สูงวัยไทย
ดูแลฟันปลอมผู้สูงอายุอย่างไรให้ใส่สบายและไม่เป็นแผลในปาก
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
ดูแลฟันปลอมผู้สูงอายุอย่างไรให้ใส่สบายและไม่เป็นแผลในปาก
วิธีทำความสะอาด เก็บรักษา และสังเกตปัญหาของฟันปลอมในผู้สูงอายุ ตั้งแต่แผลจากฟันปลอมหลวม ไปจนถึงสัญญาณที่ต้องกลับไปให้ทันตแพทย์ปรับฟันปลอมใหม่
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ถอดฟันปลอมมาทำความสะอาดด้วยแปรงเฉพาะและน้ำสบู่อ่อนหรือน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมทุกวัน ห้ามใช้ยาสีฟันธรรมดาเพราะมีสารขัดที่ทำให้ผิวฟันปลอมเป็นรอย
- ควรถอดฟันปลอมออกตอนกลางคืนเพื่อให้เหงือกได้พักและแช่ในน้ำหรือน้ำยาแช่ฟันปลอมเสมอ ไม่ปล่อยให้แห้งเพราะจะทำให้วัสดุเสียรูป
- ถ้ามีแผลหรือจุดเจ็บซ้ำที่เดิมทุกครั้งที่ใส่ฟันปลอม อย่าฝืนใส่ต่อและอย่าแก้ไขรูปฟันปลอมเอง ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ปรับ
- น้ำหนักตัวที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นทำให้รูปสันเหงือกเปลี่ยนและฟันปลอมหลวมได้ ควรสังเกตหากเริ่มรู้สึกว่าฟันปลอมหลวมกว่าเดิม
- ฟันปลอมไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใส่แล้วจบ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจความพอดีอย่างน้อยปีละครั้งแม้ไม่มีอาการผิดปกติ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มใส่ฟันปลอมหรือใส่มานานแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าดูแลถูกวิธีหรือไม่
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องช่วยทำความสะอาดฟันปลอมให้ผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองไม่ได้เต็มที่
- ไม่ใช่บทความสำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อหรือทำฟันปลอมใหม่ ซึ่งควรปรึกษาทันตแพทย์โดยตรงเรื่องชนิดที่เหมาะกับสภาพช่องปาก
สิ่งที่ควรรู้
การดูแลฟันปลอมเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเมื่อนึกได้
การถอดใส่และทำความสะอาดฟันปลอมจัดเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน (ADL) ด้านการดูแลช่องปาก เช่นเดียวกับการแปรงฟัน แต่มีรายละเอียดต่างออกไปเพราะฟันปลอมเป็นวัสดุที่ต้องดูแลแยกจากเหงือกและลิ้นที่ยังอยู่ในปาก หลายครอบครัวเข้าใจว่าเมื่อใส่ฟันปลอมแล้วไม่ต้องดูแลช่องปากส่วนที่เหลือมากเท่าเดิม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
เหงือกที่รองรับฟันปลอมยังต้องทำความสะอาดทุกวันด้วยแปรงขนนุ่มหรือผ้าก๊อซชุบน้ำ เพราะเชื้อราและแบคทีเรียยังสะสมบนเหงือกได้แม้ไม่มีฟันธรรมชาติเหลืออยู่ หากละเลยอาจทำให้เกิดการอักเสบใต้ฐานฟันปลอมที่เรียกว่าปากอักเสบจากฟันปลอม
ทำไมฟันปลอมที่เคยพอดีถึงเริ่มหลวมหรือกดเจ็บ
สันเหงือกที่รองรับฟันปลอมไม่ได้อยู่คงที่ตลอดไป กระดูกขากรรไกรค่อย ๆ ละลายตัวไปตามธรรมชาติหลังสูญเสียฟัน ทำให้รูปทรงของเหงือกเปลี่ยนไปทีละน้อยในทุกปี น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะลดลงจากความอยากอาหารที่น้อยลงหรือเพิ่มขึ้น ก็มีผลต่อรูปหน้าและความพอดีของฟันปลอมเช่นกัน
อีกปัจจัยที่พบบ่อยคือปากแห้งจากการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน (polypharmacy) น้ำลายมีบทบาทช่วยให้ฟันปลอมยึดติดกับเหงือกได้ดีตามธรรมชาติ เมื่อน้ำลายน้อยลงจากผลข้างเคียงของยา ฟันปลอมจะรู้สึกหลวมและเสียดสีเหงือกง่ายขึ้นแม้รูปทรงฟันปลอมยังไม่เปลี่ยน ผู้สูงอายุที่เริ่มรู้สึกปากแห้งควรจดช่วงเวลาที่เริ่มเป็นไว้คุยกับแพทย์หรือทันตแพทย์
ทำความสะอาดฟันปลอมให้ถูกวิธีโดยไม่ทำลายวัสดุ
ฟันปลอมทำจากวัสดุที่บางและเป็นรอยง่ายกว่าฟันธรรมชาติ การใช้ยาสีฟันทั่วไปซึ่งมีสารขัดจะทำให้ผิวฟันปลอมเป็นรอยขนแมวสะสม กลายเป็นที่เกาะของเชื้อแบคทีเรียและคราบสีได้ง่ายขึ้น ควรใช้แปรงฟันปลอมโดยเฉพาะร่วมกับน้ำสบู่อ่อนหรือน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมที่ออกแบบมาสำหรับวัสดุนี้โดยตรง
ขณะทำความสะอาด ควรรองอ่างด้วยน้ำหรือผ้าขนหนูก่อนเสมอ เพราะฟันปลอมที่หลุดมือตกพื้นแข็งอาจแตกหักได้ง่าย และควรถอดฟันปลอมมาล้างหลังมื้ออาหารทุกครั้งเพื่อล้างเศษอาหารที่ติดอยู่บริเวณขอบ
- ถอดฟันปลอมล้างด้วยน้ำสะอาดหลังทุกมื้ออาหาร
- แปรงด้วยแปรงฟันปลอมโดยเฉพาะและน้ำสบู่อ่อนหรือน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมวันละ 1-2 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดเพราะทำให้วัสดุฟันปลอมบิดเบี้ยว
- รองอ่างด้วยน้ำหรือผ้าขนหนูทุกครั้งขณะล้างเพื่อป้องกันแตก
เก็บรักษาฟันปลอมตอนไม่ได้ใส่ให้ถูกวิธี
ควรถอดฟันปลอมออกตอนกลางคืนทุกคืน เพื่อให้เหงือกได้พักจากแรงกดตลอดวันและลดความเสี่ยงเชื้อราสะสม ฟันปลอมที่ถอดออกต้องแช่ในน้ำสะอาดหรือน้ำยาแช่ฟันปลอมเสมอ ไม่วางทิ้งไว้แห้งเพราะวัสดุจะเสียรูปทรงและใส่แล้วไม่พอดีเหมือนเดิม
ภาชนะแช่ฟันปลอมควรมีฝาปิดมิดชิดและติดชื่อไว้ชัดเจนหากมีผู้สูงอายุหลายคนในบ้าน เพื่อป้องกันการหยิบผิดโดยเฉพาะในบ้านที่มีผู้สูงอายุที่มีปัญหาความจำร่วมด้วย

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
สร้างกิจวัตรทำความสะอาดฟันปลอมประจำวัน
จัดขั้นตอนให้เป็นระบบเดียวกันทุกวันจะช่วยลดโอกาสลืมหรือทำฟันปลอมเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุเริ่มมีปัญหาความจำร่วมด้วย
- ถอดฟันปลอมล้างน้ำทันทีหลังมื้ออาหารทุกมื้อ
- แปรงทำความสะอาดอย่างละเอียดก่อนนอนด้วยแปรงฟันปลอมและน้ำยาเฉพาะ
- ทำความสะอาดเหงือกและลิ้นด้วยแปรงขนนุ่มหรือผ้าก๊อซหลังถอดฟันปลอม
- แช่ฟันปลอมในน้ำสะอาดหรือน้ำยาแช่ฟันปลอมข้ามคืนทุกคืน
สังเกตความพอดีของฟันปลอมอย่างสม่ำเสมอ
ความพอดีของฟันปลอมเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา การสังเกตอย่างสม่ำเสมอช่วยจับปัญหาได้ก่อนที่จะกลายเป็นแผลเรื้อรัง
- สังเกตว่ามีจุดกดเจ็บซ้ำที่เดิมทุกครั้งที่ใส่หรือไม่
- ตรวจดูรอยแดงหรือแผลใต้ฐานฟันปลอมเป็นประจำ
- สังเกตว่าฟันปลอมขยับหรือหลวมขึ้นขณะพูดหรือเคี้ยวอาหารหรือไม่
- จดวันที่เริ่มรู้สึกไม่พอดีไว้คุยกับทันตแพทย์ในนัดถัดไป
ปรับการกินอาหารระหว่างที่ยังปรับตัวกับฟันปลอมใหม่
ผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มใส่ฟันปลอมใหม่มักเคี้ยวอาหารได้ไม่ถนัดในช่วงแรก การปรับอาหารชั่วคราวช่วยลดความเสี่ยงเจ็บและสำลักได้โดยไม่ต้องงดกินจนขาดสารอาหาร
- เริ่มจากอาหารนุ่มหรือหั่นชิ้นเล็กในช่วงสัปดาห์แรกของการใส่ฟันปลอมใหม่
- เคี้ยวทั้งสองข้างของปากสลับกันเพื่อกระจายแรงกด
- หลีกเลี่ยงอาหารเหนียวหนึบที่อาจดึงฟันปลอมหลุด
- หากเจ็บมากจนกินได้น้อยลงต่อเนื่อง ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ปรับฟันปลอมโดยไม่ต้องรอถึงนัดปกติ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ใช้ยาสีฟันธรรมดาแปรงฟันปลอมเพราะมีสารขัดที่ทำให้ผิววัสดุเป็นรอยและสะสมคราบง่ายขึ้น
- ปล่อยฟันปลอมทิ้งไว้แห้งข้ามคืนโดยไม่แช่น้ำ ทำให้วัสดุเสียรูปทรง
- ฝืนใส่ฟันปลอมที่มีจุดกดเจ็บซ้ำต่อไปเพราะเกรงใจหรือคิดว่าต้องปรับตัวเอง
- แก้ไขหรือตัดแต่งฟันปลอมด้วยตัวเองเมื่อรู้สึกไม่พอดี
- ใช้กาวติดฟันปลอมปริมาณมากเพื่อกลบปัญหาฟันปลอมหลวมแทนการไปให้ทันตแพทย์ปรับ
- ไม่ไปตรวจฟันปลอมประจำปีเพราะคิดว่าถ้าไม่เจ็บก็ไม่มีปัญหา
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากสำลักฟันปลอมหรือชิ้นส่วนฟันปลอมจนหายใจลำบากหรือไอไม่หยุด
- ติดต่อทันตแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากฟันปลอมแตกหักและมีขอบคมบาดเหงือกจนเลือดออก หรือกลืนฟันปลอมบางส่วนลงไป
- นัดพบทันตแพทย์เร็ว ๆ นี้ หากมีแผลใต้ฐานฟันปลอมที่ไม่ดีขึ้นภายในสองสามวัน หรือมีจุดกดเจ็บซ้ำที่เดิมทุกครั้งที่ใส่
- นัดพบทันตแพทย์เร็ว ๆ นี้ หากฟันปลอมเริ่มหลวมจนต้องใช้กาวติดฟันปลอมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้อยู่ทรง
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้หากเริ่มรู้สึกว่าฟันปลอมไม่พอดีเล็กน้อยแต่ยังไม่เจ็บมาก เพื่อคุยกับทันตแพทย์ในนัดตรวจประจำปี
เช็กลิสต์สรุป
- ล้างฟันปลอมด้วยน้ำสะอาดหลังทุกมื้ออาหาร
- แปรงฟันปลอมด้วยแปรงเฉพาะและน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมทุกวัน
- ถอดฟันปลอมแช่น้ำหรือน้ำยาแช่ทุกคืนก่อนนอน
- ทำความสะอาดเหงือกและลิ้นด้วยแปรงขนนุ่มหรือผ้าก๊อซทุกวัน
- สังเกตจุดกดเจ็บหรือแผลใต้ฐานฟันปลอมสัปดาห์ละครั้ง
- ติดชื่อภาชนะแช่ฟันปลอมหากมีผู้สูงอายุหลายคนในบ้าน
- นัดตรวจความพอดีของฟันปลอมกับทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ฟันปลอมต้องถอดออกตอนกลางคืนทุกครั้งหรือไม่
ควรถอดออกทุกคืน เพื่อให้เหงือกได้พักจากแรงกดตลอดวันและลดความเสี่ยงเชื้อราสะสมใต้ฐานฟันปลอม ควรแช่ในน้ำสะอาดหรือน้ำยาแช่ฟันปลอมเสมอ ไม่ปล่อยให้แห้ง
ใช้ยาสีฟันธรรมดาแปรงฟันปลอมได้หรือไม่
ไม่ควรใช้ เพราะยาสีฟันทั่วไปมีสารขัดที่ทำให้ผิวฟันปลอมเป็นรอยขนแมวสะสม กลายเป็นที่เกาะของเชื้อแบคทีเรียและคราบสีได้ง่ายขึ้น ควรใช้แปรงฟันปลอมเฉพาะร่วมกับน้ำสบู่อ่อนหรือน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอม
ทำไมฟันปลอมที่เคยพอดีถึงเริ่มหลวมโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
สันเหงือกที่รองรับฟันปลอมเปลี่ยนรูปทรงได้ตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป และน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงก็มีผลต่อความพอดี นอกจากนี้ปากแห้งจากยาหลายชนิดที่กินอยู่ยังทำให้ฟันปลอมยึดติดเหงือกได้ไม่ดีเท่าเดิม ควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินเมื่อเริ่มรู้สึกหลวม
ใช้กาวติดฟันปลอมทุกวันได้หรือไม่
ใช้ได้ตามคำแนะนำบนฉลากในระยะสั้น แต่หากต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ฟันปลอมอยู่ทรง เป็นสัญญาณว่าฟันปลอมไม่พอดีแล้วและควรกลับไปให้ทันตแพทย์ปรับ ไม่ควรใช้กาวเป็นทางแก้ปัญหาถาวรแทนการปรับฟันปลอม
มีแผลใต้ฐานฟันปลอมควรหยุดใส่ฟันปลอมทันทีหรือไม่
ควรลดเวลาใส่และให้แผลได้พัก แต่ไม่ควรหยุดใส่นานเกินไปโดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์ เพราะเหงือกที่ไม่ได้รับแรงกดจากฟันปลอมอาจเปลี่ยนรูปทรงจนฟันปลอมเดิมใส่ไม่พอดีอีก ควรพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุของแผลและปรับฟันปลอมให้เหมาะสม
ควรพาไปตรวจฟันปลอมบ่อยแค่ไหนแม้ไม่มีอาการเจ็บ
โดยทั่วไปควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะสันเหงือกเปลี่ยนรูปทรงได้ทีละน้อยโดยไม่รู้สึกเจ็บในระยะแรก การตรวจสม่ำเสมอช่วยให้ทันตแพทย์ปรับแต่งหรือแนะนำการดูแลก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงขึ้น
สรุป
- ฟันปลอมต้องได้รับการทำความสะอาดและเก็บรักษาทุกวัน ไม่ใช่ใส่แล้วดูแลเมื่อมีปัญหาเท่านั้น
- ความพอดีของฟันปลอมเปลี่ยนได้ตามน้ำหนักตัว รูปเหงือก และอาการปากแห้งจากยา ควรสังเกตอย่างสม่ำเสมอ
- จุดกดเจ็บซ้ำที่เดิมหรือแผลใต้ฐานฟันปลอมไม่ใช่เรื่องต้องอดทน ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ปรับแทนการฝืนใส่ต่อ
- การตรวจฟันปลอมประจำปีสำคัญเช่นเดียวกับการตรวจฟันธรรมชาติ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติในตอนนั้น
แหล่งข้อมูล
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Oral health fact sheet — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมฟันปลอมของผู้สูงอายุถึงหลวมเร็ว เจ็บบ่อย หรือหักโดยไม่คาดคิด
รวมสาเหตุที่มักถูกมองข้ามเมื่อฟันปลอมของผู้สูงอายุมีปัญหา ตั้งแต่วิธีล้างที่ทำลายวัสดุ ไปจนถึงการฝืนใช้กาวติดฟันปลอมแทนการไปปรับความพอดี

แปรงฟันผู้สูงอายุให้ถูกวิธี เมื่อแรงมือลดลงหรือเริ่มลืมขั้นตอน
แนวทางปรับวิธีและอุปกรณ์แปรงฟันสำหรับผู้สูงอายุที่มือสั่น กำแปรงไม่ถนัด หรือเริ่มลืมขั้นตอน พร้อมวิธีแปรงฟันแทนเมื่อช่วยตัวเองไม่ได้เต็มที่

ทำความสะอาดช่องปากผู้สูงอายุติดเตียงอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่สำลัก
แนวทางทำความสะอาดฟัน เหงือก ลิ้น และฟันปลอมให้ผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองไม่ได้เต็มที่ พร้อมท่าจัดตัวที่ลดความเสี่ยงสำลักและสัญญาณที่ต้องพบทันตแพทย์