สูงวัยไทย
วิธีวางแผนให้ครอบครัวเข้าถึงทรัพย์สินและบัญชีออนไลน์ได้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วิธีวางแผนให้ครอบครัวเข้าถึงทรัพย์สินและบัญชีออนไลน์ได้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
แนวทางสำหรับคนก่อนเกษียณในการวางแผนให้คู่สมรสหรือบุตรหลานสามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารออนไลน์ กระเป๋าเงินดิจิทัล และบัญชีสำคัญอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย หากเจ้าของบัญชีไม่สามารถจัดการเองได้กะทันหัน
เผยแพร่เมื่อ 6 กันยายน 2026

รูปภาพโดย khezez | خزاز / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- การวางแผนให้ครอบครัวเข้าถึงทรัพย์สินดิจิทัลได้ในยามฉุกเฉิน ไม่ได้หมายถึงการแชร์รหัสผ่านให้ทุกคนใช้ร่วมกันตลอดเวลา แต่หมายถึงการเตรียมข้อมูลและวิธีเข้าถึงไว้ในที่ปลอดภัย ให้เปิดใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นจริง
- ควรทำบัญชีรายการทรัพย์สินดิจิทัลทั้งหมดที่มี เช่น บัญชีธนาคารออนไลน์ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องระบุรหัสผ่านโดยตรงในเอกสารที่เข้าถึงง่าย
- การเก็บข้อมูลการเข้าถึงควรแยกจากรายการทรัพย์สิน เช่น เก็บรหัสผ่านไว้ในที่ปลอดภัยแยกต่างหาก และแจ้งวิธีเข้าถึงที่ปลอดภัยนั้นให้บุคคลที่ไว้ใจได้เพียงคนเดียวหรือสองคน
- ควรทบทวนและปรับปรุงแผนนี้เป็นระยะ เพราะรหัสผ่านและบัญชีออนไลน์เปลี่ยนแปลงได้บ่อยกว่าทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น บ้านหรือที่ดิน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนก่อนเกษียณที่มีบัญชีธนาคารออนไลน์ กระเป๋าเงินดิจิทัล หรือบัญชีการลงทุนที่ครอบครัวอาจไม่ทราบวิธีเข้าถึงหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- เหมาะกับคนที่เคยจัดทำเอกสารทรัพย์สินแบบดั้งเดิมไว้แล้ว แต่ยังไม่เคยพิจารณาว่าทรัพย์สินในรูปแบบดิจิทัลต้องมีแผนเข้าถึงแยกต่างหาก
- ไม่เหมาะกับการใช้แทนพินัยกรรมหรือเอกสารทางกฎหมายอื่น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพิ่มเติมสำหรับการโอนสิทธิ์ทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมทรัพย์สินดิจิทัลจึงเป็นความเสี่ยงที่แตกต่างจากทรัพย์สินทั่วไป
ทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น บ้านหรือที่ดิน มีเอกสารสิทธิ์ที่ครอบครัวสามารถค้นหาและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แม้เจ้าของไม่ได้เตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า แต่ทรัพย์สินดิจิทัล เช่น เงินในบัญชีออนไลน์หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่มีใครทราบว่ามีบัญชีอยู่หรือไม่ทราบวิธีเข้าถึง ทรัพย์สินนั้นอาจสูญหายไปโดยที่ครอบครัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ความเสี่ยงนี้ยิ่งสูงขึ้นเมื่อบัญชีออนไลน์ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลที่ต้องยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน ซึ่งครอบครัวอาจไม่สามารถผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนได้เลยหากไม่มีข้อมูลที่จำเป็นเตรียมไว้ก่อน
หลักการสำคัญ: แยกบัญชีรายการทรัพย์สินออกจากข้อมูลการเข้าถึง
ไม่ควรเขียนรหัสผ่านลงในเอกสารเดียวกับรายการทรัพย์สินที่อาจมีคนเห็นได้ง่าย ควรทำบัญชีรายการทรัพย์สินดิจิทัลแยกต่างหาก ระบุเพียงชื่อธนาคารหรือแพลตฟอร์ม ประเภทบัญชี และคำแนะนำว่าจะหาข้อมูลการเข้าถึงได้จากที่ใด
ข้อมูลการเข้าถึงจริง เช่น รหัสผ่านหรือ PIN ควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแยกต่างหาก เช่น ตู้เซฟที่บ้านหรือกล่องนิรภัยที่ธนาคาร และแจ้งวิธีเข้าถึงกล่องนั้นให้บุคคลที่ไว้ใจได้เพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น
การเลือกบุคคลที่จะได้รับข้อมูลนี้
ควรเลือกบุคคลที่ไว้ใจได้มากที่สุด และมีความสามารถในการจัดการเรื่องการเงินอย่างรอบคอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นบุตรคนโตหรือคนที่ใกล้ชิดที่สุดเสมอไป แต่ควรเป็นคนที่เข้าใจความสำคัญของการรักษาความลับและไม่นำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
การเลือกมากกว่าหนึ่งคนช่วยลดความเสี่ยงหากบุคคลนั้นไม่สามารถทำหน้าที่ได้ในเวลาที่จำเป็น เช่น อยู่ต่างประเทศหรือป่วยพร้อมกัน แต่ไม่ควรเลือกมากเกินไปจนควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้ยาก
การรับมือกับบัญชีที่มีการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน
บัญชีธนาคารออนไลน์และกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี หากไม่มีใครสามารถเข้าถึงโทรศัพท์นั้นได้ ครอบครัวอาจไม่สามารถผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนได้เลย ควรพิจารณาแจ้งให้บุคคลที่ไว้ใจได้ทราบวิธีปลดล็อกโทรศัพท์หรือช่องทางสำรองในการยืนยันตัวตนไว้ล่วงหน้า
ในกรณีที่ไม่สามารถผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนได้ ครอบครัวอาจต้องติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการโดยตรงพร้อมเอกสารทางกฎหมาย เช่น ใบมรณบัตรหรือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งใช้เวลานานกว่าการเตรียมแผนเข้าถึงไว้ล่วงหน้ามาก
ความแตกต่างระหว่างการมอบอำนาจล่วงหน้ากับการแชร์ข้อมูลเข้าถึง
บางธนาคารมีบริการมอบอำนาจล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งให้บุคคลที่ระบุไว้สามารถดำเนินธุรกรรมบางอย่างแทนได้ในสถานการณ์ที่กำหนด บริการนี้แตกต่างจากการแชร์รหัสผ่านตรงที่มีการยืนยันตัวตนของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจแยกต่างหาก และธนาคารมีบันทึกอย่างเป็นทางการ ทำให้ปลอดภัยกว่าการแชร์ข้อมูลเข้าถึงโดยตรง
ควรสอบถามธนาคารแต่ละแห่งว่ามีบริการลักษณะนี้หรือไม่ เพราะเงื่อนไขและขอบเขตอำนาจที่มอบให้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบัน การใช้บริการที่ธนาคารรองรับอย่างเป็นทางการมักดีกว่าการพึ่งพาการแชร์รหัสผ่านซึ่งอาจขัดกับข้อตกลงการใช้บริการของธนาคารเอง

รูปภาพโดย indra projects / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนที่ 1: จัดทำบัญชีรายการทรัพย์สินดิจิทัลทั้งหมด
รวบรวมรายชื่อบัญชีธนาคารออนไลน์ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีการลงทุนทั้งหมดที่มี พร้อมระบุประเภทและมูลค่าโดยประมาณ
ขั้นตอนที่ 2: แยกเก็บข้อมูลการเข้าถึงในที่ปลอดภัย
เก็บรหัสผ่านและ PIN ไว้ในที่ปลอดภัยแยกต่างหากจากบัญชีรายการทรัพย์สิน เช่น ตู้เซฟที่บ้านหรือกล่องนิรภัยที่ธนาคาร
- เขียนคำแนะนำวิธีเข้าถึงข้อมูลไว้อย่างชัดเจนแต่ไม่เปิดเผยรหัสผ่านโดยตรง
- เลือกที่เก็บที่ปลอดภัยจากทั้งการโจรกรรมและอัคคีภัย
- ทบทวนและปรับปรุงข้อมูลทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญ
ขั้นตอนที่ 3: แจ้งบุคคลที่ไว้ใจได้และทบทวนแผนเป็นระยะ
แจ้งวิธีเข้าถึงข้อมูลให้บุคคลที่ไว้ใจได้หนึ่งถึงสองคนทราบ และนัดทบทวนแผนนี้ร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง
- อธิบายว่าจะเข้าถึงข้อมูลได้เมื่อใดและในสถานการณ์ใด
- ทบทวนบัญชีรายการทรัพย์สินทุกครั้งที่มีการเปิดหรือปิดบัญชีใหม่
- ปรับปรุงข้อมูลการเข้าถึงทันทีหากมีการเปลี่ยนรหัสผ่าน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเขียนรหัสผ่านลงในเอกสารเดียวกับบัญชีรายการทรัพย์สินที่เข้าถึงง่าย
- อย่าแชร์รหัสผ่านผ่านข้อความหรืออีเมลที่ไม่มีการเข้ารหัสความปลอดภัย
- อย่าเลือกให้คนจำนวนมากเกินไปเข้าถึงข้อมูลเดียวกัน เพราะเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล
- อย่าลืมปรับปรุงข้อมูลเมื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน เพราะข้อมูลเก่าที่ไม่อัปเดตอาจใช้ไม่ได้จริงเมื่อจำเป็น
- อย่าใช้แผนนี้แทนพินัยกรรมหรือเอกสารทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการโอนสิทธิ์ทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- ปรึกษาธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงินโดยตรงเพื่อสอบถามขั้นตอนกรณีฉุกเฉินที่ธนาคารรองรับ เช่น การมอบอำนาจล่วงหน้า
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเร็ว ๆ นี้ หากไม่แน่ใจวิธีเก็บข้อมูลการเข้าถึงให้ปลอดภัยเพียงพอ
- ปรึกษานักกฎหมายภายในเร็ว ๆ นี้ หากต้องการให้การเข้าถึงทรัพย์สินดิจิทัลมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
- เฝ้าสังเกตและทบทวนแผนนี้อย่างน้อยปีละครั้ง หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีหรือรหัสผ่านที่สำคัญ
เช็กลิสต์สรุป
- จัดทำบัญชีรายการทรัพย์สินดิจิทัลทั้งหมดที่มี
- แยกเก็บข้อมูลการเข้าถึงในที่ปลอดภัยต่างหาก
- เลือกบุคคลที่ไว้ใจได้หนึ่งถึงสองคนรับทราบวิธีเข้าถึง
- ตรวจสอบขั้นตอนยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนของแต่ละบัญชี
- สอบถามธนาคารเรื่องขั้นตอนกรณีฉุกเฉินที่รองรับ
- ทบทวนและปรับปรุงข้อมูลทุกครั้งที่เปลี่ยนรหัสผ่าน
- นัดทบทวนแผนทั้งหมดร่วมกับบุคคลที่ไว้ใจได้อย่างน้อยปีละครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ควรเก็บรหัสผ่านไว้ในแอปจัดการรหัสผ่านหรือเขียนใส่กระดาษดีกว่ากัน
ทั้งสองวิธีมีข้อดีต่างกัน แอปจัดการรหัสผ่านสะดวกและปลอดภัยหากตั้งค่าอย่างถูกต้อง แต่ต้องมีใครสักคนรู้วิธีเข้าถึงแอปนั้นด้วย การเขียนใส่กระดาษเก็บในตู้เซฟก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความถนัดและความสะดวกของแต่ละครอบครัว
ถ้าไม่มีตู้เซฟที่บ้าน ควรเก็บข้อมูลไว้ที่ใด
อาจพิจารณาใช้กล่องนิรภัยที่ธนาคารหรือสถานที่ปลอดภัยอื่นที่เข้าถึงได้จำกัด สิ่งสำคัญคือสถานที่นั้นต้องป้องกันทั้งการโจรกรรมและความเสียหายจากอัคคีภัยหรือน้ำท่วม
จำเป็นต้องแจ้งบุตรทุกคนเรื่องนี้หรือแจ้งเพียงคนเดียวพอ
ไม่จำเป็นต้องแจ้งทุกคน ควรเลือกคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถจัดการเรื่องการเงินอย่างรอบคอบหนึ่งถึงสองคน เพื่อลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลจากการกระจายไปหลายคนเกินไป
หากบัญชีธนาคารออนไลน์ผูกกับลายนิ้วมือหรือใบหน้า ครอบครัวจะเข้าถึงได้อย่างไร
การยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์มักใช้ได้เฉพาะเจ้าของบัญชีเท่านั้น หากเจ้าของไม่สามารถใช้งานได้ ครอบครัวมักต้องติดต่อธนาคารโดยตรงพร้อมเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงควรสอบถามธนาคารล่วงหน้าว่ามีขั้นตอนสำรองรองรับกรณีนี้หรือไม่
แผนนี้ต่างจากพินัยกรรมอย่างไร
แผนนี้เน้นเรื่องวิธีเข้าถึงบัญชีในยามฉุกเฉินเพื่อจัดการเรื่องเร่งด่วน เช่น การชำระค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ในขณะที่พินัยกรรมเป็นเอกสารทางกฎหมายที่กำหนดการโอนสิทธิ์ทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ ทั้งสองอย่างควรมีควบคู่กันและไม่ใช้แทนกันได้
ควรปรับปรุงบัญชีรายการทรัพย์สินดิจิทัลบ่อยแค่ไหน
แนะนำอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทันทีที่มีการเปิดบัญชีใหม่ ปิดบัญชีเดิม หรือเปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญ เพื่อให้ข้อมูลที่ครอบครัวจะใช้ในยามฉุกเฉินเป็นข้อมูลล่าสุดเสมอ
สรุป
- ทรัพย์สินดิจิทัลมีความเสี่ยงสูญหายที่แตกต่างจากทรัพย์สินทั่วไป เพราะครอบครัวอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่
- หลักการสำคัญคือแยกบัญชีรายการทรัพย์สินออกจากข้อมูลการเข้าถึงเพื่อความปลอดภัย
- การเลือกบุคคลที่ไว้ใจได้และแจ้งวิธีเข้าถึงล่วงหน้าช่วยลดความล่าช้าในยามฉุกเฉิน
- แผนนี้ต้องทบทวนเป็นระยะ เพราะรหัสผ่านและบัญชีออนไลน์เปลี่ยนแปลงบ่อยกว่าทรัพย์สินที่จับต้องได้
แหล่งข้อมูล
- ความรู้ทางการเงินสำหรับการวางแผนเกษียณ — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางความปลอดภัยไซเบอร์และการทำธุรกรรมออนไลน์ — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- ข้อมูลสิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์เอกสารทรัพย์สินที่คนก่อนเกษียณควรรวบรวมให้ครบก่อนวันเกษียณ
รวมเช็กลิสต์เอกสารทรัพย์สินสำคัญที่คนก่อนเกษียณควรตรวจสอบให้ครบถ้วน ทั้งเอกสารกรรมสิทธิ์ เอกสารการเงิน และเอกสารประจำตัว พร้อมจุดที่มักถูกมองข้าม

จัดเอกสารทรัพย์สินของพ่อแม่สูงวัยให้พร้อมก่อนถึงวันจำเป็นต้องใช้
เอกสารสำคัญของพ่อแม่มักหาไม่เจอตอนต้องใช้จริง เช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหันหรือทำธุรกรรมด่วน คู่มือนี้แนะนำวิธีจัดทำบัญชีรายการ เลือกที่เก็บ และดูแลความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสม

เก็บเอกสารทรัพย์สินไว้ที่ไหนดีที่สุด เทียบทางเลือกก่อนเลือกวิธีเก็บให้เหมาะกับครอบครัวคุณ
เปรียบเทียบทางเลือกเก็บรักษาเอกสารทรัพย์สินสำคัญ ทั้งตู้เซฟที่บ้าน ตู้นิรภัยธนาคาร และการฝากดูแลกับทนายความหรือญาติที่ไว้ใจได้ พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว

เช็กลิสต์ความปลอดภัยรหัสผ่านที่ควรตรวจให้ผู้สูงอายุในบ้านทุกคน
ก่อนจะรู้ว่าต้องเปลี่ยนรหัสผ่านไหน ให้ลองไล่เช็กทีละหมวดก่อนว่าบ้านของคุณอยู่จุดไหน ตัวรหัสผ่านเอง อุปกรณ์ที่ใช้กรอก คนที่รู้รหัสผ่านได้บ้าง และสัญญาณที่บอกว่าเริ่มมีปัญหาจริง