สูงวัยไทย

เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เลือกแบบทัดหลังหู ใส่ในช่องหู หรือชนิดชาร์จไฟ

เครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบและหลายฟังก์ชัน บทนี้เปรียบเทียบแบบทัดหลังหู ใส่ในช่องหู ชนิดใช้ถ่านกับชนิดชาร์จไฟ พร้อมจุดที่ควรถามนักโสตสัมผัสวิทยาก่อนตัดสินใจซื้อ

11 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

Senior woman in red using smartphone with headphones outdoors.

รูปภาพโดย Anna Shvets / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • เครื่องช่วยฟังชนิดทัดหลังหู (BTE) มีขนาดใหญ่กว่า ปรับตั้งง่ายและทนทาน เหมาะกับผู้สูงอายุที่มือสั่นหรือหยิบจับอุปกรณ์ชิ้นเล็กลำบาก
  • ชนิดใส่ในช่องหู (ITE) หรือใส่ในรูหู (ITC) มีขนาดเล็กกว่า มองเห็นไม่ชัดจากภายนอก แต่หยิบจับและเปลี่ยนถ่านยากกว่าสำหรับคนมือสั่น
  • ชนิดชาร์จไฟสะดวกกว่าสำหรับผู้ที่เปลี่ยนถ่านเองลำบาก แต่ต้องมั่นใจว่าจำชาร์จทุกคืนได้สม่ำเสมอ ส่วนชนิดใช้ถ่านต้องมีคนช่วยเปลี่ยนถ่านเป็นระยะ
  • ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรตรวจการได้ยินและปรึกษานักโสตสัมผัสวิทยาก่อนซื้อเสมอ ไม่ควรซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปมาใช้แทนเครื่องช่วยฟังที่ปรับตามระดับการสูญเสียการได้ยินจริง

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ตรวจพบว่าต้องใช้เครื่องช่วยฟังแล้ว และกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกชนิดไหน
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องช่วยเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะกับความคล่องแคล่วของมือและไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุ
  • เหมาะเป็นพิเศษกับผู้ที่มีปัญหามือสั่นหรือมีภาวะเปราะบางที่ทำให้หยิบจับอุปกรณ์ชิ้นเล็กลำบาก
  • ไม่ใช่บทความสำหรับตรวจการได้ยิน ซึ่งมีบทความแยกต่างหากสำหรับการตัดสินใจว่าควรตรวจการได้ยินที่ไหนก่อน

สิ่งที่ควรรู้

ชนิดทัดหลังหู (BTE) เหมาะกับใคร

เครื่องช่วยฟังชนิดทัดหลังหูมีตัวเครื่องอยู่ด้านหลังใบหู ต่อสายเข้าช่องหูด้วยพลาสติกใส เหมาะกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรง และเหมาะกับผู้ที่มือสั่นหรือมีปัญหาการหยิบจับ เพราะปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่กว่าชนิดอื่น

  • ปรับระดับเสียงและปุ่มควบคุมง่ายกว่าสำหรับมือที่ไม่คล่องแคล่ว
  • ทนทาน บำรุงรักษาง่าย
  • มองเห็นได้จากภายนอกชัดเจนกว่าชนิดใส่ในช่องหู

ชนิดใส่ในช่องหู (ITE/ITC) เหมาะกับใคร

เครื่องช่วยฟังชนิดนี้มีขนาดเล็กและใส่พอดีในช่องหู มองเห็นได้ยากจากภายนอก เหมาะกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและต้องการความสวยงามหรือความสะดวกในการสวมใส่ แต่ปุ่มควบคุมมีขนาดเล็ก อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มือสั่นมากหรือมีภาวะเปราะบางที่กระทบความคล่องแคล่วของนิ้วมือ

ชนิดใช้ถ่านกับชนิดชาร์จไฟ

เครื่องช่วยฟังชนิดใช้ถ่านต้องเปลี่ยนถ่านเป็นระยะ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ผู้สูงอายุบางคนหยิบจับลำบาก จำเป็นต้องมีคนช่วยเปลี่ยนถ่านให้เป็นประจำ

ชนิดชาร์จไฟสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องเปลี่ยนถ่าน เพียงวางบนแท่นชาร์จก่อนนอน แต่ต้องมั่นใจว่าผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลจำชาร์จได้สม่ำเสมอทุกคืน ไม่เช่นนั้นอาจไม่มีเสียงใช้ในเช้าวันถัดไป

  • ชนิดใช้ถ่าน - ต้องมีคนช่วยเปลี่ยนถ่านเป็นระยะ
  • ชนิดชาร์จไฟ - สะดวกกว่าแต่ต้องชาร์จสม่ำเสมอทุกคืน

ทำไมต้องปรึกษานักโสตสัมผัสวิทยาก่อนซื้อ

เครื่องช่วยฟังที่ดีต้องปรับตั้งค่าให้ตรงกับระดับและรูปแบบการสูญเสียการได้ยินของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละความถี่เสียง การซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปที่ขายตามท้องตลาดโดยไม่ผ่านการปรับตั้งเฉพาะบุคคล อาจขยายเสียงผิดความถี่จนไม่ช่วยให้ฟังชัดขึ้นหรือทำให้รู้สึกไม่สบายหู

ระยะเวลาปรับตัวและงบประมาณที่ควรเผื่อไว้

การใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกต้องใช้เวลาปรับตัวหลายสัปดาห์ เพราะสมองต้องเรียนรู้ใหม่ที่จะแยกแยะเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ผู้สูงอายุบางคนอาจรู้สึกว่าเสียงตัวเองดังผิดปกติในช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

ด้านงบประมาณ ควรสอบถามราคาทั้งค่าตัวเครื่อง ค่าปรับตั้ง และค่าบำรุงรักษาในระยะยาว รวมถึงระยะเวลารับประกันและบริการหลังการขาย เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างร้านหรือหน่วยบริการต่างๆ ก่อนตัดสินใจ

Close-up of a senior man with a beard and glasses, listening to music with headphones.

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1 ตรวจการได้ยินให้แน่ใจก่อน

ตรวจการได้ยินกับนักโสตสัมผัสวิทยาหรือแพทย์หูคอจมูกก่อนเสมอ เพื่อทราบระดับและรูปแบบการสูญเสียการได้ยิน ซึ่งเป็นข้อมูลจำเป็นสำหรับปรับตั้งเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสม

ขั้นที่ 2 ประเมินความคล่องแคล่วของมือ

พิจารณาว่าผู้สูงอายุหยิบจับอุปกรณ์ชิ้นเล็กได้คล่องแคล่วแค่ไหน หากมือสั่นหรือมีภาวะเปราะบางที่กระทบการหยิบจับ ควรเลือกชนิดทัดหลังหูที่ปุ่มควบคุมใหญ่กว่า

ขั้นที่ 3 พิจารณาความสม่ำเสมอในการดูแล

ถ้ามีผู้ดูแลที่ช่วยเปลี่ยนถ่านหรือชาร์จอุปกรณ์ได้สม่ำเสมอ ทั้งสองแบบเป็นไปได้ แต่ถ้าผู้สูงอายุอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ควรเลือกแบบที่ดูแลง่ายที่สุดสำหรับตัวเอง

ขั้นที่ 4 ทดลองใช้และนัดปรับตั้งซ้ำ

หลังได้รับเครื่องช่วยฟัง ควรทดลองใช้ในสถานการณ์จริง เช่น คุยในบ้านและที่มีเสียงรบกวน แล้วกลับไปนัดปรับตั้งค่าเพิ่มเติมกับนักโสตสัมผัสวิทยาตามความรู้สึกจริงของผู้ใช้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปที่ไม่ผ่านการตรวจและปรับตั้งเฉพาะบุคคลมาใช้แทนเครื่องช่วยฟัง
  • อย่าเลือกชนิดใส่ในช่องหูให้ผู้ที่มือสั่นมากโดยไม่ทดลองหยิบจับจริงก่อน
  • อย่าลืมชาร์จเครื่องช่วยฟังชนิดชาร์จไฟจนแบตหมดกะทันหันในตอนเช้า ควรตั้งเตือนให้ชาร์จเป็นกิจวัตรประจำวันทุกคืน
  • อย่าใช้เครื่องช่วยฟังต่อแม้จะรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองในช่องหูนานเกินสองสามวัน โดยไม่กลับไปปรึกษาผู้ปรับตั้ง

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากมีอาการเวียนศีรษะรุนแรงหรือหน้าเบี้ยวร่วมกับปัญหาการได้ยินกะทันหัน
  • กลับไปพบนักโสตสัมผัสวิทยา หากใส่เครื่องช่วยฟังแล้วยังฟังไม่ชัดในสถานการณ์จริงหรือรู้สึกเจ็บในช่องหู
  • ปรึกษาแพทย์หูคอจมูก หากมีอาการปวดหูหรือมีน้ำไหลออกจากหูขณะใช้เครื่องช่วยฟัง
  • นัดตรวจการได้ยินซ้ำตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อประเมินว่าต้องปรับตั้งเครื่องช่วยฟังเพิ่มเติมหรือไม่

เช็กลิสต์สรุป

  • ตรวจการได้ยินกับนักโสตสัมผัสวิทยาก่อนเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง
  • ประเมินความคล่องแคล่วของมือก่อนเลือกชนิดใส่ในช่องหูหรือทัดหลังหู
  • พิจารณาว่ามีคนช่วยเปลี่ยนถ่านหรือชาร์จอุปกรณ์ได้สม่ำเสมอหรือไม่
  • ทดลองใช้เครื่องช่วยฟังในสถานการณ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ
  • สอบถามสิทธิอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการทางการได้ยินที่อาจใช้ได้
  • นัดปรับตั้งค่าเครื่องช่วยฟังซ้ำหลังใช้งานจริงไปสักระยะ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องช่วยฟังชนิดไหนเหมาะกับผู้ที่มือสั่น

ชนิดทัดหลังหู (BTE) เหมาะกว่าเพราะมีปุ่มควบคุมและตัวเครื่องขนาดใหญ่กว่า หยิบจับและปรับระดับเสียงง่ายกว่าชนิดใส่ในช่องหูซึ่งมีชิ้นส่วนขนาดเล็ก

ซื้อเครื่องขยายเสียงทั่วไปมาใช้แทนเครื่องช่วยฟังได้ไหม

ไม่แนะนำ เครื่องขยายเสียงทั่วไปที่ไม่ผ่านการตรวจและปรับตั้งเฉพาะบุคคลอาจขยายเสียงผิดความถี่จากที่ผู้ใช้สูญเสียการได้ยินจริง ทำให้ไม่ช่วยให้ฟังชัดขึ้นหรืออาจรู้สึกไม่สบายหู ควรตรวจการได้ยินและปรึกษานักโสตสัมผัสวิทยาก่อนเสมอ

เครื่องช่วยฟังชนิดชาร์จไฟดีกว่าชนิดใช้ถ่านไหม

ขึ้นกับความสม่ำเสมอในการดูแล ชนิดชาร์จไฟสะดวกกว่าถ้าจำชาร์จได้ทุกคืน แต่ถ้าลืมชาร์จอาจไม่มีเสียงใช้ในตอนเช้า ส่วนชนิดใช้ถ่านต้องมีคนช่วยเปลี่ยนถ่านเป็นระยะแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกะทันหัน

ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วเจ็บหูควรทำอย่างไร

หากรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองในช่องหูนานเกินสองสามวัน ควรกลับไปปรึกษาผู้ปรับตั้งเครื่องช่วยฟังเพื่อตรวจสอบขนาดและการสวมใส่ ไม่ควรฝืนใช้ต่อเพราะอาจทำให้ผิวช่องหูอักเสบ

มีสิทธิรัฐช่วยค่าเครื่องช่วยฟังไหม

มีสิทธิอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการทางการได้ยินสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ตามระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควรสอบถามรายละเอียดคุณสมบัติและเอกสารที่ต้องใช้กับหน่วยบริการตามสิทธิของตนเองโดยตรง

ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วต้องใช้เวลาปรับตัวนานแค่ไหน

โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ เพราะสมองต้องเรียนรู้ใหม่ที่จะแยกแยะเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่าเสียงตัวเองหรือเสียงแวดล้อมดังผิดปกติ ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่องและกลับไปปรับตั้งค่าเพิ่มเติมกับนักโสตสัมผัสวิทยาตามความรู้สึกจริง

ควรเผื่องบประมาณอะไรบ้างนอกจากค่าตัวเครื่อง และเครื่องขยายเสียงราคาถูกใช้แทนได้ไหม

ควรสอบถามค่าปรับตั้งเครื่อง ค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ค่าถ่านหรือค่าไฟฟ้าสำหรับชาร์จ รวมถึงระยะเวลารับประกันและบริการหลังการขาย เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างร้านหรือหน่วยบริการต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนเครื่องขยายเสียงราคาถูกที่ขายทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้แทนเครื่องช่วยฟังที่ตรวจกับนักโสตสัมผัสวิทยา เพราะเครื่องขยายเสียงทั่วไปเพียงเพิ่มความดังทุกความถี่เท่ากัน ขณะที่เครื่องช่วยฟังที่ปรับตั้งค่าตามผลตรวจการได้ยินจะปรับความดังเฉพาะช่วงความถี่ที่บกพร่อง ทำให้ได้ยินเสียงพูดชัดขึ้นโดยไม่ดังเกินไปในความถี่ที่ยังปกติ ซึ่งส่งผลต่อความสบายในการใช้งานระยะยาวมากกว่าการประหยัดเงินในระยะสั้น

สรุป

  • เครื่องช่วยฟังชนิดทัดหลังหูเหมาะกับผู้ที่มือสั่นหรือหยิบจับอุปกรณ์ชิ้นเล็กลำบาก
  • ชนิดใส่ในช่องหูมีขนาดเล็กและมองเห็นไม่ชัดจากภายนอก แต่ต้องมีความคล่องแคล่วของมือมากกว่า
  • ชนิดชาร์จไฟสะดวกกว่าถ้าจำชาร์จได้สม่ำเสมอ ส่วนชนิดใช้ถ่านต้องมีคนช่วยเปลี่ยนถ่านเป็นระยะ
  • การตรวจการได้ยินและปรึกษานักโสตสัมผัสวิทยาก่อนซื้อเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเลือกชนิดไหน

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกและใช้เครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุ เริ่มตรงไหนก่อนถึงจะไม่เสียเงินเปล่า
health-body

เลือกและใช้เครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุ เริ่มตรงไหนก่อนถึงจะไม่เสียเงินเปล่า

แนวทางเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่การตรวจการได้ยินก่อนซื้อ วิธีเลือกชนิดที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการฝึกใช้และดูแลรักษาให้คุ้มค่าจริง

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที
เช็กลิสต์ดูแลเครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เช็กอะไรบ้างในแต่ละวันและแต่ละสัปดาห์
health-body

เช็กลิสต์ดูแลเครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เช็กอะไรบ้างในแต่ละวันและแต่ละสัปดาห์

เช็กลิสต์ดูแลเครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุ แยกรายการที่ต้องเช็กทุกวัน ทุกสัปดาห์ และก่อนออกเดินทางไกล เพื่อให้เครื่องใช้งานได้ต่อเนื่องและปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
7 ความผิดพลาดที่ทำให้เครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุในบ้านใช้ไม่ได้ผลจริง
health-body

7 ความผิดพลาดที่ทำให้เครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุในบ้านใช้ไม่ได้ผลจริง

ครอบครัวจำนวนมากซื้อเครื่องช่วยฟังให้ผู้สูงอายุแล้วสุดท้ายถูกเก็บในลิ้นชัก บทความนี้รวมความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและวิธีแก้ไขแต่ละจุดอย่างเป็นรูปธรรม

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที