สูงวัยไทย
7 ความเข้าใจผิดเรื่องผิวหนังผู้สูงอายุที่ทำให้แผลลุกลามโดยไม่รู้ตัว
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
7 ความเข้าใจผิดเรื่องผิวหนังผู้สูงอายุที่ทำให้แผลลุกลามโดยไม่รู้ตัว
หลายครอบครัวดูแลผิวผู้สูงอายุด้วยความเคยชินแบบเดิม โดยไม่รู้ว่าบางวิธีกลับเร่งให้ผิวแห้งแตกหรือแผลกดทับลุกลามเร็วขึ้น บทความนี้ชี้ 7 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด พร้อมวิธีแก้ที่ถูกต้อง
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย cottonbro studio / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- หลายครอบครัวยังดูแลผิวผู้สูงอายุด้วยวิธีเดียวกับตอนอายุน้อย ทั้งที่ผิวหนังในวัยสูงอายุบางลงและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น วิธีที่เคยได้ผลดีในอดีต เช่น อาบน้ำอุ่นจัดหรือถูตัวแรง ๆ ตอนนี้อาจกลายเป็นตัวเร่งให้ผิวแห้งแตกหรือเป็นแผลง่ายขึ้น
- ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่ารอยแดงหรือรอยฟกช้ำเล็ก ๆ เป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุ ไม่ต้องสนใจ ทั้งที่รอยแดงบางแบบเป็นสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับที่ต้องรีบจัดการก่อนจะลุกลาม
- อีกจุดที่มองข้ามบ่อยคือการปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ท่าเดิมนานเกินไปโดยไม่มีใครสังเกต โดยเฉพาะเมื่อดูโทรทัศน์หรือนั่งพักตอนกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แผลกดทับเริ่มก่อตัวได้ง่ายที่สุด
- บทความนี้รวบรวม 7 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในการดูแลผิวหนังผู้สูงอายุ พร้อมอธิบายว่าทำไมวิธีเหล่านั้นถึงไม่เหมาะกับผิวที่เปลี่ยนไปตามวัย และควรทำอย่างไรแทน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุมานานและอาจใช้วิธีดูแลผิวแบบเดิมที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวที่เปลี่ยนไป
- เหมาะกับผู้ดูแลที่เพิ่งเริ่มดูแลผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวน้อยลงและกังวลเรื่องแผลกดทับ
- ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับแผลที่ติดเชื้อแล้วหรือมีอาการรุนแรง กรณีนั้นต้องพบแพทย์โดยตรง
สิ่งที่ควรรู้
ความเข้าใจผิดที่ 1: อาบน้ำอุ่นจัดช่วยให้สะอาดกว่า
หลายบ้านคุ้นเคยกับการอาบน้ำอุ่นจัดให้ผู้สูงอายุเพราะคิดว่าช่วยให้รู้สึกสบายตัวและสะอาดกว่า แต่น้ำอุ่นจัดกลับทำให้ผิวหนังผู้สูงอายุที่บางและแห้งอยู่แล้วสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วขึ้น ยิ่งอาบบ่อยด้วยน้ำอุ่นจัด ผิวก็ยิ่งแตกเป็นขุยง่ายขึ้น ควรใช้น้ำอุ่นพอดีและทาโลชั่นทันทีหลังอาบน้ำในขณะที่ผิวยังหมาด ๆ
ความเข้าใจผิดที่ 2: รอยแดงเล็กน้อยเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องสนใจ
รอยแดงบริเวณก้นกบ สะโพก หรือส้นเท้าที่กดแล้วสีไม่จางหายภายในไม่กี่วินาที ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับที่ต้องรีบเปลี่ยนท่าและลดแรงกดทันที การปล่อยผ่านเพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุ อาจทำให้แผลลุกลามจนต้องใช้เวลารักษานานหลายสัปดาห์
ความเข้าใจผิดที่ 3: ถูตัวแรง ๆ ตอนอาบน้ำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
การถูตัวแรงด้วยผ้าขนหนูหรือฟองน้ำอาจเคยเป็นวิธีที่ได้ผลดีตอนหนุ่มสาว แต่ผิวหนังที่บางลงตามวัยไม่ทนต่อแรงเสียดสีแบบนั้น การถูแรงเกินไปอาจทำให้ผิวถลอกหรือฉีกขาดได้ง่าย ควรใช้ผ้านุ่มและลูบเบา ๆ แทนการถูแรง โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางอย่างแขนและหน้าแข้ง
ความเข้าใจผิดที่ 4: ปล่อยให้นั่งท่าเดิมนานได้ ถ้าท่านไม่บ่นว่าเมื่อย
ผู้สูงอายุบางคนที่มีภาวะเปราะบางหรือความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดลดลง อาจไม่บ่นว่าเมื่อยแม้จะนั่งท่าเดิมนานเกินไป การรอให้ท่านบอกว่าไม่สบายก่อนจึงเปลี่ยนท่า อาจสายเกินไปแล้ว ควรตั้งเวลาพลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าทุก 1-2 ชั่วโมงเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ต้องรอให้ท่านร้องขอ
ความเข้าใจผิดที่ 5: โลชั่นราคาแพงเท่านั้นที่ได้ผล
หลายครอบครัวมองหาโลชั่นราคาแพงหรือผลิตภัณฑ์เฉพาะทางโดยคิดว่าจะช่วยได้ดีกว่า แต่สิ่งสำคัญกว่าราคาคือความสม่ำเสมอในการทาและการเลือกสูตรที่ไม่มีน้ำหอมแรงเพื่อลดการระคายเคือง โลชั่นธรรมดาที่ทาเป็นประจำทุกวันมักได้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์ราคาแพงที่ทานาน ๆ ครั้ง
ความเข้าใจผิดที่ 6: รอยฟกช้ำที่เกิดบ่อยเป็นเพราะแก่แล้วเป็นแบบนี้เอง
แม้ผิวบางลงตามวัยจะทำให้ฟกช้ำง่ายขึ้นจริง แต่หากรอยฟกช้ำเกิดขึ้นบ่อยผิดปกติโดยไม่มีการกระแทกชัดเจน อาจเกี่ยวข้องกับยาที่ท่านใช้อยู่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันซึ่งรวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด การสรุปเองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชราโดยไม่แจ้งแพทย์ อาจพลาดโอกาสตรวจพบปัญหาที่แก้ไขได้
ความเข้าใจผิดที่ 7: ทายาแก้แผลเองไปเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่หายก็ทาต่อ
เมื่อแผลไม่หายภายในเวลาที่ควร หลายครอบครัวเลือกทายาต่อไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่าสักวันจะหาย แต่แผลที่หายช้าผิดปกติอาจสัมพันธ์กับโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากแพทย์หรือพยาบาลเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง การทายาต่อไปโดยไม่เห็นผลอาจทำให้พลาดช่วงเวลาที่รักษาได้ง่ายกว่า

รูปภาพโดย cottonbro studio / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ปรับวิธีอาบน้ำและทำความสะอาดผิว
เปลี่ยนจากวิธีเดิมที่อาจทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว มาเป็นวิธีที่เหมาะกับผิวบางของผู้สูงอายุ
- ใช้น้ำอุ่นพอดี ไม่ร้อนจัด
- ใช้ผ้านุ่มลูบเบา ๆ แทนการถูแรง
- ทาโลชั่นทันทีหลังอาบน้ำขณะผิวยังหมาด ๆ
ตั้งระบบเปลี่ยนท่าและตรวจผิวเป็นประจำ
อย่ารอให้ท่านบอกว่าไม่สบาย ให้ตั้งระบบเปลี่ยนท่าและตรวจผิวไว้ล่วงหน้า
- พลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าทุก 1-2 ชั่วโมง
- ตรวจผิวบริเวณเสี่ยงระหว่างอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกวัน
- จดบันทึกวันที่พบรอยแดงหรือฟกช้ำเพื่อติดตาม
รู้จุดที่ต้องหยุดทำเองและพบผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อพบสัญญาณผิดปกติที่ทำเองต่อไม่ได้ผล ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลทันที
- แจ้งแพทย์หากรอยฟกช้ำเกิดบ่อยผิดปกติ
- พาไปพบแพทย์หากแผลไม่หายภายในเวลาที่ควร
- ไปพบแพทย์ทันทีหากรอยแดงกดแล้วไม่จางหาย
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
IKEA อิเกีย ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน แบบบาง 3 ฟุต 90 x 200 ซม.TAGELSÄV ทอเกลเซฟ
IKEAผ้ารองกันเปื้อนที่นอนกันน้ำ ล้อมรอบทั้งหมด ผ้าปูที่นอนกันลื่น TPU 100%กันไรฝุ่น ปัสสาวะหลักฐาน 3ฟุต/5ฟุต/6ฟุต/6.5ฟุต
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอนโรงแรม ซึมซับคราบ ของเหลวได้ดี (ไม่กันน้ำ) แบรนด์บ้านมิลิน
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน รัดมุม360° ล้อมรอบทั้งหมด ผ้าปูที่นอนกันลื่น กันไรฝุ่น ผ้าปู 3ฟุต/3.5ฟุต/5ฟุต/6ฟุต/6.5ฟุต
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าอาบน้ำอุ่นจัดหรือถูตัวแรงเกินไปเพราะผิวบางเสี่ยงถลอกง่าย
- อย่าปล่อยรอยแดงที่กดแล้วไม่จางหายเพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา
- อย่าปล่อยให้นั่งหรือนอนท่าเดิมนานโดยรอให้ท่านบ่นก่อน
- อย่าสรุปว่ารอยฟกช้ำที่เกิดบ่อยเป็นเรื่องปกติของวัยชราโดยไม่แจ้งแพทย์
- อย่าทายาแก้แผลต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่เห็นผลดีขึ้นภายในเวลาที่ควร
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากแผลมีเลือดออกมากไม่หยุดหรือมีไข้สูงร่วมกับซึมลงจากการติดเชื้อรุนแรง
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบรอยแดงที่กดแล้วไม่จางหายในบริเวณเสี่ยงแผลกดทับ
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากแผลไม่หายภายในเวลาที่ควรหรือรอยฟกช้ำเกิดบ่อยผิดปกติ
- นัดพบแพทย์ในช่วงใกล้ หากผิวแห้งแตกเป็นขุยมากขึ้นแม้ปรับวิธีอาบน้ำและทาโลชั่นแล้ว
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกต่อเนื่อง หากเป็นผิวแห้งเล็กน้อยที่ตอบสนองดีต่อการทาโลชั่น
เช็กลิสต์สรุป
- เลิกใช้น้ำอุ่นจัดและการถูตัวแรงตอนอาบน้ำ
- ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำทุกครั้ง
- ตั้งเวลาพลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าทุก 1-2 ชั่วโมง
- ตรวจผิวบริเวณเสี่ยงเป็นประจำทุกวัน
- แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อพบรอยแดงที่ไม่จางหายหรือฟกช้ำผิดปกติ
- ไม่ทายาแก้แผลต่อเองเมื่อแผลไม่ดีขึ้นภายในเวลาที่ควร
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมอาบน้ำอุ่นจัดถึงไม่ดีสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งที่ท่านชอบ
น้ำอุ่นจัดทำให้ผิวหนังที่บางและแห้งอยู่แล้วสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วขึ้น เสี่ยงผิวแตกเป็นขุยง่าย ควรใช้น้ำอุ่นพอดีและทาโลชั่นทันทีหลังอาบน้ำเพื่อคงความชุ่มชื้นแทน
รอยแดงที่ก้นกบแบบไหนที่ต้องรีบสังเกต
หากกดแล้วสีไม่จางหายภายในไม่กี่วินาที เป็นสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับที่ต้องรีบเปลี่ยนท่าและลดแรงกดทันที และควรติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกันหากไม่ดีขึ้น
ควรรอให้ท่านบอกว่าเมื่อยก่อนค่อยเปลี่ยนท่าไหม
ไม่ควรรอ เพราะผู้สูงอายุบางคนมีความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดลดลงและอาจไม่บ่นแม้จะนั่งนานเกินไป ควรตั้งเวลาพลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าทุก 1-2 ชั่วโมงเป็นกิจวัตร ไม่ต้องรอให้ท่านร้องขอ
ต้องซื้อโลชั่นราคาแพงไหมถึงจะช่วยผิวผู้สูงอายุได้
ไม่จำเป็น สิ่งสำคัญกว่าราคาคือความสม่ำเสมอในการทาและการเลือกสูตรที่ไม่มีน้ำหอมแรง โลชั่นทั่วไปที่ทาเป็นประจำทุกวันมักได้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์แพงที่ทานาน ๆ ครั้ง
รอยฟกช้ำที่เกิดบ่อยเป็นเพราะแก่แล้วจริงไหม
ผิวบางลงตามวัยทำให้ฟกช้ำง่ายขึ้นจริง แต่หากเกิดบ่อยผิดปกติโดยไม่มีการกระแทกชัดเจน อาจเกี่ยวข้องกับยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะภาวะใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน ควรแจ้งแพทย์แทนการสรุปเองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชรา
แผลไม่หายมาหลายสัปดาห์ ทายาต่อไปได้ไหม
ไม่ควรทายาต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่เห็นผล แผลที่หายช้าผิดปกติอาจสัมพันธ์กับโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือภาวะขาดสารอาหาร ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่แท้จริง
ถูตัวแรง ๆ ตอนอาบน้ำช่วยกระตุ้นเลือดจริงไหม
ไม่ควรทำ เพราะผิวหนังที่บางลงตามวัยไม่ทนต่อแรงเสียดสี การถูแรงอาจทำให้ผิวถลอกหรือฉีกขาดได้ง่าย ควรใช้ผ้านุ่มลูบเบา ๆ แทน
สรุป
- วิธีดูแลผิวที่เคยได้ผลตอนอายุน้อย เช่น น้ำอุ่นจัดหรือการถูแรง อาจไม่เหมาะกับผิวบางของผู้สูงอายุอีกต่อไป
- รอยแดงที่กดแล้วไม่จางหายไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับที่ต้องรีบจัดการ
- การพลิกตัวและตรวจผิวเป็นประจำสำคัญกว่าการรอให้ท่านบ่นว่าไม่สบาย
- รอยฟกช้ำบ่อยผิดปกติหรือแผลที่หายช้า ควรแจ้งแพทย์แทนการสรุปเองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชรา
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน 150/180cm ผ้าปูที่นอน พร้อมหมอน 2PC ผ้าปูกันเปื้อน รัดมุม360° เป็นมิตรกับผิว bedsheets
ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน สารต้านจุลินทรีย์ ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ สี่ฤดูทั่วไป
ผ้ารองกันเปื้อน ปลอกป้องกันที่นอน ที่นอน (กันน้ำได้ 100%) 6/5/4/3ฟุต มียางรัดมุม 4ด้าน ผ้าปูที่นอนกันน้ำ
[ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน] ยางยืด 4 มุม เชื่อมต่อที่นอนพร้อมกันเปื้อนในตัว 3.5/5/6/7/8/8.5/9.5/10 ฟุต
Kiss(คิส)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการป้องกันและดูแลแผลกดทับในผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- คู่มือส่งเสริมสุขภาพผิวหนังและการดูแลตนเองในผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย