สูงวัยไทย
ใส่เครื่องช่วยฟังทุกวันให้ได้ผลจริง ต้องทำอะไรบ้างนอกจากใส่แล้วเปิด
พิมพ์เมื่อ 6 สิงหาคม 2026
ใส่เครื่องช่วยฟังทุกวันให้ได้ผลจริง ต้องทำอะไรบ้างนอกจากใส่แล้วเปิด
ขั้นตอนใช้เครื่องช่วยฟังในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ตั้งแต่กิจวัตรใส่ตอนเช้า การทำความสะอาด ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเสียงหวีดหรือฟังไม่ชัดเฉพาะสถานการณ์
ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- เครื่องช่วยฟังจะได้ผลจริงเมื่อกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำถูกขั้นตอนทุกวัน ไม่ใช่แค่ใส่ตอนเช้าแล้วลืมดูแลจนถึงเย็น การใส่ ทำความสะอาด และเก็บรักษาที่ถูกวิธีมีผลต่อคุณภาพเสียงมากพอ ๆ กับการเลือกซื้อเครื่องที่ดี
- ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้งานประจำวันคือเสียงหวีดตอนใส่ ฟังไม่ชัดในร้านอาหารหรือที่มีเสียงรบกวน และแบตเตอรี่หมดกะทันหัน ซึ่งแต่ละปัญหามีวิธีแก้เฉพาะที่ทำได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องรอนัดร้านเครื่องช่วยฟังทุกครั้ง
- ผู้สูงอายุที่มีมือสั่นหรือสายตาไม่ดีอาจต้องการเทคนิคเฉพาะในการใส่และเปลี่ยนแบตเตอรี่ ครอบครัวควรฝึกทำร่วมกันจนคล่องแทนการช่วยทำแทนทุกครั้งซึ่งอาจลดความมั่นใจของผู้สูงอายุในระยะยาว
- บทความนี้เป็นแนวทางการใช้งานประจำวัน ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือปรับตั้งค่าทางเทคนิคของเครื่อง หากมีปัญหาด้านเสียงที่แก้ไม่ได้ด้วยวิธีพื้นฐาน ควรนัดพบนักโสตสัมผัสวิทยาหรือร้านที่จำหน่ายเครื่อง
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุมีเครื่องช่วยฟังอยู่แล้วแต่ยังใช้ไม่คล่อง หรือมักถอดเก็บเพราะรำคาญเสียงหวีดหรือรู้สึกไม่สบายหู
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการกิจวัตรที่ทำซ้ำได้ทุกวันแทนการจำวิธีใช้แบบไม่มีขั้นตอนชัดเจน
- ไม่เหมาะกับกรณีที่ยังไม่เคยตรวจการได้ยินหรือยังไม่มีเครื่องช่วยฟัง ซึ่งควรเริ่มจากการตรวจการได้ยินและเลือกเครื่องที่เหมาะสมก่อน
สิ่งที่ควรรู้
การได้ยินลดลงตามวัยกับปัญหาที่เครื่องช่วยฟังแก้ไม่ได้ทั้งหมด
การได้ยินเสื่อมตามวัยหรือ presbycusis ทำให้ฟังเสียงแหลมและพยัญชนะบางตัวยากขึ้นก่อนเสียงทุ้ม เครื่องช่วยฟังช่วยขยายเสียงและปรับความถี่ให้เหมาะกับรูปแบบการได้ยินที่เสียไป แต่ไม่สามารถทำให้ได้ยินชัดเจนเท่าคนหูปกติในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะที่มีเสียงรบกวนหลายทิศทางพร้อมกัน
ครอบครัวควรเข้าใจข้อจำกัดนี้ตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้คาดหวังว่าใส่เครื่องแล้วจะได้ยินเหมือนปกติทุกที่ทุกเวลา การรู้ข้อจำกัดช่วยให้เตรียมกลยุทธ์เสริม เช่น เลือกที่นั่งในร้านอาหารหรือลดเสียงรบกวนพื้นหลัง แทนการโทษว่าเครื่องไม่ดี
กิจวัตรตอนเช้าที่ทำให้ใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่มีปัญหา
การตรวจสภาพเครื่องก่อนใส่ทุกเช้าเป็นขั้นตอนที่หลายครอบครัวข้ามไป ทั้งที่ช่วยป้องกันปัญหาระหว่างวันได้มาก เช่น เช็กว่าแบตเตอรี่ยังมีไฟเพียงพอ ไม่มีขี้หูอุดตันที่ช่องรับเสียง และตัวเครื่องไม่ชื้นจากเหงื่อหรือความชื้นค้างจากคืนก่อน ผู้สูงอายุที่มีมือสั่นหรือสายตาไม่ดีอาจต้องการแสงเพิ่มเติมบริเวณจุดใส่เครื่องและควรฝึกจับตำแหน่งใส่ด้วยความรู้สึกมากกว่าพึ่งการมองเห็นอย่างเดียว
การใส่เครื่องช่วยฟังควรทำเป็นกิจวัตรเดียวกับกิจกรรมประจำวันอื่น เช่น หลังแปรงฟันตอนเช้า เพื่อให้จำได้ง่ายและไม่ลืม ผู้ดูแลควรฝึกให้ผู้สูงอายุทำเองให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วช่วยเฉพาะจุดที่ทำเองไม่ได้จริง ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (ADL) ไว้ให้นานที่สุด
แก้ปัญหาเสียงหวีดและฟังไม่ชัดเฉพาะสถานการณ์
เสียงหวีดหรือเสียงฟีดแบ็กมักเกิดจากใส่เครื่องไม่แนบสนิทกับช่องหู หรือมีขี้หูอุดตันจนเสียงสะท้อนกลับเข้าไมโครโฟนของเครื่อง วิธีแก้เบื้องต้นคือถอดออกแล้วใส่ใหม่ให้แนบสนิท และตรวจว่าไม่มีขี้หูอุดตันที่ปลายเครื่องหรือช่องหู หากทำแล้วยังมีเสียงหวีดบ่อยควรนัดตรวจการพอดีของเครื่องกับช่องหูใหม่
การฟังไม่ชัดในที่มีเสียงรบกวนอย่างร้านอาหารหรืองานเลี้ยงเป็นข้อจำกัดที่พบบ่อยของเครื่องช่วยฟังทุกรุ่น กลยุทธ์ที่ช่วยได้คือเลือกนั่งหันหลังให้ผนังแทนกลางห้องที่เสียงสะท้อนหลายทิศทาง นั่งใกล้คนที่ต้องการฟังมากที่สุด และหลีกเลี่ยงจุดที่มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเป่าใกล้ไมโครโฟนของเครื่อง
เมื่อผู้สูงอายุมีภาวะเปราะบางหรือมือสั่น การใส่เครื่องต้องปรับวิธี
ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง (frailty) หรือมือสั่นจากโรคประจำตัวบางชนิดอาจทำให้ใส่เครื่องช่วยฟังชิ้นเล็กได้ยากขึ้น การเลือกท่านั่งที่มั่นคง วางข้อศอกพักบนโต๊ะขณะใส่ และฝึกด้วยการทำซ้ำช้า ๆ หลายรอบช่วยลดความยากได้มากกว่าการรีบทำให้เสร็จเร็ว
ควรสังเกตด้วยว่าถ้าผู้สูงอายุเริ่มทำเองไม่ได้จากที่เคยทำได้ ไม่ใช่แค่เรื่องความยากของอุปกรณ์เสมอไป อาจสะท้อนความสามารถด้านการเคลื่อนไหวหรือการมองเห็นที่เปลี่ยนไป ซึ่งควรแจ้งแพทย์ประจำตัวให้ทราบเพื่อประเมินภาพรวม ไม่ใช่แค่ปรับวิธีใส่เครื่องอย่างเดียว

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: ตรวจสภาพเครื่องก่อนใส่ทุกเช้า
เช็กระดับแบตเตอรี่ ตรวจช่องรับเสียงว่าไม่มีขี้หูอุดตัน และเช็ดตัวเครื่องให้แห้งหากมีความชื้นค้างจากคืนก่อน ทำในที่มีแสงเพียงพอและนั่งในท่ามั่นคง
ขั้นที่ 2: ใส่เครื่องให้แนบสนิทและทดสอบเสียง
ใส่เครื่องให้แนบกับช่องหูสนิท เปิดเครื่องแล้วฟังเสียงพูดปกติสักประโยคเพื่อเช็กว่าไม่มีเสียงหวีดหรือเสียงผิดปกติก่อนออกจากบ้าน
- หากมีเสียงหวีด ให้ถอดออกแล้วใส่ใหม่ให้แนบสนิทกว่าเดิม
- หากเสียงเบาผิดปกติ เช็กว่าแบตเตอรี่ยังมีไฟเพียงพอ
- หากยังผิดปกติหลังลองสองครั้ง ให้พักใช้และนัดตรวจกับร้านเครื่องช่วยฟัง
ขั้นที่ 3: ปรับกลยุทธ์ฟังตามสถานการณ์ระหว่างวัน
ในที่มีเสียงรบกวน เช่น ร้านอาหารหรืองานเลี้ยง ให้เลือกนั่งหันหลังชนผนัง นั่งใกล้คนที่ต้องการฟัง และหลีกเลี่ยงจุดที่มีลมพัดแรงใกล้ไมโครโฟนของเครื่อง
ขั้นที่ 4: ถอดเก็บและทำความสะอาดก่อนนอน
ถอดเครื่องออกก่อนนอนทุกคืน เช็ดทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต เปิดฝาช่องแบตเตอรี่ทิ้งไว้เพื่อระบายความชื้น และเก็บในกล่องที่แห้งพ้นมือเด็กหรือสัตว์เลี้ยง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าข้ามการตรวจสภาพเครื่องตอนเช้าเพราะรีบ เนื่องจากปัญหาเล็กที่ไม่ได้แก้ตอนเช้ามักลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ระหว่างวัน
- อย่าใส่เครื่องช่วยฟังลงอ่างน้ำ ฝักบัว หรือเปียกน้ำโดยตรง เพราะความชื้นทำให้วงจรภายในเสียหาย
- อย่าช่วยใส่และถอดเครื่องแทนทุกครั้งหากผู้สูงอายุยังทำเองได้ เพราะจะลดความมั่นใจและความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันในระยะยาว
- อย่าเก็บเครื่องไว้ในที่ร้อนจัดหรือแสงแดดจ้า เช่น บนแผงหน้าปัดรถยนต์
- อย่าปล่อยให้เสียงหวีดหรือฟังไม่ชัดต่อเนื่องหลายวันโดยไม่นัดตรวจ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าเครื่องไม่พอดีกับช่องหูแล้ว
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการปวดหูรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับมีไข้สูง เวียนศีรษะรุนแรง หรือสูญเสียการได้ยินกะทันหันข้างเดียวโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะการสูญเสียการได้ยินฉับพลันต้องได้รับการประเมินโดยเร็วที่สุด
- พบแพทย์หรือร้านเครื่องช่วยฟังภายในสัปดาห์นี้ หากมีอาการปวดหูเรื้อรัง มีของเหลวไหลออกจากหู หรือรู้สึกอึดอัดในช่องหูทุกครั้งที่ใส่เครื่อง
- นัดตรวจการพอดีของเครื่องเมื่อมีเสียงหวีดต่อเนื่องเกินสองถึงสามวันแม้ปรับตำแหน่งใส่แล้ว หรือเมื่อรู้สึกว่าฟังไม่ชัดกว่าเดิมทั้งที่เครื่องยังใช้งานปกติ
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากพบว่าผู้สูงอายุเริ่มใส่เครื่องเองไม่ได้จากที่เคยทำได้ เพื่อนำไปคุยกับแพทย์ประจำตัวว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านการเคลื่อนไหวหรือการมองเห็นร่วมด้วยหรือไม่
เช็กลิสต์สรุป
- ตรวจแบตเตอรี่และช่องรับเสียงก่อนใส่ทุกเช้า
- ใส่เครื่องให้แนบสนิทและทดสอบฟังเสียงก่อนออกจากบ้าน
- เตรียมกลยุทธ์นั่งในที่มีเสียงรบกวน เช่น หันหลังชนผนัง
- ถอดเก็บและทำความสะอาดเครื่องก่อนนอนทุกคืน
- เปิดฝาช่องแบตเตอรี่ทิ้งไว้ระบายความชื้นตอนกลางคืน
- ฝึกให้ผู้สูงอายุใส่และถอดเครื่องเองให้มากที่สุด
- นัดตรวจกับร้านเครื่องช่วยฟังหากมีเสียงหวีดต่อเนื่องเกินสองสามวัน
คำถามที่พบบ่อย
คุณตาใส่เครื่องช่วยฟังแล้วมีเสียงหวีดตลอด ต้องทำอย่างไรก่อน
ให้ถอดเครื่องออกแล้วใส่ใหม่ให้แนบสนิทกับช่องหู และตรวจว่าไม่มีขี้หูอุดตันที่ปลายเครื่องหรือในช่องหู ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของเสียงหวีด หากลองสองครั้งแล้วยังมีเสียงหวีดอยู่ ควรนัดตรวจการพอดีของเครื่องกับร้านที่จำหน่าย
ทำไมคุณยายใส่เครื่องช่วยฟังแล้วยังฟังไม่ชัดตอนอยู่ในร้านอาหาร
เพราะเครื่องช่วยฟังขยายเสียงทุกทิศทางรวมถึงเสียงรบกวนพื้นหลัง ไม่ได้กรองเฉพาะเสียงพูดที่ต้องการฟัง การเลือกนั่งหันหลังชนผนัง นั่งใกล้คนที่ต้องการฟังมากที่สุด และเลี่ยงจุดที่มีลมพัดใกล้ไมโครโฟนของเครื่อง ช่วยลดปัญหานี้ได้มากแม้ไม่ได้แก้ที่ตัวเครื่อง
ต้องถอดเครื่องช่วยฟังตอนอาบน้ำหรือไม่
ต้องถอดเสมอ เครื่องช่วยฟังส่วนใหญ่ไม่สามารถกันน้ำได้เต็มที่ ความชื้นจากอ่างน้ำหรือฝักบัวอาจทำให้วงจรภายในเสียหายถาวร ควรถอดเก็บในที่แห้งก่อนอาบน้ำทุกครั้งและใส่กลับหลังจากที่หูแห้งสนิทแล้ว
คุณพ่อมือสั่นใส่เครื่องช่วยฟังเองไม่ได้ ต้องช่วยใส่ให้ทุกครั้งไหม
ควรฝึกให้ทำเองก่อนด้วยการนั่งท่ามั่นคง วางข้อศอกพักบนโต๊ะ และทำซ้ำช้า ๆ หลายรอบ แทนการช่วยใส่ให้ทันทีทุกครั้ง เพราะการรักษาความสามารถทำเองช่วยรักษาความมั่นใจในระยะยาว แต่หากเพิ่งเริ่มทำเองไม่ได้ทั้งที่เคยทำได้มาก่อน ควรแจ้งแพทย์ประจำตัวเพื่อประเมินสาเหตุร่วมด้วย
แบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังหมดกะทันหันตอนอยู่นอกบ้าน ควรเตรียมอะไรไว้
ควรพกแบตเตอรี่สำรองติดกระเป๋าเสมอ และสอนให้ผู้สูงอายุรู้วิธีเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตัวเองในกรณีฉุกเฉิน หรือมีเบอร์โทรผู้ดูแลที่ติดต่อได้ทันทีหากเปลี่ยนเองไม่ได้ การเตรียมแผนสำรองล่วงหน้าช่วยลดความกังวลเมื่อต้องออกนอกบ้านนาน
เครื่องช่วยฟังใส่แล้วยังฟังไม่ชัดเหมือนหูปกติ ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ เครื่องช่วยฟังช่วยขยายเสียงและปรับความถี่ตามรูปแบบการได้ยินที่เสียไป แต่ไม่สามารถทำให้ได้ยินชัดเจนเท่าหูปกติในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะที่มีเสียงรบกวนหลายทิศทาง การเข้าใจข้อจำกัดนี้ช่วยลดความผิดหวังและช่วยให้เตรียมกลยุทธ์เสริมแทนการคิดว่าเครื่องเสียหรือเลือกผิดรุ่น
สรุป
- เครื่องช่วยฟังจะได้ผลดีเมื่อกลายเป็นกิจวัตรที่ทำถูกขั้นตอนทุกวัน ตั้งแต่ตรวจสภาพตอนเช้าจนถึงทำความสะอาดก่อนนอน
- เสียงหวีดและฟังไม่ชัดในที่มีเสียงรบกวนเป็นปัญหาที่พบบ่อยแต่มีวิธีแก้เบื้องต้นที่ทำได้เองก่อนนัดร้านทุกครั้ง
- ควรฝึกให้ผู้สูงอายุใส่และดูแลเครื่องเองให้มากที่สุดเพื่อรักษาความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ไม่ใช่ช่วยทำแทนทุกขั้นตอน
- หากเริ่มใส่เครื่องเองไม่ได้จากที่เคยทำได้ ควรมองว่าอาจเป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายที่ต้องแจ้งแพทย์ ไม่ใช่แค่ปัญหาความคล่องแคล่ว
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้านประสาทสัมผัส — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- Deafness and hearing loss — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- ข้อมูลสิทธิและบริการสำหรับผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ดูแลเครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เช็กอะไรบ้างในแต่ละวันและแต่ละสัปดาห์
เช็กลิสต์ดูแลเครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุ แยกรายการที่ต้องเช็กทุกวัน ทุกสัปดาห์ และก่อนออกเดินทางไกล เพื่อให้เครื่องใช้งานได้ต่อเนื่องและปลอดภัย

เลือกและใช้เครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุ เริ่มตรงไหนก่อนถึงจะไม่เสียเงินเปล่า
แนวทางเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่การตรวจการได้ยินก่อนซื้อ วิธีเลือกชนิดที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการฝึกใช้และดูแลรักษาให้คุ้มค่าจริง

7 ความผิดพลาดที่ทำให้เครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุในบ้านใช้ไม่ได้ผลจริง
ครอบครัวจำนวนมากซื้อเครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุแล้วสุดท้ายถูกเก็บในลิ้นชัก บทความนี้รวมความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและวิธีแก้ไขแต่ละจุดอย่างเป็นรูปธรรม