สูงวัยไทย
เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านหรือถังออกซิเจนพกพา ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังควรใช้แบบไหน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านหรือถังออกซิเจนพกพา ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังควรใช้แบบไหน
เปรียบเทียบเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจนสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทั้งค่าใช้จ่าย การพกพา และความปลอดภัยในบ้าน
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Engin Akyurt / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนต่อเนื่องเป็นเวลานานทุกวันและอยู่บ้านเป็นหลัก เพราะไม่ต้องเติมออกซิเจนใหม่และประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวกว่า
- ถังออกซิเจนพกพาเหมาะกับช่วงที่ต้องออกนอกบ้าน เดินทางไปโรงพยาบาล หรือช่วงไฟฟ้าดับที่เครื่องผลิตออกซิเจนใช้งานไม่ได้
- หลายบ้านที่มีผู้สูงอายุใช้ออกซิเจนต่อเนื่องเลือกใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน คือเครื่องตั้งบ้านสำหรับใช้ประจำ และถังพกพาสำรองไว้สำหรับเดินทางหรือกรณีฉุกเฉิน
- หากริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียวคล้ำ หายใจหอบรุนแรง พูดเป็นประโยคไม่ได้ หรือซึมลงกะทันหัน ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอปรับอัตราออกซิเจนเอง
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่แพทย์เพิ่งสั่งให้ผู้สูงอายุใช้ออกซิเจนที่บ้านต่อเนื่อง
- เหมาะกับผู้ดูแลที่กำลังตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ออกซิเจนเข้าบ้านและอยากรู้ว่าต้องมีทั้งสองแบบหรือไม่
- เหมาะกับผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังที่ยังต้องออกจากบ้านบ่อย เช่น ไปพบแพทย์หรือทำกิจวัตรนอกบ้าน
สิ่งที่ควรรู้
เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้าน ประหยัดกว่าในระยะยาว
เครื่องผลิตออกซิเจนดึงออกซิเจนจากอากาศโดยตรง ไม่ต้องเติมซ้ำ เหมาะกับการใช้ต่อเนื่องยาวนานทุกวันที่บ้าน ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงรักษา ซึ่งถูกกว่าการเติมถังออกซิเจนซ้ำ ๆ ในระยะยาว
ข้อจำกัดคือต้องมีไฟฟ้าใช้งานตลอดเวลา หากไฟดับต้องมีถังออกซิเจนสำรองหรือแบตเตอรี่สำรองไว้ทันที ไม่เช่นนั้นผู้สูงอายุจะขาดออกซิเจนกะทันหัน
เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงมอเตอร์ทำงานตลอดเวลา ซึ่งบางบ้านพบว่ารบกวนการนอนหลับของผู้สูงอายุในช่วงแรก ควรเลือกตำแหน่งวางเครื่องให้ห่างจากหัวเตียงพอสมควรแต่ยังให้สายออกซิเจนยาวถึงตัวผู้ใช้ได้สะดวก และควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด เพราะแผ่นกรองสกปรกจะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นและผลิตออกซิเจนได้น้อยลง
ถังออกซิเจนพกพา สะดวกเวลาต้องออกนอกบ้าน
ถังออกซิเจนพกพามีขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะกับการพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน แต่มีปริมาณออกซิเจนจำกัดต่อถังและต้องวางแผนเติมหรือเปลี่ยนถังล่วงหน้าเสมอ
ควรมีถังสำรองอย่างน้อยหนึ่งถังไว้ที่บ้านตลอดเวลา สำหรับกรณีไฟฟ้าดับหรือเครื่องผลิตออกซิเจนขัดข้องกะทันหัน
ก่อนออกเดินทางไกล ควรคำนวณเวลาที่ถังจะใช้ได้ตามอัตราการไหลที่แพทย์กำหนด แล้วเผื่อเวลาสำรองอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงสำหรับกรณีรถติดหรือรอคิวโรงพยาบาลนานกว่าที่คาดไว้ เพื่อไม่ให้ออกซิเจนหมดกลางทาง
ความปลอดภัยในบ้านที่มักถูกมองข้าม
ออกซิเจนช่วยการหายใจแต่ก็ติดไฟง่ายกว่าปกติ ต้องเก็บถังและเครื่องให้ห่างจากเปลวไฟ เตาแก๊ส และห้ามสูบบุหรี่ใกล้บริเวณที่ใช้ออกซิเจนโดยเด็ดขาด
ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางและใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน (polypharmacy) เช่น ยาขยายหลอดลมร่วมกับยาโรคหัวใจ ควรได้รับการทบทวนรายการยาเป็นระยะโดยแพทย์ เพราะยาบางชนิดมีผลต่อการหายใจและระดับออกซิเจนในเลือด
ควรฝึกการหายใจแบบเป่าปากช้า ๆ (pursed-lip breathing) ร่วมกับการใช้ออกซิเจน เพราะช่วยให้ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหายใจออกได้หมดจดขึ้นและลดอาการเหนื่อยหอบระหว่างทำกิจวัตรประจำวัน นักกายภาพบำบัดทางเดินหายใจสามารถสอนเทคนิคนี้ได้ในคลินิกโรคปอด
การดูแลผิวและเยื่อบุจมูกจากการใช้ออกซิเจนต่อเนื่อง
การใช้สายออกซิเจนทางจมูกต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เยื่อบุจมูกแห้งหรือระคายเคือง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ผิวและเยื่อบุบางลงตามวัย ควรใช้เจลหล่อลื่นชนิดที่ใช้ร่วมกับออกซิเจนได้ตามคำแนะนำของแพทย์ และหมั่นตรวจดูรอยแดงหลังใบหูที่สายออกซิเจนพาดผ่านเป็นประจำ
ควรเปลี่ยนสายออกซิเจนและความชื้นสัมพัทธ์ในห้องให้เหมาะสมตามคำแนะนำของทีมโรคปอด เพราะอากาศแห้งเกินไปจะยิ่งทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น และควรทำความสะอาดอุปกรณ์เพิ่มความชื้นของเครื่องผลิตออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงเชื้อราสะสม

รูปภาพโดย Engin Akyurt / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจปริมาณและตารางการใช้ออกซิเจนที่แพทย์สั่ง
ถามแพทย์ให้ชัดเจนว่าต้องใช้ออกซิเจนกี่ชั่วโมงต่อวัน อัตราไหล และเฉพาะตอนนอนหรือใช้ตลอดวัน
- จดอัตราการไหลของออกซิเจนที่แพทย์กำหนดไว้ให้ชัดเจน
- ถามว่าต้องใช้ต่อเนื่องตลอดวันหรือเฉพาะบางช่วง
- ถามสัญญาณที่บอกว่าต้องปรับอัตราออกซิเจนและวิธีติดต่อแพทย์
ขั้นที่ 2 ประเมินไลฟ์สไตล์และความถี่ในการออกนอกบ้าน
พิจารณาว่าผู้สูงอายุยังออกนอกบ้านบ่อยแค่ไหน เพื่อเลือกว่าจำเป็นต้องมีถังพกพาเสริมจากเครื่องตั้งบ้านหรือไม่
หากผู้สูงอายุยังไปวัด ไปตลาด หรือร่วมกิจกรรมชุมชนเป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับถังพกพาที่มีน้ำหนักเบาและมีรถเข็นลากได้ เพื่อไม่ให้การพกออกซิเจนกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้สูงอายุหยุดออกจากบ้านและแยกตัวจากสังคม
- นับความถี่ที่ต้องออกนอกบ้านต่อสัปดาห์
- ประเมินระยะเวลาที่ต้องอยู่นอกบ้านแต่ละครั้ง
- ตรวจสอบว่ารถที่ใช้เดินทางวางถังออกซิเจนได้ปลอดภัยหรือไม่
ขั้นที่ 3 เตรียมแผนสำรองกรณีไฟฟ้าดับหรือเครื่องขัดข้อง
เครื่องผลิตออกซิเจนต้องพึ่งไฟฟ้าเสมอ จึงต้องมีแผนสำรองที่ทดสอบแล้วว่าใช้งานได้จริง
- เตรียมถังออกซิเจนสำรองอย่างน้อยหนึ่งถังที่บ้านตลอดเวลา
- ทดสอบว่าถังสำรองยังมีออกซิเจนเพียงพอเป็นระยะ
- จดเบอร์ร้านหรือหน่วยงานที่เติมออกซิเจนฉุกเฉินไว้ในที่หาง่าย
ขั้นที่ 4 จัดพื้นที่บ้านให้ปลอดภัยสำหรับใช้ออกซิเจน
ก่อนเริ่มใช้ออกซิเจนที่บ้านจริงจัง ต้องจัดพื้นที่ให้ปลอดภัยตามหลักป้องกันอัคคีภัย
- เก็บเครื่องและถังห่างจากเตาแก๊สและเปลวไฟอย่างน้อย 2 เมตร
- ห้ามสูบบุหรี่ในบ้านหรือบริเวณใกล้เคียงโดยเด็ดขาด
- ติดป้ายเตือนให้ผู้มาเยี่ยมทราบว่ามีการใช้ออกซิเจนในบ้าน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ แม้จะรู้สึกเหนื่อยหรือหายใจสบายขึ้นก็ตาม
- อย่าใช้เครื่องผลิตออกซิเจนโดยไม่มีถังสำรองไว้เผื่อไฟฟ้าดับ
- อย่าวางเครื่องหรือถังออกซิเจนใกล้เตาแก๊ส เปลวไฟ หรือปล่อยให้มีคนสูบบุหรี่ใกล้บริเวณนั้น
- อย่ามองข้ามอาการริมฝีปากเขียวคล้ำหรือหายใจหอบผิดปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณออกซิเจนในเลือดต่ำรุนแรง
- อย่าละเลยการทบทวนรายการยาทั้งหมดกับแพทย์เป็นระยะทุกครั้งที่มีนัด เพราะยาบางชนิดมีผลต่อการหายใจและระดับออกซิเจนในเลือดโดยตรง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ทันทีถ้าริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียวคล้ำ หายใจหอบรุนแรงจนพูดเป็นประโยคไม่ได้ หรือซึมลงกะทันหัน
- ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกันหากไอมีเสมหะเปลี่ยนสีเข้มขึ้นชัดเจน มีไข้ หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติทั้งที่ใช้ออกซิเจนตามแผนเดิม
- ควรติดต่อแพทย์เร็วขึ้นกว่านัดปกติหากรู้สึกว่าอัตราออกซิเจนเดิมไม่เพียงพอต้องหายใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- สังเกตต่อเนื่องและรอนัดปกติหากอาการเดิมคงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
เช็กลิสต์สรุป
- รู้อัตราการไหลออกซิเจนที่แพทย์กำหนดไว้ชัดเจน
- มีถังออกซิเจนสำรองอย่างน้อยหนึ่งถังพร้อมใช้ตลอดเวลา
- จัดพื้นที่บ้านให้ห่างจากเปลวไฟและเตาแก๊สอย่างปลอดภัย
- มีเบอร์ติดต่อร้านเติมออกซิเจนฉุกเฉินไว้ในที่หาง่าย
- ทบทวนรายการยาทั้งหมดกับแพทย์เป็นระยะ
- รู้อาการอันตรายที่ต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่รอปรับออกซิเจนเอง
คำถามที่พบบ่อย
จำเป็นต้องมีทั้งเครื่องผลิตออกซิเจนและถังพกพาไหม
หลายบ้านที่ผู้สูงอายุใช้ออกซิเจนต่อเนื่องเลือกมีทั้งสองแบบ เครื่องตั้งบ้านสำหรับใช้ประจำ และถังพกพาสำหรับเดินทางหรือสำรองกรณีไฟฟ้าดับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นตามการใช้งานจริง
ไฟฟ้าดับขณะใช้เครื่องผลิตออกซิเจนอยู่ ต้องทำอย่างไร
ให้เปลี่ยนมาใช้ถังออกซิเจนสำรองที่เตรียมไว้ทันที และติดต่อร้านหรือหน่วยงานที่ดูแลอุปกรณ์เพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุขาดออกซิเจนแม้ช่วงสั้น ๆ และควรซ้อมขั้นตอนนี้ล่วงหน้ากับผู้ดูแลทุกคนในบ้าน
ปรับอัตราออกซิเจนเองได้ไหมถ้ารู้สึกเหนื่อยมากขึ้น
ไม่ควรปรับเอง ต้องแจ้งแพทย์หรือพยาบาลก่อนเสมอ เพราะออกซิเจนมากหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลเสียต่อการหายใจในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังได้
ใช้ออกซิเจนที่บ้านแล้วสูบบุหรี่ได้ไหมถ้าอยู่ห่างจากเครื่อง
ไม่ควรสูบบุหรี่ในบ้านหรือบริเวณใกล้เคียงโดยเด็ดขาด เพราะออกซิเจนทำให้ไฟลุกลามเร็วและรุนแรงกว่าปกติมาก แม้จะสูบห่างจากเครื่องก็ยังเสี่ยงอันตราย
เสมหะเปลี่ยนสีเข้มขึ้น ต้องรีบไปโรงพยาบาลไหม
ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในทางเดินหายใจที่ต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม ไม่ควรรอถึงวันนัดปกติ
ริมฝีปากเขียวคล้ำอันตรายแค่ไหน
เป็นสัญญาณอันตรายของออกซิเจนในเลือดต่ำรุนแรง ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามปรับออกซิเจนเองก่อน
สรุป
- เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านเหมาะกับการใช้ต่อเนื่องประจำ ส่วนถังพกพาเหมาะกับการเดินทางและกรณีสำรอง หลายบ้านใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน
- ต้องมีแผนสำรองกรณีไฟฟ้าดับเสมอ เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนพึ่งไฟฟ้าเป็นหลัก
- ความปลอดภัยจากอัคคีภัยสำคัญมาก ต้องเก็บอุปกรณ์ห่างจากเปลวไฟและห้ามสูบบุหรี่ใกล้บริเวณที่ใช้ออกซิเจน
- จำอาการออกซิเจนในเลือดต่ำรุนแรงที่ต้องโทร 1669 ทันทีไว้เสมอ
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- สิทธิประโยชน์อุปกรณ์บำบัดทางการแพทย์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคปอดเรื้อรังในผู้สูงอายุ: สังเกตอาการอย่างไร และดูแลให้หายใจง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน
โรคปอดเรื้อรังในผู้สูงอายุมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยตามวัย คู่มือนี้ช่วยแยกสัญญาณที่ควรสังเกตและแนวทางดูแลที่ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้นในแต่ละวัน

จัดกิจวัตรประจำวันให้ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังหายใจได้อย่างปลอดภัย และรู้ทันสัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
คู่มือจัดกิจวัตรประจำวัน เทคนิคหายใจ การออมแรง และความปลอดภัยเรื่องออกซิเจนที่บ้าน สำหรับผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรัง พร้อมสัญญาณ 3 ระดับที่ครอบครัวต้องรู้

เช็กลิสต์ดูแลผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรัง: สิ่งที่ต้องตรวจทุกวัน ทุกสัปดาห์ และก่อนพบแพทย์
เช็กลิสต์แยกตามรอบเวลาสำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรัง ครอบคลุมยา อาการ ความปลอดภัยที่บ้าน และข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนพบแพทย์แต่ละครั้ง