สูงวัยไทย

วัดชีพจรผู้สูงอายุ เลือกวิธีจับเองหรือใช้อุปกรณ์ดีกว่ากัน

เทียบการจับชีพจรด้วยมือ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และสมาร์ทวอทช์ ช่วยเลือกวิธีที่เหมาะกับผู้สูงอายุ พร้อมสัญญาณชีพจรผิดปกติที่ต้องรีบพบแพทย์

11 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

Close-up of a senior adult using a pulse oximeter for a health check indoors.

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การจับชีพจรด้วยมือที่ข้อมือหรือคอเป็นวิธีพื้นฐานที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้นว่าชีพจรเต้นสม่ำเสมอหรือไม่ ส่วนเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วและสมาร์ทวอทช์ช่วยให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำกว่าและบันทึกแนวโน้มได้ต่อเนื่อง
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้วหรือมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องวัดที่บันทึกจังหวะการเต้นได้ละเอียดกว่าการจับด้วยมือ เพื่อจับสัญญาณผิดปกติที่อาจไม่รู้สึกได้ด้วยตนเอง
  • สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขชีพจรต่อนาที แต่รวมถึงความสม่ำเสมอของจังหวะการเต้นด้วย ชีพจรที่เต้นไม่สม่ำเสมอแม้ตัวเลขจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็อาจเป็นสัญญาณที่ต้องแจ้งแพทย์
  • ชีพจรเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติมากร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669 ทันที

เหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการเริ่มติดตามชีพจรของผู้สูงอายุ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจับด้วยมือหรือซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม
  • เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงอยู่แล้วและต้องการติดตามชีพจรร่วมกับความดันโลหิต
  • บทความนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงหรือหมดสติเฉียบพลัน กรณีนี้ต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอวัดชีพจรก่อน

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมการวัดชีพจรในผู้สูงอายุจึงต้องใส่ใจมากขึ้น

หลอดเลือดและระบบไฟฟ้าหัวใจของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ทำให้มีความเสี่ยงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมากขึ้น โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง การสังเกตความสม่ำเสมอของชีพจรเป็นประจำจึงมีประโยชน์ในการจับสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก

ผู้สูงอายุบางคนอาจมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่มีอาการชัดเจน ซึ่งเป็นตัวอย่างของอาการแสดงไม่ตรงแบบที่พบได้บ่อยในวัยนี้ การตรวจชีพจรเป็นประจำจึงช่วยจับความผิดปกติที่อาจไม่รู้สึกได้ด้วยตนเอง

เปรียบเทียบวิธีวัดชีพจร

การจับชีพจรด้วยมือที่ข้อมือหรือคอเป็นวิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและทำได้ทันที เหมาะสำหรับตรวจเบื้องต้นว่าจังหวะการเต้นสม่ำเสมอหรือไม่ แต่ต้องอาศัยความชำนาญพอสมควรในการนับให้แม่นยำ

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (pulse oximeter) นอกจากบอกระดับออกซิเจนในเลือดแล้วยังแสดงอัตราชีพจรเป็นตัวเลขที่อ่านง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหรือหัวใจร่วมด้วย

สมาร์ทวอทช์บางรุ่นสามารถตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติและแจ้งเตือนได้ต่อเนื่องตลอดวัน เหมาะกับผู้สูงอายุที่คุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ราคาสูงกว่าและต้องชาร์จแบตเตอรี่สม่ำเสมอ

วิธีจับชีพจรด้วยมือให้ได้ค่าที่ถูกต้อง

ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดเบา ๆ ที่บริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้งหรือด้านข้างลำคอ นับจำนวนครั้งที่เต้นใน 30 วินาทีแล้วคูณสอง หรือนับเต็ม 1 นาทีเพื่อความแม่นยำ พร้อมสังเกตว่าจังหวะสม่ำเสมอหรือเต้นๆ หยุดๆ

ควรวัดในท่านั่งพักอย่างน้อย 5 นาที ไม่ใช้นิ้วโป้งกดเพราะนิ้วโป้งมีชีพจรของตัวเองซึ่งอาจทำให้นับผิดพลาด

ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่าง จังหวะการเต้นสำคัญไม่แพ้กัน

โดยทั่วไปช่วงอัตราชีพจรปกติของผู้ใหญ่ขณะพักจะอยู่ในช่วงหนึ่ง แต่ค่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามยาที่ใช้ เช่น ยาลดความดันบางชนิดที่ทำให้ชีพจรช้าลง จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับแพทย์เรื่องช่วงค่าที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละคน แทนการใช้เกณฑ์ทั่วไปตัดสินเอง

หากรู้สึกว่าชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นแล้วหยุด หรือเต้นเร็วผิดปกติเป็นพัก ๆ แม้ตัวเลขเฉลี่ยจะดูปกติ ก็ควรแจ้งแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพิ่มเติม เพราะการจับด้วยมือหรือเครื่องพื้นฐานอาจตรวจจับความผิดปกติบางแบบได้ไม่ครบถ้วน

การใช้ยาหลายชนิดและผลต่อการแปลผลชีพจร

ผู้สูงอายุจำนวนมากมักมีการใช้ยาหลายชนิด (polypharmacy) ร่วมกันเพื่อควบคุมโรคเรื้อรังหลายโรคพร้อมกัน เช่น ยาลดความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ ซึ่งยาแต่ละกลุ่มอาจมีผลต่ออัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจแตกต่างกัน การวัดชีพจรเป็นประจำจึงช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของผลข้างเคียงจากยาได้ชัดเจนขึ้น

นอกจากตัวเลขชีพจร ผู้ดูแลควรสังเกตด้วยว่าผู้สูงอายุยังสามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันได อาบน้ำ หรือเดินไปตลาดได้ตามปกติหรือไม่ เพราะหากเริ่มเหนื่อยง่ายกว่าเดิมมากในการทำกิจกรรมที่เคยทำได้สบาย อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจทำงานผิดปกติที่ควรแจ้งแพทย์ควบคู่ไปกับการรายงานค่าชีพจรที่วัดได้

Two senior adults checking oxygen levels with a pulse oximeter at home.

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นตอนที่ 1 เลือกวิธีวัดตามความเสี่ยงและความสะดวก

หากไม่มีโรคหัวใจ การจับชีพจรด้วยมือเป็นครั้งคราวก็เพียงพอ หากมีโรคหัวใจหรือความเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วหรือสมาร์ทวอทช์เพื่อติดตามต่อเนื่อง

ขั้นตอนที่ 2 ฝึกวิธีวัดที่ถูกต้องและบันทึกสม่ำเสมอ

ฝึกจับชีพจรหรือใช้เครื่องวัดร่วมกับผู้สูงอายุจนคุ้นเคย บันทึกค่าและความสม่ำเสมอของจังหวะการเต้นทุกครั้งที่วัด พร้อมอาการร่วมที่พบ

ขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ

หากพบชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอหรือเร็วช้าผิดปกติต่อเนื่อง ให้นำบันทึกไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือติดตามเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าใช้นิ้วโป้งจับชีพจรเพราะนิ้วโป้งมีชีพจรของตัวเองซึ่งอาจทำให้นับผิดพลาด
  • อย่าตัดสินว่าชีพจรปกติจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวโดยไม่สังเกตความสม่ำเสมอของจังหวะ
  • อย่าปรับยาหัวใจหรือยาความดันเองจากค่าชีพจรที่วัดได้โดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • อย่าละเลยอาการเต้นผิดจังหวะเป็นพัก ๆ โดยคิดว่าไม่สำคัญเพราะเกิดไม่บ่อย
  • อย่าลืมแจ้งแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดมีผลต่ออัตราชีพจรโดยตรง

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • หากชีพจรเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติมากร่วมกับเจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หน้ามืด หรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที
  • หากรู้สึกใจสั่นรุนแรงต่อเนื่องหรือชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอเป็นครั้งแรก ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน
  • หากพบว่าชีพจรเต้นผิดจังหวะเป็นพัก ๆ ต่อเนื่องหลายวันโดยไม่มีอาการรุนแรง ควรนัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้
  • หากใช้ยาใหม่แล้วสังเกตว่าชีพจรเปลี่ยนแปลงชัดเจนจากเดิม ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรที่สั่งยาให้ทราบ
  • หากชีพจรอยู่ในเกณฑ์ปกติและสม่ำเสมอ ให้บันทึกต่อเนื่องตามปกติ

เช็กลิสต์สรุป

  • เลือกวิธีวัดชีพจรตามความเสี่ยงและความสะดวกของแต่ละครอบครัว
  • ฝึกวิธีจับชีพจรที่ถูกต้องโดยไม่ใช้นิ้วโป้ง
  • วัดในท่านั่งพักและบันทึกทั้งตัวเลขและความสม่ำเสมอของจังหวะ
  • สังเกตอาการร่วม เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือหน้ามืดทุกครั้งที่วัด
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาที่อาจมีผลต่อชีพจร
  • นำบันทึกชีพจรไปให้แพทย์ดูเมื่อพบความผิดปกติต่อเนื่อง
  • โทร 1669 ทันทีหากชีพจรผิดปกติมากร่วมกับอาการรุนแรง

คำถามที่พบบ่อย

ควรวัดชีพจรผู้สูงอายุบ่อยแค่ไหน

ผู้ที่ไม่มีโรคหัวใจอาจตรวจเป็นครั้งคราวเวลาวัดความดันโลหิตพร้อมกัน ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความเสี่ยงสูงควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วที่ขายทั่วไปแม่นยำพอสำหรับตรวจชีพจรหรือไม่

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วคุณภาพดีสามารถให้ค่าอัตราชีพจรที่ใช้อ้างอิงได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหากแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมเมื่อสงสัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ชีพจรเต้นกี่ครั้งต่อนาทีถือว่าผิดปกติ

ช่วงค่าปกติอาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และยาที่ใช้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดช่วงค่าที่เหมาะสมของแต่ละคน แทนการใช้เกณฑ์ทั่วไปตัดสินเอง

สมาร์ทวอทช์ที่แจ้งเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะเชื่อถือได้แค่ไหน

สมาร์ทวอทช์บางรุ่นสามารถช่วยจับสัญญาณเบื้องต้นได้ดี แต่ผลที่ได้ควรนำไปให้แพทย์ตรวจยืนยันด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจเสมอ ไม่ควรใช้ผลจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยหรือตัดสินใจเรื่องยา

ผู้สูงอายุที่กินยาลดความดันแล้วชีพจรช้าลง ควรกังวลหรือไม่

ยาลดความดันบางชนิดออกฤทธิ์ทำให้ชีพจรช้าลงเป็นปกติของยา แต่หากชีพจรช้ามากผิดปกติร่วมกับหน้ามืดหรืออ่อนเพลียจนกระทบการทำกิจวัตรประจำวัน ควรแจ้งแพทย์ที่สั่งยาให้ทราบโดยเร็วเพื่อพิจารณาปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับร่างกายมากขึ้น

จับชีพจรเองที่บ้านยากไป ควรทำอย่างไร

สามารถเลือกใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วซึ่งใช้งานง่ายกว่าและแสดงตัวเลขชัดเจน หรือขอให้เภสัชกรหรือพยาบาลสอนวิธีจับชีพจรที่ถูกต้องในการไปรับยาหรือตรวจสุขภาพครั้งถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องฝืนทำเองหากยังไม่มั่นใจในวิธีการ และควรฝึกซ้อมหลายครั้งก่อนใช้งานจริงเป็นประจำที่บ้าน

สรุป

  • การจับชีพจรด้วยมือเพียงพอสำหรับการตรวจเบื้องต้น ส่วนเครื่องวัดช่วยติดตามต่อเนื่องได้แม่นยำกว่า
  • จังหวะการเต้นที่สม่ำเสมอสำคัญไม่แพ้ตัวเลขชีพจร ควรสังเกตทั้งสองอย่าง
  • ยาหลายชนิดมีผลต่ออัตราชีพจร ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่เปลี่ยนยา
  • หากชีพจรผิดปกติมากร่วมกับเจ็บหน้าอกหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าความดันโลหิตในผู้สูงอายุ: เป้าหมายที่ต่างจากวัยหนุ่มสาว และวิธีวัดให้ได้ค่าจริง
health-body

ค่าความดันโลหิตในผู้สูงอายุ: เป้าหมายที่ต่างจากวัยหนุ่มสาว และวิธีวัดให้ได้ค่าจริง

อธิบายว่าทำไมเป้าหมายความดันโลหิตในผู้สูงอายุต้องปรับตามแต่ละคน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน พร้อมวิธีวัดความดันที่บ้านให้แม่นยำและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตให้ผู้สูงอายุที่บ้าน แบบไหนเหมาะกับใคร
health-body

เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตให้ผู้สูงอายุที่บ้าน แบบไหนเหมาะกับใคร

เทียบเครื่องวัดความดันแบบต้นแขนกับข้อมือ วิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายผู้สูงอายุ พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจว่าค่าความดันแบบไหนต้องรีบพบแพทย์

อัปเดตล่าสุด 1 กันยายน 2026อ่าน 11 นาที
ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร
health-body

ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างและควรเตรียมตัวอย่างไร

คู่มือตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุ อธิบายว่าการตรวจต่างจากวัยหนุ่มสาวอย่างไร ควรตรวจอะไรบ้างนอกจากค่าเลือดพื้นฐาน และวิธีเตรียมตัวให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงกับแพทย์

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที