สูงวัยไทย
วัดชีพจรผู้สูงอายุ เลือกวิธีจับเองหรือใช้อุปกรณ์ดีกว่ากัน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วัดชีพจรผู้สูงอายุ เลือกวิธีจับเองหรือใช้อุปกรณ์ดีกว่ากัน
เทียบการจับชีพจรด้วยมือ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และสมาร์ทวอทช์ ช่วยเลือกวิธีที่เหมาะกับผู้สูงอายุ พร้อมสัญญาณชีพจรผิดปกติที่ต้องรีบพบแพทย์
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การจับชีพจรด้วยมือที่ข้อมือหรือคอเป็นวิธีพื้นฐานที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้นว่าชีพจรเต้นสม่ำเสมอหรือไม่ ส่วนเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วและสมาร์ทวอทช์ช่วยให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำกว่าและบันทึกแนวโน้มได้ต่อเนื่อง
- ผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้วหรือมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องวัดที่บันทึกจังหวะการเต้นได้ละเอียดกว่าการจับด้วยมือ เพื่อจับสัญญาณผิดปกติที่อาจไม่รู้สึกได้ด้วยตนเอง
- สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขชีพจรต่อนาที แต่รวมถึงความสม่ำเสมอของจังหวะการเต้นด้วย ชีพจรที่เต้นไม่สม่ำเสมอแม้ตัวเลขจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็อาจเป็นสัญญาณที่ต้องแจ้งแพทย์
- ชีพจรเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติมากร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669 ทันที
เหมาะกับใคร
- เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการเริ่มติดตามชีพจรของผู้สูงอายุ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจับด้วยมือหรือซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม
- เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงอยู่แล้วและต้องการติดตามชีพจรร่วมกับความดันโลหิต
- บทความนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงหรือหมดสติเฉียบพลัน กรณีนี้ต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอวัดชีพจรก่อน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมการวัดชีพจรในผู้สูงอายุจึงต้องใส่ใจมากขึ้น
หลอดเลือดและระบบไฟฟ้าหัวใจของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ทำให้มีความเสี่ยงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมากขึ้น โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง การสังเกตความสม่ำเสมอของชีพจรเป็นประจำจึงมีประโยชน์ในการจับสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก
ผู้สูงอายุบางคนอาจมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่มีอาการชัดเจน ซึ่งเป็นตัวอย่างของอาการแสดงไม่ตรงแบบที่พบได้บ่อยในวัยนี้ การตรวจชีพจรเป็นประจำจึงช่วยจับความผิดปกติที่อาจไม่รู้สึกได้ด้วยตนเอง
เปรียบเทียบวิธีวัดชีพจร
การจับชีพจรด้วยมือที่ข้อมือหรือคอเป็นวิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและทำได้ทันที เหมาะสำหรับตรวจเบื้องต้นว่าจังหวะการเต้นสม่ำเสมอหรือไม่ แต่ต้องอาศัยความชำนาญพอสมควรในการนับให้แม่นยำ
เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (pulse oximeter) นอกจากบอกระดับออกซิเจนในเลือดแล้วยังแสดงอัตราชีพจรเป็นตัวเลขที่อ่านง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหรือหัวใจร่วมด้วย
สมาร์ทวอทช์บางรุ่นสามารถตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติและแจ้งเตือนได้ต่อเนื่องตลอดวัน เหมาะกับผู้สูงอายุที่คุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ราคาสูงกว่าและต้องชาร์จแบตเตอรี่สม่ำเสมอ
วิธีจับชีพจรด้วยมือให้ได้ค่าที่ถูกต้อง
ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดเบา ๆ ที่บริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้งหรือด้านข้างลำคอ นับจำนวนครั้งที่เต้นใน 30 วินาทีแล้วคูณสอง หรือนับเต็ม 1 นาทีเพื่อความแม่นยำ พร้อมสังเกตว่าจังหวะสม่ำเสมอหรือเต้นๆ หยุดๆ
ควรวัดในท่านั่งพักอย่างน้อย 5 นาที ไม่ใช้นิ้วโป้งกดเพราะนิ้วโป้งมีชีพจรของตัวเองซึ่งอาจทำให้นับผิดพลาด
ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่าง จังหวะการเต้นสำคัญไม่แพ้กัน
โดยทั่วไปช่วงอัตราชีพจรปกติของผู้ใหญ่ขณะพักจะอยู่ในช่วงหนึ่ง แต่ค่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามยาที่ใช้ เช่น ยาลดความดันบางชนิดที่ทำให้ชีพจรช้าลง จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับแพทย์เรื่องช่วงค่าที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละคน แทนการใช้เกณฑ์ทั่วไปตัดสินเอง
หากรู้สึกว่าชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นแล้วหยุด หรือเต้นเร็วผิดปกติเป็นพัก ๆ แม้ตัวเลขเฉลี่ยจะดูปกติ ก็ควรแจ้งแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพิ่มเติม เพราะการจับด้วยมือหรือเครื่องพื้นฐานอาจตรวจจับความผิดปกติบางแบบได้ไม่ครบถ้วน
การใช้ยาหลายชนิดและผลต่อการแปลผลชีพจร
ผู้สูงอายุจำนวนมากมักมีการใช้ยาหลายชนิด (polypharmacy) ร่วมกันเพื่อควบคุมโรคเรื้อรังหลายโรคพร้อมกัน เช่น ยาลดความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ ซึ่งยาแต่ละกลุ่มอาจมีผลต่ออัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจแตกต่างกัน การวัดชีพจรเป็นประจำจึงช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของผลข้างเคียงจากยาได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากตัวเลขชีพจร ผู้ดูแลควรสังเกตด้วยว่าผู้สูงอายุยังสามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันได อาบน้ำ หรือเดินไปตลาดได้ตามปกติหรือไม่ เพราะหากเริ่มเหนื่อยง่ายกว่าเดิมมากในการทำกิจกรรมที่เคยทำได้สบาย อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจทำงานผิดปกติที่ควรแจ้งแพทย์ควบคู่ไปกับการรายงานค่าชีพจรที่วัดได้

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนที่ 1 เลือกวิธีวัดตามความเสี่ยงและความสะดวก
หากไม่มีโรคหัวใจ การจับชีพจรด้วยมือเป็นครั้งคราวก็เพียงพอ หากมีโรคหัวใจหรือความเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วหรือสมาร์ทวอทช์เพื่อติดตามต่อเนื่อง
ขั้นตอนที่ 2 ฝึกวิธีวัดที่ถูกต้องและบันทึกสม่ำเสมอ
ฝึกจับชีพจรหรือใช้เครื่องวัดร่วมกับผู้สูงอายุจนคุ้นเคย บันทึกค่าและความสม่ำเสมอของจังหวะการเต้นทุกครั้งที่วัด พร้อมอาการร่วมที่พบ
ขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ
หากพบชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอหรือเร็วช้าผิดปกติต่อเนื่อง ให้นำบันทึกไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือติดตามเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
24ชั่วโมงอินซูลินเย็นกล่องยายากล่องเย็นเดินทางแบบพกพาอินซูลินถ้วยเย็น
กล่องใส่ยา ตลับใส่อาหารเสริม ตลับยา ตลับใส่ยา กล่องยา กล่องใส่ยา 1สัปดาห์
กล่องใส่ยา กล่องยามัลติฟังก์ชั่นรูปดอกไม้สีโดปามีน 6 ช่องแบ่งยา พกพาง่าย เหมาะท่องเที่ยวกลางแจ้ง Hiday
กล่องยารายสัปดาห์กันแสง แบบพกพา กล่องใส่ยา กล่องแบ่งยา เก็บ จุของได้เยอะ 7 วันส่งฟรี
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าใช้นิ้วโป้งจับชีพจรเพราะนิ้วโป้งมีชีพจรของตัวเองซึ่งอาจทำให้นับผิดพลาด
- อย่าตัดสินว่าชีพจรปกติจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวโดยไม่สังเกตความสม่ำเสมอของจังหวะ
- อย่าปรับยาหัวใจหรือยาความดันเองจากค่าชีพจรที่วัดได้โดยไม่ปรึกษาแพทย์
- อย่าละเลยอาการเต้นผิดจังหวะเป็นพัก ๆ โดยคิดว่าไม่สำคัญเพราะเกิดไม่บ่อย
- อย่าลืมแจ้งแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดมีผลต่ออัตราชีพจรโดยตรง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากชีพจรเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติมากร่วมกับเจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หน้ามืด หรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที
- หากรู้สึกใจสั่นรุนแรงต่อเนื่องหรือชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอเป็นครั้งแรก ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน
- หากพบว่าชีพจรเต้นผิดจังหวะเป็นพัก ๆ ต่อเนื่องหลายวันโดยไม่มีอาการรุนแรง ควรนัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้
- หากใช้ยาใหม่แล้วสังเกตว่าชีพจรเปลี่ยนแปลงชัดเจนจากเดิม ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรที่สั่งยาให้ทราบ
- หากชีพจรอยู่ในเกณฑ์ปกติและสม่ำเสมอ ให้บันทึกต่อเนื่องตามปกติ
เช็กลิสต์สรุป
- เลือกวิธีวัดชีพจรตามความเสี่ยงและความสะดวกของแต่ละครอบครัว
- ฝึกวิธีจับชีพจรที่ถูกต้องโดยไม่ใช้นิ้วโป้ง
- วัดในท่านั่งพักและบันทึกทั้งตัวเลขและความสม่ำเสมอของจังหวะ
- สังเกตอาการร่วม เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือหน้ามืดทุกครั้งที่วัด
- แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาที่อาจมีผลต่อชีพจร
- นำบันทึกชีพจรไปให้แพทย์ดูเมื่อพบความผิดปกติต่อเนื่อง
- โทร 1669 ทันทีหากชีพจรผิดปกติมากร่วมกับอาการรุนแรง
คำถามที่พบบ่อย
ควรวัดชีพจรผู้สูงอายุบ่อยแค่ไหน
ผู้ที่ไม่มีโรคหัวใจอาจตรวจเป็นครั้งคราวเวลาวัดความดันโลหิตพร้อมกัน ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความเสี่ยงสูงควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วที่ขายทั่วไปแม่นยำพอสำหรับตรวจชีพจรหรือไม่
เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วคุณภาพดีสามารถให้ค่าอัตราชีพจรที่ใช้อ้างอิงได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหากแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมเมื่อสงสัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ชีพจรเต้นกี่ครั้งต่อนาทีถือว่าผิดปกติ
ช่วงค่าปกติอาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และยาที่ใช้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดช่วงค่าที่เหมาะสมของแต่ละคน แทนการใช้เกณฑ์ทั่วไปตัดสินเอง
สมาร์ทวอทช์ที่แจ้งเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะเชื่อถือได้แค่ไหน
สมาร์ทวอทช์บางรุ่นสามารถช่วยจับสัญญาณเบื้องต้นได้ดี แต่ผลที่ได้ควรนำไปให้แพทย์ตรวจยืนยันด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจเสมอ ไม่ควรใช้ผลจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยหรือตัดสินใจเรื่องยา
ผู้สูงอายุที่กินยาลดความดันแล้วชีพจรช้าลง ควรกังวลหรือไม่
ยาลดความดันบางชนิดออกฤทธิ์ทำให้ชีพจรช้าลงเป็นปกติของยา แต่หากชีพจรช้ามากผิดปกติร่วมกับหน้ามืดหรืออ่อนเพลียจนกระทบการทำกิจวัตรประจำวัน ควรแจ้งแพทย์ที่สั่งยาให้ทราบโดยเร็วเพื่อพิจารณาปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับร่างกายมากขึ้น
จับชีพจรเองที่บ้านยากไป ควรทำอย่างไร
สามารถเลือกใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วซึ่งใช้งานง่ายกว่าและแสดงตัวเลขชัดเจน หรือขอให้เภสัชกรหรือพยาบาลสอนวิธีจับชีพจรที่ถูกต้องในการไปรับยาหรือตรวจสุขภาพครั้งถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องฝืนทำเองหากยังไม่มั่นใจในวิธีการ และควรฝึกซ้อมหลายครั้งก่อนใช้งานจริงเป็นประจำที่บ้าน
สรุป
- การจับชีพจรด้วยมือเพียงพอสำหรับการตรวจเบื้องต้น ส่วนเครื่องวัดช่วยติดตามต่อเนื่องได้แม่นยำกว่า
- จังหวะการเต้นที่สม่ำเสมอสำคัญไม่แพ้ตัวเลขชีพจร ควรสังเกตทั้งสองอย่าง
- ยาหลายชนิดมีผลต่ออัตราชีพจร ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่เปลี่ยนยา
- หากชีพจรผิดปกติมากร่วมกับเจ็บหน้าอกหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ใส่ถนน NBHD กล่องยาช่องแบบพกพา6ช่องแคปซูลกล่องเก็บช่องกล่องยาเดินทางโปรโมชั่นยารายสัปดาห์
RAINBEAU ที่แกะยา ตลับยา Food grade แบบกด ลดการปนเปื้อนจากการใช้มือแกะ ใช้งานง่าย ขนาดกระทัด พกพาสะดวก
ตลับยา กล่องใส่ยา ตลับใส่ยา ช่องเดี่ยว 3 ช่อง One day ตลับยาพกพา
ที่ตัดยา กล่องแบ่งยา pill cutter รุ่นใหม่ ใบมีดสแตนเลส คม ทน แบ่งยาได้เท่ากัน พร้อมส่ง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางเวชปฏิบัติโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุ — กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- Cardiovascular diseases — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าความดันโลหิตในผู้สูงอายุ: เป้าหมายที่ต่างจากวัยหนุ่มสาว และวิธีวัดให้ได้ค่าจริง
อธิบายว่าทำไมเป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุต้องปรับตามแต่ละคน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน พร้อมวิธีวัดความดันที่บ้านให้แม่นยำและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตให้ผู้สูงอายุที่บ้าน แบบไหนเหมาะกับใคร
เทียบเครื่องวัดความดันแบบต้นแขนกับข้อมือ วิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายผู้สูงอายุ พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจว่าค่าความดันแบบไหนต้องรีบพบแพทย์

ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร
คู่มือตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ อธิบายว่าการตรวจต่างจากวัยหนุ่มสาวอย่างไร ควรตรวจอะไรบ้างนอกจากค่าเลือดพื้นฐาน และวิธีเตรียมตัวให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงกับแพทย์