สูงวัยไทย

ผู้สูงอายุหกล้ม ควรทำอะไรเป็นลำดับแรก

ขั้นตอนที่ควรทำทันทีเมื่อผู้สูงอายุหกล้ม ตั้งแต่การประเมินอาการเบื้องต้นไปจนถึงสัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

16 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 3 สิงหาคม 2026

A caregiver assists an elderly man in a home environment, showcasing compassionate home care.

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • อันดับแรกคืออย่ารีบพยุงผู้สูงอายุให้ลุกทันที ให้คุกเข่าลงมาระดับเดียวกัน ถามชื่อ ถามว่าเจ็บตรงไหน และสังเกตว่ารู้สึกตัวดีหรือไม่ก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป
  • ถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ให้โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอดูอาการ ได้แก่ ปลุกไม่ค่อยตื่นหรือซึมลงผิดปกติ ศีรษะกระแทกพื้นแรง ขยับแขนขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ ปวดสะโพกหรือขาจนลุกไม่ขึ้น หรือมีเลือดออกมาก
  • ถ้าไม่มีสัญญาณอันตรายและผู้สูงอายุยืนยันว่าลุกไหว ให้ช่วยลุกอย่างช้า ๆ เป็นขั้น จากนอนเป็นนั่ง พักสักครู่ก่อนยืน เพราะการลุกเร็วเกินไปอาจทำให้เวียนศีรษะจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
  • ไม่ว่าจะดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ ควรเฝ้าสังเกตอาการต่ออีกอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพราะการบาดเจ็บภายในบางอย่างไม่แสดงอาการทันที และควรจดเวลา ท่าที่ล้ม และอาการร่วมไว้เพื่อเล่าให้แพทย์ฟังหากต้องไปพบ

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลหรือลูกหลานที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนผู้สูงอายุหกล้ม และต้องตัดสินใจเฉพาะหน้าว่าจะช่วยลุกเองหรือโทรขอความช่วยเหลือ
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังดูแลตัวเองได้และอยากรู้ว่าถ้าล้มคนเดียวในบ้านควรทำอย่างไรก่อนมีคนมาถึง
  • ไม่เหมาะเป็นแนวทางเดียวสำหรับกรณีที่ผู้สูงอายุหมดสติ หายใจผิดปกติ หรือมีอาการทางระบบประสาทชัดเจน เพราะกรณีเหล่านั้นต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องอ่านขั้นตอนอื่นก่อน

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมการหกล้มของผู้สูงอายุจึงไม่ใช่แค่ "เดินไม่ระวัง"

การหกล้มในผู้สูงอายุแทบไม่เคยเกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยที่ซ้อนกันในเวลาเดียว เช่น กล้ามเนื้อขาที่อ่อนแรงลงตามวัยจากภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า sarcopenia ทำให้การทรงตัวเมื่อเจอพื้นต่างระดับหรือสะดุดเล็กน้อยไม่ดีเท่าคนวัยหนุ่มสาว ร่วมกับการมองเห็นและการได้ยินที่ลดลงตามวัยซึ่งทำให้ประเมินระยะและสิ่งกีดขวางได้ช้าลง

อีกปัจจัยที่มักถูกมองข้ามคือความดันโลหิตตกเมื่อเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension ซึ่งเกิดเมื่อผู้สูงอายุลุกขึ้นเร็วจากท่านอนหรือนั่งแล้วเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันชั่วขณะ ทำให้หน้ามืดหรือล้มโดยไม่ได้สะดุดอะไรเลย ภาวะนี้พบได้บ่อยขึ้นเมื่อกินยาบางกลุ่มร่วมกันหลายชนิด ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่าการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือ polypharmacy

  • กำลังกล้ามเนื้อและการทรงตัวที่ลดลงตามวัย
  • การมองเห็นและการได้ยินที่เปลี่ยนไป ทำให้ประเมินสิ่งกีดขวางช้าลง
  • ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าจากการลุกเร็วเกินไปหรือจากยา
  • สภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น พื้นลื่น แสงไม่พอ หรือรองเท้าไม่กระชับ

สิ่งที่ต้องประเมินก่อนช่วยลุก ไม่ใช่หลังลุกแล้วค่อยถาม

ก่อนจะช่วยพยุงใครให้ลุก สิ่งสำคัญที่สุดคือประเมินระดับความรู้สึกตัวก่อน ลองเรียกชื่อ ถามวันเวลาหรือถามว่าอยู่ที่ไหน ถ้าตอบสับสน ตอบช้าผิดปกติ หรือไม่ตอบเลย ต้องถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายและไม่ควรพยายามให้ลุกเอง เพราะอาจมีภาวะทางสมองหรือหัวใจที่ต้องรีบตรวจ

ขั้นต่อมาคือถามและสังเกตตำแหน่งที่เจ็บ โดยเฉพาะสะโพก ข้อมือ และศีรษะ เพราะกระดูกสะโพกหักเป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อยและร้ายแรงที่สุดในผู้สูงอายุที่หกล้ม หากผู้สูงอายุบอกว่าเจ็บสะโพกมากจนขยับขาไม่ได้ หรือขาข้างหนึ่งดูสั้นลงหรือบิดผิดรูปเมื่อเทียบกับอีกข้าง ห้ามพยายามให้ลุกหรือเดินโดยเด็ดขาด

  • เรียกชื่อและถามคำถามง่าย ๆ เพื่อประเมินความรู้สึกตัว
  • ถามตำแหน่งที่เจ็บ โดยเฉพาะศีรษะ สะโพก และข้อมือ
  • สังเกตว่าขาทั้งสองข้างยาวเท่ากันหรือผิดรูปหรือไม่
  • ดูว่ามีเลือดออก บาดแผล หรือรอยฟกช้ำที่ขยายตัวเร็วหรือไม่

อาการที่แสดงออกไม่ตรงแบบ คือกับดักที่ทำให้ประเมินผิด

ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมีสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่าอาการแสดงไม่ตรงแบบ หรือ atypical presentation หมายถึงร่างกายไม่แสดงอาการตามตำราเหมือนคนวัยอื่น เช่น กระดูกสะโพกหักบางรายอาจไม่ได้ร้องเจ็บมาก แต่แสดงออกด้วยการไม่ยอมลุกเดินหรือดูซึมลงเฉย ๆ ซึ่งครอบครัวอาจเข้าใจผิดว่าแค่ตกใจหรือเหนื่อย

ในทำนองเดียวกัน ถ้าหลังหกล้มแล้วผู้สูงอายุเริ่มพูดจาสับสน จำเหตุการณ์ไม่ได้ หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง นี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะสับสนเฉียบพลัน หรือ delirium ซึ่งอาจเกิดจากการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ การขาดน้ำ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ต้องรีบพาไปพบแพทย์ ไม่ใช่ปล่อยให้นอนพักเฉย ๆ โดยคิดว่าเดี๋ยวก็หาย

ทำไมประวัติหกล้มครั้งก่อนถึงสำคัญกว่าที่คิด

ผู้สูงอายุที่เคยหกล้มมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบปีที่ผ่านมามีแนวโน้มจะหกล้มซ้ำสูงกว่าคนที่ไม่เคยล้มเลย นี่คือเหตุผลที่บุคลากรทางการแพทย์มักใช้การประเมินง่าย ๆ ที่เรียกว่า Timed Up and Go ซึ่งให้ผู้สูงอายุลุกจากเก้าอี้ เดินสามเมตร แล้วเดินกลับมานั่ง เพื่อดูความเร็วและความมั่นคงในการเคลื่อนไหว หากทำได้ช้าลงมากหรือต้องใช้มือยันบ่อย ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงหกล้มเพิ่มเติม

การหกล้มซ้ำจึงไม่ใช่แค่เรื่องดวงไม่ดี แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกาย ยา หรือสภาพแวดล้อมมีบางอย่างเปลี่ยนไป และควรถือเป็นโอกาสทบทวนทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ปะแผลแล้วปล่อยผ่าน

A senior woman receiving groceries from a young caregiver in a cozy living room setting.

รูปภาพโดย AI25.Studio Studio / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นตอนทันทีในนาทีแรกที่พบว่าล้ม

อย่าเพิ่งพยุงลุกทันทีที่เห็น ให้ตั้งสติ คุกเข่าหรือนั่งลงระดับสายตาเดียวกับผู้สูงอายุ พูดด้วยน้ำเสียงสงบ ถามชื่อและถามว่าเกิดอะไรขึ้น การพูดคุยขั้นแรกนี้ทำหน้าที่ประเมินความรู้สึกตัวไปในตัวโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ใด ๆ

ถ้าอยู่คนเดียวและไม่มั่นใจว่าอาการรุนแรงแค่ไหน ให้โทรหาคนในบ้านหรือเพื่อนบ้านให้มาช่วยก่อนตัดสินใจขยับตัวผู้สูงอายุ เพราะการรีบเคลื่อนย้ายคนที่อาจกระดูกหักอาจทำให้บาดเจ็บมากขึ้น

  • คุกเข่าลงระดับเดียวกัน ไม่ก้มมองจากที่สูง
  • เรียกชื่อและถามคำถามง่าย ๆ เพื่อดูความรู้สึกตัว
  • ถามตำแหน่งที่เจ็บก่อนจะแตะต้องหรือขยับตัว
  • ถ้าไม่มั่นใจ ให้เรียกคนช่วยก่อนตัดสินใจใด ๆ

เมื่อไม่มีสัญญาณอันตราย และผู้สูงอายุยืนยันว่าลุกไหว

หากผู้สูงอายุรู้สึกตัวดี พูดจารู้เรื่อง ไม่มีจุดที่เจ็บรุนแรง และยืนยันว่าอยากลุกเอง ให้ช่วยแบบเป็นขั้นตอน ไม่ใช่ดึงขึ้นทันที เริ่มจากช่วยพลิกตัวเป็นท่าคว่ำหรือตะแคง แล้วค่อยดันตัวขึ้นเป็นท่าคลาน จากนั้นจับเก้าอี้หรือของมั่นคงเพื่อไต่ตัวขึ้นเป็นท่านั่งก่อน พักสักครู่ให้หายใจปกติ แล้วจึงค่อยยืนขึ้นช้า ๆ

ห้ามดึงที่แขนหรือรักแร้เพื่อฉุดขึ้นตรง ๆ เพราะแรงดึงลักษณะนี้อาจทำให้ไหล่หลุดหรือกล้ามเนื้อฉีกได้ โดยเฉพาะถ้าผู้สูงอายุมีกระดูกเปราะบางอยู่แล้ว หากผู้ดูแลรู้สึกว่าต้องออกแรงมากเกินกำลังตัวเอง ควรรอคนช่วยเพิ่มแทนที่จะฝืนยกคนเดียว เพราะความเสี่ยงบาดเจ็บหลังของผู้ดูแลเองก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่ควรมองข้าม

  • พลิกตัวเป็นท่าตะแคงหรือคว่ำก่อน ไม่ดึงขึ้นตรง ๆ
  • ให้ไต่ตัวขึ้นเป็นท่านั่งโดยใช้เก้าอี้หรือของมั่นคงเป็นที่ยัน
  • พักในท่านั่งสักครู่ก่อนยืน เพื่อลดความเสี่ยงหน้ามืดจากความดันตก
  • ถ้าต้องออกแรงมากเกินไป ให้รอคนช่วยเพิ่มแทนการฝืนยกคนเดียว

การเฝ้าสังเกตหลังจากลุกขึ้นแล้ว

แม้ผู้สูงอายุจะลุกเดินได้เองและดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ควรเฝ้าสังเกตต่อเนื่องอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพราะการบาดเจ็บที่ศีรษะบางชนิดแสดงอาการช้า และรอยฟกช้ำภายในบางตำแหน่งอาจขยายตัวภายหลัง ควรจดเวลาที่ล้ม ท่าทางตอนล้ม อาการก่อนล้ม เช่น เวียนศีรษะหรือสะดุดสิ่งใด และอาการหลังล้มไว้เป็นข้อมูล เพื่อนำไปเล่าให้แพทย์ฟังหากต้องไปพบ

ควรสังเกตพฤติกรรมการกินและการเข้าห้องน้ำในช่วงนี้ด้วย เพราะถ้าผู้สูงอายุเริ่มกินน้อยลง ปัสสาวะน้อยลง หรือดูซึมลงเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติที่ยังไม่ปรากฏชัดตอนแรก

  • จดเวลา ท่าทาง และอาการก่อนและหลังหกล้มไว้เป็นบันทึก
  • สังเกตการกิน การนอน และการเข้าห้องน้ำในช่วง 24-48 ชั่วโมงถัดไป
  • สังเกตรอยฟกช้ำว่าขยายตัวหรือบวมมากขึ้นหรือไม่

เตรียมข้อมูลก่อนไปพบแพทย์หรือนัดประเมินความเสี่ยงหกล้ม

หากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หกล้ม ควรถือเป็นโอกาสพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงหกล้มอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รอให้ล้มรุนแรงกว่านี้ก่อน สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยคือรายการยาทั้งหมดที่กินอยู่ รวมถึงยาที่ซื้อเองและอาหารเสริม เพราะยาบางกลุ่มเพิ่มความเสี่ยงวิงเวียนหรือความดันตก และแพทย์อาจต้องทบทวนร่วมกับเภสัชกร

การพาข้อมูลประวัติหกล้มครั้งก่อน ๆ ไปด้วย รวมถึงบอกลักษณะบ้านคร่าว ๆ เช่น มีบันไดกี่ขั้น ห้องน้ำเป็นแบบไหน จะช่วยให้ทีมผู้เชี่ยวชาญประเมินได้ครบทั้งตัวคนและสภาพแวดล้อม ไม่ใช่มองแค่ร่างกายอย่างเดียว

  • ทำรายการยาทั้งหมดรวมยาซื้อเองและอาหารเสริมไปด้วย
  • จดจำนวนครั้งและลักษณะการหกล้มที่ผ่านมา
  • เตรียมข้อมูลสภาพบ้านคร่าว ๆ เช่น บันได ห้องน้ำ และแสงสว่าง

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่ารีบพยุงหรือดึงให้ลุกทันทีก่อนถามอาการและประเมินความรู้สึกตัว
  • อย่าดึงที่แขนหรือรักแร้เพื่อฉุดขึ้น เพราะอาจทำให้ไหล่หลุดหรือกระดูกที่เปราะบางบาดเจ็บเพิ่ม
  • อย่าฝืนให้เดินหรือลงน้ำหนักขาถ้าผู้สูงอายุบอกว่าเจ็บสะโพกมากหรือขาดูผิดรูป
  • อย่าปล่อยผ่านความสับสนหรือซึมลงหลังหกล้มโดยคิดว่าแค่ตกใจ
  • อย่าคิดว่าถ้าลุกเดินได้เองแล้วคือปลอดภัยแน่นอนโดยไม่เฝ้าสังเกตต่อ
  • อย่ารอให้หกล้มซ้ำหลายครั้งก่อนพาไปประเมินความเสี่ยงอย่างจริงจัง

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีถ้าปลุกไม่ค่อยตื่น ซึมลงผิดปกติ หายใจผิดปกติ หรือขยับแขนขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้
  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีถ้าศีรษะกระแทกพื้นแรงร่วมกับอาเจียน ปวดศีรษะรุนแรง หรือเริ่มพูดจาสับสนภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีถ้าปวดสะโพกหรือขาจนลุกไม่ขึ้น ขาผิดรูป หรือมีเลือดออกมากที่หยุดไม่อยู่
  • ควรพาไปพบแพทย์ภายในวันเดียวกันถ้าปวดต่อเนื่องแม้จะพอเดินได้ หรือมีรอยฟกช้ำใหญ่ผิดปกติ
  • ควรนัดพบแพทย์เร็ว ๆ นี้ถ้านี่เป็นการหกล้มซ้ำภายในหกเดือนที่ผ่านมา แม้ครั้งนี้จะไม่บาดเจ็บรุนแรงก็ตาม
  • ให้เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไปถ้าไม่มีสัญญาณอันตรายใด ๆ แต่รู้สึกว่าตัวเองทรงตัวไม่มั่นคงเหมือนก่อน

เช็กลิสต์สรุป

  • คุกเข่าระดับเดียวกันและถามชื่อก่อนขยับตัวผู้สูงอายุ
  • ประเมินตำแหน่งที่เจ็บ โดยเฉพาะศีรษะ สะโพก และข้อมือ
  • สังเกตความรู้สึกตัวและคำพูดว่าสับสนหรือไม่
  • ถ้าจะช่วยลุก ให้พลิกตะแคงก่อน ไม่ดึงขึ้นตรง ๆ
  • เฝ้าสังเกตอาการต่ออีก 24-48 ชั่วโมง
  • จดเวลา ท่าทาง และอาการก่อนหลังหกล้มไว้เป็นบันทึก
  • เตรียมรายการยาไว้ให้พร้อมก่อนไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าผู้สูงอายุหกล้มแล้วไม่ร้องเจ็บเลย แปลว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม

ไม่แน่นอน ผู้สูงอายุบางคนมีอาการแสดงไม่ตรงแบบ คือแม้กระดูกจะหักหรือบาดเจ็บจริงก็อาจไม่ได้ร้องเจ็บชัดเจนอย่างที่คาดหวัง ให้สังเกตว่าลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาได้ปกติหรือไม่ และดูว่าขาทั้งสองข้างยาวเท่ากันหรือผิดรูปหรือไม่ แทนที่จะตัดสินจากเสียงร้องเพียงอย่างเดียว

อยู่บ้านคนเดียวแล้วหกล้ม จะโทรขอความช่วยเหลือได้อย่างไรถ้าลุกไม่ไหว

ถ้าโทรศัพท์อยู่ในระยะเอื้อมถึง ให้โทรหาคนในครอบครัวหรือ 1669 ทันที หากมีอุปกรณ์แจ้งเหตุฉุกเฉินติดตัวหรือติดผนังในบ้านก็ให้ใช้ทันที นี่คือเหตุผลที่ครอบครัวควรเตรียมช่องทางแจ้งเหตุที่เข้าถึงง่ายไว้ล่วงหน้า เช่น โทรศัพท์ที่วางใกล้ตัวเสมอหรืออุปกรณ์เรียกฉุกเฉินแบบพกพา

หกล้มแล้วไม่มีแผลภายนอกเลย ต้องพาไปโรงพยาบาลไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ถ้ามีสัญญาณอย่างศีรษะกระแทกแรง ปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อย ๆ อาเจียน สับสน หรือซึมลงภายในไม่กี่ชั่วโมง ควรไปห้องฉุกเฉินทันทีแม้ผิวหนังจะไม่มีบาดแผลให้เห็น เพราะการบาดเจ็บภายในศีรษะไม่จำเป็นต้องมีแผลภายนอกเสมอ

ทำไมผู้สูงอายุบางคนถึงหกล้มบ่อยโดยไม่มีอะไรสะดุด

กรณีนี้มักเกี่ยวข้องกับความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ซึ่งทำให้หน้ามืดตอนลุกขึ้นเร็ว หรือเกี่ยวข้องกับยาบางกลุ่มที่กินร่วมกันหลายชนิด ควรพาไปพบแพทย์เพื่อทบทวนรายการยาและตรวจความดันทั้งท่านอนและท่ายืน แทนที่จะสรุปเองว่าผู้สูงอายุแค่เดินไม่ระวัง

ควรพยุงผู้สูงอายุลุกด้วยการจับแขนหรือรักแร้ไหม

ไม่ควรใช้วิธีจับแขนหรือรักแร้ดึงขึ้นตรง ๆ เพราะเสี่ยงทำให้ไหล่หลุดหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ ควรให้ผู้สูงอายุพลิกตัวเป็นท่าตะแคงหรือคว่ำก่อน แล้วไต่ตัวขึ้นเป็นท่านั่งโดยใช้เก้าอี้หรือของมั่นคงเป็นที่ยัน หากไม่มั่นใจว่าจะทำอย่างไรให้ปลอดภัย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดสอนเทคนิคที่เหมาะกับสภาพร่างกายจริง

หกล้มแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สามในรอบปี ต้องทำอย่างไรต่อ

การหกล้มซ้ำหลายครั้งในรอบปีเป็นสัญญาณว่าควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงหกล้มอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รอดูไปเรื่อย ๆ แพทย์อาจตรวจการทรงตัว ทบทวนรายการยา และประเมินสภาพบ้านร่วมด้วย เพื่อหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ก่อนเกิดการบาดเจ็บรุนแรงกว่านี้

สรุป

  • การหกล้มของผู้สูงอายุต้องประเมินก่อนช่วยลุกเสมอ ไม่ใช่รีบพยุงขึ้นทันที เพราะอาการบางอย่างอย่างกระดูกสะโพกหักหรือภาวะสับสนเฉียบพลันอาจไม่แสดงออกชัดเจนแบบที่คนทั่วไปคาดหวัง
  • สัญญาณอันตรายอย่างปลุกไม่ตื่น ขยับแขนขาไม่ได้ หรือลุกไม่ขึ้นเพราะปวดสะโพก คือจุดที่ต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาลองวิธีอื่นก่อน
  • แม้จะดูเหมือนล้มเบา ๆ และลุกเดินได้เอง ก็ยังต้องเฝ้าสังเกตต่ออีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน และจดบันทึกอาการไว้เป็นข้อมูลให้แพทย์
  • ถ้านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หกล้ม ควรถือเป็นสัญญาณให้พาไปประเมินความเสี่ยงหกล้มอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รอให้เกิดซ้ำจนบาดเจ็บหนักกว่าเดิม

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง