สูงวัยไทย
ฝึกกล้ามเนื้อขาอย่างไรให้ลุกนั่งได้มั่นคงและลดความเสี่ยงหกล้ม
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
ฝึกกล้ามเนื้อขาอย่างไรให้ลุกนั่งได้มั่นคงและลดความเสี่ยงหกล้ม
กำลังขาที่ลดลงตามวัยเป็นสาเหตุสำคัญของการลุกนั่งลำบากและหกล้มในผู้สูงอายุ การฝึกกล้ามเนื้อขาที่ถูกวิธีช่วยให้ทำกิจวัตรประจำวันได้มั่นคงขึ้นโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ยิม
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การฝึกกล้ามเนื้อขาง่าย ๆ เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้ซ้ำ ๆ วันละ 10-15 ครั้ง ช่วยชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่เกิดตามวัยได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือไปยิม
- ท่าฝึกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเริ่มต้นคือท่าที่มีเก้าอี้หรือผนังรองรับเสมอ ไม่ใช่ท่าที่ต้องทรงตัวด้วยขาข้างเดียวโดยไม่มีที่จับ
- หากรู้สึกเจ็บเข่ารุนแรง เข่าบวม หรือขาอ่อนแรงกะทันหันข้างเดียวระหว่างฝึก ต้องหยุดทันทีและประเมินความเร่งด่วนตามอาการ ไม่ควรฝืนฝึกต่อ
- ผลลัพธ์ของกำลังขาที่ดีขึ้นไม่ใช่แค่เดินคล่องขึ้น แต่ยังทำให้ลุกจากเตียง เก้าอี้ และโถส้วมได้มั่นคงขึ้น ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่รู้สึกว่าลุกจากเก้าอี้หรือเตียงยากขึ้นกว่าเดิม และต้องการฝึกกำลังขาที่บ้านอย่างปลอดภัย
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการช่วยผู้สูงอายุฝึกกล้ามเนื้อขาโดยไม่ต้องพาไปสถานที่ออกกำลังกายเฉพาะทาง
- ไม่เหมาะเป็นแนวทางเดียวสำหรับผู้ที่เพิ่งผ่าตัดข้อเข่าหรือสะโพก เพิ่งหกล้มรุนแรง หรือมีอาการปวดข้อเฉียบพลันใหม่ กรณีนี้ต้องให้นักกายภาพบำบัดวางแผนเฉพาะบุคคล
- ไม่ใช้ทดแทนการประเมินความเสี่ยงหกล้มโดยผู้เชี่ยวชาญหากมีประวัติหกล้มซ้ำหลายครั้ง
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมกำลังขาถึงลดลงเร็วกว่าที่คิดเมื่ออายุมากขึ้น
มวลกล้ามเนื้อลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ภาวะนี้เรียกว่าภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) และกล้ามเนื้อขาโดยเฉพาะต้นขาด้านหน้ามักลดลงเร็วกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่น เพราะเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานน้อยลงเมื่อนั่งนานหรือเดินน้อยลง กำลังขาที่ลดลงนี้เองที่ทำให้ลุกจากเก้าอี้ยากขึ้น เดินช้าลง และเสี่ยงหกล้มมากขึ้นเมื่อต้องทรงตัวกะทันหัน
ข่าวดีคือกล้ามเนื้อขายังตอบสนองต่อการฝึกได้ดีแม้ในวัยที่สูงมาก การฝึกที่ถูกวิธีและสม่ำเสมอสามารถเพิ่มกำลังขาได้จริง แม้จะเริ่มฝึกช้ากว่าที่ควรก็ยังได้ประโยชน์อยู่
ประเมินกำลังขาเบื้องต้นก่อนเริ่มฝึก
วิธีง่าย ๆ ในการประเมินกำลังขาเบื้องต้นคือสังเกตว่าลุกจากเก้าอี้ได้โดยไม่ต้องใช้มือดันที่วางแขนหรือไม่ หากต้องใช้แรงมือช่วยมากจึงลุกได้ แสดงว่ากำลังขาลดลงพอสมควรแล้ว ในทางคลินิก นักกายภาพบำบัดอาจใช้การทดสอบลุกนั่งซ้ำห้าครั้งจับเวลา เพื่อประเมินกำลังขาและความเสี่ยงหกล้มอย่างเป็นระบบมากขึ้น ครอบครัวสามารถสังเกตความสามารถนี้ที่บ้านได้ แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินอย่างเป็นทางการหากสงสัยว่ามีความเสี่ยงสูง
การรู้ระดับกำลังขาเริ่มต้นช่วยให้ตั้งเป้าหมายการฝึกที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไปสำหรับความสามารถปัจจุบัน
หลักการฝึกที่ปลอดภัยและได้ผลจริง
การฝึกกล้ามเนื้อขาที่ปลอดภัยควรเริ่มจากท่าที่มีที่รองรับเสมอ เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้โดยใช้มือช่วยพยุงบ้างในช่วงแรก แล้วค่อยลดการพึ่งมือลงเมื่อกำลังขาดีขึ้น ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความหนัก การฝึกเบา ๆ ทุกวันให้ผลดีกว่าการฝึกหนักนาน ๆ ครั้งแล้วหยุดไปหลายวันเพราะปวดเมื่อย
ควรเว้นช่วงพักระหว่างวันฝึกหนักเพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เพิ่งเริ่มฝึก การฝึกหนักทุกวันติดต่อกันโดยไม่พักอาจทำให้กล้ามเนื้อล้าสะสมและเพิ่มความเสี่ยงหกล้มแทนที่จะลดความเสี่ยง
- เริ่มจากท่าลุกนั่งจากเก้าอี้โดยใช้มือช่วยพยุงบ้าง
- ฝึกวันละ 10-15 ครั้ง แบ่งเป็นสองถึงสามรอบ
- เว้นวันพักสลับกับวันฝึกในช่วงแรกที่เพิ่งเริ่ม
กำลังขาเชื่อมโยงกับกิจวัตรประจำวันและศักดิ์ศรีความเป็นอิสระ
กำลังขาที่ดีขึ้นไม่ใช่แค่ตัวเลขที่วัดได้ในการทดสอบ แต่หมายถึงความสามารถลุกจากโถส้วมเองได้ ลุกจากเตียงตอนกลางคืนได้อย่างมั่นคง หรือลุกจากพื้นได้เองหากล้มแล้วไม่บาดเจ็บรุนแรง สิ่งเหล่านี้เป็นกิจวัตรประจำวันพื้นฐานที่กระทบความเป็นอิสระและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุโดยตรง
ครอบครัวส่วนใหญ่มักมองข้ามว่าการฝึกกำลังขาเป็นเรื่องของการป้องกันในระยะยาวมากกว่าการรักษาอาการ การเริ่มฝึกตั้งแต่ยังทำกิจวัตรได้ปกติจึงมีประโยชน์มากกว่าการรอจนลุกนั่งลำบากแล้วค่อยเริ่ม

รูปภาพโดย Anna Shvets / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ฝึกท่าลุกนั่งจากเก้าอี้อย่างเป็นระบบ
เลือกเก้าอี้ที่มีที่วางแขนและความสูงพอดี นั่งเอนตัวเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืนโดยใช้กำลังขาเป็นหลัก ใช้มือช่วยพยุงเท่าที่จำเป็นในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ลดการพึ่งมือลงเมื่อกำลังขาดีขึ้น
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีที่วางแขนและความสูงพอดี
- ลุกขึ้นยืนโดยใช้กำลังขาเป็นหลัก ใช้มือช่วยเท่าที่จำเป็น
- ทำซ้ำ 10-15 ครั้งต่อรอบ วันละสองถึงสามรอบ
เพิ่มความท้าทายทีละน้อยเมื่อกำลังขาดีขึ้น
เมื่อลุกนั่งจากเก้าอี้ได้คล่องโดยไม่ต้องใช้มือช่วยแล้ว สามารถเพิ่มความท้าทายได้ทีละขั้น เช่น ลดจำนวนครั้งที่ใช้มือช่วย เพิ่มจำนวนรอบ หรือลองยืนขาเดียวสั้น ๆ โดยมีที่จับยึดใกล้ตัวเสมอ
- ลดการใช้มือช่วยเมื่อกำลังขาดีขึ้น
- เพิ่มจำนวนรอบทีละน้อยในแต่ละสัปดาห์
- ลองยืนขาเดียวสั้น ๆ โดยมีผนังหรือเก้าอี้ให้จับเสมอ
ติดตามผลและปรับแผนตามกิจวัตรจริง
สังเกตว่าการลุกจากโถส้วม เตียง หรือรถยนต์ในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่มีความหมายมากกว่าจำนวนครั้งที่ฝึกได้ในแต่ละวัน หากไม่เห็นความคืบหน้าหลังฝึกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อปรับแผน
- สังเกตความง่ายในการลุกจากโถส้วมและเตียงทุกสัปดาห์
- จดจำนวนครั้งที่ฝึกได้และความรู้สึกหลังฝึก
- ปรึกษานักกายภาพบำบัดหากไม่เห็นความคืบหน้าหลังฝึกหลายสัปดาห์
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
LEXO แผ่นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ใส่สบาย ป้องกันการปวดเท้า ขนาด 35-46 insoles
Marco Rocco รองเท้าแตะผู้หญิงนุ่มๆ EVA กันลื่น น้ำหนักเบา พื้นนุ่ม รองเท้าเพื่อสุขภาพใส่ในบ้านMR8021
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)Marco Rocco รองเท้าแตะแฟชั่นผู้หญิง EVA พื้นนุ่ม กันลื่น กันน้ำ รองเท้าเพื่อสุขภาพใส่ในบ้าน MR8021
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)Marco Rocco รองเท้าแตะแฟชั่นผู้หญิง EVAนุ่มใส่สบายเท้า รูปแบบทุเรียน น่ารัก รองเท้าเพื่อสุขภาพMR8030
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ฝึกหนักทุกวันติดต่อกันโดยไม่เว้นวันพักในช่วงแรกที่เพิ่งเริ่ม
- ยืนขาเดียวฝึกโดยไม่มีที่จับยึดทั้งที่การทรงตัวยังไม่มั่นใจ
- ฝืนฝึกต่อทั้งที่เข่าเจ็บรุนแรงหรือบวม
- ตั้งเป้าจำนวนครั้งสูงเกินไปตั้งแต่วันแรกโดยไม่ประเมินกำลังขาก่อน
- เลิกฝึกทันทีเมื่อรู้สึกไม่เห็นผลเร็ว ทั้งที่กำลังกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาสะสม
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากขาอ่อนแรงกะทันหันข้างเดียวระหว่างฝึก หรือหกล้มแล้วศีรษะกระแทกพื้นและลุกเองไม่ได้
- โทร 1669 เช่นกัน หากมีอาการคล้ายหลอดเลือดสมองร่วมด้วย เช่น ปากเบี้ยวหรือพูดไม่ชัด
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากเข่าบวมแดงร้อนหรือปวดรุนแรงทันทีหลังฝึก
- นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดในเวลาไม่นาน หากลุกนั่งลำบากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ฝึกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือหกล้มซ้ำระหว่างฝึก
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับผู้เชี่ยวชาญในนัดถัดไป หากรู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อยหลังฝึกแต่ดีขึ้นภายในหนึ่งวัน
เช็กลิสต์สรุป
- เลือกเก้าอี้ที่มีที่วางแขนและความสูงพอดีสำหรับฝึก
- ฝึกลุกนั่งวันละ 10-15 ครั้ง แบ่งเป็นสองถึงสามรอบ
- เว้นวันพักสลับกับวันฝึกในช่วงแรก
- มีที่จับยึดเสมอเมื่อเพิ่มความท้าทาย เช่น ยืนขาเดียว
- หยุดทันทีเมื่อเข่าเจ็บรุนแรงหรือบวม
- จดความง่ายในการลุกจากโถส้วมและเตียงทุกสัปดาห์เพื่อดูความคืบหน้า
คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุที่ลุกจากเก้าอี้ไม่ได้เลยควรเริ่มฝึกอย่างไร
ควรเริ่มจากใช้มือช่วยพยุงเต็มที่ในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ลดการพึ่งมือลงเมื่อกำลังขาดีขึ้น หากลุกไม่ได้เลยแม้ใช้มือช่วย ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินและวางแผนฝึกที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
ต้องฝึกกี่สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจน
โดยทั่วไปหลายคนเริ่มรู้สึกว่าลุกนั่งง่ายขึ้นภายในสี่ถึงหกสัปดาห์ของการฝึกสม่ำเสมอ แต่ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละคน ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเร็วที่อยากเห็นผล
มีอาการปวดเข่าเรื้อรังอยู่แล้วยังฝึกกล้ามเนื้อขาได้หรือไม่
ส่วนใหญ่ยังฝึกได้ แต่ควรเลือกท่าที่ไม่กดดันข้อเข่าโดยตรงมากเกินไป และควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อปรับท่าให้เหมาะกับอาการปวดเข่าที่มีอยู่ ไม่ควรฝืนฝึกท่าที่ทำให้ปวดมากขึ้น
ต้องใช้ดัมเบลหรืออุปกรณ์ถ่วงน้ำหนักหรือไม่
ไม่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น ท่าลุกนั่งจากเก้าอี้โดยใช้น้ำหนักตัวเองก็เพียงพอสำหรับการฝึกระยะแรก หากต้องการเพิ่มความหนักในภายหลัง ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดก่อนเลือกใช้อุปกรณ์เสริม
ฝึกกล้ามเนื้อขาช่วยลดความเสี่ยงหกล้มได้จริงหรือไม่
การฝึกกำลังขาอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหกล้มด้านหนึ่งได้จริง แต่ควรทำควบคู่กับการดูแลปัจจัยอื่น เช่น แสงสว่างในบ้าน รองเท้าที่เหมาะสม และการทบทวนยาที่อาจมีผลต่อการทรงตัว ไม่ใช่การฝึกกล้ามเนื้อขาเพียงอย่างเดียวที่ป้องกันหกล้มได้ทั้งหมด
ควรฝึกตอนเช้าหรือตอนเย็นดีกว่ากัน
ทั้งสองช่วงใช้ได้ ขึ้นอยู่กับเวลาที่ผู้สูงอายุรู้สึกมีแรงและอารมณ์ดีที่สุด สิ่งสำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอในการฝึกทุกวันมากกว่าการเลือกช่วงเวลาที่แน่นอน
สรุป
- กำลังขาที่ลดลงตามวัยเป็นสาเหตุสำคัญของการลุกนั่งลำบากและความเสี่ยงหกล้ม แต่ฝึกให้ดีขึ้นได้จริงแม้เริ่มช้า
- การฝึกที่ปลอดภัยเริ่มจากท่าที่มีที่รองรับเสมอ เน้นความสม่ำเสมอมากกว่าความหนัก
- ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดคือความสามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ลุกจากโถส้วมและเตียง ไม่ใช่แค่ตัวเลขการฝึก
- หากเข่าเจ็บรุนแรง บวม หรือขาอ่อนแรงกะทันหันระหว่างฝึก ต้องหยุดและประเมินความเร่งด่วนทันที
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
รองเท้าแตะเจลลี่เกาหลีสำหรับผู้หญิงประดับคริสตัลรูปดอกไม้, รองเท้าแตะแบบแบนสำหรับฤดูร้อน ชายหาด กิจกรรมกลางแจ้ง และใช้ในบ้าน, รองเท้าแตะกันลื่นประดับคริสตัลผู้หญิงสำหรับใช้ใน
รองเท้าเพื่อสุขภาพ แบบสวมสายคาด2เส้น พื้นสูง2นิ้ว วัสดุEVA พื้นนุ่มยางชนิดพิเศษ นุ่มเด้งน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นดีมาก #sy809
Q5 รุ่นฮิต!! รองเท้าเพื่อสุขภาพ พื้นนิ่ม เสริมส้น 4 ซม.(+เพิ่ม1 ไซต์)
รองเท้า FitFlop ผู้ชาย & ผู้หญิง Size 36---44 งานสายปั๊มโลโก้ # รองเท้าเพื่อสุขภาพ พื้นนุ่ม สายสลิง
FitFlop
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- Exercise and Physical Activity — National Institute on Aging (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Falls — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อข้อเริ่มฝืดตามวัย
ข้อฝืดและกล้ามเนื้อตึงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น การยืดเหยียดที่ถูกวิธีช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้นโดยไม่บาดเจ็บ บทความนี้แนะนำหลักการยืดเหยียดที่เหมาะกับร่างกายผู้สูงอายุ

เดินออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลจริงเมื่ออายุมากขึ้น
การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ปลอดภัยที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุ แต่ต้องจัดความเร็ว ระยะ และการเตรียมตัวให้เหมาะกับร่างกายที่เปลี่ยนไป บทความนี้ช่วยวางแผนเดินให้ได้ประโยชน์โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม