหม
ได้ หากฝึกวิธีจับที่ถูกต้องก่อน แต่ควรให้ผู้ใหญ่เป็นคนตัดสินใจและติดต่อขอความช่วยเหลือเมื่อพบค่าผิดปกติ ไม่ควรให้เด็กเป็นผู้ตัดสินใจด้านการรักษาด้วยตัวเอง
แยกอย่างไรว่าหน้ามืดมาจากชีพจรหรือมาจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
หากหน้ามืดเกิดเฉพาะตอนลุกยืนเร็วและดีขึ้นเมื่อนั่งหรือนอนพัก มักสัมพันธ์กับความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า แต่หากเกิดขึ้นแม้ขณะนั่งพักเฉยๆ ควรสงสัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและรีบปรึกษาแพทย์ การจดว่าอาการเกิดตอนไหนช่วยแพทย์แยกสาเหตุได้แม่นยำขึ้น
สรุป
- ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือจับผิดตำแหน่งและนับเวลาสั้นเกินไป ทำให้ค่าที่ได้ไม่น่าเชื่อถือตั้งแต่ต้น
- การตกใจเกินเหตุกับค่าชั่วคราวและการชะล่าใจกับจังหวะไม่สม่ำเสมอเรื้อรังเป็นสองขั้วที่ควรหาจุดสมดุล
- การมีค่าฐานและบันทึกสม่ำเสมอช่วยให้อ่านความผิดปกติได้แม่นยำกว่าตัวเลขครั้งเดียว
- เมื่อพบค่าผิดปกติ ให้ติดต่อแพทย์แทนการปรับยาเอง และโทร 1669 ทันทีเมื่อมีอาการรุนแรงร่วมด้วย
แหล่งข้อมูล
- แนวทางเวชปฏิบัติด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุ — ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุด้านอายุรศาสตร์และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Cardiovascular disease — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชีพจรเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอในผู้สูงอายุ บอกอะไรและควรทำอย่างไร
ชีพจรของผู้สูงอายุอ่านค่าไม่เหมือนคนหนุ่มสาวเสมอไป บทความนี้อธิบายชีพจรปกติตามวัย สาเหตุที่ทำให้เต้นเร็วช้าหรือไม่สม่ำเสมอ และเมื่อไรควรรีบไปโรงพยาบาล

จับผิด 7 ความเข้าใจผิดเรื่องอุณหภูมิร่างกายที่ทำให้ครอบครัวประเมินอาการผู้สูงอายุพลาด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องไข้และตัวเย็นเกินในผู้สูงอายุ ตั้งแต่การวัดไข้ไม่สม่ำเสมอไปจนถึงการเช็ดตัวลดไข้แบบรุนแรง พร้อมวิธีแก้ที่ปลอดภัยกว่า

7 ข้อผิดพลาดเรื่องความดันโลหิตที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักทำโดยไม่รู้ตัว
รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวช่วยดูแลความดันโลหิตของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การวัดผิดวิธีไปจนถึงการตื่นตระหนกหรือประมาทเกินไปกับตัวเลข พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงที่บ้าน