สูงวัยไทย
วิธีติดต่อหน่วยงานรัฐอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง
พิมพ์เมื่อ 4 สิงหาคม 2026
วิธีติดต่อหน่วยงานรัฐอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง
แนวทางตรวจสอบและติดต่อหน่วยงานรัฐอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ครอบคลุมการยืนยันตัวตน ช่องทางที่เชื่อถือได้ และสัญญาณเตือนที่ควรระวัง
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- การติดต่อหน่วยงานรัฐอย่างปลอดภัยเริ่มจากการยืนยันตัวตนของผู้ติดต่อทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่โทรมาหาก่อนหรือผู้ที่เดินเข้ามาหาที่บ้าน เพราะมิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือเงิน
- หน่วยงานรัฐจริงจะไม่โทรมาขอรหัสผ่านธนาคาร เลขบัตรประชาชนฉบับเต็มทางโทรศัพท์ หรือเร่งให้โอนเงินทันทีเพื่อรักษาสิทธิสวัสดิการ หากมีการขอสิ่งเหล่านี้ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนทันที
- วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือติดต่อกลับหน่วยงานผ่านเบอร์หรือช่องทางที่ค้นหาเองจากเว็บไซต์ทางการ ไม่ใช้เบอร์หรือลิงก์ที่ผู้โทรมาหรือข้อความส่งมาให้
- หากถูกกดดันให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวโดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ ให้วางสายทันทีและแจ้งสายด่วนตำรวจ 191 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์โดยเร็วที่สุด
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องติดต่อหน่วยงานรัฐเรื่องสิทธิสวัสดิการหรือเอกสารราชการและต้องการรู้วิธีตรวจสอบว่าผู้ติดต่อเป็นเจ้าหน้าที่จริง
- เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการสอนพ่อแม่หรือผู้สูงอายุในบ้านให้สังเกตสัญญาณมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ
- เหมาะกับผู้ที่เคยได้รับโทรศัพท์หรือข้อความอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและไม่แน่ใจว่าควรเชื่อถือหรือไม่
- ไม่เหมาะกับกรณีที่ถูกหลอกโอนเงินไปแล้วและต้องการดำเนินคดี ซึ่งควรแจ้งตำรวจหรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์โดยตรงแทนการอ่านคู่มือนี้
สิ่งที่ควรรู้
รู้จักรูปแบบการแอบอ้างที่พบบ่อย
มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการผู้สูงอายุ เช่น อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมกิจการผู้สูงอายุที่โทรมาแจ้งว่าเบี้ยยังชีพมีปัญหาต้องยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคารด่วน หรืออ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประกันสังคมที่แจ้งว่าต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับสิทธิพิเศษ ซึ่งล้วนเป็นรูปแบบที่หน่วยงานรัฐจริงไม่ทำ
อีกรูปแบบที่พบบ่อยคือการส่งข้อความหรือลิงก์ปลอมที่ทำหน้าตาคล้ายเว็บไซต์ราชการ เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ผู้สูงอายุควรระวังเป็นพิเศษเพราะข้อความเหล่านี้มักออกแบบให้ดูเร่งด่วนและน่าเชื่อถือ
- หน่วยงานรัฐจริงไม่โทรขอรหัสผ่านหรือ OTP ทางโทรศัพท์
- หน่วยงานรัฐจริงไม่เร่งให้โอนเงินด่วนเพื่อรักษาสิทธิสวัสดิการ
ยืนยันตัวตนผู้ติดต่อก่อนให้ข้อมูลใด ๆ
เมื่อมีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรมาหรือติดต่อทางข้อความ ควรขอชื่อเต็ม ตำแหน่ง และหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ติดต่อ จากนั้นวางสายและโทรกลับไปยังเบอร์กลางของหน่วยงานที่ค้นหาเองจากเว็บไซต์ทางการหรือเอกสารราชการที่เคยได้รับ เพื่อยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวและเรื่องที่แจ้งเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชนฉบับเต็ม เลขบัญชีธนาคาร หรือรหัสผ่านใด ๆ ทางโทรศัพท์หรือข้อความ แม้ผู้ติดต่อจะระบุข้อมูลบางส่วนของผู้สูงอายุได้ถูกต้องก็ตาม เพราะมิจฉาชีพบางรายมีข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนอยู่แล้วจากแหล่งอื่น
- ขอชื่อ ตำแหน่ง และหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ติดต่อทุกครั้ง
- โทรกลับผ่านเบอร์กลางที่ค้นหาเองเพื่อยืนยันตัวตน
ใช้ช่องทางทางการเมื่อต้องติดต่อหน่วยงานด้วยตนเอง
เมื่อผู้สูงอายุหรือครอบครัวต้องการติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อสอบถามสิทธิหรือยื่นเรื่อง ควรเริ่มจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานหรือสำนักงานในพื้นที่โดยตรง เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แทนการค้นหาเบอร์โทรจากแหล่งข้อมูลที่ไม่ทราบที่มา
หากได้รับเอกสารราชการทางไปรษณีย์ที่ดูน่าสงสัย เช่น ขอให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลผ่านลิงก์แนบ ควรตรวจสอบกับสำนักงานในพื้นที่ก่อนดำเนินการใด ๆ เพราะเอกสารราชการจริงมักไม่ขอข้อมูลบัญชีธนาคารผ่านจดหมายหรือลิงก์เช่นนี้

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1 ตั้งสติและไม่ให้ข้อมูลทันที
เมื่อมีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐติดต่อมา ให้ตั้งสติก่อนตอบคำถามใด ๆ และไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารทันทีไม่ว่าจะถูกเร่งอย่างไร
- ฟังชื่อ ตำแหน่ง และหน่วยงานที่ผู้ติดต่ออ้างถึงให้ครบ
- แจ้งว่าจะติดต่อกลับด้วยตนเองก่อนวางสาย
ขั้นที่ 2 ตรวจสอบผ่านช่องทางที่ค้นหาเอง
ค้นหาเบอร์กลางของหน่วยงานจากเว็บไซต์ทางการหรือเอกสารราชการที่เคยได้รับ แล้วโทรกลับเพื่อสอบถามว่ามีเรื่องนี้จริงหรือไม่
- ค้นหาเบอร์ติดต่อจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงาน ไม่ใช้เบอร์ที่ผู้โทรมาให้
- สอบถามยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่และเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่
ขั้นที่ 3 แจ้งความหากพบว่าเป็นการหลอกลวง
หากยืนยันแล้วว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่จริง หรือถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ให้แจ้งตำรวจ 191 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ทันที พร้อมเก็บหลักฐานการติดต่อทั้งหมดไว้
- เก็บหลักฐาน เช่น เบอร์โทร ข้อความ หรือภาพหน้าจอที่เกี่ยวข้อง
- แจ้งความกับตำรวจหรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์โดยเร็วที่สุด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าให้เลขบัตรประชาชนฉบับเต็ม เลขบัญชีธนาคาร หรือรหัสผ่านทางโทรศัพท์หรือข้อความไม่ว่าผู้ติดต่อจะดูน่าเชื่อถือเพียงใด
- อย่าโอนเงินตามคำขอที่อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิสวัสดิการอย่างเร่งด่วน
- อย่ากดลิงก์ในข้อความที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานรัฐโดยไม่ตรวจสอบที่มาก่อน
- อย่าให้ข้อมูลยืนยันเพียงเพราะผู้ติดต่อรู้ข้อมูลบางส่วนของผู้สูงอายุถูกต้อง เพราะมิจฉาชีพอาจมีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่คนเดียวตัดสินใจเรื่องนี้โดยไม่มีคนในครอบครัวช่วยตรวจสอบ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ให้แจ้งธนาคารเพื่อขออายัดบัญชีและแจ้งตำรวจ 191 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ทันที
- หากได้ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านไปแล้วโดยไม่ตั้งใจ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านและแจ้งธนาคารภายในวันเดียวกัน
- หากไม่แน่ใจว่าผู้ติดต่ออ้างตัวเป็นหน่วยงานรัฐจริงหรือไม่ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานผ่านเบอร์กลางภายในวันเดียวกันก่อนดำเนินการใด ๆ
- หากถูกข่มขู่หรือกดดันอย่างรุนแรงระหว่างการติดต่อจนรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้แจ้งตำรวจ 191 ทันที
- หากยังไม่มีเหตุการณ์เร่งด่วน ให้แจ้งครอบครัวให้ทราบและทบทวนวิธีตรวจสอบผู้ติดต่อร่วมกันเป็นระยะ
เช็กลิสต์สรุป
- ขอชื่อ ตำแหน่ง และหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ติดต่อทุกครั้ง
- ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์หรือข้อความ
- โทรกลับผ่านเบอร์กลางที่ค้นหาเองจากเว็บไซต์ทางการ
- ไม่กดลิงก์ในข้อความที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานรัฐโดยไม่ตรวจสอบก่อน
- ปรึกษาครอบครัวก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญ
- เก็บหลักฐานการติดต่อไว้ทุกครั้งที่รู้สึกสงสัย
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเจ้าหน้าที่ที่โทรมารู้ชื่อ-นามสกุลและเลขบัตรประชาชนของผู้สูงอายุถูกต้อง หมายความว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่
ไม่จำเป็น มิจฉาชีพบางรายมีข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนอยู่แล้วจากแหล่งข้อมูลรั่วไหลหรือช่องทางอื่น การรู้ข้อมูลบางส่วนไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ควรตรวจสอบผ่านการโทรกลับเบอร์กลางของหน่วยงานเสมอก่อนให้ข้อมูลเพิ่มเติม
หน่วยงานรัฐมีช่องทางแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสิทธิสวัสดิการทางโทรศัพท์หรือไม่
หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ใช้ช่องทางที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น หนังสือราชการหรือประกาศบนเว็บไซต์ทางการ มากกว่าการโทรศัพท์ขอข้อมูลส่วนตัวโดยตรง หากมีการโทรแจ้งเรื่องสิทธิสวัสดิการ ควรตรวจสอบซ้ำผ่านเว็บไซต์หรือสำนักงานในพื้นที่เสมอ
ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวควรทำอย่างไรหากได้รับสายที่น่าสงสัยแต่ไม่มีคนในครอบครัวอยู่ด้วยขณะนั้น
ควรวางสายและไม่ให้ข้อมูลใด ๆ ก่อน จากนั้นโทรแจ้งคนในครอบครัวหรือคนที่ไว้ใจได้ให้ช่วยตรวจสอบร่วมกันก่อนดำเนินการใด ๆ ต่อ ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจคนเดียวในขณะนั้น
ถ้าได้กดลิงก์ในข้อความที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐไปแล้วแต่ยังไม่ได้กรอกข้อมูลใด ควรทำอย่างไร
ควรปิดหน้าเว็บทันทีโดยไม่กรอกข้อมูลใด ๆ และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์ซ้ำ หากอุปกรณ์มีโปรแกรมป้องกันไวรัส ควรสแกนตรวจสอบ และหากไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์ปลอดภัยหรือไม่ ควรปรึกษาคนที่มีความรู้ด้านนี้หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ
การแจ้งความเรื่องถูกหลอกลวงต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง
ควรเตรียมหลักฐานเท่าที่มี เช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อมา ข้อความหรือภาพหน้าจอการสนทนา หลักฐานการโอนเงินหากมี และรายละเอียดเหตุการณ์ตามลำดับเวลา ยิ่งมีหลักฐานครบถ้วนเท่าใด เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งดำเนินการติดตามได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ควรสอนผู้สูงอายุในบ้านเรื่องนี้อย่างไรโดยไม่ทำให้กังวลจนไม่กล้ารับสายใคร
ควรเน้นหลักการง่าย ๆ ที่จำได้ เช่น ไม่ให้ข้อมูลบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์ และวางสายเพื่อโทรกลับตรวจสอบเองเสมอ แทนการอธิบายทุกกรณีที่อาจซับซ้อนเกินไป การฝึกให้จำหลักการสั้น ๆ นี้ช่วยให้ผู้สูงอายุมั่นใจในการรับสายโดยไม่ตื่นตระหนกเกินไป
สรุป
- หน่วยงานรัฐจริงจะไม่เร่งให้โอนเงินหรือขอรหัสผ่านทางโทรศัพท์ หากพบพฤติกรรมนี้ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนทันที
- การโทรกลับผ่านเบอร์กลางที่ค้นหาเองเป็นวิธีตรวจสอบที่ปลอดภัยที่สุดก่อนให้ข้อมูลหรือดำเนินการใด ๆ
- การมีคนในครอบครัวช่วยตรวจสอบร่วมด้วยช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะถูกกดดันให้ตัดสินใจเพียงลำพัง
- หากพบว่าถูกหลอกลวงแล้ว การแจ้งธนาคารและตำรวจโดยเร็วที่สุดช่วยเพิ่มโอกาสในการอายัดหรือติดตามเงินคืน
แหล่งข้อมูล
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เตรียมตัวติดต่อหน่วยงานรัฐเรื่องสิทธิผู้สูงอายุอย่างไรให้ไม่ต้องไปหลายรอบ
แนวทางเตรียมเอกสาร เลือกช่องทาง และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เมื่อผู้สูงอายุหรือครอบครัวต้องติดต่อหน่วยงานรัฐเรื่องสิทธิและสวัสดิการ

จุดพลาดที่ทำให้ผู้สูงอายุติดต่อหน่วยงานรัฐไม่สำเร็จ และวิธีแก้ไขก่อนไปรอบถัดไป
รวมข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำเวลาพาผู้สูงอายุไปติดต่อหน่วยงานรัฐเรื่องสิทธิ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้ต้องเสียเวลาไปหลายรอบ

เช็กลิสต์ติดต่อหน่วยงานรัฐของผู้สูงอายุ ตรวจสอบก่อนให้ข้อมูลหรือโอนเงิน
รายการตรวจสอบก่อนติดต่อหรือรับการติดต่อจากหน่วยงานรัฐสำหรับผู้สูงอายุ ครอบคลุมการยืนยันตัวตนผู้ติดต่อ ช่องทางทางการที่เชื่อถือได้ เอกสารที่ควรเตรียม และสัญญาณเตือนของการหลอกลวง