สูงวัยไทย

7 วิธีช่วยพยุงผู้สูงอายุลุกจากเตียงที่ทำร้ายมากกว่าช่วย

ผู้ดูแลหลายคนอยากช่วยให้ผู้สูงอายุลุกจากเตียงเร็วและง่ายขึ้น แต่บางวิธีที่ใช้กันบ่อยกลับเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บทั้งฝ่ายผู้สูงอายุและผู้ดูแลเอง บทความนี้รวม 7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดพร้อมวิธีที่ปลอดภัยกว่า

11 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

Caregivers supporting an elderly man lying in bed, providing assistance and comfort.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • หลายบ้านใช้วิธีเดิม ๆ ที่ทำต่อกันมาโดยไม่รู้ว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บ เช่น การดึงแขนหรือรักแร้แรง ๆ เพื่อให้ลุกเร็วขึ้น ทั้งที่วิธีนี้อาจทำให้ข้อไหล่ผู้สูงอายุบาดเจ็บหรือผิวบางฟกช้ำได้ง่าย
  • อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือรีบให้ผู้สูงอายุลุกยืนทันทีหลังตื่นนอนเพื่อประหยัดเวลา โดยไม่รู้ว่าการข้ามขั้นตอนนั่งพักที่ขอบเตียงเพิ่มความเสี่ยงหน้ามืดและหกล้มได้มาก
  • ผู้ดูแลบางคนยังปล่อยให้ผู้สูงอายุลุกเองในความมืดตอนกลางดึกโดยไม่เปิดไฟ เพราะไม่อยากรบกวนการนอนของคนอื่นในบ้าน ทั้งที่ความมืดเป็นปัจจัยเสี่ยงหกล้มที่สำคัญมาก
  • บทความนี้ชี้ 7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการช่วยผู้สูงอายุลุกจากเตียง พร้อมอธิบายว่าทำไมวิธีเหล่านั้นถึงเสี่ยงกว่าที่คิด และควรทำอย่างไรแทนเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ช่วยพยุงผู้สูงอายุลุกจากเตียงเป็นประจำและอยากรู้ว่าวิธีที่ทำอยู่ปลอดภัยจริงหรือไม่
  • เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มดูแลผู้สูงอายุหลังผ่าตัดหรือหลังป่วยและยังไม่มั่นใจวิธีช่วยลุก
  • ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีภาวะอัมพาตหรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลย กรณีนั้นต้องปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อเทคนิคเฉพาะ

สิ่งที่ควรรู้

ข้อผิดพลาดที่ 1: ดึงแขนหรือรักแร้แรง ๆ เพื่อให้ลุกเร็วขึ้น

การดึงแขนหรือรักแร้เป็นวิธีที่ผู้ดูแลหลายคนใช้เพราะรู้สึกว่าช่วยได้เร็วและง่าย แต่ห้ามดึงแขนหรือรักแร้เป็นคำแนะนำทั่วไป เพราะอาจทำให้ข้อไหล่ที่มีความเสี่ยงบาดเจ็บง่ายอยู่แล้วในผู้สูงอายุเคลื่อนหลุดหรืออักเสบ รวมถึงทำให้ผิวบางฟกช้ำได้ง่าย ควรให้ผู้สูงอายุใช้แรงตัวเองดันลุกก่อน แล้วผู้ดูแลประคองหากเซเท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่ 2: รีบให้ลุกยืนทันทีหลังตื่นนอนเพื่อประหยัดเวลา

การข้ามขั้นตอนนั่งพักที่ขอบเตียงเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและหน้ามืดได้มาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังนอนหลับนาน ควรให้เวลาผู้สูงอายุนั่งพักที่ขอบเตียงอย่างน้อยครึ่งถึงหนึ่งนาทีก่อนยืนขึ้นทุกครั้ง แม้จะรู้สึกว่าเสียเวลาไปบ้างก็ตาม

ข้อผิดพลาดที่ 3: ปล่อยให้ลุกกลางดึกในความมืดโดยไม่เปิดไฟ

หลายบ้านไม่เปิดไฟตอนกลางดึกเพราะกลัวรบกวนคนอื่นในบ้านหรือทำให้ผู้สูงอายุตื่นเต็มที่จนนอนไม่หลับต่อ แต่ความมืดทำให้มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางและเพิ่มความเสี่ยงหกล้มอย่างมาก ควรจัดไฟกลางคืนแบบสลัวที่เพียงพอให้เห็นทางเดินโดยไม่สว่างจนรบกวนการนอน

ข้อผิดพลาดที่ 4: ให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางลุกคนเดียวเพราะคิดว่าทำได้

ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางหรือเคยหกล้มมาก่อน อาจดูเหมือนช่วยเหลือตัวเองได้ในสายตาครอบครัว แต่ความเสี่ยงหกล้มที่แท้จริงมักประเมินยากด้วยตาเปล่า การให้นักกายภาพบำบัดประเมินด้วยเครื่องมือ เช่น Timed Up and Go จะบอกได้ชัดเจนกว่าว่าควรมีคนช่วยดูแลตอนลุกหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่จัดราวจับหรือเฟอร์นิเจอร์มั่นคงไว้ข้างเตียง

หลายบ้านคิดว่าตราบใดที่มีคนคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องติดตั้งราวจับ แต่ในความเป็นจริงผู้ดูแลไม่สามารถอยู่ข้างเตียงได้ตลอดเวลา การมีราวจับหรือเฟอร์นิเจอร์มั่นคงให้ผู้สูงอายุพยุงตัวเองได้ในยามที่ไม่มีคนอยู่ใกล้ เป็นการป้องกันที่สำคัญไม่แพ้การมีคนคอยช่วย

ข้อผิดพลาดที่ 6: มองข้ามอาการเวียนหัวเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชรา

อาการเวียนหัวตอนลุกที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับภาวะใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันซึ่งบางตัวอาจทำให้ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่ารุนแรงขึ้น การจดบันทึกความถี่และแจ้งแพทย์เพื่อทบทวนยาเป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปเรื่อย ๆ

ข้อผิดพลาดที่ 7: ใช้วิธีเดียวกับทุกครั้งโดยไม่ปรับตามอาการที่เปลี่ยนไป

ความสามารถในการลุกจากเตียงของผู้สูงอายุอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา เช่น หลังป่วยหรือหลังปรับยาใหม่ การใช้วิธีช่วยแบบเดิมโดยไม่สังเกตว่าอาการเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ อาจทำให้พลาดสัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องระวังมากขึ้นหรือต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม

A caregiver assists an elderly man in a home environment, showcasing compassionate home care.

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

แก้ไขวิธีพยุงให้ปลอดภัยขึ้น

ปรับจากวิธีที่อาจทำร้ายโดยไม่รู้ตัว มาเป็นวิธีที่ให้ผู้สูงอายุใช้แรงตัวเองเป็นหลัก

  • ให้ผู้สูงอายุดันตัวลุกเอง ผู้ดูแลประคองเมื่อเซเท่านั้น
  • นั่งพักที่ขอบเตียงก่อนยืนทุกครั้ง ไม่ข้ามขั้นตอน
  • เปิดไฟกลางคืนแบบสลัวเพื่อให้เห็นทางเดิน

จัดสภาพแวดล้อมและประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า

เตรียมสภาพแวดล้อมและประเมินความเสี่ยงก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น

  • ติดตั้งราวจับหรือเฟอร์นิเจอร์มั่นคงข้างเตียง
  • ให้นักกายภาพบำบัดประเมินความเสี่ยงหกล้มหากไม่แน่ใจ
  • บันทึกอาการเวียนหัวและแจ้งแพทย์เพื่อทบทวนยา

สังเกตการเปลี่ยนแปลงและปรับวิธีตามอาการ

อย่าใช้วิธีเดิมตลอดไปโดยไม่สังเกตว่าความสามารถของท่านเปลี่ยนไปหรือไม่

  • สังเกตความสามารถในการลุกหลังป่วยหรือปรับยาใหม่
  • ปรึกษาแพทย์หากพบว่าลุกยากขึ้นกว่าเดิมชัดเจน
  • ทบทวนวิธีช่วยพยุงเป็นระยะแทนการทำแบบเดิมตลอดไป

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าดึงแขนหรือรักแร้แรง ๆ เพื่อให้ลุกเร็วขึ้น
  • อย่ารีบให้ลุกยืนทันทีโดยข้ามขั้นตอนนั่งพักที่ขอบเตียง
  • อย่าปล่อยให้ลุกกลางดึกในความมืดโดยไม่เปิดไฟ
  • อย่าให้ผู้ที่มีภาวะเปราะบางลุกคนเดียวโดยไม่ประเมินความเสี่ยงก่อน
  • อย่ามองข้ามอาการเวียนหัวที่เกิดซ้ำ ๆ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชรา

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากหกล้มแล้วศีรษะกระแทกพื้น หมดสติ หรือขยับแขนขาไม่ได้
  • ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากเวียนหัวรุนแรงจนเกือบเป็นลมทุกครั้งที่ลุก
  • นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากลุกยากขึ้นกว่าเดิมชัดเจนหลังป่วยหรือปรับยาใหม่
  • นัดพบแพทย์ในช่วงใกล้ หากยังไม่แน่ใจว่าท่านมีความเสี่ยงหกล้มระดับใด ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมิน
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกต่อเนื่อง หากปรับวิธีพยุงตามที่แนะนำแล้วอาการดีขึ้นชัดเจน

เช็กลิสต์สรุป

  • เลิกดึงแขนหรือรักแร้แรง ๆ เวลาช่วยพยุงลุก
  • นั่งพักที่ขอบเตียงก่อนยืนทุกครั้ง
  • เปิดไฟกลางคืนแบบสลัวสำหรับการลุกกลางดึก
  • ติดตั้งราวจับหรือเฟอร์นิเจอร์มั่นคงข้างเตียง
  • ให้นักกายภาพบำบัดประเมินความเสี่ยงหกล้มหากไม่แน่ใจ
  • สังเกตและบันทึกการเปลี่ยนแปลงของอาการเป็นระยะ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมดึงแขนช่วยพยุงลุกถึงไม่ควรทำ

การดึงแขนหรือรักแร้แรง ๆ อาจทำให้ข้อไหล่ผู้สูงอายุบาดเจ็บหรือผิวบางฟกช้ำ ควรให้ท่านใช้แรงตัวเองดันลุกก่อน แล้วผู้ดูแลประคองเมื่อเซเท่านั้น

รีบให้ลุกยืนทันทีหลังตื่นนอนเพื่อประหยัดเวลาได้ไหม

ไม่ควรทำ เพราะการข้ามขั้นตอนนั่งพักที่ขอบเตียงเพิ่มความเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและหน้ามืด ควรให้เวลานั่งพักอย่างน้อยครึ่งถึงหนึ่งนาทีก่อนยืนทุกครั้ง

ไม่เปิดไฟกลางดึกเพราะกลัวรบกวนคนอื่น อันตรายไหม

อันตราย เพราะความมืดทำให้มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางและเพิ่มความเสี่ยงหกล้มมาก ควรจัดไฟกลางคืนแบบสลัวที่เพียงพอให้เห็นทางเดินโดยไม่รบกวนการนอนมากเกินไป

ท่านดูเหมือนลุกเองได้ ต้องประเมินความเสี่ยงหกล้มไหม

ควรประเมิน เพราะความเสี่ยงหกล้มที่แท้จริงมักประเมินยากด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะเปราะบางหรือเคยหกล้มมาก่อน การให้นักกายภาพบำบัดประเมินด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมจะบอกได้ชัดเจนกว่า

จำเป็นต้องติดตั้งราวจับไหมถ้ามีคนดูแลอยู่ตลอด

จำเป็น เพราะผู้ดูแลไม่สามารถอยู่ข้างเตียงได้ตลอดเวลา ราวจับช่วยให้ผู้สูงอายุพยุงตัวเองได้ในยามที่ไม่มีคนอยู่ใกล้ ซึ่งเป็นการป้องกันที่สำคัญไม่แพ้การมีคนคอยช่วย

เวียนหัวตอนลุกที่เป็นมานานแล้ว ยังต้องแจ้งแพทย์ไหม

ควรแจ้ง โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับภาวะใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน เพราะยาบางตัวอาจทำให้ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่ารุนแรงขึ้น การจดบันทึกความถี่และแจ้งแพทย์ช่วยให้ทบทวนยาได้ตรงจุด

ต้องเปลี่ยนวิธีช่วยพยุงถ้าท่านเพิ่งป่วยมาหรือไม่

ควรสังเกต เพราะความสามารถในการลุกอาจเปลี่ยนไปหลังป่วยหรือหลังปรับยาใหม่ หากพบว่าลุกยากขึ้นกว่าเดิมชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์แทนการใช้วิธีเดิมต่อไปโดยไม่สังเกต และควรทบทวนวิธีพยุงร่วมกับนักกายภาพบำบัดเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีที่ใช้อยู่ยังเหมาะกับสภาพร่างกายปัจจุบันของท่าน

สรุป

  • วิธีที่ดูเหมือนช่วยได้เร็ว เช่น ดึงแขนแรง ๆ หรือรีบให้ลุกยืนทันที มักเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บมากกว่าช่วย
  • การให้ผู้สูงอายุใช้แรงตัวเองดันลุกและนั่งพักก่อนยืน ปลอดภัยกว่าการรีบเร่ง
  • ราวจับข้างเตียงและไฟกลางคืนช่วยลดความเสี่ยงในยามที่ไม่มีคนอยู่ใกล้
  • อาการเวียนหัวหรือความสามารถลุกที่เปลี่ยนไป ควรแจ้งแพทย์แทนการมองข้ามว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชรา

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง