สูงวัยไทย
วิธีเริ่มต้นรับสอนพิเศษหรือเป็นที่ปรึกษาหลังเกษียณอย่างปลอดภัยและถูกต้อง
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วิธีเริ่มต้นรับสอนพิเศษหรือเป็นที่ปรึกษาหลังเกษียณอย่างปลอดภัยและถูกต้อง
แนะนำขั้นตอนเริ่มต้นรับงานสอนพิเศษหรือเป็นที่ปรึกษาสำหรับคนวัยเกษียณ ตั้งแต่ประเมินความพร้อม ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องภาษีและประกันสังคมภาคสมัครใจ ไปจนถึงการหางานอย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าให้ใคร
เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- การรับสอนพิเศษหรือเป็นที่ปรึกษาหลังเกษียณเป็นงานที่ใช้ประสบการณ์สะสมมาทั้งชีวิตได้เต็มที่ แต่ต่างจากงานประจำตรงที่ไม่มีฝ่ายบุคคลคอยจัดการสัญญา ภาษี หรือประกันสังคมให้อีกต่อไป คนที่จะเริ่มต้นจึงต้องวางระบบเหล่านี้ด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอให้มีปัญหาเรื่องเงินหรือเรื่องเอกสารเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยแก้ไขทีหลัง
- จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การหาลูกค้าให้เร็วที่สุด แต่คือการประเมินตัวเองก่อนว่ามีความรู้ด้านใดที่ยังทันสมัยพอจะสอนหรือให้คำปรึกษาได้จริง มีเวลาและพลังงานพอสำหรับกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยไม่กระทบสุขภาพ และต้องการรายได้ระดับใดเพื่อเสริมเงินบำนาญหรือเงินออม ไม่ใช่เพื่อทดแทนทั้งหมด
- ทุกงานควรมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยระบุขอบเขตงาน อัตราค่าตอบแทน กำหนดจ่ายเงิน และเงื่อนไขยกเลิก แม้จะเป็นงานสอนหลานคนรู้จักหรือที่ปรึกษาให้ธุรกิจของคนคุ้นเคยก็ตาม เพราะข้อพิพาทเรื่องเงินที่พบบ่อยที่สุดในงานอิสระมักเกิดจากการตกลงกันด้วยวาจาแล้วความเข้าใจไม่ตรงกันภายหลัง
- การพักงานหรือปฏิเสธงานบางชิ้นเมื่อร่างกายส่งสัญญาณเหนื่อยล้าไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างยั่งยืนในวัยนี้ เป้าหมายคือมีรายได้เสริมที่มีคุณค่าและภาคภูมิใจ ไม่ใช่รับทุกงานที่เข้ามาจนสุขภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัวเสียไป
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนก่อนเกษียณหรือผู้สูงอายุที่มีความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์วิชาชีพเฉพาะทางที่ยังใช้ได้จริงในปัจจุบัน และต้องการรายได้เสริมแบบยืดหยุ่นเวลาโดยไม่ผูกมัดเป็นพนักงานประจำ
- เหมาะกับครอบครัวที่อยากช่วยพ่อแม่วางระบบสัญญา บัญชีรับเงิน หรือเรื่องภาษีให้รัดกุมตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทีหลังเมื่อมีรายได้จากหลายแหล่งพร้อมกัน
- ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรายได้ประจำแน่นอนเทียบเท่าเงินเดือนเดิม เพราะงานสอนพิเศษหรือที่ปรึกษาอิสระมีรายได้ไม่แน่นอนตามจำนวนงานที่รับได้ในแต่ละเดือน
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพซึ่งกระทบสมาธิหรือความจำอย่างชัดเจนโดยยังไม่ได้รับการประเมิน เพราะงานสอนและที่ปรึกษาต้องอาศัยความแม่นยำของข้อมูลที่ส่งต่อให้ผู้อื่น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับงานที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้เรียนจำนวนมาก
สิ่งที่ควรรู้
ประเมินความพร้อมก่อนรับงานจริง
สิ่งแรกที่ควรทำก่อนประกาศรับงานคือถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่าความรู้ที่มีอยู่ยังทันสมัยพอหรือไม่ โดยเฉพาะสายงานที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เช่น กฎหมาย บัญชี หรือเทคโนโลยี ควรทบทวนหรืออัปเดตความรู้ก่อนรับงานเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่น เพราะความน่าเชื่อถือของผู้สอนคือทุนที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเดิมที่เคยทำงานมา
ต่อมาคือประเมินพลังงานและเวลาที่มีจริง ไม่ใช่เวลาที่ว่างในทางทฤษฎี เพราะการนั่งสอนหรือประชุมให้คำปรึกษาต่อเนื่องหลายชั่วโมงใช้สมาธิมากกว่าที่คิด หลายคนประเมินตัวเองผิดว่าเกษียณแล้วมีเวลาเหลือเฟือ แต่พอเริ่มรับงานจริงกลับรู้สึกเหนื่อยล้าเร็วกว่าตอนทำงานประจำ เพราะจังหวะชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว การเริ่มจากจำนวนชั่วโมงน้อยแล้วค่อยเพิ่มจึงปลอดภัยกว่าการรับงานเต็มอัตราตั้งแต่วันแรก
ทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
ข้อตกลงไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ซับซ้อน แต่ควรมีอย่างน้อยข้อความสั้น ๆ ทางไลน์หรืออีเมลที่ระบุขอบเขตงาน จำนวนชั่วโมงหรือจำนวนครั้ง อัตราค่าตอบแทนต่อครั้งหรือต่อเดือน กำหนดวันจ่ายเงิน และเงื่อนไขหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการยกเลิกกะทันหัน การมีข้อความเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยป้องกันความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด คือฝ่ายหนึ่งคิดว่าราคาที่ตกลงรวมค่าเดินทางแล้ว อีกฝ่ายคิดว่ายังไม่รวม
สำหรับงานที่มีมูลค่าสูงหรือต่อเนื่องเป็นเดือน ควรให้สมาชิกครอบครัวที่ไว้ใจได้ช่วยอ่านข้อตกลงก่อนเซ็นหรือตอบตกลงในไลน์ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจตัวเอง แต่เพราะสายตาที่สองมักจับข้อความคลุมเครือที่คนกำลังตื่นเต้นกับงานใหม่มองข้ามไปได้
เรื่องภาษีและประกันสังคมที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
รายได้จากการสอนพิเศษหรือเป็นที่ปรึกษาถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะรับเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชี การเก็บหลักฐานใบเสร็จหรือบันทึกรายรับทุกครั้งจึงสำคัญตั้งแต่งานแรก เพราะเมื่อถึงฤดูยื่นภาษีจะได้ไม่ต้องนั่งรวบรวมย้อนหลังทั้งปี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเกณฑ์และอัตราปัจจุบัน เนื่องจากเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษีและอัตราหักลดหย่อนอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือประกันสังคม เพราะงานอิสระไม่มีนายจ้างส่งเงินสมทบให้แบบมาตรา 33 เหมือนงานประจำเดิม แต่ผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีทางเลือกความคุ้มครองหลายระดับครอบคลุมกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และบางทางเลือกมีเงินบำเหน็จสะสมเมื่ออายุครบเกณฑ์ ควรสอบถามรายละเอียดอัตราสมทบและสิทธิประโยชน์ล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมโดยตรงก่อนตัดสินใจ เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
หางานอย่างปลอดภัยและสร้างความน่าเชื่อถือ
แหล่งงานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเริ่มต้นมักมาจากเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว เช่น อดีตเพื่อนร่วมงาน สมาคมวิชาชีพ ศูนย์การเรียนรู้ผู้สูงอายุในชุมชน หรือโครงการอบรมต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยที่เปิดรับวิทยากรอาวุโส เพราะเป็นช่องทางที่ตรวจสอบตัวตนของทั้งสองฝ่ายได้ง่ายกว่าการติดต่อผ่านคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์
หากมีผู้ติดต่อมาชวนเป็นที่ปรึกษาหรือวิทยากรผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่เคยรู้จัก และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสมัครสมาชิกหรือค่าลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนจะได้รับงานจริง ให้สงสัยไว้ก่อนเสมอ เพราะแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือส่วนใหญ่หักค่าคอมมิชชันจากรายได้ที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ไม่ใช่เรียกเก็บเงินล่วงหน้าจากผู้สมัครก่อนมีงานเข้ามา

รูปภาพโดย Vitaly Gariev / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: สำรวจสิ่งที่สอนได้จริงและกลุ่มเป้าหมาย
เขียนรายการทักษะหรือความรู้ที่มั่นใจว่าสอนหรือให้คำปรึกษาได้จริงในวันนี้ ไม่ใช่ความรู้ที่เคยใช้เมื่อสิบปีก่อน แล้วลองนึกว่าใครคือกลุ่มคนที่ต้องการความรู้นั้น เช่น นักเรียนสอบ นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่อยากได้ที่ปรึกษาด้านการเงิน หรือผู้ที่อยากเรียนงานฝีมือเฉพาะทาง
- ทำรายการทักษะ 3-5 อย่างที่มั่นใจที่สุดและยังทันสมัยอยู่
- ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความรู้นั้นจริงในปัจจุบัน
- สอบถามคนใกล้ตัวว่ามีใครสนใจให้ลองสอนหรือให้คำปรึกษาบ้าง
- ตรวจสอบว่าต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองเฉพาะทางหรือไม่สำหรับสายงานนั้น
ขั้นที่ 2: เตรียมเอกสารและช่องทางรับงานให้พร้อม
ก่อนประกาศรับงาน ควรมีประวัติผลงานสั้น ๆ อัตราค่าตอบแทนที่ชัดเจน และช่องทางติดต่อที่ใช้เฉพาะงาน แยกออกจากไลน์ส่วนตัวที่ใช้คุยกับครอบครัว เพื่อให้จัดการงานและพักผ่อนได้ชัดเจนขึ้น
- ทำประวัติผลงานหรือแนะนำตัวสั้น ๆ ไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษ
- กำหนดอัตราค่าตอบแทนต่อชั่วโมงหรือต่อคอร์สไว้ล่วงหน้า
- เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรับเงินจากงานนี้โดยเฉพาะเพื่อให้ติดตามรายรับง่าย
- เตรียมสมุดหรือไฟล์บันทึกชั่วโมงงานและรายรับทุกครั้ง
ขั้นที่ 3: เริ่มจากงานเล็กหรือรายเดียวก่อนขยาย
การรับงานชิ้นแรกหรือลูกค้ารายแรกควรเป็นขนาดที่จัดการได้สบาย เพื่อทดสอบว่าตารางเวลาและพลังงานที่วางแผนไว้ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ก่อนจะขยายจำนวนชั่วโมงหรือจำนวนลูกค้าเพิ่ม
- รับงานนำร่องกับผู้เรียนหรือลูกค้าหนึ่งถึงสองรายก่อน
- ขอความคิดเห็นตรง ๆ หลังจบงานทุกครั้งเพื่อปรับปรุง
- สังเกตว่าหลังสอนหรือให้คำปรึกษาแล้วรู้สึกเหนื่อยระดับใด
- ปรับอัตราค่าตอบแทนหรือจำนวนชั่วโมงตามความเหมาะสมก่อนขยาย
ขั้นที่ 4: วางระบบติดตามรายได้และภาษีตั้งแต่ครั้งแรก
การมีระบบตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดเวลาและลดความเครียดตอนใกล้ฤดูยื่นภาษีมากกว่าการมานั่งไล่ย้อนหลังทั้งปี และช่วยให้ตัดสินใจเรื่องประกันสังคมภาคสมัครใจได้ตรงกับรายได้จริง
- เก็บหลักฐานการรับเงินทุกรายการไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือโอน
- กันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับภาษีทันทีที่ได้รับค่าตอบแทน
- ทบทวนทางเลือกประกันสังคมมาตรา 40 อย่างน้อยปีละครั้ง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหากมีรายได้จากหลายแหล่งพร้อมกัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่ารับงานด้วยข้อตกลงปากเปล่าเพียงอย่างเดียว แม้จะเป็นงานให้ญาติหรือคนรู้จักสนิท เพราะข้อพิพาทเรื่องเงินมักเกิดกับคนใกล้ตัวพอ ๆ กับคนแปลกหน้า
- อย่าจ่ายเงินค่าธรรมเนียมสมัครหรือค่าลงทะเบียนล่วงหน้าให้แพลตฟอร์มหรือผู้ติดต่อที่อ้างว่าจะจัดหางานที่ปรึกษาหรือวิทยากรให้
- อย่าส่งสำเนาบัตรประชาชนหรือข้อมูลบัญชีธนาคารให้ผู้ติดต่อที่ยังไม่ได้ตรวจสอบตัวตนหรือองค์กรที่สังกัดชัดเจน
- อย่ารับงานจำนวนมากเกินไปในช่วงแรกจนไม่มีเวลาประเมินว่าร่างกายและตารางชีวิตปรับตัวได้จริงหรือไม่
- อย่าใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวปนกับรายรับจากงาน เพราะจะทำให้ตรวจสอบรายได้เพื่อยื่นภาษียากขึ้นมาก
- อย่าละเลยการทบทวนความรู้เฉพาะทางที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ก่อนรับสอนหรือให้คำปรึกษาเรื่องนั้นกับผู้อื่น
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากถูกขอให้โอนเงินหรือจ่ายค่าธรรมเนียมก่อนเริ่มงานจริง หรือถูกกดดันให้ตัดสินใจด่วนผิดปกติ ให้หยุดทันที ไม่โอนเงินหรือส่งข้อมูลส่วนตัวเพิ่ม และติดต่อสายด่วนศูนย์ AOC 1441 หรือธนาคารเจ้าของบัญชีทันทีหากโอนเงินไปแล้ว
- หากลูกค้าปฏิเสธจ่ายเงินหลังทำงานเสร็จตามข้อตกลง ควรติดต่อขอคำปรึกษากฎหมายเบื้องต้นจากหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายภายในวันเดียวกันที่ทราบปัญหา เพื่อไม่ให้ล่าช้าจนหมดสิทธิเรียกร้อง
- หากใกล้ถึงกำหนดยื่นภาษีประจำปีแต่ยังไม่มั่นใจวิธีคำนวณรายได้จากงานอิสระ ควรนัดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือหน่วยงานสรรพากรภายในสัปดาห์นี้ ก่อนถึงวันครบกำหนด
- หากยังไม่เคยตรวจสอบสิทธิประกันสังคมภาคสมัครใจเลย ควรนัดหมายสอบถามรายละเอียดกับสำนักงานประกันสังคมภายในสัปดาห์นี้เพื่อเลือกทางเลือกที่เหมาะกับรายได้ปัจจุบัน
- หากรู้สึกเหนื่อยล้าสะสมหรือมีปัญหานอนไม่หลับหลังรับงานสอนหรือให้คำปรึกษาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรเฝ้าสังเกตและบันทึกจำนวนชั่วโมงงานเทียบกับความรู้สึกเหนื่อยล้าในแต่ละสัปดาห์ เพื่อปรับตารางงานให้เหมาะสมก่อนสุขภาพได้รับผลกระทบ
เช็กลิสต์สรุป
- ประเมินทักษะที่ยังทันสมัยและเวลาที่มีจริงก่อนรับงาน
- ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งแม้เป็นงานเล็ก
- เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรายได้จากงานนี้โดยเฉพาะ
- เก็บหลักฐานรายรับทุกรายการเพื่อใช้ยื่นภาษี
- ตรวจสอบสิทธิประกันสังคมมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคม
- ไม่จ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าให้แพลตฟอร์มหรือผู้จัดหางานที่ไม่รู้จัก
- เริ่มจากงานขนาดเล็กก่อนขยายจำนวนชั่วโมง
- ทบทวนภาระงานเทียบกับพลังงานที่มีทุกเดือน
คำถามที่พบบ่อย
รับสอนพิเศษหรือเป็นที่ปรึกษาหลังเกษียณต้องเสียภาษีไหม
ต้องนำรายได้ที่ได้รับไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะรับเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชี ควรเก็บหลักฐานรายรับทุกครั้งและปรึกษาหน่วยงานสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบัน
ไม่มีนายจ้างแล้วต้องสมัครประกันสังคมเองหรือไม่
ผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีหลายทางเลือกความคุ้มครองให้พิจารณาตามรายได้และความต้องการ ควรสอบถามรายละเอียดโดยตรงกับสำนักงานประกันสังคม
ทำสัญญากับนักเรียนหรือลูกค้าแบบไม่เป็นทางการได้ไหม
