สูงวัยไทย

วิธีช่วยผู้สูงอายุลุกนั่งและเคลื่อนย้ายจากรถเข็นอย่างปลอดภัย

ขั้นตอนช่วยผู้สูงอายุย้ายตัวขึ้น-ลงรถเข็นแบบทีละจุด ลดความเสี่ยงลื่นล้มและอาการหน้ามืดจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า พร้อมสัญญาณที่ต้องหยุดและขอความช่วยเหลือทันที

10 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2026

Caregiver assisting elderly woman in a wheelchair through a retirement home corridor.

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การย้ายตัวผู้สูงอายุขึ้น-ลงรถเข็นที่ปลอดภัยต้องล็อกเบรกทุกครั้งก่อนขยับตัว จัดวางเท้ารองรับให้มั่นคง และให้เวลาผู้สูงอายุนั่งนิ่งสักครู่ก่อนลุกยืน เพื่อลดอาการหน้ามืดจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
  • ผู้ดูแลควรยืนในตำแหน่งที่รับน้ำหนักได้ถนัด ใช้หลักการโน้มตัวและงอเข่าแทนการก้มหลัง และให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้ตามความสามารถจริง ไม่ใช่ยกแบกทั้งตัว
  • หากผู้สูงอายุมีกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงมากหรือทรงตัวไม่มั่นคง ควรใช้เข็มขัดพยุงตัวหรือแผ่นเลื่อนช่วยย้ายตัว (transfer board) แทนการดึงแขนหรือรักแร้โดยตรง
  • หากระหว่างเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่ทัน หน้ามืดจนทรงตัวไม่ได้ หรือล้มกระแทกศีรษะ ให้หยุดทันทีและโทร 1669 โดยไม่ต้องรอประเมินอาการเอง

เหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับผู้ดูแลที่เพิ่งเริ่มต้องช่วยผู้สูงอายุในบ้านใช้รถเข็นเป็นประจำ ทั้งจากภาวะหลังผ่าตัด โรคหลอดเลือดสมอง หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงจากวัย
  • เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้ดูแลหลายคนสลับกัน และต้องการวิธีทำที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความเสี่ยงบาดเจ็บทั้งฝั่งผู้สูงอายุและผู้ดูแลเอง
  • เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังพอมีแรงช่วยเหลือตัวเองบางส่วน (สามารถยืนพยุงได้ชั่วครู่) ไม่ใช่กรณีที่ต้องใช้เครื่องยกผู้ป่วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งควรปรึกษานักกายภาพบำบัดโดยตรง

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมการย้ายตัวขึ้น-ลงรถเข็นถึงเสี่ยงกว่าที่คิด

การย้ายตัวจากเตียงหรือเก้าอี้ไปยังรถเข็น เป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดช่วงหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น เพราะเป็นจังหวะที่น้ำหนักตัวเปลี่ยนถ่ายระหว่างสองจุดรองรับ และร่างกายต้องปรับสมดุลอย่างรวดเร็ว

ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมีภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) คือความดันโลหิตลดฮวบชั่วขณะเมื่อเปลี่ยนจากท่านอนหรือนั่งเป็นยืน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด ตาลาย หรือทรงตัวไม่อยู่ในช่วงไม่กี่วินาทีแรกของการลุก ซึ่งเป็นสาเหตุการล้มที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้าม

การเข้าใจกลไกนี้ช่วยให้ผู้ดูแลวางแผนจังหวะการย้ายตัวได้ดีขึ้น เช่น ให้เวลาผู้สูงอายุนั่งห้อยขาที่ขอบเตียงหรือหยุดพักครึ่งทางก่อนลุกยืนเต็มที่ แทนการรีบเปลี่ยนท่าเดียวจบ

อุปกรณ์และการเตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มย้ายตัว

รถเข็นที่ใช้ต้องมีระบบเบรกล้อทั้งสองข้างที่ทำงานได้ดี ที่วางเท้าที่พับเก็บได้เพื่อไม่ให้ขวางขาขณะย้ายตัว และที่ว่างข้างเตียงหรือเก้าอี้เพียงพอให้วางรถเข็นทำมุมประมาณ 30-45 องศา ไม่ใช่วางตั้งฉากตรงหน้า

พื้นบริเวณที่ย้ายตัวต้องแห้งสนิทและไม่มีพรมเก่าหรือสายไฟพาดผ่าน หากผู้สูงอายุใส่รองเท้าหรือถุงเท้ากันลื่นระหว่างเคลื่อนย้าย จะช่วยให้เท้ายึดพื้นได้มั่นคงกว่าการเดินเท้าเปล่าบนพื้นกระเบื้อง

หากบ้านมีอุปกรณ์เสริม เช่น ราวจับข้างเตียงหรือแผ่นเลื่อนย้ายตัว ควรติดตั้งไว้ล่วงหน้าในตำแหน่งที่ใช้เป็นประจำ ไม่ใช่หยิบมาใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉิน เพราะผู้สูงอายุจะคุ้นเคยและใช้งานได้ถูกจังหวะกว่า

  • ล็อกเบรกล้อรถเข็นทั้งสองข้างก่อนเริ่มทุกครั้ง
  • พับที่วางเท้าขึ้นให้พ้นแนวขา
  • จัดมุมรถเข็น 30-45 องศากับจุดที่จะย้ายออกมา
  • ตรวจพื้นให้แห้ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง

บทบาทของผู้ดูแลระหว่างการเคลื่อนย้าย

หลักการที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ดูแลคือให้ผู้สูงอายุออกแรงเท่าที่ทำได้ด้วยตัวเอง ผู้ดูแลทำหน้าที่ประคองทิศทางและรับน้ำหนักส่วนที่ขาดไป ไม่ใช่แบกยกทั้งตัวซึ่งเสี่ยงบาดเจ็บหลังทั้งสองฝ่าย

ท่ายืนของผู้ดูแลควรกางขาให้มั่นคง งอเข่าเล็กน้อย และใช้แรงจากขาแทนหลังเวลาช่วยพยุง หากรู้สึกว่าต้องออกแรงมากผิดปกติ ควรหยุดและขอคนช่วยเพิ่ม แทนการฝืนทำคนเดียว

สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการมึนงงง่าย ควรพูดคุยบอกทุกขั้นตอนล่วงหน้าเป็นระยะ เช่น กำลังจะนับ 1-2-3 แล้วลุกยืน เพื่อให้ผู้สูงอายุเตรียมใจและเกร็งกล้ามเนื้อรับน้ำหนักได้ทัน

ความแตกต่างระหว่างช่วยพยุงกับต้องใช้อุปกรณ์ยกเต็มรูปแบบ

หากผู้สูงอายุยังยืนพยุงตัวเองได้ชั่วครู่ ควรใช้วิธีช่วยพยุงตามที่แนะนำในบทความนี้ แต่หากไม่มีแรงยืนเลย มีน้ำหนักตัวมาก หรือผู้ดูแลมีปัญหาหลังของตัวเอง ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเรื่องเครื่องยกผู้ป่วยหรือแผ่นเลื่อนย้ายตัวแทน เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย

การฝืนย้ายตัวด้วยแรงคนเพียงลำพังในกรณีที่ผู้สูงอายุไม่มีแรงยืนเลย เป็นสาเหตุการบาดเจ็บหลังของผู้ดูแลที่พบบ่อย และเพิ่มความเสี่ยงล้มของผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน

Elderly woman in wheelchair receiving help with medication from caregiver in modern kitchen.

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นตอนย้ายตัวจากเตียงหรือเก้าอี้ไปยังรถเข็น

เริ่มจากจัดรถเข็นทำมุม 30-45 องศากับจุดที่จะย้ายออกมา ล็อกเบรกทั้งสองข้าง พับที่วางเท้าขึ้น แล้วให้ผู้สูงอายุนั่งห้อยขาที่ขอบเตียงหรือเก้าอี้ก่อนสักครู่เพื่อให้ร่างกายปรับความดันโลหิต

ผู้ดูแลยืนหน้าผู้สูงอายุ วางเท้าห่างกันพอประมาณเพื่อความมั่นคง ให้ผู้สูงอายุจับที่พักแขนหรือไหล่ผู้ดูแล (ไม่ใช่คอ) แล้วนับ 1-2-3 ก่อนช่วยพยุงลุกยืนพร้อมกัน

เมื่อยืนตรงแล้ว ให้หมุนตัวช้าๆ ไปทางรถเข็นโดยขยับเท้าทีละก้าว ไม่บิดเอวกะทันหัน จากนั้นค่อยๆ นั่งลงพร้อมให้ผู้สูงอายุรู้สึกถึงขอบเบาะก่อนปล่อยน้ำหนักตัวลงเต็มที่

  • ให้เวลานั่งห้อยขาปรับความดัน 30-60 วินาทีก่อนลุก
  • จับที่พักแขนหรือไหล่ ไม่ดึงคอหรือรักแร้
  • หมุนตัวทีละก้าว ไม่บิดเอวเร็ว
  • ตรวจสอบว่านั่งกลางเบาะก่อนพักมือ

ขั้นตอนดูแลระหว่างนั่งรถเข็นให้ปลอดภัย

หลังนั่งลงแล้ว ตรวจว่าสะโพกชิดพนักพิงด้านหลัง ไม่นั่งเอนไปข้างหน้าเพราะเสี่ยงไถลตกจากรถเข็น จากนั้นดึงที่วางเท้าลงมารองรับเท้าให้เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา

หากใช้เข็มขัดนิรภัยหรือสายรัดพยุงตัว ควรรัดพอดีไม่แน่นจนอึดอัด และตรวจสอบทุกครั้งก่อนเข็นออกจากจุดเดิม โดยเฉพาะก่อนขึ้น-ลงทางลาดหรือธรณีประตู

  • ตรวจสะโพกให้ชิดพนักพิง
  • ดึงที่วางเท้าลงรองรับให้เข่าตั้งฉาก
  • ตรวจสายรัดพยุงตัวหากมีการติดตั้ง

ขั้นตอนย้ายตัวกลับจากรถเข็นสู่เตียงหรือเก้าอี้

จัดรถเข็นทำมุมกับจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกับตอนขาไป ล็อกเบรก พับที่วางเท้าขึ้น แล้วให้ผู้สูงอายุขยับสะโพกมาที่ขอบเบาะก่อนลุกยืน เพื่อลดระยะที่ต้องเอื้อมตัว

ทำซ้ำหลักการเดิมคือให้เวลาปรับความดันก่อนยืน พยุงด้วยการจับที่พักแขนหรือไหล่ หมุนตัวทีละก้าว แล้วค่อยๆ นั่งลงจุดหมายปลายทางอย่างมั่นคง

  • ขยับสะโพกมาขอบเบาะก่อนลุก
  • ให้เวลาร่างกายปรับความดันก่อนยืนเต็มที่
  • หมุนตัวทีละก้าวเช่นเดิม

สังเกตอาการระหว่างและหลังการเคลื่อนย้ายทุกครั้ง

หลังย้ายตัวเสร็จ ควรถามความรู้สึกผู้สูงอายุตรงๆ เช่น เวียนหัวไหม เจ็บตรงไหนไหม แทนการดูแค่สีหน้า เพราะผู้สูงอายุบางคนมีอาการแสดงไม่ตรงแบบ (atypical presentation) คือไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดชัดเจนแม้มีปัญหาจริง

หากพบว่าการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งเริ่มยากขึ้น ผู้สูงอายุต้องออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเริ่มกลัวการลุกยืน ควรบันทึกไว้และปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินกำลังกล้ามเนื้อซ้ำ ไม่ปล่อยให้ปัญหาสะสม

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าดึงแขนหรือรักแร้ผู้สูงอายุขึ้นแรงๆ เพราะเสี่ยงข้อไหล่หลุดหรือบาดเจ็บกล้ามเนื้อรอบข้อ
  • อย่าเข็นหรือย้ายตัวขณะรถเข็นยังไม่ได้ล็อกเบรก แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ
  • อย่ารีบให้ผู้สูงอายุลุกยืนทันทีหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งนาน เพราะเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
  • อย่าก้มหลังยกน้ำหนักด้วยตัวเองคนเดียวหากผู้สูงอายุไม่มีแรงยืนเลย ควรขอคนช่วยหรือใช้อุปกรณ์เสริม
  • อย่าปล่อยให้พื้นเปียกหรือมีสายไฟ พรมย่นบริเวณจุดย้ายตัวเป็นประจำ
  • อย่ามองข้ามคำบ่นเล็กน้อย เช่น เจ็บหัวไหล่ทุกครั้งที่ถูกพยุง เพราะอาจเป็นสัญญาณบาดเจ็บสะสม

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 ทันทีหากผู้สูงอายุล้มกระแทกศีรษะ หมดสติ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือขยับแขนขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ทันทีหลังเคลื่อนย้าย
  • พาไปพบแพทย์ในวันเดียวกันหากมีอาการหน้ามืดรุนแรงซ้ำหลายครั้ง ปวดสะโพกหรือข้อต่อจนลงน้ำหนักไม่ได้ หรือมีรอยฟกช้ำผิดปกติหลังการช่วยพยุง
  • นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้หากรู้สึกว่าการย้ายตัวยากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ทำวิธีเดิม หรือผู้ดูแลเริ่มปวดหลังจากการช่วยพยุงบ่อยครั้ง
  • สังเกตและบันทึกอาการหากผู้สูงอายุแค่รู้สึกเพลียเล็กน้อยหลังเคลื่อนย้าย โดยไม่มีอาการรุนแรงร่วม แล้วนำข้อมูลไปแจ้งแพทย์ในนัดตรวจปกติครั้งถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • ล็อกเบรกล้อรถเข็นทั้งสองข้างก่อนเริ่มย้ายตัวทุกครั้ง
  • พับที่วางเท้าขึ้นก่อนลุก และดึงลงหลังนั่งเสร็จ
  • จัดรถเข็นทำมุม 30-45 องศากับจุดย้ายตัว
  • ให้เวลาปรับความดันก่อนลุกยืนทุกครั้ง อย่างน้อย 30 วินาที
  • จับที่พักแขนหรือไหล่ ไม่ดึงคอหรือรักแร้
  • ตรวจพื้นให้แห้งและไม่มีสิ่งกีดขวางก่อนเริ่ม
  • ถามความรู้สึกผู้สูงอายุหลังย้ายตัวทุกครั้ง ไม่ดูแค่สีหน้า
  • บันทึกหากการย้ายตัวเริ่มยากขึ้นเพื่อแจ้งแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องรอสักครู่ก่อนให้ผู้สูงอายุลุกยืนจากเตียงหรือรถเข็น

เพราะร่างกายผู้สูงอายุปรับความดันโลหิตช้ากว่าคนหนุ่มสาว การลุกเร็วเกินไปอาจทำให้ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและเกิดอาการหน้ามืดจนล้มได้ การนั่งห้อยขาสักครู่ก่อนช่วยให้ร่างกายปรับตัวทัน

ถ้าผู้สูงอายุไม่มีแรงยืนเลย ต้องทำอย่างไร

ไม่ควรฝืนย้ายตัวด้วยแรงคนเพียงลำพัง ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเรื่องแผ่นเลื่อนย้ายตัวหรือเครื่องยกผู้ป่วย และพิจารณาให้มีผู้ช่วยสองคนในการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้ง

ควรจับตรงไหนของผู้สูงอายุเวลาช่วยพยุงลุก

ควรให้จับที่พักแขนของรถเข็นหรือไหล่ผู้ดูแล ไม่ควรดึงที่คอ รักแร้ หรือแขนแรงๆ เพราะเสี่ยงข้อไหล่หลุดหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

รถเข็นควรวางทำมุมเท่าไรกับเตียงหรือเก้าอี้เวลาย้ายตัว

แนะนำให้วางทำมุมประมาณ 30-45 องศา ไม่ใช่วางตั้งฉากตรงหน้า เพราะมุมเฉียงช่วยลดระยะการหมุนตัวและลดความเสี่ยงบิดเอวกะทันหัน

ผู้ดูแลควรทำอย่างไรหากรู้สึกปวดหลังจากการช่วยพยุงผู้สูงอายุบ่อยๆ

ควรทบทวนท่ายืนของตัวเอง ใช้แรงจากขาแทนหลัง และหากยังปวดต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเรื่องอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้าย เช่น แผ่นเลื่อนหรือเข็มขัดพยุงตัว แทนการฝืนทำคนเดียวต่อไป

สัญญาณอะไรที่บอกว่าต้องโทร 1669 ทันทีระหว่างเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ

หากล้มกระแทกศีรษะ หมดสติ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือขยับแขนขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ทันที ให้โทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอประเมินอาการเองที่บ้าน

สรุป

  • การย้ายตัวขึ้น-ลงรถเข็นอย่างปลอดภัยอาศัยจังหวะและการเตรียมพื้นที่มากกว่าแรง ล็อกเบรก จัดมุม และให้เวลาร่างกายปรับตัวคือหัวใจสำคัญ
  • ผู้ดูแลควรพยุงตามกำลังที่ผู้สูงอายุมีจริง ไม่ยกแบกทั้งตัว เพื่อป้องกันบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย
  • ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าเป็นสาเหตุการล้มที่พบบ่อยแต่ป้องกันได้ด้วยการให้เวลาก่อนลุกยืน
  • หากพบสัญญาณอันตราย เช่น ล้มกระแทกศีรษะหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องประเมินอาการเอง

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ตรวจสภาพรถเข็นผู้สูงอายุก่อนใช้งานทุกวัน
safe-home

เช็กลิสต์ตรวจสภาพรถเข็นผู้สูงอายุก่อนใช้งานทุกวัน

รายการตรวจเช็กรถเข็นผู้สูงอายุแบบทำได้เองที่บ้าน ตั้งแต่เบรก ล้อ เบาะ จนถึงจุดยึดต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ชำรุดโดยไม่รู้ตัว

อัปเดตล่าสุด 2 กันยายน 2026อ่าน 9 นาที
เลือกรถเข็นให้เหมาะกับบ้านและร่างกายผู้สูงอายุ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
safe-home

เลือกรถเข็นให้เหมาะกับบ้านและร่างกายผู้สูงอายุ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

แนวทางเลือกรถเข็นผู้สูงอายุให้เหมาะกับสภาพร่างกาย ระดับการเคลื่อนไหว และผังบ้านจริง เปรียบเทียบแบบพับได้ แบบมาตรฐาน และแบบไฟฟ้า พร้อมจุดที่ควรวัดก่อนตัดสินใจ

อัปเดตล่าสุด 2 กันยายน 2026อ่าน 11 นาที
เข็นรถเข็นให้คุณยายทุกวัน แต่จุดที่มักพลาดคืออะไรบ้าง
home-care

เข็นรถเข็นให้คุณยายทุกวัน แต่จุดที่มักพลาดคืออะไรบ้าง

การเข็นรถเข็นดูเหมือนเรื่องง่าย แต่ความเคยชินมักทำให้ครอบครัวมองข้ามจุดเสี่ยงสำคัญ ตั้งแต่การลืมล็อกเบรกไปจนถึงการปล่อยให้นั่งท่าเดิมนานเกินไป บทความนี้รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ที่ทำได้จริงในบ้าน

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที