สูงวัยไทย
ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุมีความซับซ้อนกว่าคนอายุน้อย เพราะเกี่ยวข้องกับความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและยาหลายชนิดพร้อมกัน คู่มือนี้ช่วยให้ครอบครัวดูแลได้อย่างเข้าใจและปลอดภัยมากขึ้น
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Vlada Karpovich / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุต้องดูแลควบคู่กับการระวังความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension ซึ่งเสี่ยงหกล้มได้พอ ๆ กับความดันสูงเอง
- การวัดความดันที่บ้านอย่างสม่ำเสมอและจดบันทึกช่วยให้แพทย์ปรับยาได้แม่นยำขึ้น มากกว่าการวัดเฉพาะตอนไปพบแพทย์เพียงอย่างเดียว
- ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือภาวะ polypharmacy มีความเสี่ยงผลข้างเคียงจากยาลดความดันมากกว่าคนที่ใช้ยาน้อยชนิด ควรทบทวนรายการยาทั้งหมดเป็นระยะ
- การปรับพฤติกรรม เช่น อาหาร การเคลื่อนไหว และการนอน มีผลต่อความดันโลหิตไม่น้อยกว่ายา แต่ต้องทำควบคู่กันไป ไม่ใช่ใช้แทนยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยความดันโลหิตสูง หรือกำลังปรับยาใหม่กับแพทย์
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องช่วยจัดการยาและติดตามความดันโลหิตของผู้สูงอายุที่บ้าน
- ไม่เหมาะเป็นแนวทางปรับยาด้วยตนเอง การเพิ่มลดยาความดันทุกครั้งต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุถึงต้องดูแลต่างจากคนอายุน้อย
หลอดเลือดของผู้สูงอายุมักแข็งตัวขึ้นตามวัย ทำให้ความดันโลหิตผันผวนได้ง่ายกว่าคนอายุน้อย โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน เช่น ลุกจากเตียงหรือเก้าอี้เร็วเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension ตามมา อาการนี้ทำให้หน้ามืดและเสี่ยงหกล้มได้ทันที
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวหลายอย่างพร้อมกัน เช่น เบาหวานหรือโรคไต ทำให้การเลือกยาลดความดันต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากกว่าการเลือกยาตัวเดียวสำหรับคนที่มีเพียงความดันสูงอย่างเดียว
ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม
หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับตัวเลขความดันสูงเป็นหลัก แต่มองข้ามอาการหน้ามืดตอนลุกยืน ซึ่งเป็นสัญญาณของความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า อาการนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่ใช้ยาลดความดันบางชนิด และอาจรุนแรงขึ้นเมื่อร่างกายขาดน้ำหรือหลังกินอาหารมื้อหนัก การสังเกตและป้องกันอาการนี้สำคัญไม่แพ้การควบคุมความดันสูง
วิธีป้องกันง่าย ๆ คือลุกช้า ๆ เป็นขั้นตอน เช่น นั่งที่ขอบเตียงก่อนยืน และรอสักครู่ก่อนเริ่มเดิน หากมีอาการหน้ามืดบ่อยควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาปรับยา
ยาหลายชนิดพร้อมกันกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังหลายอย่างมักต้องใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือภาวะ polypharmacy ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาและผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง เช่น ยาลดความดันบางชนิดที่ใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะอาจทำให้ความดันตกมากกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะในวันที่ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ
การทบทวนรายการยาทั้งหมดกับแพทย์หรือเภสัชกรอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก ครอบครัวควรพกรายการยาทั้งหมดติดตัวเมื่อไปพบแพทย์ทุกครั้ง แม้จะเป็นแพทย์คนละท่านที่ดูแลโรคต่างกัน
อาหาร การเคลื่อนไหว และการนอน ปัจจัยที่ช่วยยาให้ได้ผลดีขึ้น
นอกจากยา พฤติกรรมประจำวันมีผลต่อความดันโลหิตไม่น้อย การลดปริมาณโซเดียมในอาหาร เช่น หลีกเลี่ยงน้ำปลาและซอสปรุงรสมากเกินไป ช่วยให้ยาที่ใช้อยู่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น การเคลื่อนไหวเบา ๆ สม่ำเสมอ เช่น เดินหรือออกกำลังกายบนเก้าอี้ ก็ช่วยควบคุมความดันในระยะยาวได้เช่นกัน
การนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพก็มีผลต่อความดันโลหิตเช่นกัน ผู้สูงอายุที่นอนหลับไม่เพียงพอหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักควบคุมความดันได้ยากกว่าคนที่นอนหลับดี หากสังเกตว่านอนกรนดังผิดปกติหรือรู้สึกง่วงมากในตอนกลางวัน ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ควบคุมความดันได้ไม่ดีทั้งที่กินยาครบถ้วน

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1 วัดความดันโลหิตที่บ้านอย่างถูกวิธี
การวัดที่ถูกวิธีทำให้ได้ค่าที่แม่นยำสำหรับใช้ปรึกษาแพทย์
- นั่งพักอย่างน้อยห้านาทีก่อนวัดทุกครั้ง
- วัดในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เช่น เช้าและเย็น
- จดค่าที่วัดได้พร้อมวันเวลาไว้เป็นบันทึกต่อเนื่อง
ขั้นที่ 2 ป้องกันความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าในชีวิตประจำวัน
การเปลี่ยนท่าอย่างช้า ๆ ช่วยลดความเสี่ยงหน้ามืดและหกล้ม
- ลุกจากเตียงหรือเก้าอี้เป็นขั้นตอน นั่งพักก่อนยืนทุกครั้ง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน โดยเฉพาะในวันอากาศร้อน
- หลีกเลี่ยงการยืนนิ่งเป็นเวลานานโดยไม่เคลื่อนไหว
ขั้นที่ 3 ทบทวนยาและพฤติกรรมกับแพทย์เป็นระยะ
การทบทวนสม่ำเสมอช่วยปรับแผนดูแลให้เหมาะกับสภาพร่างกายปัจจุบัน
- นำบันทึกความดันโลหิตไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่พบตามนัด
- ทบทวนรายการยาทั้งหมดรวมทั้งยาที่ซื้อกินเองหรืออาหารเสริม
- ปรึกษาแพทย์ก่อนปรับอาหารหรือกิจกรรมที่อาจมีผลต่อความดันโลหิต
- สอบถามแพทย์เรื่องคุณภาพการนอนหลับ หากสังเกตว่านอนกรนดังผิดปกติหรือรู้สึกง่วงมากในตอนกลางวันแม้จะนอนครบชั่วโมง
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
24ชั่วโมงอินซูลินเย็นกล่องยายากล่องเย็นเดินทางแบบพกพาอินซูลินถ้วยเย็น
กล่องใส่ยา ตลับใส่อาหารเสริม ตลับยา ตลับใส่ยา กล่องยา กล่องใส่ยา 1สัปดาห์
กล่องใส่ยา กล่องยามัลติฟังก์ชั่นรูปดอกไม้สีโดปามีน 6 ช่องแบ่งยา พกพาง่าย เหมาะท่องเที่ยวกลางแจ้ง Hiday
กล่องยารายสัปดาห์กันแสง แบบพกพา กล่องใส่ยา กล่องแบ่งยา เก็บ จุของได้เยอะ 7 วันส่งฟรี
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ปรับเพิ่มหรือลดยาลดความดันเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ลุกยืนกะทันหันโดยไม่นั่งพักก่อน โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน
- มองข้ามอาการหน้ามืดตอนลุกยืนว่าเป็นเรื่องปกติของวัย
- ไม่แจ้งแพทย์เรื่องยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมถึงยาที่ซื้อกินเองหรืออาหารเสริม
- หยุดยาความดันเองเมื่อรู้สึกว่าความดันปกติดีแล้วโดยไม่ปรึกษาแพทย์
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้าปวดศีรษะรุนแรงฉับพลันร่วมกับความดันสูงมากผิดปกติ หรือพูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว
- โทร 1669 ทันที ถ้าหมดสติหรือหกล้มจากอาการหน้ามืดจนศีรษะกระแทกพื้น
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน ถ้าความดันโลหิตสูงหรือต่ำผิดปกติกว่าที่เคยวัดได้อย่างชัดเจน
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าหน้ามืดตอนลุกยืนเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมหรือรุนแรงขึ้น
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป ถ้าความดันโลหิตแกว่งขึ้นลงเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในช่วงที่แพทย์เคยแจ้งไว้ว่ายอมรับได้
เช็กลิสต์สรุป
- วัดความดันโลหิตที่บ้านในเวลาใกล้เคียงกันทุกวันและจดบันทึกไว้
- ลุกจากเตียงหรือเก้าอี้อย่างช้า ๆ เป็นขั้นตอนทุกครั้ง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน โดยเฉพาะวันอากาศร้อน
- พกรายการยาทั้งหมดติดตัวเมื่อไปพบแพทย์ทุกครั้ง
- ไม่ปรับเพิ่มลดหรือหยุดยาความดันเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการหน้ามืดตอนลุกยืนบ่อยขึ้น
- ทบทวนรายการยาและพฤติกรรมการดูแลกับแพทย์เป็นระยะทุกครั้งที่พบตามนัด
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุถึงอันตรายกว่าคนอายุน้อย
เพราะหลอดเลือดของผู้สูงอายุมักแข็งตัวขึ้นตามวัย ทำให้ความดันผันผวนง่ายและเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หลอดเลือดสมองหรือหัวใจ นอกจากนี้ยังมักมีโรคประจำตัวอื่นร่วมด้วย ทำให้การดูแลต้องพิจารณาหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ควบคุมตัวเลขความดันอย่างเดียว
ควรวัดความดันโลหิตที่บ้านบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปควรวัดวันละหนึ่งถึงสองครั้งในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เช่น เช้าและเย็น และจดบันทึกค่าที่ได้ไว้ต่อเนื่อง เพื่อนำไปให้แพทย์ดูในนัดถัดไป ความถี่ที่แน่นอนควรปรึกษาแพทย์ตามสภาพร่างกายของแต่ละคน
หน้ามืดตอนลุกยืนเกี่ยวข้องกับยาความดันหรือไม่
เกี่ยวข้องได้ เพราะยาลดความดันบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า หากมีอาการหน้ามืดตอนลุกยืนบ่อยครั้ง ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาปรับยาหรือปรับเวลากินยา ไม่ควรปล่อยผ่านว่าเป็นเรื่องปกติของวัย
กินยาความดันแล้วรู้สึกความดันปกติดี หยุดยาเองได้ไหม
ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะความดันที่ปกติดีมักเป็นผลจากการกินยาต่อเนื่อง หากหยุดยาเองความดันอาจสูงขึ้นอีกโดยไม่รู้ตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนยาทุกครั้ง แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม
อาหารมีผลต่อความดันโลหิตในผู้สูงอายุมากแค่ไหน
มีผลพอสมควร โดยเฉพาะปริมาณโซเดียมในอาหาร การลดอาหารเค็มช่วยควบคุมความดันได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้การปรับอาหารแทนยาที่แพทย์สั่งโดยไม่ปรึกษาก่อน ควรทำควบคู่กันไปตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักโภชนาการ
ควรพกรายการยาไปพบแพทย์ทุกครั้งจริงหรือไม่ แม้จะเป็นแพทย์คนเดิม
ควรพกไปทุกครั้ง เพราะรายการยาอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากแพทย์ท่านอื่นหรือการซื้อยากินเอง การมีรายการที่ครบถ้วนช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงจากยาหลายชนิดพร้อมกันได้แม่นยำขึ้น และลดโอกาสเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่ไม่คาดคิด
สรุป
- ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุต้องดูแลควบคู่กับการป้องกันความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ไม่ใช่ควบคุมแค่ตัวเลขความดันสูงอย่างเดียว
- การวัดความดันที่บ้านอย่างสม่ำเสมอและจดบันทึกช่วยให้แพทย์ปรับแผนการดูแลได้แม่นยำขึ้น
- ยาหลายชนิดพร้อมกันเพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียง ควรทบทวนรายการยาทั้งหมดกับแพทย์เป็นระยะ
- การปรับพฤติกรรมและการเปลี่ยนท่าอย่างระมัดระวัง มีผลต่อความปลอดภัยไม่น้อยกว่าการใช้ยา
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ใส่ถนน NBHD กล่องยาช่องแบบพกพา6ช่องแคปซูลกล่องเก็บช่องกล่องยาเดินทางโปรโมชั่นยารายสัปดาห์
RAINBEAU ที่แกะยา ตลับยา Food grade แบบกด ลดการปนเปื้อนจากการใช้มือแกะ ใช้งานง่าย ขนาดกระทัด พกพาสะดวก
ตลับยา กล่องใส่ยา ตลับใส่ยา ช่องเดี่ยว 3 ช่อง One day ตลับยาพกพา
ที่ตัดยา กล่องแบ่งยา pill cutter รุ่นใหม่ ใบมีดสแตนเลส คม ทน แบ่งยาได้เท่ากัน พร้อมส่ง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- สิทธิการรักษาโรคเรื้อรังของผู้สูงอายุ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Hypertension — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

6 ความเข้าใจผิดเรื่องความดันโลหิตสูงที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ความเข้าใจผิดเรื่องความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ ไม่ได้มาจากความไม่ใส่ใจ แต่มาจากความเชื่อที่ฟังดูสมเหตุสมผลแต่ไม่ตรงกับความจริงทางการแพทย์ บทความนี้ช่วยแยกให้ชัดเจน

รู้จักสัญญาณที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันทีในผู้สูงอายุ ก่อนที่จะสายเกินไป
ไม่ใช่ทุกความเหนื่อยที่ควรฝืนต่อ ผู้สูงอายุมีสัญญาณร่างกายบางอย่างที่บอกว่าต้องหยุดออกกำลังกายทันที คู่มือนี้ช่วยแยกว่าอะไรคือเหนื่อยธรรมดา และอะไรคือสัญญาณอันตราย