สูงวัยไทย

บอกลูกให้ช่วยสำรองข้อมูลให้พ่อแล้ว แต่ไม่มีใครเคยเช็กว่าทำจริงหรือเปล่า

จุดพลาดที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักเจอเรื่องสำรองข้อมูลในโทรศัพท์ ตั้งแต่เข้าใจผิดว่ามีคนทำให้แล้ว ไปจนถึงใช้แอปแปลกหน้าที่เสี่ยงมากกว่าช่วย พร้อมวิธีแก้แต่ละจุดแบบทำได้จริง

16 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

A couple sits at a table managing domestic finances, evaluating documents and using a smartphone.

รูปภาพโดย Vodafone x Rankin everyone.connected / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

  • ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือครอบครัวเข้าใจว่ามีคนสำรองข้อมูลให้พ่อแม่แล้ว แต่ไม่มีใครเคยเปิดเครื่องตรวจสอบจริงว่าระบบยังทำงานอยู่หรือหยุดไปแล้วตั้งแต่เมื่อไร
  • อีกจุดที่พาไปสู่ความเสี่ยงมากกว่าช่วยคือการโหลดแอปสำรองข้อมูลจากลิงก์ที่ไม่รู้แหล่งที่มา เพราะบางแอปเหล่านี้คือช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในเครื่อง
  • ความผิดพลาดหลายข้อไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เกิดจากการแบ่งงานในครอบครัวไม่ชัดเจนว่าใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้จริง ๆ
  • การแก้ไขจุดพลาดเหล่านี้ไม่ต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคสูง ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการตรวจสอบและพูดคุยกันในครอบครัวให้ชัดเจนขึ้น

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่เคยตั้งใจจะสำรองข้อมูลให้ผู้สูงอายุแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าที่ทำไปนั้นสมบูรณ์หรือยังใช้ได้อยู่หรือไม่
  • เหมาะกับลูกหลานหลายคนที่ดูแลพ่อแม่ร่วมกันและอยากตรวจสอบว่าใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องข้อมูลจริง ๆ
  • ไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่เคยเริ่มสำรองข้อมูลเลย ควรอ่านคู่มือขั้นตอนเริ่มต้นก่อนแล้วค่อยกลับมาตรวจจุดพลาดในบทความนี้
  • ไม่ใช่บทความสอนแก้ปัญหาข้อมูลที่สูญหายไปแล้ว บทความนี้เน้นป้องกันไม่ให้เกิดจุดพลาดซ้ำในอนาคต

สิ่งที่ควรรู้

ข้อผิดพลาดที่ 1 และ 2 เข้าใจว่ามีคนทำแล้ว กับไม่เคยเช็กพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มหรือไม่

หลายครอบครัวมีพี่น้องหลายคน แต่ละคนคิดว่าอีกคนเป็นคนตั้งค่าสำรองข้อมูลให้พ่อแม่ไปแล้ว สุดท้ายไม่มีใครทำจริงสักคน ความเข้าใจผิดแบบนี้พบบ่อยเป็นพิเศษเมื่อพี่น้องอยู่คนละบ้านหรือคนละจังหวัด และคุยกันเรื่องพ่อแม่เฉพาะตอนมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น

ความเข้าใจผิดนี้มีรากมาจากการมองข้ามว่าการจัดการข้อมูลในโทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของ IADL หรือกิจวัตรที่ซับซ้อนขึ้นตามนิยามของเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เช่นเดียวกับการจัดการเงินหรือการนัดหมาย ครอบครัวมักสมมติว่าผู้สูงอายุ 'น่าจะทำเองได้' หรือ 'มีคนอื่นช่วยแล้ว' โดยไม่มีใครตรวจสอบจริงว่างานนี้ถูกส่งต่อให้ใครทำอย่างเป็นระบบหรือไม่

อีกจุดที่ต่อเนื่องกันคือแม้จะเคยเปิดระบบสำรองไว้จริง แต่ไม่มีใครกลับไปตรวจว่าพื้นที่เก็บข้อมูลฟรีเต็มไปแล้วหรือไม่ เมื่อพื้นที่เต็ม ระบบจะหยุดสำรองข้อมูลใหม่โดยอัตโนมัติแต่มักไม่แจ้งเตือนให้ผู้สูงอายุเห็นชัดเจนพอ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ายังสำรองอยู่ทั้งที่หยุดไปแล้วหลายเดือน

  • ให้คนใดคนหนึ่งในครอบครัวเป็นผู้รับผิดชอบหลักอย่างชัดเจน ไม่ใช่ 'ใครก็ได้'
  • ตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินให้ตรวจสถานะการสำรองข้อมูลทุกสามเดือน
  • ตรวจพื้นที่เก็บข้อมูลคงเหลือทุกครั้งที่ตรวจสถานะ

ข้อผิดพลาดที่ 3 และ 4 โหลดแอปแปลกหน้าเพราะดูสะดวก กับสำรองแค่รูปแต่ลืมรายชื่อผู้ติดต่อ

ความผิดพลาดที่อันตรายที่สุดในกลุ่มนี้คือการโหลดแอปสำรองข้อมูลจากโฆษณาหรือลิงก์ที่ส่งต่อกันมาโดยไม่ตรวจสอบว่าเป็นแอปจากผู้ผลิตจริงหรือไม่ แอปเหล่านี้บางตัวขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในเครื่องมากเกินความจำเป็น เช่น ขอสิทธิ์อ่านข้อความหรือควบคุมหน้าจอ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่มิจฉาชีพใช้หลอกเอาเงินจากบัญชีธนาคาร

อีกจุดที่พบบ่อยคือครอบครัวตั้งใจสำรองเฉพาะรูปภาพเพราะรู้สึกว่าเป็นของมีค่าทางใจที่สุด แต่ลืมว่ารายชื่อผู้ติดต่อก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเบอร์คลินิกประจำหรือเบอร์ลูกหลานที่ผู้สูงอายุอาจจำไม่ได้แล้วหากไม่ได้กดโทรออกเองมานาน

  • ใช้เฉพาะระบบสำรองที่มากับเครื่องหรือแอปทางการจากผู้ผลิตเท่านั้น
  • ตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาแอปในหน้าร้านค้าแอปก่อนติดตั้งทุกครั้ง
  • เปิดสำรองรายชื่อผู้ติดต่อพร้อมกับรูปภาพตั้งแต่ครั้งแรกที่ตั้งค่า

ข้อผิดพลาดที่ 5 และ 6 ตั้งค่าให้เสร็จแล้วไม่เคยทดสอบกู้คืน กับเขียนรหัสผ่านแปะไว้ที่ตัวเครื่อง

การตั้งค่าสำรองข้อมูลเสร็จไม่ได้แปลว่าระบบจะทำงานถูกต้องตลอดไป บัญชีอาจหมดอายุ รหัสผ่านอาจถูกเปลี่ยนโดยระบบความปลอดภัยของผู้ให้บริการ หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอาจมีปัญหาโดยไม่มีใครสังเกต ครอบครัวที่ไม่เคยทดสอบกู้คืนเลยมักพบว่าไฟล์สำรองใช้ไม่ได้จริงในวันที่จำเป็นที่สุด

ส่วนการเขียนรหัสผ่านแปะไว้ที่ฝาหลังเครื่องหรือใต้เคสมือถือ แม้จะช่วยให้ผู้สูงอายุจำง่าย แต่เป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยโดยตรง หากเครื่องหายหรือถูกขโมย คนที่เก็บเครื่องได้จะเห็นรหัสผ่านทันทีและเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดได้ทันที

จุดที่ครอบครัวมักไม่ทันคิดคือทำไมผู้สูงอายุถึงชอบเขียนรหัสผ่านแปะไว้ใกล้ตัวแทนการจำ ส่วนหนึ่งมาจากสายตายาวตามวัย (presbyopia) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของสายตาที่พบได้ทั่วไปตามอายุ ทำให้อ่านตัวอักษรเล็กบนหน้าจอหรือจำรหัสผ่านที่มีตัวอักษรและตัวเลขปนกันได้ยากขึ้น ทางแก้ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การห้ามจดรหัสผ่านเฉย ๆ แต่คือการช่วยหาที่จดที่ปลอดภัยกว่าการแปะไว้บนตัวเครื่องโดยตรง

  • ทดลองกู้คืนข้อมูลผ่านอุปกรณ์อีกเครื่องอย่างน้อยปีละสองครั้ง
  • เก็บรหัสผ่านในสมุดบันทึกที่ล็อกได้ ไม่ใช่แปะไว้บนตัวเครื่อง
  • แจ้งให้คนในครอบครัวอีกอย่างน้อยหนึ่งคนรู้วิธีเข้าถึงบัญชีสำรอง
A diverse group of adults relaxing indoors, chatting and using smartphones.

รูปภาพโดย Andrea Piacquadio / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นแรก นัดประชุมครอบครัวสั้น ๆ เพื่อมอบหมายผู้รับผิดชอบ

จุดเริ่มต้นของการแก้ไขข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือการตกลงกันให้ชัดว่าใครในบ้านเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องสำรองข้อมูลของพ่อแม่ ควรเป็นคนที่อยู่ใกล้หรือมีโอกาสได้เจอหน้าผู้สูงอายุสม่ำเสมอที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งเทคโนโลยีที่สุด เพราะขั้นตอนส่วนใหญ่ทำตามคำแนะนำได้

หากมีพี่น้องหลายคน ควรมีคนที่สองรู้วิธีเข้าถึงบัญชีสำรองด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนคนเดียว หากผู้รับผิดชอบหลักไม่สะดวกในบางช่วง

  • ตกลงว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหลักเรื่องสำรองข้อมูล
  • กำหนดคนที่สองที่รู้วิธีเข้าถึงบัญชีสำรองเป็นตัวสำรอง
  • แจ้งผู้สูงอายุให้รับทราบว่าใครเป็นคนดูแลเรื่องนี้ให้

ขั้นที่สอง ตรวจสถานะจริงของสิ่งที่คิดว่าสำรองไว้แล้ว

แทนที่จะตั้งค่าใหม่ทั้งหมดทันที ให้เริ่มจากตรวจสอบว่าสิ่งที่เคยตั้งค่าไว้ยังทำงานอยู่หรือไม่ วิธีตรวจง่ายที่สุดคือเปิดเมนูตั้งค่าบัญชีแล้วดูวันที่สำรองข้อมูลล่าสุด หากพบว่าห่างจากปัจจุบันหลายเดือน ให้สันนิษฐานว่าระบบหยุดทำงานไปแล้วและต้องแก้ไขใหม่

ระหว่างตรวจสอบ ควรถามผู้สูงอายุด้วยว่าจำได้หรือไม่ว่าเคยกดยกเลิกการแจ้งเตือนหรือปิดการเชื่อมต่ออะไรไปบ้าง เพราะบางครั้งการกดปิดโดยไม่ได้ตั้งใจคือสาเหตุที่แท้จริงของระบบที่หยุดทำงาน

  • เปิดเมนูตั้งค่าบัญชีและตรวจวันที่สำรองล่าสุด
  • ถามผู้สูงอายุว่าเคยกดปิดการแจ้งเตือนหรือการเชื่อมต่อใดไปหรือไม่
  • ลบแอปสำรองข้อมูลที่ไม่รู้แหล่งที่มาออกจากเครื่องหากพบว่ามีติดตั้งอยู่

ขั้นที่สาม ตั้งระบบตรวจซ้ำเป็นประจำแทนการทำครั้งเดียวจบ

หลังแก้ไขจุดพลาดที่พบแล้ว สิ่งสำคัญคือไม่ปล่อยให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำ ควรตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินของผู้รับผิดชอบให้ตรวจสถานะการสำรองข้อมูลเป็นประจำ และทำการทดสอบกู้คืนจริงอย่างน้อยปีละสองครั้งเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างยังใช้ได้

ควรถือโอกาสตรวจซ้ำนี้เป็นจังหวะพูดคุยกับผู้สูงอายุเรื่องการใช้โทรศัพท์โดยรวมด้วย เช่น มีข้อความหรือสายแปลกเข้ามาบ้างไหม เพราะจุดพลาดเรื่องข้อมูลมักเกี่ยวโยงกับความเสี่ยงถูกหลอกลวงในรูปแบบอื่นด้วย

  • ตั้งการแจ้งเตือนตรวจสถานะสำรองข้อมูลทุกสามเดือน
  • ทดสอบกู้คืนข้อมูลจริงอย่างน้อยปีละสองครั้ง
  • ใช้ช่วงตรวจซ้ำเป็นโอกาสคุยกับผู้สูงอายุเรื่องความปลอดภัยของโทรศัพท์โดยรวม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าปล่อยให้ 'ใครก็ได้' เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องสำรองข้อมูล เพราะสุดท้ายมักไม่มีใครทำจริง
  • อย่าเข้าใจว่าตั้งค่าสำรองข้อมูลครั้งเดียวแล้วจะใช้ได้ตลอดไปโดยไม่ต้องตรวจซ้ำ
  • อย่าโหลดแอปสำรองข้อมูลจากลิงก์หรือโฆษณาที่ไม่รู้จักผู้พัฒนา
  • อย่าเขียนรหัสผ่านแปะไว้บนตัวเครื่องหรือเคสมือถือ
  • อย่าสำรองเฉพาะรูปภาพโดยลืมรายชื่อผู้ติดต่อและประวัติแชทสำคัญ

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุแสดงอาการเครียดรุนแรง สับสน หรือมีอาการทางกายฉับพลันหลังพบว่าโทรศัพท์ถูกควบคุมจากระยะไกลหรือข้อมูลถูกลบไปหมด
  • ติดต่อธนาคารและแจ้งความผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ภายในวันเดียวกัน หากพบว่าแอปสำรองข้อมูลแปลกหน้าที่ติดตั้งไว้เชื่อมโยงกับการโอนเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • นำเครื่องไปให้ศูนย์บริการตรวจสอบภายในวันเดียวกัน หากสงสัยว่าแอปที่ติดตั้งไว้ไม่ใช่ของแท้และอาจเข้าถึงข้อมูลมากกว่าที่ควร
  • นัดประชุมครอบครัวภายในสัปดาห์นี้ หากพบว่าไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องสำรองข้อมูลจริงมานานกว่าหนึ่งปี เพื่อจัดระบบใหม่ให้ชัดเจน
  • เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากตรวจพบว่าระบบสำรองข้อมูลหยุดทำงานแต่ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ให้จดวันที่ตรวจพบและสาเหตุที่สงสัยไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

เช็กลิสต์สรุป

  • ระบุชื่อผู้รับผิดชอบหลักเรื่องสำรองข้อมูลของผู้สูงอายุให้ชัดเจน
  • ตรวจวันที่สำรองข้อมูลล่าสุดว่าห่างจากปัจจุบันเท่าไร
  • ตรวจว่าติดตั้งแอปสำรองข้อมูลที่ไม่รู้แหล่งที่มาอยู่หรือไม่
  • ตรวจว่าสำรองทั้งรูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ และประวัติแชทครบหรือไม่
  • ย้ายรหัสผ่านจากที่แปะบนเครื่องไปเก็บในสมุดบันทึกที่ล็อกได้
  • ทดสอบกู้คืนข้อมูลผ่านอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่ง
  • ตั้งการแจ้งเตือนตรวจสถานะสำรองข้อมูลทุกสามเดือนในปฏิทิน

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่รู้ว่าพี่น้องคนไหนเคยตั้งค่าสำรองข้อมูลให้พ่อแม่ไว้หรือยัง จะตรวจสอบอย่างไร

วิธีตรวจสอบที่ตรงที่สุดคือเปิดเมนูตั้งค่าบัญชีในเครื่องของผู้สูงอายุเองแล้วดูวันที่สำรองข้อมูลล่าสุดและชื่อบัญชีที่ผูกไว้ ไม่ควรอาศัยการถามพี่น้องเพียงอย่างเดียวเพราะความจำอาจคลาดเคลื่อน การเห็นข้อมูลจริงในเครื่องช่วยยืนยันสถานะได้แม่นยำกว่า

แอปสำรองข้อมูลที่ไม่ใช่ของแท้ สังเกตได้อย่างไรก่อนติดตั้ง

ให้ตรวจชื่อผู้พัฒนาในหน้าร้านค้าแอปว่าตรงกับผู้ผลิตโทรศัพท์หรือบริษัทที่รู้จักจริงหรือไม่ ระวังแอปที่ขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเกินความจำเป็น เช่น ขอสิทธิ์อ่านข้อความหรือควบคุมหน้าจอทั้งที่ระบุว่าเป็นแอปสำรองรูปภาพเท่านั้น หากไม่แน่ใจ ควรใช้ระบบสำรองที่มากับเครื่องแทน

เคยตั้งค่าสำรองข้อมูลไว้แล้วแต่ไม่แน่ใจว่ายังทำงานอยู่ไหม ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ให้ตรวจวันที่สำรองล่าสุดก่อน หากยังใหม่อยู่แสดงว่าระบบทำงานปกติ หากพบว่าห่างจากปัจจุบันหลายเดือน ให้ตรวจพื้นที่เก็บข้อมูลว่าเต็มหรือไม่ และตรวจว่ารหัสผ่านบัญชียังใช้งานได้อยู่หรือไม่ ก่อนตัดสินใจตั้งค่าใหม่

ควรบอกผู้สูงอายุตรง ๆ ว่ากำลังตรวจสอบเรื่องนี้ให้ หรือทำเงียบ ๆ ดีกว่า

ควรบอกตรง ๆ และทำร่วมกันเมื่อเป็นไปได้ เพราะการแอบทำโดยไม่บอกอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่ได้รับความไว้วางใจหรือถูกมองว่าทำอะไรเองไม่ได้ การอธิบายเหตุผลและให้เห็นขั้นตอนช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีส่วนร่วมและจดจำวิธีการได้บ้าง

รหัสผ่านที่เขียนแปะไว้บนเครื่องมานานแล้ว ต้องรีบเปลี่ยนทันทีหรือไม่

ควรเปลี่ยนโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะตราบใดที่รหัสผ่านยังแปะอยู่บนเครื่อง ความเสี่ยงจะคงอยู่ทุกวันที่เครื่องอาจหายหรือมีคนอื่นเห็น การย้ายไปเก็บในสมุดบันทึกที่ล็อกได้หรือให้คนในครอบครัวจำแทนเป็นทางแก้ที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเหตุการณ์ใดก่อน

ถ้าพี่น้องเถียงกันว่าใครควรรับผิดชอบเรื่องนี้ มีวิธีตกลงกันอย่างไร

แนะนำให้เลือกจากคนที่มีโอกาสเจอหน้าหรือคุยกับผู้สูงอายุบ่อยที่สุด มากกว่าเลือกจากคนที่เก่งเทคโนโลยีที่สุด เพราะขั้นตอนส่วนใหญ่ทำตามคำแนะนำได้ และควรมีคนที่สองรู้วิธีเข้าถึงบัญชีสำรองเสมอ เพื่อลดความขัดแย้งเรื่อง 'ใครมีอำนาจจัดการข้อมูล' คนเดียว

การสำรองข้อมูลผิดพลาดที่ผ่านมา ทำให้ข้อมูลเก่าที่หายไปแล้วกลับมาได้หรือไม่

หากข้อมูลหายไปแล้วและไม่เคยมีสำรองที่ใช้งานได้เลย ข้อมูลนั้นมักกู้คืนไม่ได้ด้วยวิธีทั่วไป การแก้ไขจุดพลาดในบทความนี้เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต หากต้องการพยายามกู้ข้อมูลที่หายไปแล้ว ควรติดต่อศูนย์บริการของยี่ห้อโทรศัพท์โดยตรงเพื่อประเมินว่ามีวิธีใดที่ทำได้บ้าง

สรุป

  • ข้อผิดพลาดเรื่องสำรองข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความรู้เทคนิคไม่พอ แต่เกิดจากไม่มีใครรับผิดชอบชัดเจนและไม่เคยตรวจสอบซ้ำ
  • การโหลดแอปสำรองข้อมูลจากแหล่งที่ไม่รู้จักเป็นความเสี่ยงที่อันตรายกว่าการไม่สำรองข้อมูลเลย เพราะอาจเปิดช่องให้ข้อมูลถูกเข้าถึงโดยคนอื่น
  • การตั้งค่าสำรองข้อมูลเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีการทดสอบกู้คืนและตรวจสถานะเป็นประจำจึงจะเชื่อถือได้จริง
  • ทางแก้ที่ยั่งยืนที่สุดคือการตกลงกันในครอบครัวให้ชัดเจนว่าใครดูแลเรื่องนี้ และมีคนที่สองรู้วิธีเข้าถึงเสมอ

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบอร์ลูกหลาน รูปหลาน ประวัติแชทไลน์ ถ้าโทรศัพท์พ่อแม่หายหรือพังตอนนี้ จะเหลืออะไรอยู่บ้าง
tech-safety

เบอร์ลูกหลาน รูปหลาน ประวัติแชทไลน์ ถ้าโทรศัพท์พ่อแม่หายหรือพังตอนนี้ จะเหลืออะไรอยู่บ้าง

คู่มือสำรองข้อมูลในโทรศัพท์ผู้สูงอายุแบบทำได้จริง ตั้งแต่รู้ว่าข้อมูลอะไรสำคัญที่สุด ไปจนถึงขั้นตอนสำรองที่ไม่ต้องพึ่งแอปแปลกหน้า พร้อมวิธีตรวจว่าที่สำรองไว้ใช้ได้จริงเมื่อถึงเวลาต้องกู้คืน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 16 นาที
บ้านที่ลูกอยู่ไกล บ้านที่ลูกอยู่ด้วย ควรสำรองข้อมูลให้พ่อแม่ต่างกันแค่ไหน
tech-safety

บ้านที่ลูกอยู่ไกล บ้านที่ลูกอยู่ด้วย ควรสำรองข้อมูลให้พ่อแม่ต่างกันแค่ไหน

แนวทางเลือกวิธีสำรองข้อมูลในโทรศัพท์ผู้สูงอายุให้เหมาะกับแต่ละบ้าน เปรียบเทียบสำรองผ่านคลาวด์ สำรองด้วยเครื่องสำรองที่บ้าน และสำรองแบบง่ายด้วยกระดาษ พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจตามงบ ความถี่ในการเจอหน้า และความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีของแต่ละครอบครัว

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 16 นาที
เจอลิงก์แปลกทาง SMS หรือ LINE ผู้สูงอายุควรเช็กอะไรก่อนกด
tech-safety

เจอลิงก์แปลกทาง SMS หรือ LINE ผู้สูงอายุควรเช็กอะไรก่อนกด

ลิงก์ปลอมที่ส่งมาทาง SMS หรือ LINE เป็นช่องทางหลอกลวงที่พบบ่อยในผู้สูงอายุไทย บทความนี้อธิบายวิธีสังเกตลิงก์อันตราย ขั้นตอนก่อนกดและหลังกดพลาด พร้อมระดับความเร่งด่วนที่ควรทำ

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที
แอปดูดเงินคืออะไร ทำไมผู้สูงอายุมักตกเป็นเป้าหมาย และป้องกันอย่างไร
tech-safety

แอปดูดเงินคืออะไร ทำไมผู้สูงอายุมักตกเป็นเป้าหมาย และป้องกันอย่างไร

แอปดูดเงินหลอกให้ผู้สูงอายุติดตั้งแอปควบคุมเครื่องจากระยะไกลแล้วโอนเงินออกจากบัญชีทั้งหมด บทความนี้อธิบายกลไกของกลโกงนี้ วิธีสังเกตก่อนติดตั้ง และขั้นตอนรับมือหากติดตั้งไปแล้ว

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที