สูงวัยไทย

สายโทรศัพท์หลอกลวงผู้สูงอายุ ต้องเลือกวิธีป้องกันแบบไหนให้เข้ากับบ้านตัวเอง

คู่มือช่วยตัดสินใจว่าบ้านแบบไหนควรเน้นป้องกันสายโทรศัพท์หลอกลวงด้วยวิธีใด ตามการได้ยิน ความจำ ชนิดโทรศัพท์ และคนที่อยู่ด้วยในแต่ละวัน ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกบ้าน

16 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

Elderly man in casual setting using a laptop and smartphone indoors, reflecting modern communication.

รูปภาพโดย Helena Lopes / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

  • วิธีป้องกันสายโทรศัพท์หลอกลวงที่เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าอยู่คนเดียวทั้งวันหรือมีคนอยู่ด้วย ได้ยินชัดแค่ไหน และยังจำขั้นตอนใหม่ ๆ ได้มากน้อยเพียงใด
  • บ้านที่ผู้สูงอายุอยู่คนเดียวช่วงกลางวันควรเน้นตั้งค่ากรองสายไว้ล่วงหน้าที่เครื่องหรือเครือข่าย มากกว่าหวังพึ่งการจำสัญญาณเตือนอย่างเดียว
  • บ้านที่มีคนอยู่ด้วยตลอดสามารถให้คนในบ้านช่วยกรองสายก่อนได้ โดยไม่ต้องยึดโทรศัพท์หรือห้ามผู้สูงอายุรับสายเอง
  • ถ้าผู้สูงอายุเริ่มมีปัญหาความจำหรือหลงเชื่อเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ควรให้ครอบครัวมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจร่วม พร้อมพาไปประเมินความเปลี่ยนแปลงนั้นกับแพทย์
  • ไม่มีวิธีใดป้องกันได้ทั้งหมด ระบบที่ดีต้องรวมการตั้งค่าเครื่อง ความเข้าใจของผู้สูงอายุ และช่องทางแจ้งเหตุเมื่อพลาดเข้าไว้ด้วยกัน

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มป้องกันสายโทรศัพท์หลอกลวงจากจุดไหนดี เพราะบ้านแต่ละหลังมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังต้องการรับสายและใช้โทรศัพท์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องการให้ลูกหลานยึดเครื่องหรือรับสายแทนทุกครั้ง
  • ไม่เหมาะเป็นคำตอบแรกสำหรับบ้านที่ผู้สูงอายุเพิ่งถูกหลอกโอนเงินไปแล้ว กรณีนั้นต้องติดต่อธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาวางระบบป้องกันระยะยาวตามแนวทางนี้
  • ไม่ใช่คู่มือเจาะลึกวิธีตั้งค่าทุกรุ่นเครื่อง แต่ช่วยตัดสินใจว่าบ้านของคุณควรให้น้ำหนักกับวิธีใดก่อนเป็นอันดับแรก

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมวิธีเดียวใช้ได้ทุกบ้านจึงไม่จริง

การใช้โทรศัพท์เป็นหนึ่งใน IADL หรือกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อนกว่าการกินอยู่พื้นฐาน เพราะต้องอาศัยทั้งการได้ยิน การตัดสินใจเร็ว และความจำขั้นตอนไปพร้อมกัน ผู้สูงอายุแต่ละคนจึงมีจุดเปราะบางต่อสายโทรศัพท์หลอกลวงไม่เหมือนกัน

หลายครอบครัวเข้าใจว่าแค่บอกลักษณะของมิจฉาชีพให้ผู้สูงอายุฟังก็เพียงพอแล้ว แต่ในสถานการณ์จริง ผู้ที่รับสายมักตัดสินใจภายในไม่กี่วินาทีขณะกำลังเครียดหรือกลัว ซึ่งเป็นช่วงที่ความจำเรื่องสัญญาณเตือนทำงานได้แย่ที่สุด

การได้ยินเสื่อมตามวัยหรือที่เรียกว่า presbycusis เป็นอีกปัจจัยที่มักถูกมองข้าม ผู้สูงอายุบางคนได้ยินเสียงปลายสายไม่ชัดโดยเฉพาะเสียงสูงหรือเมื่อมีเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้ต้องเดาคำพูดบางส่วนแทนการฟังครบถ้วน และเดาผิดได้ง่ายกว่าที่ครอบครัวคิด

  • อยู่คนเดียวทั้งวันหรือมีคนอยู่ด้วย
  • ได้ยินเสียงปลายสายชัดแค่ไหน
  • ยังจำขั้นตอนหรือรหัสยืนยันตัวตนใหม่ได้ดีเพียงใด
  • ใช้โทรศัพท์ปุ่มกดหรือสมาร์ทโฟน
  • สัญญาณเครือข่ายในพื้นที่มั่นคงหรือไม่

ตัวเลือกป้องกันที่มีจริงตอนนี้ และเหมาะกับใคร

ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์หลายรายมีบริการกรองสายหรือแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยอยู่แล้ว โดยทั่วไปเปิดใช้งานได้ผ่านคอลเซ็นเตอร์หรือแอปของผู้ให้บริการเอง วิธีนี้มีข้อดีคือใช้ได้แม้เป็นโทรศัพท์ปุ่มกดที่ตั้งค่าแอปเองไม่ได้ แต่เงื่อนไขและค่าบริการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ

แอปแสดงเบอร์ต้องสงสัยบนสมาร์ทโฟนช่วยเตือนก่อนรับสายได้ดี แต่ต้องมีคนช่วยติดตั้งและอธิบายเรื่องสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลในเครื่อง จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่ใช้สมาร์ทโฟนคล่องอยู่แล้ว หรือมีลูกหลานช่วยดูแลเครื่องเป็นประจำ

อีกแนวทางคือให้คนในบ้านที่อยู่ด้วยเป็นด่านแรกก่อนผู้สูงอายุ เช่น ตั้งให้เสียงเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่บันทึกไว้ดังที่เครื่องของลูกหลานก่อน วิธีนี้ใช้ได้ดีเฉพาะบ้านที่มีคนอยู่ด้วยเป็นส่วนใหญ่ของวัน และต้องระวังไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าถูกกันออกจากการตัดสินใจของตัวเอง

  • บริการกรองสายจากผู้ให้บริการเครือข่าย เหมาะกับทุกบ้านและใช้ได้แม้เป็นโทรศัพท์ปุ่มกด
  • แอปแสดงเบอร์ต้องสงสัยบนสมาร์ทโฟน เหมาะกับผู้สูงอายุที่ใช้สมาร์ทโฟนคล่องหรือมีคนช่วยตั้งค่า
  • ระบบให้คนในบ้านช่วยกรองสายก่อน เหมาะกับบ้านที่มีคนอยู่ด้วยเป็นส่วนใหญ่ของวัน
  • การจำกัดให้รับเฉพาะเบอร์ที่บันทึกไว้ในช่วงหนึ่ง เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มมีปัญหาความจำและตกลงร่วมกับครอบครัวแล้ว

ระยะห่างระหว่างตั้งระบบเสร็จกับผู้สูงอายุยอมใช้จริง

ครอบครัวจำนวนไม่น้อยตั้งค่ากรองสายเสร็จโดยไม่บอกผู้สูงอายุ ผลคือผู้สูงอายุรู้สึกว่าโทรศัพท์ของตัวเองใช้งานแปลกไปโดยไม่มีเหตุผล บางคนถึงขั้นปิดฟีเจอร์นั้นเองเพราะกลัวพลาดสายจากโรงพยาบาลหรือหลาน ระบบที่ดีที่สุดจึงต้องเริ่มจากการพูดคุยว่าทำไมถึงจำเป็น ไม่ใช่การติดตั้งเงียบ ๆ

เมื่อพูดถึงความจำ ต้องแยกให้ชัดระหว่างความจำเสื่อมตามวัยทั่วไปที่ค่อยเป็นค่อยไปกับภาวะที่เปลี่ยนแปลงเร็วผิดปกติ หากผู้สูงอายุเริ่มเชื่อเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ทั้งที่เคยเตือนไปแล้วหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ นั่นเป็นสัญญาณที่ควรพาไปประเมินกับแพทย์ ไม่ใช่แค่สอนซ้ำหรือดุว่าไม่ฟัง

การเลือกวิธีป้องกันจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องของการรักษาความเป็นอิสระควบคู่ไปกับความปลอดภัย ผู้สูงอายุควรมีส่วนร่วมในการเลือกว่าจะยอมรับความไม่สะดวกแบบไหนได้บ้าง

Cheerful senior man working remotely, talking on phone and using laptop outdoors.

รูปภาพโดย Andrea Piacquadio / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ประเมินสถานการณ์บ้านตัวเองก่อนเลือกวิธี

ก่อนเลือกวิธีป้องกัน ให้ครอบครัวตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุคนนั้นก่อน คำตอบเหล่านี้จะบอกว่าควรให้น้ำหนักกับมาตรการใดมากที่สุด

ถ้ายังไม่แน่ใจคำตอบบางข้อ ให้ลองสังเกตหรือถามตรง ๆ กับผู้สูงอายุเองในบรรยากาศที่ไม่กดดัน แทนที่จะคาดเดาแทน

  • ใครอยู่บ้านกับผู้สูงอายุตั้งแต่เช้าถึงเย็นในวันธรรมดา
  • ผู้สูงอายุได้ยินเสียงปลายสายชัดหรือต้องถามซ้ำบ่อย
  • เคยรับสายแปลกแล้วเกือบให้ข้อมูลหรือโอนเงินมาก่อนหรือไม่
  • ใช้โทรศัพท์ปุ่มกดหรือสมาร์ทโฟน และคล่องกับเครื่องแค่ไหน

เลือกและตั้งค่ามาตรการที่เหมาะกับผลประเมิน

เมื่อรู้จุดเปราะบางของบ้านตัวเองแล้ว ให้เลือกมาตรการหลักหนึ่งอย่างก่อน แล้วค่อยเพิ่มอย่างที่สองในภายหลังหากจำเป็น การเริ่มทำหลายอย่างพร้อมกันมักทำให้ผู้สูงอายุสับสนและปฏิเสธทุกอย่างไปพร้อมกัน

บ้านที่อยู่คนเดียวทั้งวันควรติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อเปิดบริการกรองสายก่อน เพราะทำงานได้แม้ไม่มีคนช่วยดูแลตลอดเวลา บ้านที่มีคนอยู่ด้วยสามารถตั้งให้เบอร์ไม่รู้จักเรียกเข้าที่เครื่องลูกหลานก่อนได้ ส่วนบ้านที่ผู้สูงอายุเริ่มมีปัญหาความจำ ควรพูดคุยเพื่อจำกัดการรับสายเฉพาะเบอร์ที่บันทึกไว้ชั่วคราว ระหว่างรอประเมินอาการกับแพทย์

  • อยู่คนเดียวทั้งวัน: ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อเปิดบริการกรองสาย
  • มีคนอยู่ด้วยส่วนใหญ่ของวัน: ตั้งเบอร์ไม่รู้จักให้เรียกเข้าที่เครื่องคนในบ้านก่อน
  • ได้ยินไม่ชัด: เลือกวิธีที่ไม่ต้องอาศัยการฟังตัดสินใจเร็ว เช่น การกรองสายล่วงหน้า
  • เริ่มมีปัญหาความจำ: จำกัดการรับสายเฉพาะเบอร์ที่บันทึกไว้ชั่วคราวและพาไปพบแพทย์

ทดสอบระบบร่วมกับผู้สูงอายุ และปรับตามผลจริง

หลังตั้งค่าเสร็จ ให้ลองโทรทดสอบจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยและถามผู้สูงอายุว่าจะทำอย่างไรถ้าเจอสถานการณ์จริง วิธีนี้เรียกว่าการให้อธิบายกลับ ช่วยให้เห็นว่าผู้สูงอายุเข้าใจระบบจริงหรือแค่รับทราบผ่าน ๆ

ควรนัดทบทวนระบบใหม่ทุกสองถึงสามเดือน หรือทันทีที่การได้ยิน ความจำ หรือความสามารถในการใช้โทรศัพท์เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะมาตรการที่เคยพอเพียงอาจไม่พอสำหรับสถานการณ์ใหม่

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • เลือกวิธีป้องกันตามที่คนอื่นบอกว่าดี โดยไม่ดูว่าผู้สูงอายุในบ้านใช้โทรศัพท์แบบไหนและอยู่กับใครจริง
  • ตั้งค่ากรองสายเสร็จแล้วไม่บอกผู้สูงอายุ จนรู้สึกว่าถูกจำกัดโดยไม่มีเหตุผล
  • ยึดโทรศัพท์หรือห้ามรับสายเบอร์แปลกทุกเบอร์แบบเด็ดขาด โดยไม่เปิดทางให้ติดต่อกับคนที่จำเป็น เช่น โรงพยาบาลหรือหน่วยงานราชการ
  • หวังพึ่งการจำสัญญาณเตือนอย่างเดียวโดยไม่มีการตั้งค่าเครื่องหรือเครือข่ายรองรับ
  • ตั้งระบบครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวนซ้ำ ทั้งที่ความสามารถในการใช้โทรศัพท์ของผู้สูงอายุเปลี่ยนไปตามเวลา
  • รอจนกว่าจะถูกหลอกสำเร็จก่อนถึงเริ่มวางระบบป้องกัน

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือหน้ามืดเป็นลมหลังรู้ตัวว่าถูกหลอกหรือหลังคุยโทรศัพท์ที่ทำให้ตกใจรุนแรง เพราะความเครียดเฉียบพลันอาจกระตุ้นอาการทางกายที่ต้องรีบดูแล
  • โทรแจ้งธนาคารและศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ที่เบอร์ 1441 หรือแจ้งตำรวจที่ 191 ภายในวันเดียวกัน หากมีการโอนเงินหรือให้รหัส OTP ไปแล้วไม่ว่าจำนวนเท่าใด
  • ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายภายในวันเดียวกัน หากพบว่ามีเบอร์แปลกโทรเข้าถี่ผิดปกติในวันเดียว เพื่อขอเปิดใช้บริการกรองสายทันที
  • นัดพบผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินในเร็ว ๆ นี้ หากผู้สูงอายุฟังเสียงปลายสายไม่ชัดจนเป็นเหตุผลหลักที่ตัดสินใจผิดซ้ำ ๆ
  • นัดพบแพทย์เพื่อประเมินความจำในเร็ว ๆ นี้ หากเริ่มเชื่อเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ทั้งที่เคยเตือนไปแล้วหลายครั้ง และพฤติกรรมนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจนในช่วงสั้น
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากยังไม่พบความเสี่ยงชัดเจน แต่รู้สึกว่าผู้สูงอายุลังเลหรือเงียบผิดปกติหลังวางสายบางครั้ง

เช็กลิสต์สรุป

  • จดว่าใครอยู่บ้านกับผู้สูงอายุช่วงเวลาไหนของวัน
  • ตรวจว่าผู้สูงอายุได้ยินเสียงโทรศัพท์ชัดหรือไม่
  • ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อสอบถามบริการกรองสายที่มีอยู่จริงตอนนี้
  • เลือกมาตรการหลักหนึ่งอย่างที่เหมาะกับบ้านตัวเองก่อน ไม่ต้องทำทุกวิธีพร้อมกัน
  • คุยกับผู้สูงอายุถึงเหตุผลของระบบที่เลือก ไม่ใช่แค่ติดตั้งเงียบ ๆ
  • ทดลองระบบด้วยการโทรทดสอบและถามว่าผู้สูงอายุจะทำอย่างไรถ้าเจอสถานการณ์จริง
  • บันทึกเบอร์ธนาคารและ AOC 1441 ไว้ในที่เห็นง่าย
  • นัดทบทวนระบบใหม่ทุกครั้งที่การได้ยินหรือความจำของผู้สูงอายุเปลี่ยนไป

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าตั้งกรองสายเบอร์แปลกทั้งหมด จะพลาดสายจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานราชการหรือไม่

บริการกรองสายส่วนใหญ่ทำหน้าที่เตือนหรือแยกเบอร์ต้องสงสัยไว้ ไม่ได้บล็อกทุกเบอร์ที่ไม่รู้จักโดยอัตโนมัติ แต่เงื่อนไขต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ควรสอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนเปิดใช้ และแนะนำให้บันทึกเบอร์โรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่ติดต่อประจำไว้ในสมุดโทรศัพท์ล่วงหน้า

แอปกรองสายมิจฉาชีพเก็บข้อมูลเบอร์โทรของเราไปด้วยหรือไม่

แอปลักษณะนี้มักขอสิทธิ์เข้าถึงสมุดโทรศัพท์หรือประวัติการโทรเพื่อทำงาน ก่อนติดตั้งควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปและพิจารณาว่าจำเป็นต้องให้สิทธิ์มากน้อยเพียงใด แนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ PDPC เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความเข้าใจสิทธิของผู้ใช้งานก่อนตัดสินใจ

ถ้าพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดสัญญาณโทรศัพท์ไม่เสถียร ควรเลือกวิธีไหน

บริการกรองสายที่ทำงานฝั่งเครือข่ายของผู้ให้บริการมักเสถียรกว่าแอปที่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา จึงเหมาะกับพื้นที่ที่สัญญาณไม่แน่นอน ควบคู่กับการนัดโทรเช็กความเรียบร้อยเป็นประจำกับผู้สูงอายุที่อยู่ห่างไกล

ควรยึดโทรศัพท์ผู้สูงอายุไปเลยไหมถ้าโดนหลอกซ้ำหลายครั้ง

โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ยึดโทรศัพท์ เพราะกระทบความเป็นอิสระและอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเอง ควรมองหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน เช่น ได้ยินไม่ชัดหรือความจำเปลี่ยนไป แล้วเลือกมาตรการที่ตรงจุดกว่าการตัดขาดจากโทรศัพท์ทั้งหมด เว้นแต่มีการประเมินจากแพทย์ว่าความสามารถในการตัดสินใจลดลงมากจริง

ลูกหลานต้องรับสายแทนพ่อแม่ตลอดไปหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องเป็นมาตรการถาวร ควรปรับตามสถานการณ์จริงของผู้สูงอายุในแต่ละช่วง และทบทวนใหม่เป็นระยะ หากผู้สูงอายุยังตัดสินใจได้ดีและอยากรับสายด้วยตัวเอง การกรองสายล่วงหน้าที่เครื่องอาจเพียงพอโดยไม่ต้องให้คนอื่นรับแทนตลอด

มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหมสำหรับบริการกรองสายจากเครือข่าย

ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและแพ็กเกจที่ใช้อยู่ บางรายให้บริการพื้นฐานฟรี บางรายอาจมีค่าบริการเสริม ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

จะรู้ได้อย่างไรว่าระบบที่เลือกได้ผลจริง

ให้สังเกตว่าจำนวนสายแปลกที่เข้าถึงผู้สูงอายุโดยตรงลดลงหรือไม่ และลองให้ผู้สูงอายุอธิบายว่าจะทำอย่างไรถ้าเจอสถานการณ์จำลอง หากยังตอบไม่ตรงหรือดูสับสน ควรกลับไปทบทวนวิธีอธิบายหรือปรับมาตรการให้ง่ายขึ้น

สรุป

  • ไม่มีวิธีป้องกันสายโทรศัพท์หลอกลวงแบบเดียวที่เหมาะกับทุกบ้าน การเลือกต้องเริ่มจากสถานการณ์จริงของผู้สูงอายุคนนั้น
  • บ้านที่อยู่คนเดียวทั้งวันควรเน้นการตั้งค่าที่เครื่องหรือเครือข่ายล่วงหน้า ส่วนบ้านที่มีคนอยู่ด้วยสามารถใช้ระบบช่วยกรองสายร่วมกันได้
  • การเลือกวิธีป้องกันต้องคุยกับผู้สูงอายุด้วยเสมอ เพื่อรักษาความเป็นอิสระและไม่ทำให้รู้สึกถูกจำกัดโดยไม่มีเหตุผล
  • ควรทบทวนระบบใหม่เมื่อการได้ยิน ความจำ หรือความสามารถในการใช้โทรศัพท์ของผู้สูงอายุเปลี่ยนไป ไม่ใช่ตั้งค่าเพียงครั้งเดียวแล้วจบ

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดการสายโทรศัพท์หลอกลวงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่จำสัญญาณเตือนให้ได้
tech-safety

จัดการสายโทรศัพท์หลอกลวงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่จำสัญญาณเตือนให้ได้

วิธีวางระบบป้องกันสายโทรศัพท์หลอกลวงในบ้าน ตั้งแต่การตั้งค่าเครื่อง ข้อตกลงในครอบครัว ไปจนถึงขั้นตอนที่ต้องทำหลังวางสายทุกครั้ง ไม่ว่าจะให้ข้อมูลไปแล้วหรือไม่

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
เช็กลิสต์ตรวจสอบความเสี่ยงสายโทรศัพท์หลอกลวง ทำรอบละ 10 นาทีทุกเดือน
tech-safety

เช็กลิสต์ตรวจสอบความเสี่ยงสายโทรศัพท์หลอกลวง ทำรอบละ 10 นาทีทุกเดือน

รายการตรวจสอบที่ครอบครัวใช้ทบทวนความเสี่ยงเรื่องสายโทรศัพท์หลอกลวงเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ตอนมีเหตุการณ์ ครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง ตัวคน และช่องทางแจ้งเหตุ

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที
SMS ปลอมถึงผู้สูงอายุ: จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามจนเสียเงิน
tech-safety

SMS ปลอมถึงผู้สูงอายุ: จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามจนเสียเงิน

รวมจุดพลาดที่ครอบครัวไทยมักมองข้ามเมื่อผู้สูงอายุได้รับ SMS ปลอม ตั้งแต่แบบ SMS ที่หลอกง่ายที่สุดไปจนถึงพฤติกรรมของคนใกล้ตัวที่เผลอเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึง

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที