สูงวัยไทย
ซ้อม FAST ให้ทั้งบ้านจำได้ ก่อนวันที่ผู้สูงอายุมีอาการหลอดเลือดสมองจริง
พิมพ์เมื่อ 21 กันยายน 2026
ซ้อม FAST ให้ทั้งบ้านจำได้ ก่อนวันที่ผู้สูงอายุมีอาการหลอดเลือดสมองจริง
วิธีทำให้ทุกคนในบ้านจำสัญญาณโรคหลอดเลือดสมองแบบ FAST ได้จริง พร้อมสิ่งที่ห้ามทำระหว่างรอรถพยาบาล และเหตุผลที่ต้องจำเวลาเริ่มอาการให้แม่น
เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Jeff Yen / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- เห็นอาการใดอาการหนึ่งของ FAST ให้โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอให้ครบทุกข้อ และไม่ต้องรอดูว่าจะดีขึ้นเองไหม F คือใบหน้าเบี้ยวหรือมุมปากตก A คือแขนหรือขาอ่อนแรงข้างเดียว ยกค้างไว้ไม่ได้ S คือพูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ และ T คือเวลา ซึ่งหมายถึงต้องโทรเดี๋ยวนี้และต้องจำให้ได้ว่าอาการเริ่มกี่โมง
- สิ่งที่ครอบครัวมักทำแล้วทำให้เสียเวลามากที่สุดคือ ให้นอนพักก่อนแล้วค่อยดูใหม่ตอนเช้า ให้ดื่มน้ำหรือกินยา นวดหรือขยับแขนขาข้างที่อ่อนแรง หรือขับรถพาไปโรงพยาบาลเองโดยไม่แจ้งใคร ทั้งหมดนี้ลดโอกาสที่ท่านจะได้รับการรักษาที่ต้องทำภายในเวลาจำกัด
- เวลาที่ต้องจำไม่ใช่เวลาที่ครอบครัวเห็นอาการ แต่คือเวลาสุดท้ายที่ท่านยังเป็นปกติดี เช่น ถ้าคุยกันปกติตอนสองทุ่มแล้วมาพบว่าพูดไม่ชัดตอนสี่ทุ่ม เวลาที่แพทย์ใช้คือสองทุ่ม ข้อมูลนี้มีผลโดยตรงต่อทางเลือกการรักษาที่แพทย์จะพิจารณาได้
- ระหว่างรอรถพยาบาล ให้ท่านอยู่นิ่งในท่าที่ปลอดภัย ห้ามให้อาหาร น้ำ หรือยาทางปากเด็ดขาด เพราะผู้ที่มีอาการหลอดเลือดสมองอาจกลืนลำบากและสำลักเข้าปอดได้ง่าย เก็บรายการยาโดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดไว้ให้พร้อมส่งเจ้าหน้าที่
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายคนหลายวัย และอยากให้ทุกคนในบ้านรวมถึงผู้ช่วยงานบ้านจำสัญญาณเดียวกันและทำแบบเดียวกันได้
- เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเคยมีอาการอ่อนแรงชั่วคราวมาก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- เหมาะกับผู้ดูแลที่อยู่กับท่านคนเดียวและกังวลว่าถ้าเกิดเหตุจริงจะทำอะไรก่อนหลัง
- ไม่เหมาะกับการใช้แทนการวินิจฉัย บทความนี้ช่วยให้ตัดสินใจเรียกความช่วยเหลือเร็วขึ้นเท่านั้น การบอกว่าเป็นโรคอะไรและรักษาอย่างไรเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ตรวจท่าน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมการจำ FAST ได้อย่างเดียวยังไม่พอ ต้องซ้อมด้วย
คนส่วนใหญ่ในบ้านเคยเห็นคำว่า FAST มาแล้วและบอกได้ว่ามันแปลว่าอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงตอนมีเหตุคือทุกคนตกใจ ลังเล และหันไปถามกันว่าจะทำอย่างไรดี ช่องว่างระหว่างการรู้กับการทำได้ทันทีคือสิ่งที่การซ้อมช่วยปิด เหมือนกับการซ้อมหนีไฟที่ไม่ได้ซ้อมเพื่อให้จำแผนผังได้ แต่ซ้อมเพื่อให้ร่างกายรู้ว่าต้องเดินไปทางไหนโดยไม่ต้องคิด
การซ้อมที่ได้ผลไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ใช้เวลาไม่กี่นาทีในมื้ออาหารเย็นวันหนึ่ง ให้แต่ละคนลองทำสามอย่างจริง คือยิ้มให้กันดู ยกแขนสองข้างค้างไว้พร้อมกัน และพูดประโยคเดิมประโยคหนึ่งให้ชัด การได้ลองทำด้วยตัวเองทำให้เห็นว่าอาการผิดปกติหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับปกติ ซึ่งต่างจากการอ่านคำอธิบายมาก
อีกครึ่งหนึ่งของการซ้อมคือซ้อมสิ่งที่ตามมาหลังเห็นอาการ ใครโทร 1669 ใครอยู่กับท่าน ใครไปเปิดประตูและรอรับหน้าบ้าน ใครหยิบแฟ้มยาและบัตรประชาชน บ้านที่ตกลงบทบาทไว้ล่วงหน้าจะไม่เสียเวลาไปกับการถามกันไปมาในนาทีที่สำคัญที่สุด
อ่านสัญญาณ FAST ให้ละเอียดกว่าที่โปสเตอร์บอก
ข้อ F ใบหน้า ให้ขอให้ท่านยิ้มกว้างหรือยิงฟัน แล้วดูว่าสองข้างขยับเท่ากันหรือไม่ จุดที่มักสังเกตได้ชัดคือมุมปากข้างหนึ่งตก ร่องแก้มข้างหนึ่งหายไป หรือหลับตาสองข้างไม่สนิทเท่ากัน ถ้าผู้สูงอายุใส่ฟันปลอม ให้ดูการขยับของมุมปากเป็นหลักมากกว่ารูปทรงของฟัน
ข้อ A แขนขา ให้ขอให้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกันแล้วค้างไว้สักครู่โดยหลับตา ถ้ามีข้างหนึ่งตกลงมาเอง หรือยกได้แต่ไม่มีแรงต้านเท่าอีกข้าง ให้ถือว่าผิดปกติ ข้อนี้ต้องระวังการตีความผิดในผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อไหล่หรือปวดไหล่เดิมอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเทียบคือความแตกต่างจากพื้นฐานเดิมของท่านเอง ไม่ใช่เทียบกับคนอื่น
ข้อ S การพูด ไม่ได้มีแค่พูดไม่ชัด แต่รวมถึงนึกคำไม่ออก เรียกชื่อของใกล้ตัวผิด พูดเป็นประโยคที่ฟังแล้วไม่ได้ความ หรือฟังคำสั่งง่าย ๆ แล้วทำตามไม่ได้ ให้ทดสอบด้วยประโยคสั้น ๆ ที่มีความหมายชัด เช่น ขอให้พูดตามว่าวันนี้อากาศร้อนมาก แล้วฟังว่าออกเสียงครบและเรียงคำถูกไหม
ข้อ T เวลา มีสองความหมายที่ต้องทำพร้อมกัน ความหมายแรกคือโทร 1669 เดี๋ยวนี้ ความหมายที่สองคือกำหนดเวลาสุดท้ายที่ท่านยังปกติดีให้แม่นที่สุด โดยใช้เหตุการณ์อ้างอิงช่วย เช่น ยังคุยโทรศัพท์กับหลานจบตอนละครเริ่ม หรือยังกินข้าวเย็นได้ปกติตอนหกโมง เหตุการณ์อ้างอิงแบบนี้แม่นกว่าการนึกตัวเลขเวลาลอย ๆ
- F ใบหน้า มุมปากตกข้างเดียว ยิ้มแล้วสองข้างไม่เท่ากัน
- A แขนขา ยกค้างไว้ไม่ได้ข้างหนึ่ง หรือแรงลดลงชัดเจนข้างเดียว
- S การพูด พูดไม่ชัด นึกคำไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
- T เวลา โทร 1669 ทันที และจำเวลาสุดท้ายที่ยังปกติให้ได้
อาการที่ไม่อยู่ใน FAST แต่ต้องโทร 1669 เช่นกัน
FAST ครอบคลุมรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด แต่ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด ยังมีอาการเฉียบพลันอีกกลุ่มที่ต้องถือเป็นเหตุฉุกเฉินเท่ากัน ได้แก่ ตามืดหรือมองเห็นภาพซ้อนเฉียบพลันโดยเฉพาะข้างเดียว เวียนศีรษะรุนแรงร่วมกับเดินเซจนทรงตัวไม่ได้ ชาครึ่งซีกของร่างกาย และปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในผู้สูงอายุยังต้องระวังรูปแบบที่แสดงออกไม่ตรงแบบ เพราะบางครั้งสิ่งที่ครอบครัวเห็นคือท่านซึมลง ไม่ยอมลุกจากเตียง หรืออยู่ ๆ สับสนเรียกชื่อคนในบ้านผิดภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเป็นภาพของ ภาวะสับสนเฉียบพลัน หรือ delirium ที่เกิดได้จากหลายสาเหตุรวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง อาการแบบนี้ไม่ใช่ความจำไม่ดีตามวัย และไม่ควรรอดูข้ามคืน
อีกสถานการณ์ที่อันตรายเป็นพิเศษคืออาการอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดที่เกิดขึ้นแล้วหายไปเองภายในเวลาสั้น ๆ หลายครอบครัวจะโล่งใจแล้วไม่พาไปตรวจ ทั้งที่เหตุการณ์ลักษณะนี้คือสัญญาณเตือนที่มีน้ำหนักมาก และเป็นเหตุให้ต้องรีบประเมินทันที ไม่ใช่เหตุให้สบายใจ
สิ่งที่ห้ามทำระหว่างรอรถพยาบาล และเหตุผลที่ห้าม
ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดคือห้ามให้อะไรทางปาก ทั้งน้ำ อาหาร และยา เพราะผู้ที่มีอาการหลอดเลือดสมองมักกลืนลำบากโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว การป้อนน้ำเพียงเล็กน้อยอาจทำให้สำลักลงปอดและเกิดปัญหาปอดอักเสบตามมา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้การรักษายากขึ้นมากในผู้สูงอายุ
ห้ามให้ยาลดความดันเพิ่มเองแม้จะวัดแล้วพบว่าความดันสูงกว่าปกติมาก เพราะในภาวะนี้ความดันที่สูงขึ้นอาจเป็นการปรับตัวของร่างกายเพื่อดันเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนที่ขาดเลือด การลดความดันลงเร็วเกินไปนอกการดูแลของแพทย์อาจทำให้แย่ลง การตัดสินใจเรื่องนี้ต้องเป็นของทีมแพทย์ที่ประเมินท่านจริง
ห้ามนวด บีบ ดัด หรือพยายามกระตุ้นแขนขาข้างที่อ่อนแรง และห้ามใช้วิธีพื้นบ้านอย่างการเจาะปลายนิ้วเพื่อเอาเลือดออก เพราะไม่มีประโยชน์ในภาวะนี้ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการติดเชื้อ และที่สำคัญที่สุดคือทำให้เสียเวลาที่ควรใช้ไปกับการเรียกรถพยาบาล
สิ่งที่ทำได้จริงระหว่างรอมีไม่มาก และนั่นคือเรื่องปกติ ให้ท่านอยู่นิ่งในท่าที่ปลอดภัย ถ้ามีอาเจียนหรือน้ำลายมากให้ตะแคงหน้าไปด้านข้าง คลายเสื้อผ้าที่รัด อยู่เป็นเพื่อนและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงปกติแม้ท่านจะตอบไม่ได้ เพราะหลายคนยังได้ยินและรับรู้อยู่ พร้อมกับเตรียมข้อมูลยาและประวัติไว้ส่งต่อ
ข้อมูลที่ต้องส่งให้ทีมแพทย์ และเหตุผลว่าทำไมยาบางตัวสำคัญมาก
เมื่อทีมกู้ชีพมาถึง สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือประโยคสั้นที่มีข้อมูลครบ ได้แก่ อายุ อาการที่เห็น เวลาสุดท้ายที่ยังปกติ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ซึ่งมีผลต่อแนวทางการตรวจและการรักษาอย่างมาก ครอบครัวไม่ต้องรู้ว่ายาตัวไหนคือกลุ่มไหน แค่ส่งรายการยาฉบับล่าสุดให้ดูก็เพียงพอ
ผู้สูงอายุจำนวนมากอยู่ในภาวะ ใช้ยาหลายชนิด หรือ polypharmacy คือมียาจากหลายคลินิกที่ไม่เคยถูกรวมเป็นรายการเดียว การทำรายการยารวมเก็บไว้ที่จุดเดียวในบ้านจึงเป็นงานที่ควรทำในวันปกติ ไม่ใช่วันที่มีเหตุ ถ้าทำไม่ทันจริง ๆ ให้หยิบซองยาหรือกล่องยาทั้งหมดใส่ถุงไปด้วยเลย ดีกว่าพยายามนึกชื่อยาให้เจ้าหน้าที่ฟัง
ข้อมูลอีกชุดที่มีค่าคือระดับความสามารถพื้นฐานของท่านก่อนเกิดเหตุ เช่น เดินเองได้หรือต้องใช้ไม้เท้า ช่วยเหลือตัวเองใน กิจวัตรประจำวัน ได้แค่ไหน สื่อสารปกติดีหรือมีปัญหาการได้ยินอยู่เดิม ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมแพทย์แยกออกว่าอะไรคือของใหม่จริง ๆ และมีผลต่อการวางแผนฟื้นฟูตั้งแต่วันแรก

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: ทดสอบสามอย่างภายในไม่กี่สิบวินาที
เมื่อสงสัย ให้ทำการทดสอบสั้น ๆ ต่อหน้าท่านทันที ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย เป้าหมายคือยืนยันว่ามีความผิดปกติข้างเดียวหรือความผิดปกติของการพูด ไม่ใช่การหาว่าเป็นโรคอะไร
- ขอให้ยิ้มกว้างหรือยิงฟัน แล้วดูว่ามุมปากสองข้างเท่ากันหรือไม่
- ขอให้ยกแขนสองข้างค้างไว้พร้อมกัน แล้วดูว่ามีข้างใดตกลงมา
- ขอให้พูดตามประโยคสั้น ๆ หนึ่งประโยค แล้วฟังว่าชัดและครบหรือไม่
- ถามคำถามง่าย ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว เพื่อดูว่าเข้าใจและตอบตรงหรือไม่
ขั้นที่ 2: โทร 1669 ทันทีและตรึงเวลาให้แม่น
ถ้าผิดปกติแม้ข้อเดียว ให้โทร 1669 ก่อนทำอย่างอื่น เปิดลำโพงไว้เพื่ออยู่กับท่านได้ขณะให้ข้อมูล และในระหว่างนั้นให้ช่วยกันนึกให้ออกว่าเวลาสุดท้ายที่ท่านยังปกติคือกี่โมง
- บอกที่อยู่และจุดสังเกตเป็นอย่างแรก เผื่อสายหลุดกลางทาง
- บอกอาการที่เห็นด้วยตา โดยไม่ต้องเดาชื่อโรค
- บอกเวลาสุดท้ายที่ยังปกติ พร้อมเหตุการณ์อ้างอิงที่ใช้คำนวณเวลานั้น
- แจ้งว่ามียาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาโรคประจำตัวอะไรอยู่
- ถามเจ้าหน้าที่ว่าระหว่างรอควรจัดท่าอย่างไรและต้องเฝ้าอะไรเป็นพิเศษ
ขั้นที่ 3: ดูแลความปลอดภัยระหว่างรอโดยไม่ทำสิ่งต้องห้าม
ระหว่างรอ ให้ท่านอยู่นิ่ง ไม่ต้องพยายามพยุงให้เดินหรือลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า งานของผู้ดูแลคือเฝ้าการหายใจและระดับความรู้สึกตัว พร้อมเปิดทางให้ทีมเข้าถึงตัวท่านได้เร็วที่สุด
- ห้ามให้น้ำ อาหาร หรือยาทางปากทุกชนิด
- ถ้ามีอาเจียนหรือน้ำลายมาก ให้ตะแคงหน้าไปด้านข้าง
- คลายเสื้อผ้าที่รัดและจัดสภาพแวดล้อมให้อากาศถ่ายเท
- เปิดประตูรั้วและเคลียร์ทางเดินสำหรับเปล
- จดเวลาที่อาการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมระหว่างรอ เช่น ซึมลงหรือพูดได้น้อยลง
ขั้นที่ 4: ซ้อมกับทั้งบ้านในวันที่ยังปกติ
การซ้อมควรใช้เวลาสั้นและทำซ้ำได้ง่าย เพื่อให้กลายเป็นความรู้ร่วมของบ้าน ไม่ใช่ความรู้ของคนเดียวที่จำเป็นต้องอยู่บ้านตลอดเวลา ควรรวมผู้ช่วยงานบ้านและญาติที่มาเยี่ยมบ่อยเข้าไปด้วย
- ติดป้าย FAST ฉบับภาษาไทยไว้ที่ตู้เย็นหรือข้างโทรศัพท์บ้าน
- ซ้อมทดสอบสามอย่างกับทุกคนในบ้านหนึ่งรอบ ใช้เวลาไม่เกินห้านาที
- ตกลงบทบาทล่วงหน้าว่าใครโทร ใครอยู่กับท่าน ใครรอรับหน้าบ้าน
- ทำรายการยารวมของผู้สูงอายุและทบทวนทุกครั้งที่ยาเปลี่ยน
- ซ้อมพูดประโยคแจ้งเหตุให้ครบภายในหนึ่งลมหายใจ คืออายุ อาการ เวลาเริ่ม และที่อยู่
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่ารอให้ครบทั้งสี่ข้อของ FAST ก่อนโทร 1669 เพราะอาการหนึ่งข้อก็เพียงพอแล้วสำหรับการเรียกความช่วยเหลือ
- อย่าให้น้ำ อาหาร หรือยาทางปากระหว่างรอ เพราะความสามารถในการกลืนอาจเสียไปโดยที่ท่านไม่รู้ตัว
- อย่าให้ยาลดความดันเพิ่มเองเมื่อวัดได้ค่าสูง เพราะการลดความดันเร็วเกินไปนอกการดูแลของแพทย์อาจเป็นอันตราย
- อย่าใช้วิธีพื้นบ้านอย่างการเจาะปลายนิ้วหรือนวดแขนขาข้างที่อ่อนแรง เพราะไม่ช่วยและทำให้เสียเวลา
- อย่าโล่งใจแล้วยกเลิกการไปโรงพยาบาลเมื่ออาการหายไปเองภายในไม่กี่นาที เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบประเมิน
- อย่าปล่อยให้ความรู้เรื่องนี้อยู่กับคนเดียวในบ้าน เพราะคนที่อยู่กับท่านตอนเกิดเหตุอาจไม่ใช่คนนั้น
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที เมื่อพบอาการใดอาการหนึ่งของ FAST คือหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัดพูดไม่ออก
- โทร 1669 ทันที เมื่อมีตามืดหรือเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน ชาครึ่งซีก เวียนศีรษะรุนแรงจนทรงตัวไม่ได้ หรือปวดศีรษะรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- โทร 1669 ทันที เมื่อผู้สูงอายุซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือสับสนเฉียบพลันภายในไม่กี่ชั่วโมงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- โทร 1669 ทันที แม้อาการอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดจะหายไปเองแล้ว เพราะเหตุการณ์ชั่วคราวแบบนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องประเมินทันที
- นัดพบแพทย์ในช่วงใกล้ เมื่อผู้สูงอายุมีความดันโลหิตสูงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ยังควบคุมไม่ได้ เพื่อทบทวนแผนการลดความเสี่ยงร่วมกับแพทย์
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ เมื่อมีอาการเล็กน้อยที่ค่อยเป็นค่อยไปและไม่ใช่ข้างเดียว เช่น มือสั่นทั้งสองข้างหรือเดินช้าลงทีละน้อย แล้วนำไปคุยในนัดถัดไป
เช็กลิสต์สรุป
- ติดป้าย FAST ภาษาไทยไว้ในจุดที่ทุกคนเห็นทุกวัน
- ซ้อมทดสอบยิ้ม ยกแขน และพูดตามประโยค กับทุกคนในบ้านอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
- ตกลงบทบาทตอนเกิดเหตุไว้ล่วงหน้าและเขียนไว้ให้เห็น
- ฝึกพูดเวลาสุดท้ายที่ยังปกติโดยอ้างอิงเหตุการณ์ เช่น ตอนละครเริ่ม
- เตรียมรายการยาฉบับล่าสุดไว้หนึ่งชุดที่หยิบได้ทันที
- ตรวจว่าที่อยู่บ้านและจุดสังเกตที่จะบอกเจ้าหน้าที่ถูกต้องและหาเจอจริง
- เคลียร์ทางเข้าบ้านให้เปลผ่านได้โดยไม่ต้องย้ายของ
- ทบทวนกับผู้ช่วยงานบ้านหรือญาติที่มาอยู่แทนทุกครั้งที่มีคนใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีแค่ปากเบี้ยวอย่างเดียว ยังต้องโทร 1669 ไหม
ต้องโทรทันที อาการเพียงข้อเดียวของ FAST ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเรียกความช่วยเหลือ เพราะรูปแบบของอาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่ได้รับผลกระทบ บางคนมีแค่ปากเบี้ยว บางคนมีแค่พูดไม่ชัด การรอให้ครบทุกข้อคือการรอให้อาการลุกลามมากขึ้น ซึ่งไม่มีเหตุผลทางการแพทย์รองรับ และถ้าสุดท้ายไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง การได้รับการประเมินโดยทีมแพทย์ก็ยังเป็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเดาเองที่บ้าน
อาการอ่อนแรงหายไปเองภายในสิบนาที แปลว่าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม
ไม่ใช่ และเป็นสถานการณ์ที่อันตรายเพราะทำให้ครอบครัวสบายใจผิด อาการอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือตามืดที่เกิดขึ้นแล้วหายไปเองในเวลาสั้น ๆ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องได้รับการประเมินทันที ไม่ใช่รอนัดในสัปดาห์หน้า ควรโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลในวันนั้นพร้อมบันทึกว่าอาการเริ่มกี่โมง นานเท่าไร และเป็นอาการอะไรบ้าง เพราะรายละเอียดนี้มีผลต่อการประเมินความเสี่ยงของแพทย์
ควรวัดความดันให้ก่อนโทรหรือไม่
ไม่ควรให้การวัดความดันมาก่อนการโทร ถ้าสงสัยอาการหลอดเลือดสมองให้โทร 1669 ก่อนเสมอ ระหว่างรอถ้ามีเวลาและเครื่องวัดอยู่ใกล้มือก็วัดและจดไว้ให้เจ้าหน้าที่ได้ แต่อย่าใช้ค่าที่วัดได้มาตัดสินใจเอง โดยเฉพาะอย่าให้ยาลดความดันเพิ่มเมื่อเห็นว่าค่าสูง เพราะในภาวะนี้การลดความดันเร็วเกินไปนอกการดูแลของแพทย์อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนที่ขาดเลือดน้อยลงไปอีก
ถ้าอยู่บ้านคนเดียวกับผู้สูงอายุ ควรทำอะไรก่อนหลัง
ลำดับคือโทร 1669 ก่อนเป็นอันดับแรกโดยเปิดลำโพงไว้ จากนั้นจัดให้ท่านอยู่ในท่าปลอดภัยและอยู่กับท่าน ระหว่างนั้นค่อยโทรบอกญาติคนอื่นหากทำได้ ถ้าต้องขยับไปเปิดประตูหรือหยิบแฟ้มยา ให้ทำเมื่อท่านอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เสี่ยงล้มและใช้เวลาสั้นที่สุด สิ่งที่ช่วยได้มากคือการเตรียมของไว้เป็นชุดเดียวล่วงหน้า เพราะตอนเกิดเหตุจะไม่มีเวลาค้นหา
จำเวลาที่อาการเริ่มไม่ได้เพราะเพิ่งมาเจอตอนเช้า ควรบอกหมอว่าอย่างไร
ให้บอกตามจริงว่าเวลาสุดท้ายที่เห็นท่านเป็นปกติคือเมื่อไร เช่น คุยกันปกติก่อนเข้านอนตอนสามทุ่ม แล้วมาพบอาการตอนหกโมงเช้า อย่าเดาหรือปัดตัวเลขให้ดูดีขึ้น เพราะแพทย์จะใช้เวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการประเมินทางเลือกการรักษา การให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาด ถ้ามีหลักฐานช่วยยืนยัน เช่น เวลาข้อความสุดท้ายที่ท่านส่ง ให้บอกด้วย
จะสอนเรื่อง FAST กับผู้สูงอายุเองได้ไหม หรือควรสอนเฉพาะลูกหลาน
ควรสอนท่านด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวบางช่วงเวลา สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องรู้ไม่ต้องละเอียดเท่าผู้ดูแล แค่รู้ว่าถ้าอยู่ ๆ แขนขาอ่อนแรงข้างเดียวหรือพูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอลูกหลานกลับบ้าน และควรวางโทรศัพท์ไว้ในระยะที่เอื้อมถึงได้จากที่นั่งประจำและจากเตียง การสอนแบบนี้ยังช่วยรักษาความรู้สึกว่าท่านจัดการชีวิตตัวเองได้ ไม่ใช่ถูกจัดการโดยคนอื่นทั้งหมด
สรุป
- สรุปคือ เห็นอาการ FAST ข้อเดียวก็โทร 1669 ได้เลย การรอให้ครบทุกข้อคือการรอที่ไม่มีเหตุผลรองรับ
- เวลาที่แพทย์ต้องการคือเวลาสุดท้ายที่ท่านยังปกติ ไม่ใช่เวลาที่ครอบครัวเพิ่งสังเกตเห็น จึงควรฝึกอ้างอิงเหตุการณ์เพื่อให้ตอบได้แม่น
- อาการนอกกรอบ FAST อย่างตามืดเฉียบพลัน ชาครึ่งซีก เดินเซรุนแรง หรือสับสนเฉียบพลัน ก็เป็นเหตุฉุกเฉินเช่นกัน
- ระหว่างรอรถพยาบาล สิ่งที่ห้ามทำสำคัญกว่าสิ่งที่ทำได้ โดยเฉพาะห้ามให้น้ำ อาหาร ยา และห้ามลดความดันเอง
- การซ้อมสั้น ๆ กับทุกคนในบ้านเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นการกระทำ และทำให้เวลาที่เสียไปในนาทีแรกสั้นลงจริง
แหล่งข้อมูล
- ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและสายด่วน 1669 — สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- ข้อมูลโรคหลอดเลือดสมองสำหรับประชาชน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- Stroke — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ระบบโทรฉุกเฉินที่บ้าน: ตรวจก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ
ระบบโทรฉุกเฉินที่เคยใช้ได้อาจใช้ไม่ได้แล้วโดยไม่มีใครสังเกต เช็กลิสต์ตรวจโทรศัพท์ ข้อมูลติดต่อ และเส้นทางเข้าถึงบ้าน ให้ครอบครัวทำเป็นรอบตรวจประจำ

คุณพ่อวัดความดันได้ค่าไม่นิ่งทุกวัน จะดูแลเรื่องนี้ในชีวิตประจำวันอย่างไรดี
การดูแลความดันโลหิตของผู้สูงอายุไม่ได้จบแค่วัดตอนเช้าครั้งเดียว แต่ต้องมองทั้งวัน ทั้งเวลากินยา อากาศร้อน การเดินทาง และผู้ดูแลหลายคนที่ผลัดกันดูแล บทความนี้ช่วยจัดระบบให้เข้ากับกิจวัตรจริงของแต่ละบ้าน

โรคหัวใจในผู้สูงอายุ: สังเกตอาการที่ไม่เหมือนในหนังสือ และดูแลอย่างไรให้หัวใจยังไหวไปกับชีวิตประจำวัน
อาการหัวใจในผู้สูงอายุมักไม่ตรงไปตรงมาแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย ทั้งอาการเจ็บหน้าอกที่อาจไม่ปรากฏ และผลข้างเคียงของยาที่เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม คู่มือนี้ช่วยให้ครอบครัวดูแลได้ปลอดภัยขึ้น

พาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลครั้งแรก: ไทม์ไลน์ตั้งแต่คืนก่อนออกเดินทางจนถึงหลังกลับถึงบ้าน
คู่มือสำหรับลูกที่ไม่เคยพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลเอง เรียงเป็นไทม์ไลน์ตามจริง ว่าช่วงไหนต้องทำอะไร ถามอะไรก่อนกลับ และต้องเฝ้าสังเกตอะไรในสองสามวันแรกหลังกลับถึงบ้าน