สูงวัยไทย

ป้องกันแผลกดทับในผู้สูงอายุติดเตียงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่พลิกตัว

แนวทางป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงหรือนั่งรถเข็นนาน ครอบคลุมการพลิกตัว การตรวจผิวหนัง โภชนาการ และจุดที่ครอบครัวมักมองข้าม

13 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 3 สิงหาคม 2026

Caregivers supporting an elderly man lying in bed, providing assistance and comfort.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การป้องกันแผลกดทับต้องอาศัยการพลิกตัวสม่ำเสมอทุก 2 ชั่วโมงเมื่อนอนบนเตียง หรือทุก 1 ชั่วโมงเมื่อนั่งรถเข็นเป็นเวลานาน ร่วมกับการตรวจผิวหนังทุกวันโดยเฉพาะจุดกระดูกยื่น เช่น ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า และท้ายทอย
  • จุดที่ครอบครัวมักพลาดคือการดูแค่ผิวหนังโดยไม่มองเรื่องโภชนาการและความชื้น ผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อยลงหรือมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้จะมีความเสี่ยงแผลกดทับสูงขึ้นแม้พลิกตัวตรงเวลาทุกครั้ง
  • แผลกดทับระยะแรกอาจเป็นเพียงรอยแดงที่ไม่จางหายเมื่อกดแล้วปล่อย ถ้าปล่อยไว้จะลุกลามเป็นแผลเปิดที่รักษายากและเจ็บปวดมาก การสังเกตให้ไวจึงสำคัญกว่าการรอให้เห็นแผลชัดเจน
  • การเลือกที่นอนหรือเบาะรองที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่ทดแทนการพลิกตัวและการตรวจผิวหนังด้วยมือจริง อุปกรณ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบป้องกันทั้งหมด

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่มีผู้สูงอายุนอนติดเตียงบางส่วนหรือทั้งหมด รวมถึงผู้ที่นั่งรถเข็นเป็นเวลานานในแต่ละวันเพราะเคลื่อนไหวเองได้จำกัด
  • เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งพาผู้สูงอายุกลับจากโรงพยาบาลหลังผ่าตัดหรือเจ็บป่วยรุนแรง ซึ่งความสามารถในการเคลื่อนไหวยังไม่กลับมาเต็มที่
  • ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับการรักษาแผลกดทับที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะแผลที่มีเนื้อตายหรือมีหนอง กรณีนี้ต้องให้พยาบาลหรือแพทย์ประเมินและวางแผนรักษาโดยตรง
  • ไม่เหมาะกับการใช้แทนคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดเรื่องท่าทางการนั่งหรือนอนเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีความพิการทางร่างกายซับซ้อน

สิ่งที่ควรรู้

แผลกดทับเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ครอบครัวส่วนใหญ่คิด

หลายครอบครัวเข้าใจว่าแผลกดทับต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์กว่าจะเกิด แต่ในความเป็นจริง หากผู้สูงอายุนอนท่าเดิมนานเกิน 2-3 ชั่วโมงโดยไม่ขยับ ผิวหนังบริเวณที่รับน้ำหนักมากที่สุดอาจเริ่มขาดเลือดไปเลี้ยงจนเกิดรอยแดงได้ตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยตามวัย หรือ sarcopenia เพราะชั้นกล้ามเนื้อและไขมันที่บางลงทำให้กระดูกยื่นออกมากดทับผิวหนังโดยตรงมากกว่าคนที่มีกล้ามเนื้อหนา

ปัจจัยเสี่ยงไม่ได้มีแค่การนอนนิ่ง แต่รวมถึงผิวหนังที่บางและแห้งตามวัย การไหลเวียนเลือดที่ลดลง โรคเบาหวานที่ส่งผลต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และภาวะขาดสารอาหารที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่กินได้น้อยลง ผู้ดูแลที่เข้าใจว่าปัจจัยเหล่านี้ซ้อนกันอยู่จะเฝ้าระวังได้ไวกว่าการมองแค่เรื่องพลิกตัวอย่างเดียว

  • จุดเสี่ยงสูงสุดคือก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก และท้ายทอย
  • รอยแดงที่กดแล้วไม่จางภายในไม่กี่วินาทีคือสัญญาณเริ่มต้นที่ต้องรีบแก้ไข
  • ผิวหนังที่บางลงตามวัยทำให้แผลลุกลามเร็วกว่าในคนหนุ่มสาว

ตารางพลิกตัวที่ใช้ได้จริงในบ้านไทย

การพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเป็นแนวทางทั่วไป แต่ต้องปรับตามสภาพจริงของผู้สูงอายุแต่ละคน บางคนที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น น้ำหนักตัวน้อยมากหรือมีแผลกดทับเป็นมาก่อน อาจต้องพลิกตัวถี่กว่านั้น สิ่งที่ครอบครัวมักมองข้ามคือช่วงกลางคืนที่ผู้ดูแลอยากให้ทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนเต็มที่ ทำให้ปล่อยให้ผู้สูงอายุนอนท่าเดิมนานเกินไปโดยไม่ตั้งนาฬิกาปลุกเตือน

การแบ่งงานพลิกตัวระหว่างสมาชิกในครอบครัวหลายคนช่วยลดภาระได้มาก แต่ต้องมีระบบบันทึกที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน เช่น สมุดจดเวลาพลิกตัวข้างเตียง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าใครทำไปแล้วหรือยัง โดยเฉพาะเมื่อผู้ดูแลผลัดเปลี่ยนกันหลายคนในหนึ่งวัน

  • ตั้งเวลาพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเวลานอน และทุก 1 ชั่วโมงเวลานั่งรถเข็น
  • ใช้หมอนรองใต้น่องเพื่อยกส้นเท้าลอยจากที่นอนโดยตรง
  • จดเวลาพลิกตัวไว้ในสมุดหรือกระดานที่ทุกคนในบ้านมองเห็น

ตรวจผิวหนังอย่างเป็นระบบทุกวัน

การตรวจผิวหนังควรทำเป็นกิจวัตรพร้อมกับการพลิกตัวหรืออาบน้ำ ไม่ใช่รอให้มีอาการผิดปกติจึงตรวจ จุดที่ต้องดูเป็นพิเศษคือบริเวณที่สัมผัสกับที่นอนหรือเก้าอี้นานที่สุด และบริเวณที่ผิวหนังสัมผัสกันเอง เช่น ใต้ราวนม ขาหนีบ ซึ่งอาจอับชื้นและเกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน แม้ไม่ใช่แผลกดทับโดยตรงแต่เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อแทรกซ้อน

ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าปวดหรือระคายเคืองตรงไหน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสับสนเฉียบพลันหรือภาวะสมองเสื่อมร่วมด้วย การตรวจด้วยสายตาและมือจึงสำคัญกว่าการถามอาการเพียงอย่างเดียว ควรสังเกตอาการแสดงไม่ตรงแบบ เช่น กระสับกระส่ายผิดปกติหรือไม่ยอมนอนท่าเดิม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความเจ็บปวดที่พูดออกมาไม่ได้

  • ตรวจผิวหนังทุกครั้งที่พลิกตัวหรืออาบน้ำ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • ใช้แสงสว่างเพียงพอและสัมผัสด้วยมือ ไม่ใช่มองผ่าน ๆ
  • จดตำแหน่ง สี และขนาดของรอยแดงที่พบเพื่อเทียบกับวันถัดไป

โภชนาการและความชื้นที่มักถูกมองข้าม

ผู้ดูแลจำนวนมากทุ่มเทกับการพลิกตัวจนลืมว่าผิวหนังที่แข็งแรงต้องมาจากร่างกายที่ได้รับสารอาหารและน้ำเพียงพอ ผู้สูงอายุติดเตียงมักกินได้น้อยลงเพราะเบื่ออาหาร กลืนลำบาก หรือซึมเศร้าจากการไม่ได้เคลื่อนไหว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเมื่อผิวหนังเริ่มมีรอยแดง

ความชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระที่ค้างอยู่บนผิวหนังนานเกินไปทำให้ผิวเปื่อยยุ่ยและเสี่ยงแผลกดทับสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับทันทีที่เปียกชื้น ไม่ควรรอให้ถึงเวลาพลิกตัวรอบถัดไป และควรทำความสะอาดผิวหนังเบา ๆ ทุกครั้งโดยไม่ถูแรงจนผิวบอบช้ำ

  • สังเกตปริมาณอาหารและน้ำที่กินได้จริงในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่จำนวนมื้อ
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับทันทีที่เปียกชื้น ไม่รอรอบพลิกตัว
  • ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวบาง ๆ บริเวณผิวแห้งเพื่อลดการเสียดสี
A caregiver holding hands with a senior adult, providing support and reassurance at home.

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

จัดระบบพลิกตัวและท่าทางให้ถูกต้อง

การพลิกตัวที่ดีไม่ใช่แค่หมุนตัวไปมา แต่ต้องกระจายน้ำหนักออกจากจุดกระดูกยื่นอย่างแท้จริง และหลีกเลี่ยงการลากหรือดึงตัวผู้สูงอายุบนที่นอนซึ่งจะทำให้ผิวหนังเสียดสีและบาดเจ็บเพิ่ม

  • พลิกตะแคงทำมุมประมาณ 30 องศาแทนการนอนตะแคงเต็มตัวเพื่อลดแรงกดที่สะโพก
  • ใช้แผ่นรองยกตัวแทนการลากหรือดึงตัวโดยตรงบนที่นอน
  • หลีกเลี่ยงการยกหัวเตียงสูงเกินจำเป็นเป็นเวลานาน เพราะเพิ่มแรงเสียดทานที่ก้นกบ

เลือกและดูแลอุปกรณ์รองรับผิวหนัง

ที่นอนลมหรือเบาะรองสำหรับป้องกันแผลกดทับช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับน้ำหนักตัวและระดับความเสี่ยงของผู้สูงอายุแต่ละคน และต้องดูแลรักษาให้ทำงานได้จริง ไม่ใช่ซื้อมาแล้ววางทิ้งไว้โดยไม่ตรวจสอบ

  • ตรวจแรงลมหรือความแน่นของเบาะรองอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งตามคู่มือผู้ผลิต
  • ใช้หมอนรองใต้น่องยกส้นเท้าลอยจากพื้นที่นอนตลอดเวลา
  • ปรึกษาพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดก่อนเลือกอุปกรณ์หากมีความเสี่ยงสูงหรือมีแผลกดทับมาก่อน

สร้างระบบบันทึกที่ผู้ดูแลทุกคนใช้ร่วมกันได้

เมื่อมีผู้ดูแลหลายคนผลัดเปลี่ยนกัน ระบบบันทึกที่ชัดเจนช่วยป้องกันการพลิกตัวซ้ำหรือขาดช่วง และช่วยให้เห็นแนวโน้มของผิวหนังก่อนที่จะกลายเป็นแผลจริง

  • จดเวลาพลิกตัว ท่าที่ใช้ และผู้ที่ทำในสมุดหรือกระดานหน้าห้อง
  • ถ่ายภาพจุดที่มีรอยแดงพร้อมวันที่เพื่อเทียบขนาดในวันถัดไป
  • สรุปข้อมูลผิวหนังและโภชนาการให้ผู้ดูแลคนถัดไปทราบทุกครั้งที่ผลัดเวร

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ปล่อยให้นอนท่าเดิมนานเกิน 2-3 ชั่วโมงโดยไม่ตั้งเตือนเวลาพลิกตัว
  • ลากหรือดึงตัวผู้สูงอายุบนที่นอนแทนการใช้แผ่นรองยกตัว
  • รอให้เห็นแผลเปิดชัดเจนก่อนจึงเริ่มสนใจดูแลผิวหนัง
  • นวดบริเวณรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บมากขึ้น
  • ปล่อยให้ผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับเปียกชื้นค้างจนถึงรอบพลิกตัวถัดไป
  • ให้ผู้ดูแลคนเดียวรับภาระพลิกตัวทั้งหมดโดยไม่มีระบบบันทึกส่งต่อ

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือรีบไปห้องฉุกเฉินทันทีหากพบแผลลึกที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง มีไข้สูงร่วมด้วย หรือผู้สูงอายุเริ่มซึมลงและสับสนเฉียบพลันซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อลุกลาม
  • ติดต่อพยาบาลหรือสถานพยาบาลใกล้บ้านภายในวันเดียวกันหากพบรอยแดงที่กดแล้วไม่จางเกิน 1-2 วัน หรือผิวหนังเริ่มมีตุ่มพองหรือถลอก
  • นัดพบแพทย์หรือพยาบาลเพื่อประเมินภายในสัปดาห์นี้หากผู้สูงอายุน้ำหนักลดต่อเนื่อง กินได้น้อยลงมาก หรือมีแผลกดทับซ้ำในตำแหน่งเดิม
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับพยาบาลในนัดถัดไปหากพบผิวแห้งหรือรอยแดงเล็กน้อยที่จางหายภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังพลิกตัว

เช็กลิสต์สรุป

  • ตั้งเวลาเตือนพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเวลานอนบนเตียง
  • ตรวจผิวหนังจุดเสี่ยงทุกครั้งที่พลิกตัวหรืออาบน้ำ
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับทันทีที่เปียกชื้น
  • ใช้หมอนยกส้นเท้าลอยจากที่นอนตลอดเวลา
  • จดบันทึกเวลาพลิกตัวและรอยแดงที่พบในสมุดร่วม
  • ตรวจสอบปริมาณอาหารและน้ำที่กินได้จริงในแต่ละวัน
  • ตรวจสภาพเบาะรองหรือที่นอนลมตามคู่มือผู้ผลิตสัปดาห์ละครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องพลิกตัวผู้สูงอายุติดเตียงบ่อยแค่ไหนจึงจะปลอดภัย

โดยทั่วไปแนะนำให้พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเมื่อนอนบนเตียง และทุก 1 ชั่วโมงเมื่อนั่งรถเข็นเป็นเวลานาน แต่ความถี่ที่เหมาะสมจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนัง น้ำหนักตัว และประวัติแผลกดทับของแต่ละคน ควรปรึกษาพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อปรับตารางให้เหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ

ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับใช้แทนการพลิกตัวได้หรือไม่

ที่นอนลมหรือเบาะรองช่วยลดความเสี่ยงและอาจยืดระยะเวลาระหว่างรอบพลิกตัวได้บ้าง แต่ไม่ทดแทนการพลิกตัวและการตรวจผิวหนังด้วยมือจริงทั้งหมด อุปกรณ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบป้องกัน ไม่ใช่คำตอบเดียว

รอยแดงบนผิวหนังแบบไหนที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

หากรอยแดงกดแล้วไม่จางภายในไม่กี่วินาที หรือคงอยู่นานเกิน 1-2 วันแม้พลิกตัวสม่ำเสมอ ควรติดต่อพยาบาลหรือสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบแผลเปิด มีกลิ่นเหม็น มีไข้ หรือผู้สูงอายุซึมลงกะทันหัน ควรโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเพราะอาจมีการติดเชื้อลุกลาม

ผู้สูงอายุกินได้น้อยลงมากเกี่ยวข้องกับแผลกดทับอย่างไร

ร่างกายต้องการโปรตีนและสารอาหารเพียงพอเพื่อซ่อมแซมผิวหนังและเนื้อเยื่อ หากผู้สูงอายุกินได้น้อยลงต่อเนื่อง ผิวหนังจะบอบบางและซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง แม้พลิกตัวถูกวิธีก็ยังมีความเสี่ยงสูงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการหากน้ำหนักลดต่อเนื่องหรือกินได้น้อยลงมาก

ควรทำอย่างไรหากผู้สูงอายุมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ร่วมกับความเสี่ยงแผลกดทับ

ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแผ่นรองซับทันทีที่เปียกชื้น ไม่รอให้ถึงรอบพลิกตัว และทำความสะอาดผิวหนังเบา ๆ ทุกครั้งโดยไม่ถูแรง อาจใช้ครีมป้องกันความชื้นทาบริเวณผิวหนังที่สัมผัสปัสสาวะบ่อย และปรึกษาแพทย์หากสงสัยว่าภาวะกลั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องประเมิน

จ้างผู้ดูแลมาช่วยพลิกตัวได้ไหมถ้าครอบครัวทำเองไม่ไหว

ได้ และเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเมื่อครอบครัวไม่มีกำลังคนหรือเวลาเพียงพอ ควรเลือกผู้ดูแลที่มีความเข้าใจเรื่องการพลิกตัวและตรวจผิวหนังอย่างถูกวิธี และควรมีระบบบันทึกที่ครอบครัวตรวจสอบได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะจ้างผู้ดูแลหรือทำเอง ควรปรึกษาพยาบาลเรื่องความเสี่ยงเฉพาะบุคคลอย่างน้อยครั้งแรก

สรุป

  • แผลกดทับป้องกันได้ดีที่สุดด้วยระบบที่ทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ความตั้งใจดีเป็นครั้งคราว
  • การพลิกตัวต้องมาคู่กับการตรวจผิวหนัง โภชนาการ และการจัดการความชื้น จะขาดด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้
  • รอยแดงที่กดแล้วไม่จางคือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบแก้ไข ไม่ใช่รอดูว่าจะหายเองหรือไม่
  • เมื่อมีผู้ดูแลหลายคน ระบบบันทึกร่วมกันสำคัญพอ ๆ กับการพลิกตัวที่ถูกวิธี

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง