สูงวัยไทย

พาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและการได้ยินประจำปี ควรเริ่มตรงไหนและถี่แค่ไหน

แนวทางวางแผนพาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ความถี่ที่เหมาะสม การเตรียมตัวก่อนตรวจ ไปจนถึงการอ่านผลตรวจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

12 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

Optometrist performing an eye exam with a slit lamp in a well-lit examination room.

รูปภาพโดย José Antonio Otegui Auzmendi / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ผู้สูงอายุควรได้รับการตรวจสายตาและการได้ยินอย่างน้อยปีละครั้ง แม้จะรู้สึกว่ายังมองเห็นและได้ยินปกติดี เพราะการเสื่อมทั้งสองอย่างมักค่อยเป็นค่อยไปจนตัวเองปรับตัวชินโดยไม่รู้ตัว
  • การตรวจสายตาไม่ได้มีแค่การวัดสายตาสั้นยาว แต่รวมถึงการตรวจต้อกระจก ต้อหิน และจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งพบบ่อยขึ้นตามอายุและบางอย่างไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าจนกระทบการมองเห็นแล้ว
  • การตรวจการได้ยินช่วยจับสัญญาณการได้ยินเสื่อมตามวัยได้ตั้งแต่ระยะแรก ก่อนที่จะกระทบการสื่อสารและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันมากขึ้น
  • ควรเตรียมข้อมูลอาการที่สังเกตเห็นในชีวิตประจำวันไปให้แพทย์ก่อนตรวจ เช่น มองไฟจ้าแล้วแสบตา หรือขอให้พูดซ้ำบ่อยขึ้น เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ตรวจได้ตรงจุดกว่า

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่ยังไม่เคยพาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและการได้ยินอย่างเป็นระบบ หรือไม่แน่ใจว่าควรตรวจถี่แค่ไหน
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่รู้สึกว่ายังมองเห็นและได้ยินปกติดี แต่อยากป้องกันปัญหาที่อาจกำลังเริ่มก่อตัวโดยไม่รู้ตัว
  • ไม่เหมาะกับกรณีตาแดงรุนแรง ปวดตาเฉียบพลัน หรือมองเห็นภาพซ้อนกะทันหัน ซึ่งต้องพบแพทย์ทันทีแทนการรอนัดตรวจประจำปี

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมต้องตรวจแม้รู้สึกว่ายังมองเห็นและได้ยินปกติ

สายตายาวตามวัย หรือ presbyopia และการได้ยินเสื่อมตามวัย หรือ presbycusis ทั้งสองอย่างนี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลาหลายปี ทำให้ผู้สูงอายุปรับตัวชินกับการมองเห็นหรือได้ยินที่ลดลงโดยไม่รู้ตัวว่าเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแล้ว การรอจนรู้สึกผิดปกติชัดเจนก่อนถึงจะไปตรวจ มักหมายความว่าปัญหาลุกลามไปไกลกว่าที่ควรแล้ว

โรคตาบางชนิดในผู้สูงอายุ เช่น ต้อหิน มักไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าจนกระทั่งลานสายตาแคบลงไปมากแล้ว การตรวจความดันลูกตาและจอประสาทตาเป็นประจำจึงเป็นวิธีเดียวที่จะจับสัญญาณได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังรักษาหรือชะลอความเสื่อมได้ดีกว่า

ความถี่การตรวจที่เหมาะสมตามวัยและความเสี่ยง

โดยทั่วไปผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคตาหรือหูเดิมควรตรวจสายตาและการได้ยินอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากมีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น เบาหวานที่อาจกระทบจอประสาทตา หรือมีประวัติสัมผัสเสียงดังมานาน แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจถี่กว่านั้น ควรตรวจสอบความถี่ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายจริงของแต่ละคนกับแพทย์ผู้ดูแลโดยตรง

หากเพิ่งได้รับแว่นสายตาหรือเครื่องช่วยฟังใหม่ ควรมีนัดติดตามผลภายในไม่กี่เดือนแรกเพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์ยังเหมาะกับสภาพจริงหรือไม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดเร็วกว่าที่คาดในบางคน

การเตรียมตัวก่อนตรวจให้ได้ผลตรวจที่ตรงสภาพจริง

ก่อนไปตรวจ ควรจดบันทึกอาการที่สังเกตเห็นในชีวิตประจำวันไว้ล่วงหน้า เช่น มองไฟรถตอนกลางคืนแล้วแสบตามาก อ่านฉลากยาบนขวดไม่ชัดแม้ใส่แว่น หรือขอให้คนพูดซ้ำบ่อยขึ้นในช่วงหลัง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เข้าใจสภาพการใช้ชีวิตจริงมากกว่าการตรวจตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว

หากผู้สูงอายุมีความจำเริ่มไม่ดีหรือสื่อสารลำบาก ควรมีผู้ดูแลไปด้วยเพื่อช่วยให้ข้อมูลเสริมกับแพทย์ แต่ยังคงให้ผู้สูงอายุเป็นผู้ตอบคำถามด้วยตัวเองก่อนเสมอ เพื่อรักษาความเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตัวเอง

นำแว่นสายตาหรือเครื่องช่วยฟังเดิมไปด้วยทุกครั้งที่ตรวจ เพื่อให้แพทย์เปรียบเทียบกับผลตรวจใหม่และประเมินว่าอุปกรณ์เดิมยังเหมาะสมหรือควรปรับเปลี่ยน

การอ่านผลตรวจและตัดสินใจขั้นต่อไปร่วมกับแพทย์

หลังตรวจ ควรขอให้แพทย์อธิบายผลเป็นภาษาธรรมดาว่าหมายความว่าอย่างไรในชีวิตประจำวัน เช่น ควรเลี่ยงขับรถตอนกลางคืนหรือไม่ หรือควรพิจารณาเครื่องช่วยฟังในระดับไหน แทนที่จะรับแค่ตัวเลขผลตรวจกลับบ้านโดยไม่เข้าใจความหมาย

หากผลตรวจพบความผิดปกติที่ต้องติดตามต่อ เช่น ความดันลูกตาสูงกว่าปกติ ควรถามแพทย์ให้ชัดเจนว่าต้องนัดติดตามอีกเมื่อใด และมีสัญญาณอะไรที่ต้องรีบกลับมาก่อนนัด

A doctor and senior patient in a modern medical clinic setting.

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นตอนก่อนวันตรวจ

จดบันทึกอาการที่สังเกตเห็นในชีวิตประจำวันอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนวันนัด เช่น ปัญหาการมองเห็นตอนกลางคืน หรือสถานการณ์ที่ต้องขอให้พูดซ้ำ

เตรียมแว่นสายตา เครื่องช่วยฟัง และรายการยาที่ใช้อยู่ไปด้วยในวันตรวจ

  • จดบันทึกอาการที่สังเกตเห็นในชีวิตประจำวันล่วงหน้า
  • เตรียมแว่นสายตา เครื่องช่วยฟัง และรายการยาไปด้วย

ขั้นตอนระหว่างวันตรวจ

ให้ผู้สูงอายุเป็นผู้ตอบคำถามแพทย์ด้วยตัวเองก่อน โดยผู้ดูแลช่วยเสริมข้อมูลเมื่อจำเป็น และสอบถามแพทย์ให้ชัดเจนถึงความหมายของผลตรวจในชีวิตประจำวัน

ถามแพทย์ถึงความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการตรวจครั้งต่อไป โดยพิจารณาจากโรคประจำตัวและผลตรวจครั้งนี้

  • ให้ผู้สูงอายุตอบคำถามแพทย์ด้วยตัวเองก่อน
  • สอบถามความหมายของผลตรวจเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย

ขั้นตอนหลังตรวจและติดตามผล

จดวันนัดครั้งต่อไปไว้ในปฏิทินหรือเอกสารที่เห็นง่าย พร้อมสัญญาณอันตรายที่แพทย์บอกว่าต้องรีบกลับมาก่อนนัด

หากได้รับแว่นหรือเครื่องช่วยฟังใหม่ ให้สังเกตการใช้งานในชีวิตประจำวันช่วง 2-4 สัปดาห์แรก และนัดกลับไปปรับหากยังไม่เหมาะสม

  • จดวันนัดครั้งต่อไปและสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบกลับมา
  • สังเกตการใช้งานอุปกรณ์ใหม่ในช่วงแรกและนัดปรับหากจำเป็น

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • รอจนมองไม่เห็นหรือได้ยินชัดเจนก่อนถึงจะพาไปตรวจ ทั้งที่การเสื่อมมักค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่รู้ตัว
  • ไปตรวจโดยไม่เตรียมข้อมูลอาการในชีวิตประจำวันล่วงหน้า ทำให้แพทย์ตรวจได้ไม่ตรงจุด
  • รับผลตรวจกลับบ้านโดยไม่ถามความหมายในชีวิตประจำวัน เช่น ควรเลี่ยงขับรถกลางคืนหรือไม่
  • ตอบคำถามแพทย์แทนผู้สูงอายุทั้งหมดโดยไม่ให้เขาได้พูดด้วยตัวเอง
  • ไม่นำแว่นสายตาหรือเครื่องช่วยฟังเดิมไปด้วยในวันตรวจ
  • ลืมนัดติดตามผลครั้งต่อไปหรือปล่อยผ่านไปโดยไม่ตรวจตามกำหนด

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากเกิดตาแดงรุนแรงพร้อมปวดตามาก มองเห็นภาพซ้อนหรือมัวลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือสูญเสียการมองเห็นบางส่วนกะทันหัน เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางตา
  • ควรพบแพทย์ตาหรือหูคอจมูกภายในไม่กี่วัน หากมีอาการปวดตารุนแรง ตาแดงมาก หรือปวดหูร่วมกับมีของเหลวไหลออกจากหู
  • ควรนัดตรวจภายในสัปดาห์นี้ หากสังเกตเห็นการมองเห็นหรือการได้ยินเปลี่ยนแปลงชัดเจนภายในเวลาสั้น เช่น มองเห็นแย่ลงมากในไม่กี่สัปดาห์
  • ควรนัดตรวจตามกำหนดประจำปี หากยังไม่มีอาการผิดปกติชัดเจนแต่ยังไม่เคยตรวจในรอบปีที่ผ่านมา
  • เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป หากมีอาการเล็กน้อยที่ยังไม่แน่ใจว่าสำคัญหรือไม่ เช่น รู้สึกแสบตาเป็นบางครั้ง

เช็กลิสต์สรุป

  • วางแผนตรวจสายตาและการได้ยินอย่างน้อยปีละครั้ง
  • จดบันทึกอาการในชีวิตประจำวันก่อนไปตรวจ
  • เตรียมแว่นสายตา เครื่องช่วยฟัง และรายการยาไปด้วย
  • ให้ผู้สูงอายุตอบคำถามแพทย์ด้วยตัวเองก่อน
  • สอบถามความหมายของผลตรวจเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย
  • จดวันนัดครั้งต่อไปและสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบกลับมา
  • สังเกตการใช้งานอุปกรณ์ใหม่หลังตรวจในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุที่ยังมองเห็นและได้ยินปกติดีจำเป็นต้องตรวจทุกปีจริงหรือ

จำเป็น เพราะโรคตาบางชนิดอย่างต้อหินมักไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าจนกระทั่งลานสายตาแคบลงไปมากแล้ว การตรวจเป็นประจำแม้รู้สึกปกติดีจึงเป็นวิธีเดียวที่จะจับสัญญาณได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังชะลอความเสื่อมได้ดีกว่า

