สูงวัยไทย
ถูกฉ้อโกงหรือมีข้อพิพาทมรดก ผู้สูงอายุควรขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากช่องทางไหนก่อน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ถูกฉ้อโกงหรือมีข้อพิพาทมรดก ผู้สูงอายุควรขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากช่องทางไหนก่อน
แนวทางตัดสินใจเลือกช่องทางขอความช่วยเหลือทางกฎหมายที่เหมาะกับแต่ละประเภทปัญหา เมื่อผู้สูงอายุถูกฉ้อโกง มีข้อพิพาทมรดก หรือถูกเอาเปรียบทางการเงิน โดยไม่ต้องเสียค่าทนายความราคาแพงตั้งแต่ต้น
เผยแพร่เมื่อ 5 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Matthias Zomer / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- ปัญหาทางกฎหมายที่ผู้สูงอายุพบบ่อยมีหลายประเภท เช่น ถูกหลอกให้โอนเงินหรือทรัพย์สิน มีข้อพิพาทเรื่องมรดกในครอบครัว หรือถูกบังคับให้เซ็นเอกสารโดยไม่เข้าใจผล แต่ละประเภทมีช่องทางขอความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่างกัน ไม่มีช่องทางเดียวที่ตอบทุกปัญหา
- กรณีถูกฉ้อโกงหรือมีความเสียหายทางอาญา เช่น ถูกหลอกโอนเงิน ควรแจ้งความกับตำรวจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นการรักษาสิทธิและหลักฐานที่มีกรอบเวลาเกี่ยวข้อง ส่วนข้อพิพาทเรื่องมรดกหรือสัญญาที่เป็นเรื่องทางแพ่งมักเหมาะกับการขอคำปรึกษาทางกฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ
- ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีความสามารถจ่ายค่าทนายความ มีช่องทางขอความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายต่ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรสอบถามคุณสมบัติและขั้นตอนกับหน่วยงานนั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจจ้างทนายความส่วนตัว
- ไม่ควรเซ็นเอกสารทางกฎหมายใด ๆ ภายใต้ความกดดันหรือความไม่เข้าใจผลที่จะตามมา ควรขอเวลาปรึกษาผู้รู้ก่อนเซ็นเสมอ แม้ผู้ที่ขอให้เซ็นจะเป็นคนในครอบครัวเองก็ตาม
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุกำลังเผชิญปัญหาทางกฎหมาย เช่น ถูกฉ้อโกง มีข้อพิพาทมรดก หรือถูกกดดันให้เซ็นเอกสาร และไม่แน่ใจว่าควรเริ่มขอความช่วยเหลือจากที่ไหน
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการทราบสิทธิของตัวเองก่อนตัดสินใจเซ็นเอกสารหรือทำธุรกรรมสำคัญ
- ไม่เหมาะกับกรณีที่กำลังตกอยู่ในอันตรายทางร่างกายทันที เช่น ถูกทำร้ายหรือขู่เข็ญต่อหน้า กรณีนั้นควรโทรแจ้งตำรวจหรือ 191 ทันทีก่อนดำเนินการเรื่องกฎหมายขั้นตอนอื่น
สิ่งที่ควรรู้
แยกประเภทปัญหาก่อนเลือกช่องทาง
ปัญหาทางกฎหมายของผู้สูงอายุแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็นสองกลุ่มหลัก คือกลุ่มที่มีลักษณะเป็นความผิดทางอาญา เช่น ถูกหลอกลวงให้โอนเงินหรือทรัพย์สิน ถูกข่มขู่บังคับ ซึ่งควรแจ้งความกับตำรวจก่อนเพื่อรักษาสิทธิและหลักฐาน กับกลุ่มที่เป็นข้อพิพาททางแพ่ง เช่น ข้อพิพาทมรดกในครอบครัว หรือสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเหมาะกับการขอคำปรึกษาทางกฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าต้องจ้างทนายความส่วนตัวทันทีเมื่อมีปัญหาทางกฎหมาย ทั้งที่ในหลายกรณีสามารถเริ่มจากการขอคำปรึกษาเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายก่อน เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อหรือไม่ และรูปแบบใดเหมาะสมที่สุด
ช่องทางขอความช่วยเหลือทางกฎหมายที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีความสามารถจ่ายค่าทนายความ มีช่องทางขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจให้บริการคำปรึกษาเบื้องต้นหรือช่วยดำเนินการบางขั้นตอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายต่ำ เกณฑ์คุณสมบัติและขอบเขตความช่วยเหลืออาจแตกต่างกันไปตามแต่ละหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามรายละเอียดล่าสุดโดยตรงก่อนตัดสินใจ
กรมกิจการผู้สูงอายุเป็นหน่วยงานหลักที่สามารถให้ข้อมูลและประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือทางกฎหมายเฉพาะทางได้ หากไม่แน่ใจว่าปัญหาที่พบควรติดต่อหน่วยงานใด สามารถเริ่มต้นสอบถามจากกรมกิจการผู้สูงอายุก่อนเพื่อขอคำแนะนำช่องทางที่เหมาะสมกับกรณีของตัวเอง
เมื่อการฉ้อโกงมาในรูปแบบที่ดูเหมือนความหวังดี
การฉ้อโกงผู้สูงอายุจำนวนมากไม่ได้มาในรูปแบบที่ดูน่าสงสัยชัดเจน แต่มักอาศัยความไว้ใจ เช่น มีคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรมาแจ้งว่าต้องโอนเงินเพื่อรักษาสิทธิ หรือมีคนใกล้ชิดชักชวนให้ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ สัญญาณที่ควรระวังคือการเร่งรัดให้ตัดสินใจเร็ว การขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านทางโทรศัพท์ และการห้ามปรึกษาคนอื่นก่อนตัดสินใจ
หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง ควรหยุดการทำธุรกรรมทันทีและปรึกษาคนในครอบครัวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการต่อ ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเร่งรัดหรืออ้างว่าจะเสียโอกาสหากไม่รีบตัดสินใจก็ตาม เพราะการเร่งรัดเป็นกลยุทธ์ที่พบบ่อยในการฉ้อโกง
ข้อพิพาทมรดกในครอบครัว ควรเริ่มต้นอย่างไร
ข้อพิพาทมรดกมักมีความอ่อนไหวทางความสัมพันธ์ในครอบครัวมากกว่าข้อพิพาททางกฎหมายทั่วไป การขอคำปรึกษาทางกฎหมายตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนความขัดแย้งบานปลาย ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจสิทธิของตัวเองตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และอาจช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดจากความเข้าใจผิดเรื่องสิทธิที่แต่ละคนคิดว่าตัวเองควรได้รับ
ผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินควรได้รับการสนับสนุนให้ตัดสินใจเรื่องพินัยกรรมหรือการจัดสรรทรัพย์สินด้วยความสมัครใจของตัวเอง ไม่ใช่ถูกกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในครอบครัว หากรู้สึกถูกกดดันควรขอคำปรึกษาจากบุคคลที่สามที่เป็นกลาง เช่น หน่วยงานให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ก่อนตัดสินใจเซ็นเอกสารใด ๆ

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ระบุประเภทปัญหาก่อนเลือกช่องทาง
การระบุให้ชัดว่าปัญหาที่เจอเป็นเรื่องอาญาหรือข้อพิพาททางแพ่ง จะช่วยให้เลือกช่องทางขอความช่วยเหลือได้ตรงจุดตั้งแต่ต้น
- หากมีการโอนเงินหรือทรัพย์สินไปแล้วจากการถูกหลอกลวง ให้ถือเป็นเรื่องอาญา
- หากเป็นความขัดแย้งเรื่องสิทธิในทรัพย์สินหรือมรดกในครอบครัว ให้ถือเป็นข้อพิพาททางแพ่ง
- หากไม่แน่ใจประเภทของปัญหา ให้เริ่มสอบถามจากกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อขอคำแนะนำ
กรณีเข้าข่ายอาญา: แจ้งความก่อนเป็นอันดับแรก
การแจ้งความเป็นขั้นตอนที่ควรทำก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อมีความเสียหายทางการเงินหรือทรัพย์สินจากการถูกหลอกลวง
- แจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่พร้อมหลักฐานที่มีทั้งหมด
- แจ้งธนาคารทันทีหากมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
- เก็บสำเนาเอกสารการแจ้งความไว้ใช้ประกอบการดำเนินการขั้นต่อไป
กรณีข้อพิพาททางแพ่ง: ขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ
ข้อพิพาททางแพ่งไม่มีกรอบเวลาเร่งด่วนเท่ากรณีอาญา จึงมีเวลาขอคำปรึกษาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจดำเนินการ
- ติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุหรือหน่วยงานให้คำปรึกษาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้น
- รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือมรดกให้ครบก่อนไปปรึกษา
- ไม่เซ็นเอกสารใด ๆ ก่อนได้รับคำปรึกษาที่เข้าใจผลอย่างชัดเจน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับผู้ที่โทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการก่อน
- อย่าเซ็นเอกสารทางกฎหมายใด ๆ ภายใต้ความกดดันหรือความไม่เข้าใจผลที่จะตามมา แม้ผู้ขอให้เซ็นจะเป็นคนในครอบครัวเอง
- อย่าจ้างทนายความราคาแพงทันทีโดยไม่ลองขอคำปรึกษาเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายก่อน
- อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งเรื่องมรดกในครอบครัวบานปลายโดยไม่ขอคำปรึกษาทางกฎหมายตั้งแต่เนิ่น ๆ
- อย่าตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินของผู้สูงอายุแทนท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างแท้จริงจากท่านเอง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทรแจ้งตำรวจหรือ 191 ทันที หากกำลังตกอยู่ในอันตรายทางร่างกายหรือถูกข่มขู่บังคับต่อหน้า
- แจ้งความกับตำรวจและติดต่อธนาคารภายในวันเดียวกัน หากเพิ่งถูกหลอกโอนเงินหรือทรัพย์สินไป เพราะความรวดเร็วมีผลต่อโอกาสอายัดหรือติดตามคืน
- ติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุหรือหน่วยงานให้คำปรึกษาทางกฎหมายภายในสัปดาห์นี้ หากมีข้อพิพาทมรดกหรือสัญญาที่ไม่แน่ใจว่าเป็นธรรมหรือไม่
- ขอคำปรึกษาก่อนเซ็นเอกสารสำคัญทุกครั้งที่รู้สึกไม่แน่ใจหรือถูกเร่งรัด ไม่ว่าจะเป็นเอกสารจากใครก็ตาม
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากมีคนพยายามชักชวนให้ลงทุนหรือโอนเงินซ้ำหลายครั้งในลักษณะคล้ายกัน แม้ยังไม่ได้เสียเงินจริง ควรปรึกษาครอบครัวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไว้ก่อน
เช็กลิสต์สรุป
- ระบุว่าปัญหาที่เจอเป็นเรื่องอาญาหรือข้อพิพาททางแพ่ง
- แจ้งความทันทีหากมีการโอนเงินหรือทรัพย์สินไปแล้ว
- แจ้งธนาคารทันทีหากธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคาร
- ติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อขอคำแนะนำช่องทางที่เหมาะสม
- รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อนไปขอคำปรึกษา
- ไม่เซ็นเอกสารใด ๆ ก่อนเข้าใจผลอย่างชัดเจน
- ปรึกษาคนในครอบครัวก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ถูกหลอกโอนเงินไปแล้วควรทำอะไรก่อน
ควรแจ้งความกับตำรวจและติดต่อธนาคารทันทีในวันเดียวกัน เพราะความรวดเร็วมีผลต่อโอกาสอายัดหรือติดตามเงินคืน ไม่ควรรอปรึกษาผู้อื่นก่อนแล้วค่อยแจ้งความในภายหลัง
ข้อพิพาทมรดกในครอบครัวควรปรึกษาใครก่อน
สามารถเริ่มต้นจากการติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุหรือหน่วยงานให้คำปรึกษาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นก่อนตัดสินใจดำเนินการหรือจ้างทนายความส่วนตัว
มีช่องทางขอความช่วยเหลือทางกฎหมายฟรีสำหรับผู้สูงอายุจริงหรือไม่
มีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายต่ำสำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติ ควรสอบถามรายละเอียดคุณสมบัติและขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะเงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปและเปลี่ยนแปลงได้
ถูกลูกหลานกดดันให้เซ็นโอนทรัพย์สิน ควรทำอย่างไร
ไม่ควรเซ็นเอกสารภายใต้ความกดดัน ควรขอเวลาปรึกษาบุคคลที่สามที่เป็นกลาง เช่น หน่วยงานให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ก่อนตัดสินใจ การตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินควรมาจากความสมัครใจของเจ้าของทรัพย์สินเองเท่านั้น
จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกหลอกลวง
สัญญาณที่ควรระวังคือการเร่งรัดให้ตัดสินใจเร็ว การขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านทางโทรศัพท์ และการห้ามปรึกษาคนอื่นก่อนตัดสินใจ หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรหยุดทำธุรกรรมและปรึกษาครอบครัวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
ไปแจ้งความเรื่องถูกฉ้อโกงต้องเตรียมอะไรไปบ้าง
ควรเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปพร้อมบัตรประชาชนของผู้แจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการต่อได้อย่างครบถ้วน
สรุป
- ปัญหาทางกฎหมายของผู้สูงอายุมีหลายประเภท และแต่ละประเภทมีช่องทางขอความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่างกัน ควรระบุประเภทปัญหาก่อนเลือกช่องทาง
- กรณีถูกฉ้อโกงหรือมีความเสียหายทางอาญา ควรแจ้งความก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนข้อพิพาททางแพ่งเหมาะกับการขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ
- มีช่องทางขอความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ควรสอบถามก่อนตัดสินใจจ้างทนายความส่วนตัว
- ไม่ควรเซ็นเอกสารทางกฎหมายภายใต้ความกดดันหรือความไม่เข้าใจ ไม่ว่าผู้ขอให้เซ็นจะเป็นใครก็ตาม
แหล่งข้อมูล
- ช่องทางความช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับผู้สูงอายุที่ถูกเอาเปรียบ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-05)
- Elder abuse — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้สูงอายุมีสิทธิขอความช่วยเหลือทางกฎหมายอะไรบ้าง ก่อนเซ็นเอกสารสำคัญ
แนวทางทำความเข้าใจสิทธิขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายของผู้สูงอายุไทย ตั้งแต่หนังสือมอบอำนาจ พินัยกรรม ไปจนถึงการขอความคุ้มครองเมื่อถูกบังคับหรือแสวงหาประโยชน์

เพื่อนบ้านสงสัยว่าผู้สูงอายุข้างบ้านถูกทอดทิ้ง ควรแจ้งหน่วยงานไหนก่อน และเมื่อไรควรแจ้งทันที
แนวทางตัดสินใจสำหรับเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ตัวที่สงสัยว่าผู้สูงอายุกำลังถูกทอดทิ้งหรือละเลย ว่าควรแจ้งหน่วยงานใดก่อน แบบไหนควรแจ้งทันที และแบบไหนควรเฝ้าสังเกตก่อน

เอกสารตรวจสอบสิทธิผู้สูงอายุหายหรือชำรุด ควรขอคัดสำเนาจากหน่วยงานไหนก่อน
แนวทางตัดสินใจเมื่อเอกสารสำคัญที่ใช้ตรวจสอบสิทธิผู้สูงอายุสูญหายหรือชำรุด ว่าควรขอคัดสำเนาจากหน่วยงานใดก่อน และข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล