สูงวัยไทย
คู่มือฝึกแขนและหัวไหล่สำหรับผู้สูงอายุ: เริ่มตรงไหนก่อนไม่ให้ปวดหรือบาดเจ็บซ้ำ
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
คู่มือฝึกแขนและหัวไหล่สำหรับผู้สูงอายุ: เริ่มตรงไหนก่อนไม่ให้ปวดหรือบาดเจ็บซ้ำ
แขนและหัวไหล่ที่แข็งแรงพอ ช่วยให้แต่งตัว หวีผม หยิบของบนที่สูง และลุกพยุงตัวได้เองนานขึ้น คู่มือนี้ชี้ขั้นตอนฝึกที่ปลอดภัยตามความสามารถจริง ไม่ใช่ท่าฝึกแบบเดียวสำหรับทุกคน
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Yan Krukau / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- แขนและหัวไหล่ที่มีแรงพอไม่ได้แปลว่าต้องยกน้ำหนักเป็นกิโล แต่หมายถึงมีแรงพอสำหรับกิจวัตรประจำวัน (ADL) อย่างการยกแขนแต่งตัว หวีผม อาบน้ำ และยกตัวจากที่นั่งได้เอง
- จุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดคือประเมินก่อนว่าไหล่ยกได้สุดช่วงหรือไม่ และมีอาการปวดตอนไหนของการเคลื่อนไหว ก่อนเลือกท่าฝึกใด ๆ
- อาการปวดไหล่หรือแน่นหน้าอกร้าวไปที่แขนในผู้สูงอายุบางครั้งไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อ แต่เป็นอาการแสดงไม่ตรงแบบของภาวะหัวใจขาดเลือด จึงต้องแยกให้ชัดก่อนเริ่มฝึกทุกครั้ง
- การฝึกที่ได้ผลจริงเน้นความสม่ำเสมอและท่าที่ตรงกับกิจกรรมที่ผู้สูงอายุอยากทำเองได้ ไม่ใช่ท่าฝึกที่หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มรู้สึกว่ายกแขนหวีผม ติดกระดุมด้านหลัง หรือหยิบของบนชั้นสูงได้ยากขึ้นกว่าเดิม
- เหมาะกับผู้ดูแลที่อยากมีขั้นตอนฝึกง่าย ๆ ให้ทำร่วมกันที่บ้านโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ราคาแพง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดไหล่รุนแรงเฉียบพลัน ไหล่หลุดมาก่อน หรือเพิ่งผ่าตัดหัวไหล่ ควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดประเมินก่อนเริ่มท่าฝึกใด ๆ
- ไม่ใช่แผนฟื้นฟูเฉพาะโรค หากมีการวินิจฉัยเรื่องเอ็นไหล่ฉีกขาดหรือข้อไหล่ติดอยู่แล้ว ควรฝึกตามแผนที่นักกายภาพบำบัดออกแบบให้เฉพาะราย
สิ่งที่ควรรู้
แขนและหัวไหล่เกี่ยวข้องกับกิจวัตรประจำวันมากกว่าที่คิด
หลายครอบครัวมองว่าการฝึกแขนเป็นเรื่องของ 'ความแข็งแรง' ทั่วไป แต่ในทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ความสามารถของแขนและหัวไหล่ผูกอยู่กับกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน (ADL) โดยตรง เช่น การยกแขนสระผม การติดกระดุมด้านหลัง การยกตัวลุกจากเตียงด้วยแขนทั้งสองข้าง
นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับกิจวัตรที่ซับซ้อนขึ้น (IADL) เช่น การยกของใส่ตู้เย็น การถือถุงกับข้าวจากรถ หรือการเอื้อมหยิบของบนชั้นวาง ถ้าแขนและไหล่อ่อนแรงลง กิจกรรมเหล่านี้จะค่อย ๆ ถูกงดไปทีละอย่างโดยที่ครอบครัวอาจไม่ทันสังเกต
การฝึกแขนและหัวไหล่ที่มีเป้าหมายชัดเจนจึงควรเริ่มจากถามว่า ผู้สูงอายุอยากกลับไปทำกิจกรรมอะไรได้เองอีกครั้ง แล้วจึงออกแบบท่าฝึกให้ตรงกับกิจกรรมนั้น
แยกอาการปวดไหล่ธรรมดาจากสัญญาณที่ต้องระวัง
อาการปวดไหล่จากการใช้งานมากเกินไปหรือท่าทางไม่ดีเป็นเรื่องพบบ่อย มักปวดเฉพาะเมื่อขยับบางทิศทางและดีขึ้นเมื่อพัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออาการแน่นหน้าอกหรือปวดร้าวไปแขนซ้ายร่วมกับเหนื่อยหอบ เหงื่อออก หรือหน้ามืด เพราะในผู้สูงอายุ ภาวะหัวใจขาดเลือดอาจไม่แสดงอาการเจ็บหน้าอกชัดเจนแบบคนอายุน้อย แต่แสดงเป็นอาการแสดงไม่ตรงแบบ เช่น ปวดไหล่ แน่นท้อง หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติแทน
หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าปวดไหล่สัมพันธ์ชัดเจนกับท่าทางหรือการขยับแขน มักเป็นเรื่องกล้ามเนื้อและข้อต่อ แต่ถ้าปวดร่วมกับอาการทางระบบอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการขยับแขนโดยตรง ควรหยุดฝึกและรีบตรวจสอบ
หลักการฝึกที่ปลอดภัยสำหรับหัวไหล่ผู้สูงอายุ
หัวไหล่เป็นข้อที่เคลื่อนไหวได้หลายทิศทางที่สุดในร่างกาย แต่ก็เป็นข้อที่บาดเจ็บง่ายที่สุดถ้าฝึกเร็วเกินไปหรือฝืนช่วงที่ปวด หลักสำคัญคือฝึกในช่วงองศาที่ไม่มีอาการปวด แล้วค่อย ๆ ขยายช่วงการเคลื่อนไหวทีละน้อยตามที่ร่างกายยอมรับได้
การใช้แรงต้านเบา ๆ เช่น ยางยืดออกกำลังกายหรือขวดน้ำเปล่า ช่วยเสริมแรงได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ยกน้ำหนักหนัก ๆ ซึ่งเสี่ยงบาดเจ็บมากกว่าประโยชน์ที่ได้ในวัยนี้
- ฝึกในช่วงองศาที่ไม่ปวดก่อนเสมอ ไม่ฝืนดันไปจนสุดช่วงที่มีอาการเจ็บ
- ใช้แรงต้านเบา เช่น ยางยืดหรือขวดน้ำ แทนดัมเบลหนักในช่วงเริ่มต้น
- หยุดทันทีถ้ามีอาการปวดแปลบหรือรู้สึกไม่มั่นคงในข้อไหล่

รูปภาพโดย Mikhail Nilov / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1 ประเมินช่วงการเคลื่อนไหวก่อนเริ่มฝึก
ให้ผู้สูงอายุลองยกแขนขึ้นด้านหน้า ด้านข้าง และไขว้หลังเบา ๆ ทีละท่า สังเกตว่ายกได้สุดช่วงหรือไม่ และมีจุดใดที่ปวดหรือฝืดเป็นพิเศษ ข้อมูลนี้จะช่วยเลือกท่าฝึกที่เหมาะสมและเป็นข้อมูลสำคัญถ้าต้องไปพบนักกายภาพบำบัดในภายหลัง
ถ้ายกแขนข้างใดข้างหนึ่งได้น้อยกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน หรือมีอาการชาร่วมด้วย ควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดตรวจก่อนเริ่มโปรแกรมฝึกด้วยตัวเอง
ขั้นที่ 2 เริ่มฝึกท่าพื้นฐานที่เชื่อมกับกิจวัตรจริง
เลือกท่าฝึกที่จำลองกิจกรรมที่ผู้สูงอายุอยากทำเองได้ เช่น ท่ายกแขนเสมือนหวีผมสำหรับคนที่ติดขัดเรื่องแต่งตัว หรือท่าเอื้อมมือไปด้านหลังเสมือนติดกระดุมเสื้อ เพื่อให้การฝึกมีความหมายและเห็นผลในชีวิตประจำวันจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขจำนวนครั้ง
ควรฝึกทั้งสองข้างแม้ข้างหนึ่งจะแข็งแรงกว่า เพื่อรักษาสมดุลการใช้งานและลดภาระที่ข้างที่แข็งแรงกว่าต้องรับแทนตลอดเวลา
- ยกแขนขึ้นด้านหน้าช้า ๆ จนสุดช่วงที่ไม่ปวด ค้างไว้ 2-3 วินาที แล้วลดลง
- เอื้อมมือไปด้านหลังเสมือนติดกระดุมหรือรูดซิป ทำเบา ๆ ไม่ฝืน
- ยกแขนออกด้านข้างระดับไหล่โดยจับยางยืดเบา ๆ หากมี
- บีบมือถือขวดน้ำเบาแล้วงอ-เหยียดข้อศอกช้า ๆ เพื่อเสริมแรงต้นแขน
ขั้นที่ 3 ปรับความหนักและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อทำท่าเดิมได้สบายต่อเนื่องหลายวันโดยไม่มีอาการปวด ค่อยเพิ่มจำนวนครั้งหรือเปลี่ยนยางยืดเป็นระดับที่มีแรงต้านมากขึ้นทีละขั้น ไม่ควรเพิ่มทุกอย่างพร้อมกันในคราวเดียว
ควรจดบันทึกสั้น ๆ ทุกครั้งว่าฝึกท่าใด กี่ครั้ง และมีอาการปวดหรือฝืดตรงไหนหรือไม่ ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากเมื่อต้องปรึกษานักกายภาพบำบัดในภายหลัง เพราะบอกความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนกว่าการเล่าจากความจำ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ช้อนสวมรองเท้า ไม่ต้องก้ม ไม้ช้อนรองเท้าแบบยาว ตัวช่วยใส่รองเท้า เหมาะกับคนท้อง คนปวดหลัง อ้วนก้มยาก คนแก่ติดพุง
P156 ช้อนใส่รองเท้า ไม้ช้อนรองเท้า สแตนเลส พลาสติก 10-19ซม. ช้อนรองเท้า อุปกรณ์ช่วยใส่ได้ง่ายขึ้น SP
ไม้ช้อนรองเท้า ไม้แท้ยาว55ซม. สำหรับดันส้นรองเท้า ใช้ง่าย แข็งแรง ป้องกันรองเท้าเสียรูป
ไม้ช้อนรองเท้า ช่วยใส่ง่าย ก้านยาวไม่ต้องก้ม สุ่มสี
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ยกน้ำหนักหนักเกินไปตั้งแต่วันแรกเพราะอยากเห็นผลเร็ว
- ฝืนยกแขนต่อทั้งที่มีอาการปวดแปลบระหว่างทาง
- ฝึกเฉพาะข้างที่ถนัดหรือข้างที่ไม่ปวด จนอีกข้างอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
- เข้าใจว่าอาการปวดไหล่ทุกครั้งเป็นแค่กล้ามเนื้อ ทั้งที่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณจากหัวใจ
- หยุดฝึกไปเลยเมื่อเจ็บครั้งแรกโดยไม่ปรับท่าหรือลดความหนักลง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้ามีอาการแน่นหน้าอก ปวดร้าวไปแขนซ้าย เหงื่อออก เหนื่อยหอบ หรือหน้ามืดร่วมกับอาการปวดไหล่
- โทร 1669 ทันที ถ้าไหล่หลุดหรือมีอาการบาดเจ็บรุนแรงจนขยับแขนไม่ได้เลยหลังหกล้มหรือกระแทก
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน ถ้ายกแขนข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้เลยแบบเฉียบพลันโดยไม่มีอุบัติเหตุนำมาก่อน
- นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้ ถ้าปวดไหล่ต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์ หรือช่วงการเคลื่อนไหวลดลงเรื่อย ๆ แม้พักแล้ว
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับผู้เชี่ยวชาญในนัดถัดไป ถ้าปวดเล็กน้อยเฉพาะบางท่าและดีขึ้นเมื่อพัก
เช็กลิสต์สรุป
- ประเมินช่วงการเคลื่อนไหวของไหล่ทั้งสองข้างก่อนเริ่มฝึก
- เลือกท่าฝึกที่เชื่อมกับกิจวัตรจริงที่อยากทำเองได้
- ใช้แรงต้านเบาก่อนเสมอ ไม่รีบใช้น้ำหนักมาก
- ฝึกทั้งสองข้างแม้ข้างหนึ่งจะแข็งแรงกว่า
- จดอาการปวดหรือฝืดทุกครั้งหลังฝึก
- หยุดทันทีถ้ามีอาการปวดแปลบหรือแน่นหน้าอกร่วมด้วย
- นัดนักกายภาพบำบัดหากปวดต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
ฝึกแขนและหัวไหล่ควรใช้ยางยืดแบบไหนถึงจะเหมาะกับผู้สูงอายุ
ควรเลือกระดับแรงต้านที่เบาที่สุดก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นระดับที่แรงขึ้นเมื่อฝึกท่าเดิมได้สบายต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ปวด ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับแรงและอาการของแต่ละคน ควรให้นักกายภาพบำบัดช่วยแนะนำระดับที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลหากไม่แน่ใจ
ทำไมฝึกไหล่แล้วยังหวีผมหรือติดกระดุมหลังไม่ได้เหมือนเดิม
อาจเป็นเพราะท่าฝึกที่ทำไม่ตรงกับช่วงการเคลื่อนไหวที่กิจกรรมนั้นต้องใช้จริง เช่น การหวีผมต้องการยกแขนพร้อมหมุนไหล่ ไม่ใช่แค่ยกแขนตรง ๆ ควรฝึกท่าที่จำลองกิจกรรมนั้นโดยตรงและให้เวลาหลายสัปดาห์ ไม่ใช่ไม่กี่วัน
ปวดไหล่เวลานอนตะแคงทับข้างที่ปวดเกี่ยวกับการฝึกหรือไม่
อาการปวดเวลานอนทับไหล่มักสัมพันธ์กับการอักเสบของเอ็นหรือถุงน้ำรอบข้อไหล่มากกว่าเกิดจากการฝึก แต่ถ้าเพิ่งเริ่มฝึกแล้วมีอาการนี้ตามมา ควรลดความหนักลงและปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจดูว่าท่าฝึกเหมาะสมหรือไม่
ผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจฝึกแขนและไหล่ได้ไหม
โดยทั่วไปทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงแรงกระแทกหรือแรงดึงบริเวณใกล้ตำแหน่งเครื่องในช่วงแรกหลังใส่ และควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเริ่มโปรแกรมฝึกทุกครั้ง เนื่องจากข้อจำกัดขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องและระยะเวลาหลังผ่าตัด
ฝึกแขนและไหล่ช่วยเรื่องอาการชามือได้หรือไม่
อาการชามือมีได้จากหลายสาเหตุ เช่น เส้นประสาทถูกกดทับที่คอหรือข้อมือ ไม่ใช่จากกล้ามเนื้อไหล่อ่อนแรงเสมอไป การฝึกแขนอาจช่วยเรื่องท่าทางและความตึงของกล้ามเนื้อได้บางส่วน แต่หากชาต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน
ต้องฝึกทุกวันหรือเว้นวันเว้นวันดีกว่ากันสำหรับผู้สูงอายุ
การเว้นวันในช่วงเริ่มต้นมักปลอดภัยกว่า เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีเวลาฟื้นตัว เมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้นและไม่มีอาการปวดค้าง จึงค่อยเพิ่มความถี่เป็นเกือบทุกวันได้ ความสม่ำเสมอในระยะยาวสำคัญกว่าการฝึกหนักในช่วงสั้น ๆ
สรุป
- แขนและหัวไหล่ที่มีแรงพอช่วยให้ผู้สูงอายุทำกิจวัตรประจำวันอย่างแต่งตัวและหวีผมได้เองนานขึ้น ไม่ใช่เรื่องของความฟิตทั่วไป
- ท่าฝึกที่ดีที่สุดคือท่าที่เชื่อมกับกิจกรรมที่ผู้สูงอายุอยากทำเองได้จริง มากกว่าจำนวนครั้งหรือน้ำหนักที่ยก
- ต้องแยกอาการปวดไหล่จากการใช้งานออกจากสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจขาดเลือดที่อาจแสดงออกไม่ตรงแบบในผู้สูงอายุ
- การจดบันทึกอาการและความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ปรับโปรแกรมฝึกได้ปลอดภัยขึ้นและเป็นข้อมูลสำคัญเมื่อต้องพบผู้เชี่ยวชาญ
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
Kelly shoe horn เคลลี่ ด้ามช้อนรองเท้า ยาว 40 ซม. / Nico นิโค ยาว 50 ซม.
Kellys(เคลลี่)Nico shoe horn นิโค ด้ามช้อนรองเท้า ยาว 15 ซม.
[[ที่ช้อนรองเท้า]]IKEAแท้100% ที่ใส่รองเท้า สีแดงสด IKEA 10530952 SNÖSKYFFEL สเนอควีฟเฟล
IKEA🍒Grace Thai🍒 ไม้ช้อนรองเท้า อุปกรณ์สำหรับช่วยใส่รองเท้า ช้อนรองเท้าพลาสติก พร้อมส่ง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางกายในผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Physical activity and older adults — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- การดูแลผู้สูงอายุด้านการเคลื่อนไหวและการทำกิจวัตรประจำวัน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมยิ่งฝึกขาแล้วยิ่งเสี่ยงหกล้ม? 7 จุดพลาดที่ควรรู้ก่อนเริ่มฝึกกล้ามเนื้อขา
ฝึกกล้ามเนื้อขาช่วยลดความเสี่ยงหกล้มได้จริง แต่หลายครอบครัวฝึกผิดจังหวะ ผิดสภาพแวดล้อม จนกลายเป็นความเสี่ยงใหม่ บทความนี้ชี้จุดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ทีละข้อ

จุดพลาดที่ทำให้ฝึกแขนไหล่แล้วไม่ดีขึ้น (และอาจปวดมากกว่าเดิม)
หลายบ้านฝึกแขนและไหล่ให้ผู้สูงอายุด้วยความตั้งใจดี แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลงเพราะจุดพลาดเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น บทความนี้รวมสัญญาณเตือนและวิธีแก้ก่อนอาการลุกลาม