ควรมีอย่างน้อยข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ทางไลน์หรืออีเมล ที่ระบุขอบเขตงาน อัตราค่าตอบแทน และกำหนดจ่ายเงินให้ชัดเจน แม้ไม่ใช่สัญญาทางกฎหมายเต็มรูปแบบก็ช่วยป้องกันความเข้าใจผิดได้มาก
ควรตั้งราคาค่าสอนหรือค่าที่ปรึกษาอย่างไรให้เหมาะสม
ควรสำรวจราคาตลาดสำหรับทักษะและระดับประสบการณ์ใกล้เคียงกัน แล้วเริ่มจากอัตราที่รู้สึกมั่นใจว่าคุ้มค่ากับเวลาและพลังงานที่ใช้จริง ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาต่ำที่สุดเพื่อแข่งขัน
ถ้าถูกเบี้ยวค่าจ้างหลังทำงานเสร็จควรทำอย่างไร
ควรติดต่อขอคำปรึกษาจากหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยเร็วที่สุดหลังทราบปัญหา พร้อมเตรียมหลักฐานข้อตกลงและหลักฐานการทำงานที่มีอยู่ทั้งหมดไปประกอบการปรึกษา
งานสอนพิเศษกับงานที่ปรึกษาต่างกันอย่างไรสำหรับคนวัยเกษียณ
งานสอนพิเศษมักเน้นถ่ายทอดความรู้เฉพาะวิชาให้ผู้เรียนเป็นรอบ ๆ ส่วนงานที่ปรึกษามักเน้นให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์หรือแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องให้ธุรกิจหรือบุคคล ทั้งสองแบบสามารถเลือกทำควบคู่กันได้ตามความถนัดและเวลาที่มี
สรุป
- งานสอนพิเศษและที่ปรึกษาหลังเกษียณใช้ประสบการณ์เดิมได้เต็มที่ แต่ต้องวางระบบสัญญา ภาษี และประกันสังคมด้วยตัวเอง
- ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรและการแยกบัญชีรับเงินคือเครื่องมือป้องกันปัญหาที่สำคัญที่สุด
- ประกันสังคมมาตรา 40 เป็นทางเลือกที่ควรตรวจสอบสำหรับผู้ที่ไม่มีนายจ้างส่งเงินสมทบให้แล้ว
- เริ่มจากงานเล็กเพื่อทดสอบพลังงานและตารางเวลาก่อนขยาย จะยั่งยืนกว่าการรับงานเต็มอัตราตั้งแต่วันแรก
แหล่งข้อมูล
- ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-02)
- ผู้ประกันตนมาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ — สำนักงานประกันสังคม (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-02)
- การออมเพื่อวัยเกษียณสำหรับแรงงานนอกระบบ — กองทุนการออมแห่งชาติ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-02)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำงานต่อหลังเกษียณให้ปลอดภัย ควรวางแผนอย่างไรก่อนตอบรับงาน
แนวทางวางแผนก่อนและระหว่างทำงานหลังเกษียณ ตั้งแต่ประเมินสุขภาพและกำลังกาย เลือกรูปแบบงานที่เหมาะกับร่างกาย ไปจนถึงผลกระทบต่อสิทธิประกันสังคมและบำนาญ เพื่อให้ทำงานต่อได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ผู้สูงอายุยังทำงานได้ มีสิทธิและความช่วยเหลือด้านอาชีพอะไรบ้าง
แนวทางสิทธิด้านอาชีพและการทำงานของผู้สูงอายุไทย ตั้งแต่มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน สิทธิประกันสังคม ไปจนถึงสิ่งที่ควรระวังเมื่อถูกเอาเปรียบเรื่องค่าจ้างหรือสภาพงาน

อยากทำงานหลังเกษียณ แต่ไม่รู้จะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง
งานหลังเกษียณมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานประจำ งานอิสระ ไปจนถึงงานอาสาสมัคร คู่มือนี้ช่วยชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบตามพลังงาน เวลา และภาระในบ้านที่แตกต่างกันของแต่ละคน

วางแผนการเงินก่อนเกษียณให้รอบคอบ ก่อนที่ร่างกายหรือความจำจะเปลี่ยนแผนแทนคุณ
แนวทางจัดการเงินก่อนเกษียณสำหรับผู้สูงอายุและคนในครอบครัว ตั้งแต่การทำบัญชีทรัพย์สินให้เป็นระบบ ป้องกันมิจฉาชีพ ไปจนถึงการเตรียมพร้อมหากวันหนึ่งความสามารถในการตัดสินใจเรื่องเงินเปลี่ยนไป