สูงวัยไทย
7 จุดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อผู้สูงอายุนอนกรนดังผิดปกติ
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
7 จุดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อผู้สูงอายุนอนกรนดังผิดปกติ
หลายบ้านปล่อยผ่านเสียงกรนดังของผู้สูงอายุเพราะคิดว่าเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ บทความนี้รวมจุดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนอนกรนและวิธีรับมือที่ปลอดภัยกว่าเดิม
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- จุดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือมองว่ากรนเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญที่ไม่เกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งที่กรนดังร่วมกับหยุดหายใจอาจเชื่อมโยงกับความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ
- อีกจุดพลาดคือการให้ยานอนหลับหรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนเพื่อ “ช่วยให้หลับสนิท” ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มักทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัวมากขึ้นและกรนดังขึ้น
- หลายครอบครัวเลือกวิธีแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า เช่น เขี่ยตัวหรือปลุกให้พลิกตัว โดยไม่เคยพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่แท้จริง
- บทความนี้ชี้ให้เห็นจุดพลาดที่พบบ่อยเพื่อให้ครอบครัวปรับวิธีสังเกตและตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น ไม่ใช่การตำหนิผู้ดูแลที่ทำไปเพราะไม่รู้
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคู่สมรสหรือลูกหลานที่นอนใกล้ผู้สูงอายุที่กรนดังและอยากรู้ว่าตนเองกำลังพลาดจุดไหนอยู่
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่กรนเองและอยากเข้าใจว่าพฤติกรรมใดของตัวเองที่อาจซ้ำเติมปัญหา
- ไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่มีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบากขณะตื่น เพราะกรณีนั้นต้องโทร 1669 ทันที
สิ่งที่ควรรู้
พลาดที่ 1: มองว่ากรนดังเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพ
หลายบ้านคุ้นชินกับเสียงกรนจนไม่ทันสังเกตว่ารูปแบบเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อมีช่วงเงียบตามด้วยเสียงสูดหายใจแรงเหมือนสำลัก ซึ่งเป็นรูปแบบที่บ่งชี้ถึงการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่กรนธรรมดา
การไม่ใส่ใจจุดนี้ทำให้พลาดโอกาสประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจเชื่อมโยงกับความดันโลหิตสูงที่ควบคุมยากและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
พลาดที่ 2: ให้ดื่มแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับก่อนนอนเพื่อ “ช่วยให้หลับง่ายขึ้น”
ครอบครัวบางส่วนเข้าใจว่าแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้น แต่ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัวมากขึ้นและกรนดังกว่าเดิม อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงขึ้น
ในผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันอยู่แล้ว การเพิ่มยานอนหลับเองยังเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สิ่งใดที่มีฤทธิ์ง่วง
พลาดที่ 3: แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าโดยไม่พาไปพบแพทย์
วิธีที่พบบ่อยคือการเขี่ยตัวหรือปลุกให้พลิกท่านอนเมื่อกรนดังมาก ซึ่งช่วยลดเสียงได้ชั่วคราวแต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และรบกวนการนอนหลับต่อเนื่องของทั้งสองฝ่าย
การไม่พาไปพบแพทย์ทำให้พลาดโอกาสตรวจการนอนหลับที่จะบอกได้ชัดเจนว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจริงหรือไม่ และควรได้รับการดูแลอย่างไร
พลาดที่ 4: ไม่เชื่อมโยงกรนกับโรคหัวใจหรือความดันโลหิตที่ควบคุมยาก
ผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงควบคุมยากหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ บางครั้งไม่เคยถูกถามเรื่องการนอนกรนจากแพทย์ และครอบครัวก็ไม่เคยแจ้งเองเพราะไม่คิดว่าเกี่ยวข้องกัน