ควรพาผู้สูงอายุไปตรวจสายตากับตรวจการได้ยินพร้อมกันในวันเดียวได้หรือไม่

ได้ หากสถานพยาบาลมีบริการทั้งสองอย่าง การตรวจพร้อมกันช่วยประหยัดเวลาเดินทางและลดความเหนื่อยล้าของผู้สูงอายุจากการต้องไปหลายครั้ง แต่ควรสอบถามล่วงหน้าว่าสถานพยาบาลนั้นมีทั้งสองบริการหรือต้องแยกไปคนละที่

มีสิทธิหรือสวัสดิการช่วยค่าใช้จ่ายตรวจสายตาและการได้ยินสำหรับผู้สูงอายุไหม

มีบางสิทธิที่ครอบคลุมการตรวจสุขภาพพื้นฐานตามเงื่อนไขที่กำหนด ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจากเงื่อนไขและความครอบคลุมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา

ผู้สูงอายุไม่ยอมไปตรวจเพราะกลัวว่าจะพบว่าต้องใส่แว่นหรือเครื่องช่วยฟัง ควรทำอย่างไร

ควรอธิบายว่าการตรวจไม่ได้แปลว่าต้องใส่อุปกรณ์เสมอไป และแม้พบว่าต้องใช้อุปกรณ์จริง ก็ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นแทนที่จะปล่อยให้ปัญหาลุกลาม ควรฟังความกังวลของเขาก่อนแทนการบังคับให้ไปตรวจทันที

ควรนำผลตรวจสายตาหรือการได้ยินครั้งก่อนไปด้วยในการตรวจครั้งใหม่หรือไม่

ควรนำไปด้วยถ้ามี เพราะช่วยให้แพทย์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงระหว่างครั้งได้ชัดเจนกว่าการตรวจแบบไม่มีข้อมูลอ้างอิง ทำให้ประเมินความเร็วในการเสื่อมและวางแผนการติดตามผลได้แม่นยำขึ้น

ถ้าผู้สูงอายุมีความจำเริ่มไม่ดี ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนพาไปตรวจสายตาและการได้ยิน

ควรมีผู้ดูแลไปด้วยเพื่อช่วยให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับอาการในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงให้ผู้สูงอายุตอบคำถามแพทย์ด้วยตัวเองก่อนเสมอ และแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเรื่องความจำเพื่อให้แพทย์ปรับวิธีอธิบายผลตรวจให้เข้าใจง่ายขึ้น

หลังตรวจแล้วพบว่าความดันลูกตาสูงกว่าปกติ ต้องทำอย่างไรต่อ

ควรถามแพทย์ให้ชัดเจนว่าต้องติดตามผลอีกเมื่อใด และมีสัญญาณอะไรที่ต้องรีบกลับมาก่อนนัด เนื่องจากความดันลูกตาสูงอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของต้อหินซึ่งต้องติดตามอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยผ่านโดยไม่นัดติดตามตามที่แพทย์แนะนำ

สรุป

  • การตรวจสายตาและการได้ยินประจำปีสำคัญแม้รู้สึกว่ายังปกติดี เพราะการเสื่อมมักค่อยเป็นค่อยไปจนปรับตัวชินโดยไม่รู้ตัว
  • การเตรียมข้อมูลอาการในชีวิตประจำวันล่วงหน้าช่วยให้แพทย์ตรวจได้ตรงจุดกว่าการตรวจตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว
  • ควรให้ผู้สูงอายุเป็นผู้ตอบคำถามแพทย์ด้วยตัวเองก่อนเสมอ เพื่อรักษาความเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตัวเอง
  • ผลตรวจมีประโยชน์จริงเมื่อเข้าใจความหมายในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่รับตัวเลขกลับบ้านโดยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง