สูงวัยไทย
ดูแลพ่อแม่ทางไกล ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็นในบัญชีค่าเดินทางและวันลา
พิมพ์เมื่อ 21 กันยายน 2026
ดูแลพ่อแม่ทางไกล ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็นในบัญชีค่าเดินทางและวันลา
ลูกที่ต้องดูแลพ่อแม่จากต่างจังหวัดมักคิดแค่ค่าตั๋วเดินทาง แต่ต้นทุนจริงมีมากกว่านั้น ทั้งวันลาที่เสียไป ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และภาระใจที่สะสมจากระยะทาง
เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Antoni Shkraba / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- ต้นทุนของการดูแลพ่อแม่ทางไกลไม่ได้มีแค่ค่าตั๋วเดินทาง แต่รวมถึงวันลาที่เสียรายได้หรือเสียโอกาสในการทำงาน ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเมื่อต้องเดินทางกะทันหัน และค่าใช้จ่ายในการจ้างคนช่วยดูแลแทนตัวเองในวันที่ไปไม่ได้
- หลายครอบครัวประเมินงบผิดเพราะคิดแค่ "ค่าเดินทางไปกลับ" โดยลืมนับต้นทุนแฝง เช่น ค่าที่พักเมื่อต้องอยู่ดูแลหลายวัน หรือรายได้ที่หายไปจากการลางานบ่อยครั้ง
- การวางแผนที่ดีต้องแยกงบเป็นสองส่วนคือค่าใช้จ่ายประจำที่คาดการณ์ได้ และเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับเหตุการณ์ที่ต้องเดินทางกะทันหัน
- หากพ่อแม่มีอาการฉุกเฉินขณะอยู่คนละพื้นที่ ให้แจ้งเบอร์ 1669 ในพื้นที่ที่พ่อแม่อยู่ทันที อย่ารอให้ตัวเองเดินทางไปถึงก่อนจึงขอความช่วยเหลือ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกที่ทำงานอยู่คนละจังหวัดกับพ่อแม่และต้องเดินทางไปดูแลเป็นระยะ
- เหมาะกับครอบครัวที่กำลังวางแผนงบประมาณสำหรับการดูแลพ่อแม่ในระยะยาวจากระยะไกล
- หากพ่อแม่กำลังมีอาการฉุกเฉินอยู่ในขณะนี้ ให้โทร 1669 ในพื้นที่ที่พ่อแม่อยู่ก่อน แล้วค่อยกลับมาวางแผนเรื่องต้นทุนภายหลัง
สิ่งที่ควรรู้
ต้นทุนที่มองเห็นได้ง่ายและต้นทุนที่ถูกมองข้าม
ต้นทุนที่คนส่วนใหญ่คิดถึงเป็นอันดับแรกคือค่าตั๋วเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ รถไฟ หรือเครื่องบิน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวณล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำหากเดินทางตามรอบปกติ แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักไม่ใช่ก้อนใหญ่ที่สุดของภาระทั้งหมด
ต้นทุนที่มักถูกมองข้ามคือรายได้ที่หายไปจากการลางาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานที่ได้ค่าจ้างเป็นรายวันหรือมีค่าคอมมิชชั่น การลาแต่ละครั้งจึงไม่ได้เสียแค่ "วันลา" แต่เสียรายได้จริงไปด้วย นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าที่พักหากต้องอยู่ดูแลหลายวันติดต่อกัน และค่าใช้จ่ายในการจ้างคนช่วยดูแลบ้านหรือครอบครัวตัวเองในช่วงที่ไม่อยู่
เมื่อเหตุฉุกเฉินทำให้งบที่วางแผนไว้พังทั้งหมด
การเดินทางแบบวางแผนล่วงหน้ากับการเดินทางแบบฉุกเฉินมีต้นทุนต่างกันมาก ตั๋วเดินทางกะทันหันมักมีราคาสูงกว่าปกติ และบางครั้งต้องเลือกวิธีเดินทางที่เร็วที่สุดโดยไม่คำนึงถึงราคา นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ตามมา เช่น ค่ารักษาพยาบาลเร่งด่วน หรือค่าใช้จ่ายในการจัดหาผู้ดูแลชั่วคราวระหว่างที่ยังเดินทางไปไม่ถึง
ครอบครัวที่ไม่ได้กันเงินสำรองไว้สำหรับเหตุการณ์ลักษณะนี้ มักต้องหยิบยืมหรือใช้เงินเก็บส่วนอื่นอย่างกะทันหัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนการเงินระยะยาวของตัวเองด้วย การกันงบสำรองไว้ล่วงหน้าจึงเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้งบประจำ
สิทธิลาที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปดูแล
ลูกจ้างที่ต้องเดินทางไปดูแลพ่อแม่มีสิทธิใช้ลากิจธุระจำเป็นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้เช่นเดียวกับกรณีทั่วไป แต่การเดินทางระยะไกลมักใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันในการเดินทางไปกลับ ทำให้จำนวนวันลาที่ต้องใช้ต่อครั้งสูงกว่าคนที่ดูแลพ่อแม่ในพื้นที่เดียวกัน ควรวางแผนร่วมกับที่ทำงานล่วงหน้าเมื่อรู้ว่าจะมีความจำเป็นต้องเดินทางบ่อยขึ้น
สำหรับผู้ที่ส่งเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบิดามารดาอย่างสม่ำเสมอ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรว่ามีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการอุปการะบิดามารดาที่ตนเองมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ เนื่องจากเงื่อนไขและรายละเอียดอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงก่อนนำไปใช้วางแผน
การใช้เครื่องมือช่วยดูแลจากระยะไกล
การลดต้นทุนไม่ได้หมายถึงการลดคุณภาพการดูแล แต่คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การจัดตารางเวรร่วมกับพี่น้องหรือญาติที่อยู่ใกล้พ่อแม่มากกว่า เพื่อลดความจำเป็นต้องเดินทางบ่อยเกินไป หรือการว่าจ้างผู้ดูแลในพื้นที่สำหรับงานประจำวัน แล้วเก็บการเดินทางของตัวเองไว้สำหรับช่วงที่จำเป็นจริง ๆ เช่น การพาไปพบแพทย์เฉพาะทางหรือช่วงพักฟื้นหลังออกจากโรงพยาบาล
การสื่อสารทางไกลที่สม่ำเสมอ เช่น โทรศัพท์หรือวิดีโอคอลตามตารางที่แน่นอน ช่วยให้ทราบสถานการณ์ของพ่อแม่ได้ทันเวลา และลดความจำเป็นต้องเดินทางแบบฉุกเฉินที่มีต้นทุนสูงกว่าการเดินทางแบบวางแผนล่วงหน้ามาก

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: รวบรวมต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงในสามเดือนที่ผ่านมา
เริ่มจากการย้อนดูค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปดูแลพ่อแม่ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นภาพต้นทุนที่แท้จริงแทนการประเมินคร่าว ๆ
- รวมค่าตั๋วเดินทางทุกครั้งที่เกิดขึ้นจริง
- รวมรายได้ที่ขาดหายไปจากวันลาแต่ละครั้ง
- รวมค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าที่พักหรือค่าจ้างคนดูแลบ้านตัวเองระหว่างไม่อยู่
ขั้นที่ 2: แยกงบประจำออกจากงบฉุกเฉิน
แบ่งงบประมาณเป็นสองส่วนที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ฉุกเฉินมากระทบแผนการเงินประจำเดือนที่วางไว้
- กำหนดงบประจำสำหรับการเดินทางตามรอบที่วางแผนไว้ล่วงหน้า
- กันเงินสำรองแยกต่างหากสำหรับการเดินทางฉุกเฉินโดยเฉพาะ
- ทบทวนจำนวนเงินสำรองทุกครั้งหลังใช้ไป เพื่อเติมให้เต็มก่อนเหตุการณ์ครั้งถัดไป
ขั้นที่ 3: วางแผนร่วมกับที่ทำงานและครอบครัว
แจ้งความจำเป็นในการเดินทางระยะไกลให้ที่ทำงานทราบล่วงหน้า และตกลงกับพี่น้องหรือญาติในพื้นที่ถึงบทบาทของแต่ละคน เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางที่ไม่จำเป็น
- สอบถามฝ่ายบุคคลเรื่องความยืดหยุ่นของสิทธิลาสำหรับกรณีเดินทางไกล
- ตกลงกับญาติในพื้นที่ว่าใครรับผิดชอบเรื่องใดในวันปกติ
- กำหนดช่วงเวลาที่ตัวเองจะเดินทางไปดูแลเป็นประจำ เพื่อให้วางแผนงานล่วงหน้าได้
ขั้นที่ 4: ใช้การสื่อสารทางไกลลดความจำเป็นในการเดินทางฉุกเฉิน
จัดตารางติดต่อสื่อสารกับพ่อแม่และผู้ดูแลในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามสถานการณ์และลดโอกาสที่จะต้องเดินทางแบบไม่ทันตั้งตัว
- โทรหรือวิดีโอคอลตามตารางที่แน่นอน ไม่ใช่แค่เมื่อมีเรื่องผิดปกติ
- ขอให้ผู้ดูแลในพื้นที่แจ้งความเปลี่ยนแปลงของอาการหรือพฤติกรรมทันทีที่สังเกตเห็น
- เตรียมข้อมูลติดต่อฉุกเฉินในพื้นที่ของพ่อแม่ไว้ล่วงหน้าเสมอ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผู้ชายกีฬานาฬิกาปฏิทินสายรัดไนลอนสร้อยข้อมือของขวัญวันพ่อฤดูใบไม้ผลิ
JIANUOนาฬิกาปฏิทินตั้งโต๊ะ นาฬิกาพลิก แบบพลาสติก พร้อม 3 ปุ่มกด เปลี่ยนเวลาแสดงวันที่ สัปดาห์ มัลติฟังก์ชั่น
นาฬิกาสุภาพสตรีลําลองย้อนยุคนาฬิกาปฏิทินเข็มขัดควอตซ์รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
นาฬิกาแขวนผนังดิจิตอล LED รุ่น4819 มี4สี นาฬิกาปฏิทินถาวร 48X18.5X3.5 ซม. พร้อมหัวอแดปเตอร์และUSB พร้อมใช้งาน
Caixin(ไคซิง)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าคำนวณงบดูแลพ่อแม่ทางไกลจากแค่ค่าตั๋วเดินทาง โดยไม่นับรายได้ที่เสียไปจากวันลา
- อย่าใช้เงินสำรองฉุกเฉินส่วนตัวจนหมดโดยไม่มีแผนเติมกลับ เพราะจะไม่มีเงินรองรับเหตุการณ์ครั้งต่อไป
- อย่ารอจนเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นแล้วจึงเริ่มหาเบอร์ติดต่อฉุกเฉินในพื้นที่ของพ่อแม่
- อย่าพึ่งพาการเดินทางของตัวเองเพียงคนเดียว โดยไม่ตกลงบทบาทกับญาติหรือคนในพื้นที่
- อย่าละเลยการทบทวนงบประมาณเป็นระยะ ทั้งที่ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลมักเปลี่ยนไปตามอาการของพ่อแม่
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ในพื้นที่ที่พ่อแม่อยู่ทันที หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น หมดสติหรือหายใจผิดปกติ ไม่ต้องรอให้ตัวเองเดินทางไปถึงก่อน
- ติดต่อผู้ดูแลในพื้นที่หรือญาติใกล้ชิดภายในวันเดียวกัน หากได้รับแจ้งว่าอาการหรือพฤติกรรมของพ่อแม่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
- นัดทบทวนงบประมาณและแผนเดินทางร่วมกับครอบครัวภายในสัปดาห์นี้ หากเริ่มรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายหรือความถี่ในการเดินทางเกินกว่าที่วางแผนไว้
- จดบันทึกค่าใช้จ่ายและความถี่ในการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ แม้ยังไม่มีปัญหาเร่งด่วน เพื่อใช้วางแผนงบประมาณระยะยาว
เช็กลิสต์สรุป
- รวบรวมต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงทั้งค่าเดินทาง รายได้ที่เสียไป และค่าใช้จ่ายแฝง
- แยกงบประจำออกจากงบฉุกเฉินให้ชัดเจน
- แจ้งความจำเป็นในการเดินทางไกลให้ที่ทำงานทราบล่วงหน้า
- ตกลงบทบาทกับญาติหรือผู้ดูแลในพื้นที่เพื่อลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น
- เตรียมเบอร์ติดต่อฉุกเฉินในพื้นที่ของพ่อแม่ไว้ล่วงหน้า
- ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการอุปการะบิดามารดากับกรมสรรพากร
- ทบทวนงบประมาณการดูแลทางไกลเป็นระยะทุกสองถึงสามเดือน
คำถามที่พบบ่อย
ควรกันเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับการเดินทางไปดูแลพ่อแม่เท่าไรจึงจะพอ
ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกครอบครัว เพราะขึ้นอยู่กับระยะทาง ความถี่ของเหตุฉุกเฉิน และรายได้ของแต่ละคน วิธีที่ทำได้จริงคือย้อนดูค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่เกิดขึ้นจริงในปีที่ผ่านมา แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นฐานในการกันเงินสำรองของปีถัดไป
ถ้าที่ทำงานไม่ยืดหยุ่นเรื่องวันลาสำหรับการเดินทางไกล ควรทำอย่างไร
ควรพูดคุยตรง ๆ กับหัวหน้าถึงลักษณะความจำเป็นที่ต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติ และเสนอแผนรองรับงานล่วงหน้า เช่น การทำงานทางไกลบางส่วนระหว่างเดินทาง หรือการเคลียร์งานก่อนวันลา หากยังติดขัดเรื่องสิทธิลาขั้นพื้นฐาน สามารถสอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อตรวจสอบสิทธิที่มีอยู่
การจ้างผู้ดูแลในพื้นที่แทนการเดินทางไปเองบ่อย ๆ คุ้มค่าหรือไม่
ขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบต้นทุนรวมของทั้งสองทาง เมื่อนับรวมรายได้ที่เสียไปจากการลางานบ่อยครั้งและค่าเดินทางที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ การจ้างผู้ดูแลในพื้นที่สำหรับงานประจำวันอาจมีต้นทุนโดยรวมใกล้เคียงหรือต่ำกว่า ขณะที่ยังคงเดินทางไปเองในช่วงที่จำเป็นจริง เช่น การพบแพทย์เฉพาะทาง
มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับลูกที่ส่งเงินเลี้ยงดูพ่อแม่หรือไม่
มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข แต่รายละเอียดเงื่อนไขอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้วางแผนภาษีของตนเอง
ถ้าไม่มีญาติอยู่ใกล้พ่อแม่เลย ควรวางแผนอย่างไรให้ต้นทุนไม่บานปลาย
ควรพิจารณาจ้างผู้ดูแลในพื้นที่สำหรับงานประจำวันและสร้างเครือข่ายเพื่อนบ้านหรือชุมชนที่ช่วยสอดส่องดูแลเบื้องต้นได้ พร้อมกับจัดตารางสื่อสารทางไกลที่สม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสที่ปัญหาจะบานปลายจนต้องเดินทางไปแก้ไขแบบฉุกเฉินบ่อยครั้ง
ควรทบทวนแผนงบประมาณดูแลพ่อแม่ทางไกลบ่อยแค่ไหน
แนะนำให้ทบทวนทุกสองถึงสามเดือน หรือทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น พ่อแม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือมีความจำเป็นต้องดูแลใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม
สรุป
- ต้นทุนดูแลพ่อแม่ทางไกลมีมากกว่าค่าตั๋วเดินทาง รวมถึงรายได้ที่เสียไปและค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ
- การแยกงบประจำออกจากงบฉุกเฉินช่วยไม่ให้เหตุการณ์ไม่คาดฝันกระทบแผนการเงินโดยรวม
- การวางแผนร่วมกับที่ทำงานและญาติในพื้นที่ช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางที่ไม่จำเป็น
- หากพ่อแม่มีอาการฉุกเฉิน ให้โทร 1669 ในพื้นที่ที่พ่อแม่อยู่ทันที ไม่ต้องรอให้ตัวเองเดินทางไปถึงก่อน
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางสนับสนุนครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุจากระยะไกล — กรมกิจการผู้สูงอายุ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- สิทธิลาและสวัสดิการลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับการดูแลครอบครัว — กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- การวางแผนภาษีและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการอุปการะบิดามารดา — กรมสรรพากร (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ก่อนตกลงแบ่งหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ เมื่อครอบครัวอยู่ห่างไกลกัน
รายการตรวจสอบสำหรับครอบครัวที่พี่น้องอยู่คนละจังหวัดหรือต่างประเทศ ก่อนตกลงแบ่งหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ ครอบคลุมข้อมูลที่ต้องแชร์ อำนาจตัดสินใจ และแผนสำรองฉุกเฉิน

ลูกหลานอยู่คนละจังหวัด ควรจ้างผู้ดูแล ย้ายพ่อแม่มาอยู่ด้วย หรือหมุนเวียนกันไปเยี่ยม
เปรียบเทียบทางเลือกหลักเมื่อครอบครัวอยู่ห่างไกลกันแต่ต้องดูแลผู้สูงอายุ ทั้งจ้างผู้ดูแลมืออาชีพในพื้นที่ ย้ายผู้สูงอายุมาอยู่ใกล้ลูกหลาน หมุนเวียนกันไปเยี่ยม หรือให้สมาชิกคนหนึ่งย้ายกลับ พร้อมปัจจัยที่ควรใช้ตัดสินใจ

วิธีแบ่งหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ เมื่อพี่น้องแต่ละคนอยู่คนละจังหวัด
แนวทางแบ่งหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุระหว่างพี่น้องที่อยู่คนละจังหวัดหรือต่างประเทศ ตั้งแต่การหาผู้ประสานงานหน้างาน การส่งต่อข้อมูล ไปจนถึงการวางแผนสำรองยามฉุกเฉิน

7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำ เมื่อแบ่งเวรดูแลผู้สูงอายุคนละจังหวัด
รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อพี่น้องแบ่งหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแบบอยู่คนละจังหวัดหรือต่างประเทศ ตั้งแต่ไม่มีบันทึกข้อมูลกลางไปจนถึงไม่มีแผนสำรองฉุกเฉิน พร้อมวิธีป้องกันแต่ละข้อ