การมองข้ามความเชื่อมโยงนี้ทำให้พลาดโอกาสรักษาสาเหตุร่วมที่อาจช่วยให้ควบคุมโรคเดิมได้ดีขึ้น
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือความเสี่ยงหกล้มตอนกลางคืน เมื่อร่างกายสะดุ้งตื่นสั้น ๆ ซ้ำ ๆ จากการหยุดหายใจ แล้วต้องลุกไปเข้าห้องน้ำทันที อาจเจอภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) คือความดันโลหิตลดลงชั่วขณะหลังลุกยืนเร็ว ทำให้หน้ามืดและเสี่ยงหกล้มมากกว่าปกติ ซึ่งกระทบกิจวัตรประจำวันในเช้าวันถัดไปได้เช่นกัน

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
แก้พลาดเรื่องมองข้าม: เริ่มบันทึกรูปแบบการกรนอย่างจริงจัง
ให้คนในบ้านช่วยสังเกตและจดว่ากรนดังทุกคืนหรือเป็นบางคืน มีช่วงเงียบตามด้วยเสียงสูดหายใจแรงหรือไม่ และตื่นมาแล้วปากแห้งหรือปวดหัวหรือไม่
การบันทึกต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ช่วยให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนกว่าการจำเอาจากความรู้สึก
- จดจำนวนคืนต่อสัปดาห์ที่กรนดังผิดปกติ
- สังเกตช่วงหยุดหายใจตามด้วยเสียงสูดหายใจแรง
- บันทึกอาการตื่นเช้าที่ผิดปกติ เช่น ปากแห้งหรือปวดหัว
แก้พลาดเรื่องแอลกอฮอล์และยา: ปรึกษาแพทย์แทนการใช้เอง
แทนที่จะให้ดื่มแอลกอฮอล์หรือกินยานอนหลับเพื่อช่วยให้หลับ ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัญหาการนอนหลับโดยตรง แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นที่ปลอดภัยกว่า เช่น การปรับท่านอนหรือการรักษาสาเหตุที่แท้จริง
หากผู้สูงอายุใช้ยาหลายชนิดอยู่แล้ว ควรนำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์ดูพร้อมกันเพื่อความปลอดภัย
- งดแอลกอฮอล์ในช่วงเย็นก่อนนอน
- ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใดที่มีฤทธิ์ง่วง
- นำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์ทบทวน
แก้พลาดเรื่องไม่พบแพทย์: นัดประเมินการนอนหลับอย่างจริงจัง
นำบันทึกรูปแบบการกรนไปให้แพทย์ดูในนัดถัดไป พร้อมแจ้งโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ เพื่อให้แพทย์พิจารณาความจำเป็นในการตรวจการนอนหลับ
หากแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม ควรทำตามแผนที่วางไว้แทนการรอดูอาการต่อไปเรื่อย ๆ
- นำบันทึกการกรนไปให้แพทย์ในนัดถัดไป
- แจ้งโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง เช่น ความดันสูงหรือโรคหัวใจ
- ทำตามคำแนะนำแพทย์เรื่องการตรวจการนอนหลับหากจำเป็น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าให้ดื่มแอลกอฮอล์หรือกินยานอนหลับก่อนนอนเพื่อลดกรนเอง
- อย่ามองว่ากรนดังเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญที่ไม่ต้องพบแพทย์
- อย่าใช้วิธีเขี่ยตัวหรือปลุกให้พลิกท่านอนเป็นวิธีแก้ปัญหาถาวรแทนการรักษาต้นเหตุ
- อย่าลืมแจ้งแพทย์เรื่องการนอนกรนเมื่อมีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมยาก
- อย่าซื้ออุปกรณ์ลดกรนตามโฆษณามาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เมื่อมีสัญญาณหยุดหายใจ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากตื่นมามีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบากขณะตื่น หรือแขนขาอ่อนแรงข้างหนึ่ง
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากมีคนสังเกตเห็นหยุดหายใจนานผิดปกติจนตัวเขียวหรือปลุกตื่นยากมาก
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากกรนดังขึ้นชัดเจนร่วมกับหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ทุกคืน
- นัดพบแพทย์เพื่อประเมินการนอนกรน หากมีโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจที่ควบคุมได้ยากขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกต่อเนื่อง หากกรนเบา ๆ สม่ำเสมอโดยไม่มีช่วงหยุดหายใจ
เช็กลิสต์สรุป
- หยุดให้ดื่มแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับเพื่อลดกรนเอง
- จดจำนวนคืนต่อสัปดาห์ที่กรนดังผิดปกติ
- สังเกตช่วงหยุดหายใจตามด้วยเสียงสูดหายใจแรง
- แจ้งแพทย์เรื่องการนอนกรนหากมีโรคหัวใจหรือความดันสูง
- นำบันทึกการกรนไปให้แพทย์ในนัดถัดไป
- ทำตามคำแนะนำแพทย์หากต้องตรวจการนอนหลับเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าให้ดื่มไวน์เล็กน้อยก่อนนอนเพื่อช่วยให้หลับง่ายขึ้น จะทำให้กรนแย่ลงหรือไม่
แอลกอฮอล์แม้ในปริมาณเล็กน้อยก็สามารถทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัวมากขึ้นและกรนดังขึ้นได้ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะหากมีแนวโน้มหยุดหายใจขณะหลับอยู่แล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ในช่วงเย็นก่อนนอน
เขี่ยตัวให้พลิกท่านอนทุกครั้งที่กรนดัง เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่
ช่วยลดเสียงกรนได้ชั่วคราวแต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และรบกวนการนอนหลับต่อเนื่องของทั้งสองฝ่าย หากต้องทำเช่นนี้เป็นประจำทุกคืน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่แท้จริงแทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อย ๆ
พ่อมีความดันโลหิตสูงควบคุมยากมาหลายปี ต้องแจ้งแพทย์เรื่องกรนด้วยหรือไม่
ควรแจ้ง เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ไม่ได้รับการดูแลอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ควบคุมความดันโลหิตได้ยากขึ้น การแจ้งแพทย์เรื่องการนอนกรนอาจนำไปสู่การประเมินและรักษาที่ช่วยให้ควบคุมโรคเดิมได้ดีขึ้น
ซื้อเครื่องพ่นละอองน้ำเกลือหรือแผ่นแปะจมูกมาลองใช้เองก่อนพบแพทย์ได้หรือไม่
หากกรนเกิดจากคัดจมูกเล็กน้อยและไม่มีสัญญาณหยุดหายใจ อุปกรณ์เหล่านี้อาจช่วยได้บ้าง แต่หากมีช่วงหยุดหายใจหรือง่วงกลางวันมากผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์ก่อนพึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เพียงอย่างเดียว เพราะไม่ได้รักษาการอุดกั้นในลำคอ
ทำไมแพทย์ทั่วไปถึงไม่ค่อยถามเรื่องการนอนกรนในการตรวจสุขภาพประจำปี
การนอนกรนมักไม่ถูกถามเป็นประจำเพราะผู้ป่วยเองมักไม่รู้ตัวว่ากรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ครอบครัวหรือคู่สมรสที่ได้ยินเสียงกรนจึงมีบทบาทสำคัญในการแจ้งข้อมูลนี้ให้แพทย์ทราบเชิงรุกแทนการรอให้ถาม
ถ้าผู้สูงอายุนอนคนเดียวไม่มีใครได้ยินเสียงกรน จะรู้ได้อย่างไรว่ามีปัญหา
อาจสังเกตจากอาการตอนตื่น เช่น ปากแห้งคอแห้งบ่อย ปวดหัวตอนเช้า หรือง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกัน ควรปรึกษาแพทย์แม้จะไม่มีใครยืนยันเสียงกรนได้โดยตรง
สรุป
- จุดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือมองว่ากรนดังเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญที่ไม่เกี่ยวกับสุขภาพ
- การใช้แอลกอฮอล์หรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้หลับมักทำให้กรนและหยุดหายใจแย่ลง ไม่ใช่ดีขึ้น
- การแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าโดยไม่พบแพทย์ทำให้พลาดโอกาสรักษาสาเหตุที่แท้จริง
- หากมีเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบากขณะตื่น ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ใช่รอสังเกตต่อ
แหล่งข้อมูล
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับผู้สูงอายุ — กรมอนามัย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Sleep apnoea and cardiovascular risk — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Medication safety in older adults — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นอนกรนในผู้สูงอายุ ต่างจากกรนตอนหนุ่มสาวอย่างไร และเมื่อไรต้องพบแพทย์
นอนกรนในผู้สูงอายุอาจเป็นแค่เสียงรบกวน หรือเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เพิ่มความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือด บทความนี้ช่วยแยกกรนที่สังเกตต่อได้ออกจากกรนที่ต้องรีบประเมิน

ง่วงตอนกลางวันในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไรได้บ้าง และควรสังเกตอย่างไร
ง่วงตอนกลางวันในผู้สูงอายุมีได้ทั้งจากการนอนกลางคืนไม่พอ ผลข้างเคียงของยา และสัญญาณเจ็บป่วยเฉียบพลัน บทความนี้ช่วยแยกความง่วงที่สังเกตต่อได้ออกจากความง่วงที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

จัดห้องนอนอย่างไรให้ผู้สูงอายุหลับสนิทขึ้นและปลอดภัยขึ้น
ห้องนอนที่มืดเกินไป เย็นเกินไป หรือมีสิ่งกีดขวางบนพื้น ล้วนกระทบทั้งคุณภาพการนอนและความเสี่ยงหกล้มของผู้สูงอายุ บทความนี้ชี้จุดที่ควรปรับก่อนและวิธีทำให้เหมาะกับบ้านไทยจริง