สูงวัยไทย
ตาแห้งในผู้สูงอายุ เลือกน้ำตาเทียมแบบไหน หรือควรพบแพทย์เมื่อไร
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ตาแห้งในผู้สูงอายุ เลือกน้ำตาเทียมแบบไหน หรือควรพบแพทย์เมื่อไร
อาการแสบตา เคืองตา รู้สึกฝืดๆ ในผู้สูงอายุมักเป็นภาวะตาแห้ง บทนี้เปรียบเทียบทางเลือกดูแลตัวเองที่บ้าน น้ำตาเทียมแบบต่างๆ และจุดที่ควรพบแพทย์แทนการซื้อยาหยอดตาเอง
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Ivan S / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ตาแห้งเล็กน้อยที่แสบฝืดเป็นครั้งคราว มักดูแลได้เองด้วยน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียและปรับสิ่งแวดล้อม
- ถ้าใช้น้ำตาเทียมแล้วยังไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ หรือมีตาแดงเรื้อรัง ควรนัดพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น
- ยาบางชนิดที่ผู้สูงอายุใช้ประจำ เช่น ยาแก้แพ้หรือยาลดความดันบางกลุ่ม อาจทำให้ตาแห้งมากขึ้น ควรแจ้งแพทย์เมื่อมีการใช้ยาหลายชนิด (polypharmacy)
- ถ้าตาแดงรุนแรง ปวดตา หรือมองเห็นผิดปกติร่วมด้วย ไม่ควรซื้อยาหยอดตาเองต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เร็วขึ้น
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่รู้สึกแสบตา ฝืดตา หรือเคืองตาบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนอยู่ในห้องแอร์หรือดูจอนานๆ
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องช่วยเลือกน้ำตาเทียมให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดอยู่แล้ว
- ไม่ใช่บทความสำหรับวินิจฉัยโรคตาแห้งขั้นรุนแรงหรือโรคภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้อง เช่น Sjögren syndrome
- เหมาะกับคนที่อยากรู้ว่าเมื่อไรควรหยุดซื้อยาหยอดตาเองแล้วไปพบแพทย์แทน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมผู้สูงอายุมักมีตาแห้ง
เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมผลิตน้ำตาทำงานลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ผิวตาแห้งง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามวัยที่พบร่วมกับสายตายาวตามวัย (presbyopia)
ปัจจัยแวดล้อม เช่น อยู่ในห้องแอร์นาน ลมพัดตรงหน้า หรือจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานๆ โดยกระพริบตาน้อยลง ก็ทำให้อาการตาแห้งแย่ลงได้
- ต่อมน้ำตาทำงานลดลงตามอายุ
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาขับปัสสาวะ
- สิ่งแวดล้อมแห้งหรือมีลมพัดตรงหน้า
- จ้องจอนานโดยกระพริบตาน้อย
น้ำตาเทียมมีกี่แบบ เลือกอย่างไร
น้ำตาเทียมแบบมีสารกันเสีย เหมาะกับการใช้ไม่บ่อย เพราะการใช้ถี่เกินไปอาจระคายเคืองตาได้ ส่วนแบบไม่มีสารกันเสียในหลอดเดี่ยว เหมาะกับผู้ที่ต้องหยอดบ่อยหลายครั้งต่อวัน
สำหรับผู้สูงอายุที่ตาแห้งเรื้อรัง แพทย์อาจแนะนำเจลหรือขี้ผึ้งป้ายตาก่อนนอนเพิ่มเติม เพราะให้ความชุ่มชื้นนานกว่าน้ำตาเทียมชนิดน้ำ
- น้ำตาเทียมชนิดน้ำ มีสารกันเสีย - ใช้ไม่เกินวันละ 4 ครั้ง
- น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย - ใช้บ่อยได้ตามต้องการ
- เจลหรือขี้ผึ้งป้ายตา - ใช้ก่อนนอนเพื่อความชุ่มชื้นนาน
การปรับสิ่งแวดล้อมช่วยได้มากแค่ไหน
การใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้อง หลีกเลี่ยงลมแอร์พัดตรงหน้า และพักสายตาทุก 20 นาทีเมื่อใช้จอเป็นเวลานาน ช่วยลดความถี่ของอาการตาแห้งได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
การประคบอุ่นบริเวณเปลือกตาวันละ 5-10 นาที ช่วยให้ต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาทำงานดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของน้ำตา
เมื่อไรที่ตาแห้งไม่ใช่แค่เรื่องปกติของวัย
หากตาแห้งรุนแรงจนกระทบกิจวัตรประจำวัน เช่น อ่านหนังสือหรือดูทีวีไม่ได้เพราะแสบตาตลอด หรือมีตาแดงเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์ ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ตาแห้งจากวัยธรรมดา
อาหารและน้ำดื่มมีผลต่อตาแห้งหรือไม่
การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวันช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำตาได้เป็นปกติมากกว่าภาวะขาดน้ำ ผู้สูงอายุบางคนดื่มน้ำน้อยลงเพราะกลัวลุกเข้าห้องน้ำบ่อยตอนกลางคืน ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อความชุ่มชื้นของร่างกายรวมถึงดวงตา
อาหารที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 เช่น ปลาทะเล ก็มีงานศึกษาบางส่วนที่เชื่อมโยงกับคุณภาพน้ำตาที่ดีขึ้น แต่ยังไม่ใช่การรักษาหลักและไม่ควรใช้แทนน้ำตาเทียมเมื่อมีอาการรุนแรง
สภาพแวดล้อมในบ้านที่ทำให้ตาแห้งแย่ลงโดยไม่รู้ตัว
เครื่องปรับอากาศและพัดลมที่เปิดพัดตรงใบหน้าเป็นเวลานานทำให้น้ำตาระเหยเร็วกว่าปกติ ผู้สูงอายุที่นั่งดูทีวีอยู่หน้าลมแอร์นานๆ อาจมีอาการตาแห้งแย่ลงโดยไม่ทันสังเกตว่าสาเหตุมาจากตำแหน่งที่นั่ง การขยับเก้าอี้ให้พ้นแนวลมโดยตรงเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยได้จริง
การจ้องหน้าจอโทรทัศน์หรือมือถือนานๆ ยังทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงกว่าปกติ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมภาวะตาแห้งที่เกิดจากวัยอยู่แล้ว การหยุดพักสายตาเป็นระยะและกะพริบตาถี่ขึ้นโดยตั้งใจจึงช่วยลดอาการแสบตาได้ในระหว่างวัน

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1 ทดลองดูแลตัวเองก่อน
เริ่มจากน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย ปรับความชื้นในห้อง และลดเวลาจ้องจอต่อเนื่อง ทดลองอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์แล้วสังเกตอาการ
ขั้นที่ 2 ทบทวนรายการยาที่ใช้ประจำ
ตรวจสอบว่ามียาที่อาจทำให้ตาแห้งอยู่ในรายการยาประจำหรือไม่ หากสงสัยไม่ควรหยุดยาเอง แต่ให้นำรายการยาไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินร่วมกัน
ขั้นที่ 3 นัดพบจักษุแพทย์เมื่อไม่ดีขึ้น
ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองแล้ว หรือมีตาแดงเรื้อรัง ให้นัดพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจคุณภาพน้ำตาและแยกสาเหตุอื่น เช่น ภาวะเปลือกตาอักเสบ
ขั้นที่ 4 ติดตามและปรับวิธีดูแลต่อเนื่อง
เมื่อพบวิธีที่ได้ผล ให้ทำเป็นกิจวัตรประจำวันสม่ำเสมอ เช่น หยอดน้ำตาเทียมเวลาเดิมทุกวัน และนัดตรวจตาซ้ำตามที่แพทย์แนะนำ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
24ชั่วโมงอินซูลินเย็นกล่องยายากล่องเย็นเดินทางแบบพกพาอินซูลินถ้วยเย็น
กล่องใส่ยา ตลับใส่อาหารเสริม ตลับยา ตลับใส่ยา กล่องยา กล่องใส่ยา 1สัปดาห์
กล่องใส่ยา กล่องยามัลติฟังก์ชั่นรูปดอกไม้สีโดปามีน 6 ช่องแบ่งยา พกพาง่าย เหมาะท่องเที่ยวกลางแจ้ง Hiday
กล่องยารายสัปดาห์กันแสง แบบพกพา กล่องใส่ยา กล่องแบ่งยา เก็บ จุของได้เยอะ 7 วันส่งฟรี
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าซื้อยาหยอดตาลดตาแดงมาใช้แทนน้ำตาเทียมต่อเนื่องนานๆ เพราะออกฤทธิ์คนละแบบและอาจบดบังอาการที่ต้องพบแพทย์
- อย่าใช้น้ำตาเทียมของคนอื่นหรือหลอดที่เปิดค้างไว้นานเกินกำหนดบนฉลาก
- อย่าขยี้ตาแรงๆ เมื่อรู้สึกคัน เพราะอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
- อย่าหยุดยาโรคประจำตัวเองเพียงเพราะสงสัยว่าทำให้ตาแห้ง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากตาแดงรุนแรงร่วมกับปวดตามากและมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว
- นัดพบจักษุแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากตาแดงเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์ หรือใช้น้ำตาเทียมแล้วไม่ดีขึ้น
- ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ประจำตัว หากสงสัยว่ายาที่ใช้อยู่ทำให้ตาแห้งมากขึ้น
- ดูแลตัวเองต่อที่บ้านได้ หากอาการเป็นครั้งคราวและตอบสนองดีกับน้ำตาเทียม
เช็กลิสต์สรุป
- เลือกน้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียสำหรับใช้บ่อย
- จัดห้องให้มีความชื้นเหมาะสม หลีกเลี่ยงลมแอร์พัดตรงหน้า
- พักสายตาทุก 20 นาทีเมื่อใช้จอเป็นเวลานาน
- ประคบอุ่นเปลือกตาวันละ 5-10 นาที
- ทบทวนรายการยาประจำร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกร
- จดวันที่เริ่มมีอาการตาแดงหรือแสบตาเรื้อรัง
คำถามที่พบบ่อย
น้ำตาเทียมใช้บ่อยแค่ไหนถึงจะปลอดภัย
ชนิดไม่มีสารกันเสียใช้บ่อยได้ตามความจำเป็น ส่วนชนิดมีสารกันเสียควรใช้ไม่เกินวันละ 4 ครั้งตามคำแนะนำบนฉลาก หากรู้สึกต้องใช้บ่อยกว่านั้นควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อพิจารณาเปลี่ยนชนิดหรือหาสาเหตุเพิ่มเติม
ตาแห้งเกี่ยวกับยาความดันโลหิตที่กินอยู่หรือไม่
ยาบางกลุ่ม เช่น ยาขับปัสสาวะหรือยาลดความดันบางชนิด อาจทำให้ตาแห้งมากขึ้นได้ในบางคน หากสงสัยควรนำรายการยาไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ควรหยุดยาโรคประจำตัวเอง
ประคบอุ่นตาช่วยเรื่องตาแห้งได้จริงหรือไม่
การประคบอุ่นบริเวณเปลือกตาช่วยให้ต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาทำงานดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของน้ำตา หลายคนพบว่าอาการแสบฝืดลดลงเมื่อทำเป็นประจำ แต่ควรทำร่วมกับน้ำตาเทียมและปรับสิ่งแวดล้อมด้วย
ตาแดงร่วมกับตาแห้งต้องรีบไปหาหมอไหม
ถ้าตาแดงเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์หรือใช้น้ำตาเทียมแล้วไม่ดีขึ้น ควรนัดพบจักษุแพทย์ แต่ถ้าตาแดงรุนแรงร่วมกับปวดตามากและมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว ควรโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
จำเป็นต้องใช้เจลป้ายตาก่อนนอนทุกคนหรือไม่
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เจลหรือขี้ผึ้งป้ายตามักแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งเรื้อรังหรือรุนแรงกว่าปกติ ผู้ที่มีอาการเล็กน้อยอาจใช้เพียงน้ำตาเทียมชนิดน้ำก็เพียงพอ ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะกับอาการของตนเอง
อยู่ในห้องแอร์ทั้งวันทำให้ตาแห้งขึ้นจริงหรือไม่
จริง ห้องแอร์มักมีความชื้นต่ำกว่าปกติและมีลมเย็นไหลเวียนตลอดเวลา ซึ่งเร่งให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้นและทำให้อาการตาแห้งแย่ลง การใช้เครื่องเพิ่มความชื้น หลีกเลี่ยงนั่งรับลมแอร์พัดตรงหน้า และพักสายตาเป็นระยะ ช่วยลดผลกระทบนี้ได้มาก
ตาแห้งกับการใส่แว่นตัดแสงเกี่ยวข้องกันไหม และตาแห้งเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อหรือไม่
แว่นกันแดดหรือแว่นตัดแสงที่ปิดคลุมด้านข้างช่วยลดลมและฝุ่นที่ปะทะดวงตาโดยตรง ซึ่งอาจช่วยลดอาการแสบตาจากลมได้ในบางคน แต่ไม่ใช่การรักษาหลักของภาวะตาแห้ง ยังคงต้องดูแลด้วยน้ำตาเทียมและปรับสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป นอกจากนี้ผิวตาที่แห้งเป็นเวลานานอาจมีเกราะป้องกันตามธรรมชาติอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติในบางกรณี หากสังเกตว่ามีขี้ตาผิดปกติร่วมกับตาแดงเรื้อรัง ควรพบจักษุแพทย์แทนการหยอดน้ำตาเทียมต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะภาวะตาแห้งที่ปล่อยไว้นานอาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด
สรุป
- ตาแห้งในผู้สูงอายุส่วนใหญ่ดูแลได้เองด้วยน้ำตาเทียมและการปรับสิ่งแวดล้อม
- ยาที่ใช้ประจำหลายชนิดอาจเป็นสาเหตุร่วมของตาแห้ง ควรทบทวนกับแพทย์แทนการหยุดยาเอง
- ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ หรือมีตาแดงเรื้อรัง ควรพบจักษุแพทย์แทนการซื้อยาหยอดตาเพิ่มเอง
- สังเกตอาการร่วมอื่นๆ เช่น ปวดตารุนแรงหรือมองเห็นแย่ลง เพื่อแยกภาวะฉุกเฉินออกจากตาแห้งทั่วไป
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ใส่ถนน NBHD กล่องยาช่องแบบพกพา6ช่องแคปซูลกล่องเก็บช่องกล่องยาเดินทางโปรโมชั่นยารายสัปดาห์
RAINBEAU ที่แกะยา ตลับยา Food grade แบบกด ลดการปนเปื้อนจากการใช้มือแกะ ใช้งานง่าย ขนาดกระทัด พกพาสะดวก
ตลับยา กล่องใส่ยา ตลับใส่ยา ช่องเดี่ยว 3 ช่อง One day ตลับยาพกพา
ที่ตัดยา กล่องแบ่งยา pill cutter รุ่นใหม่ ใบมีดสแตนเลส คม ทน แบ่งยาได้เท่ากัน พร้อมส่ง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลภาวะตาแห้งในผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้านการมองเห็น — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาแห้งในผู้สูงอายุ สาเหตุจากยา อากาศ และวิธีดูแลที่ปลอดภัย
ตาแห้งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดได้จากการเปลี่ยนแปลงตามวัย ผลข้างเคียงของยาหลายชนิด และสภาพแวดล้อม แนวทางสังเกตอาการ วิธีดูแลเบื้องต้น และเวลาที่ควรพบแพทย์

7 ข้อผิดพลาดในการดูแลตาแห้งที่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแย่ลง
การดูแลตาแห้งที่ผิดวิธีอาจทำให้อาการแย่ลงหรือปิดบังปัญหาที่ร้ายแรงกว่า ตั้งแต่ใช้ยาหยอดตาผิดชนิดไปจนถึงมองข้ามสัญญาณติดเชื้อ นี่คือข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำและวิธีแก้ที่ปลอดภัยกว่า

สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร และเมื่อไรควรรีบพบจักษุแพทย์
สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุอาจมาจากสาเหตุที่รอตรวจได้ เช่น ต้อกระจกหรือสายตายาวตามวัย ไปจนถึงสัญญาณฉุกเฉิน แนวทางแยกอาการ ขั้นตอนดูแลเบื้องต้น และเวลาที่ต้องพบแพทย์ทันที