สูงวัยไทย
แผลในปากพ่อแม่ไม่หายสักที ดูแลที่บ้านทีละขั้นตอนอย่างไรให้ปลอดภัย
พิมพ์เมื่อ 6 สิงหาคม 2026
แผลในปากพ่อแม่ไม่หายสักที ดูแลที่บ้านทีละขั้นตอนอย่างไรให้ปลอดภัย
ขั้นตอนดูแลแผลในปากผู้สูงอายุที่บ้าน ตั้งแต่ลดความเจ็บระหว่างกินอาหาร รักษาความสะอาดช่องปาก ไปจนถึงจุดที่ต้องหยุดดูแลเองแล้วพาไปพบทันตแพทย์
ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- แผลในปากที่พบบ่อยในผู้สูงอายุมักหายเองได้ภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ หากดูแลถูกวิธี แต่ระหว่างนั้นการกินอาหารและการรักษาความสะอาดช่องปากต้องปรับให้เหมาะ เพื่อไม่ให้แผลระคายเคืองซ้ำจนหายช้าลง
- ขั้นตอนดูแลที่บ้านเน้นสามเรื่องหลักคือลดการระคายเคืองแผล รักษาความสะอาดช่องปากโดยไม่ทำให้เจ็บเพิ่ม และสังเกตว่าแผลมีแนวโน้มดีขึ้นหรือแย่ลงในแต่ละวัน
- แผลในปากบางแผลไม่ได้เกิดจากการกัดโดนตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับฟันปลอมที่เสียดสี ปากแห้งจากการใช้ยาหลายชนิด หรือภาวะโภชนาการบางอย่าง การดูแลจึงต้องมองปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ใช่แค่ทาแผลอย่างเดียว
- หากแผลไม่หายภายในสองสัปดาห์ มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หรือเจ็บรุนแรงจนกินไม่ได้เลย ควรหยุดดูแลเองแล้วพาไปพบทันตแพทย์ เพราะอาจต้องตรวจหาสาเหตุที่ลึกกว่าแผลทั่วไป
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ดูแลที่พบว่าพ่อแม่มีแผลในปากลักษณะทั่วไป เช่น แผลกลมเล็กสีขาวหรือเหลืองขอบแดง และต้องการขั้นตอนดูแลที่บ้านระหว่างรอแผลหาย
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมและเริ่มมีแผลจากการเสียดสี ซึ่งต้องดูแลทั้งแผลและตรวจสอบความพอดีของฟันปลอมไปพร้อมกัน
- ไม่เหมาะกับแผลที่ใหญ่ผิดปกติ เจ็บรุนแรง มีเลือดออกมาก หรือไม่หายภายในสองสัปดาห์ ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากทันตแพทย์โดยตรง ไม่ใช่ดูแลต่อเองที่บ้าน
- เป็นแนวทางดูแลทั่วไปสำหรับแผลในปากลักษณะปกติ ไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคลหรือการวินิจฉัยสาเหตุของแผล
สิ่งที่ควรรู้
แผลในปากที่พบบ่อยเกิดจากอะไรได้บ้าง
แผลในปากทั่วไปมักเกิดจากการกัดโดนกระพุ้งแก้มหรือลิ้นโดยไม่ตั้งใจ การเสียดสีจากฟันปลอมที่ไม่พอดี หรือการระคายเคืองจากขอบฟันที่แหลมคม ในผู้สูงอายุยังมีปัจจัยเสริมที่พบได้บ่อยกว่าคนวัยอื่น คือปากแห้งจากการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือภาวะ polypharmacy ซึ่งทำให้เยื่อบุช่องปากบอบบางและระคายเคืองง่ายขึ้นกว่าปกติ
บางครั้งแผลในปากอาจสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการ เช่น การกินอาหารได้น้อยลงต่อเนื่อง แต่การดูแลที่บ้านไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ สิ่งที่ทำได้คือสังเกตปัจจัยแวดล้อม เช่น เพิ่งเปลี่ยนฟันปลอมใหม่ เพิ่งเปลี่ยนยา หรือกินได้น้อยลงในช่วงเดียวกันหรือไม่ แล้วนำข้อมูลนี้ไปเล่าให้ทันตแพทย์ฟังเมื่อไปพบ
ลดการระคายเคืองระหว่างรอแผลหาย
ระหว่างที่แผลยังไม่หาย ควรเลี่ยงอาหารรสจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หรือเผ็ดจัด เพราะจะทำให้แผลแสบและเจ็บมากขึ้น รวมถึงอาหารที่มีขอบคมหรือกรอบแข็ง เช่น ขนมปังกรอบหรือผลไม้แข็ง ที่อาจเสียดสีแผลซ้ำขณะเคี้ยว ควรเลือกอาหารอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป เพราะอุณหภูมิสุดขั้วอาจกระตุ้นความเจ็บของแผลได้
หากผู้สูงอายุใส่ฟันปลอม ควรตรวจดูว่าฟันปลอมชิ้นที่เสียดสีตรงตำแหน่งแผลพอดีหรือไม่ ในบางกรณีการถอดฟันปลอมออกช่วงพักหรือเวลานอนอาจช่วยลดการเสียดสีซ้ำ แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์หากไม่แน่ใจว่าควรถอดฟันปลอมช่วงไหนบ้าง
รักษาความสะอาดช่องปากโดยไม่ทำให้แผลเจ็บเพิ่ม
การแปรงฟันยังต้องทำต่อเนื่องแม้มีแผลในปาก เพราะความสะอาดช่องปากช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อซ้ำที่แผล แต่ควรใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและแปรงเบามือบริเวณใกล้แผล หลีกเลี่ยงการแปรงโดนแผลโดยตรง หากมีน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์และทันตแพทย์แนะนำให้ใช้ อาจช่วยลดการระคายเคืองได้มากกว่าน้ำยาบ้วนปากทั่วไปที่มีแอลกอฮอล์ซึ่งอาจทำให้แผลแสบมากขึ้น
การบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเจือจางเป็นวิธีทั่วไปที่ช่วยรักษาความสะอาดโดยไม่ระคายเคืองมาก แต่ควรใช้ความเข้มข้นที่เหมาะสมและไม่บ้วนแรงจนกระทบแผล หากไม่แน่ใจวิธีที่เหมาะกับสภาพช่องปากของผู้สูงอายุแต่ละคน ควรสอบถามทันตแพทย์โดยตรง
สังเกตแนวโน้มของแผลทุกวัน ไม่ใช่แค่รอดูเฉย ๆ
แผลในปากทั่วไปควรมีขนาดคงที่หรือเล็กลงเรื่อย ๆ ภายในหนึ่งสัปดาห์ หากสังเกตว่าแผลใหญ่ขึ้น มีจำนวนแผลเพิ่มขึ้น หรือเจ็บมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้น ควรถือเป็นสัญญาณว่าการดูแลที่บ้านอาจไม่เพียงพอแล้ว
การถ่ายรูปแผลไว้ทุกสองสามวันเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนกว่าการจำจากความรู้สึก และเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากเมื่อนำไปให้ทันตแพทย์ดูหากแผลไม่หายตามที่ควร

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
วันแรกที่พบแผล ปรับอาหารและสังเกตสาเหตุที่เป็นไปได้
เริ่มจากปรับอาหารให้อ่อนโยนต่อแผล และสังเกตว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดก่อนหน้า เช่น กัดโดนตัวเอง เปลี่ยนฟันปลอมใหม่ หรือเปลี่ยนยา
- เปลี่ยนเป็นอาหารอ่อน ไม่เผ็ดไม่เปรี้ยวจัด อุณหภูมิพอเหมาะ
- ตรวจฟันปลอมว่าเสียดสีตรงตำแหน่งแผลหรือไม่
- จดวันที่เริ่มพบแผลและเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้า
ระหว่างสัปดาห์แรก ดูแลความสะอาดและลดความเจ็บ
แปรงฟันต่อเนื่องด้วยแปรงขนนุ่ม บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเจือจางตามความเหมาะสม และสังเกตขนาดแผลทุกวัน
- แปรงฟันเบามือ หลีกเลี่ยงการโดนแผลโดยตรง
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเจือจางหลังมื้ออาหาร
- ถ่ายรูปแผลทุกสองสามวันเพื่อเทียบขนาด
หากยังไม่ดีขึ้นหลังหนึ่งสัปดาห์ ให้นัดพบทันตแพทย์
หากแผลยังไม่มีแนวโน้มเล็กลงหรือเจ็บมากขึ้น ควรนัดพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ลึกกว่าการดูแลทั่วไปที่บ้าน พร้อมนำข้อมูลที่จดและภาพถ่ายไปด้วย
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
24ชั่วโมงอินซูลินเย็นกล่องยายากล่องเย็นเดินทางแบบพกพาอินซูลินถ้วยเย็น
กล่องใส่ยา ตลับใส่อาหารเสริม ตลับยา ตลับใส่ยา กล่องยา กล่องใส่ยา 1สัปดาห์
กล่องใส่ยา กล่องยามัลติฟังก์ชั่นรูปดอกไม้สีโดปามีน 6 ช่องแบ่งยา พกพาง่าย เหมาะท่องเที่ยวกลางแจ้ง Hiday
กล่องยารายสัปดาห์กันแสง แบบพกพา กล่องใส่ยา กล่องแบ่งยา เก็บ จุของได้เยอะ 7 วันส่งฟรี
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าฝืนกินอาหารรสจัดหรือแข็งกรอบระหว่างที่แผลยังไม่หาย เพราะจะยิ่งระคายเคืองซ้ำ
- อย่าใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์โดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์ก่อน เพราะอาจทำให้แผลแสบมากขึ้น
- อย่าปล่อยให้ฟันปลอมที่เสียดสีตรงจุดแผลยังคงใส่อยู่ตลอดวันโดยไม่ตรวจสอบความพอดี
- อย่ารอจนแผลใหญ่มากหรือเจ็บจนกินไม่ได้เลยจึงค่อยพาไปพบทันตแพทย์ ควรสังเกตแนวโน้มตั้งแต่สัปดาห์แรก
- อย่าปรับหรือหยุดยาเองเพียงเพราะสงสัยว่ายาเป็นสาเหตุของแผล ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนรายการยาก่อน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากมีเลือดออกจากช่องปากมาก กลืนลำบากจนหายใจติดขัด หรือมีไข้สูงร่วมกับซึมลงกะทันหัน
- ติดต่อทันตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากแผลเจ็บรุนแรงจนกินอาหารแทบไม่ได้ หรือมีแผลหลายจุดเกิดขึ้นพร้อมกัน
- นัดพบทันตแพทย์เมื่อสะดวก หากแผลไม่หายภายในสองสัปดาห์ หรือมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะเล็กลง
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากแผลมีขนาดเล็กและมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับในแต่ละวัน
เช็กลิสต์สรุป
- จดวันที่เริ่มพบแผลและเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้า
- ปรับอาหารให้อ่อนโยน ไม่เผ็ดไม่เปรี้ยวจัด อุณหภูมิพอเหมาะ
- ตรวจสอบว่าฟันปลอมเสียดสีตรงตำแหน่งแผลหรือไม่
- แปรงฟันต่อเนื่องด้วยแปรงขนนุ่มโดยเลี่ยงโดนแผลโดยตรง
- ถ่ายรูปแผลทุกสองสามวันเพื่อเทียบขนาด
- นัดพบทันตแพทย์หากแผลไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์
- เตรียมรายการยาที่ใช้อยู่ไปให้ทันตแพทย์ดูหากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยา
คำถามที่พบบ่อย
แผลในปากพ่อแม่ดูแลเองที่บ้านได้กี่วัน ก่อนต้องพาไปหาหมอ
โดยทั่วไปแผลในปากลักษณะทั่วไปควรมีแนวโน้มดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ หากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรนัดพบทันตแพทย์แทนการรอต่อที่บ้าน โดยเฉพาะหากแผลไม่หายเลยภายในสองสัปดาห์
น้ำเกลือบ้วนปากใช้ได้ทุกวันไหม
การบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเจือจางเป็นวิธีทั่วไปที่ใช้ได้ระหว่างที่มีแผล แต่ควรใช้ความเข้มข้นที่เหมาะสมและไม่บ้วนแรงจนกระทบแผล หากไม่แน่ใจสัดส่วนที่เหมาะกับสภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ควรสอบถามทันตแพทย์โดยตรง
ฟันปลอมที่เสียดสีจนเป็นแผล ต้องถอดออกตลอดเวลาไหม
ไม่จำเป็นต้องถอดตลอดเวลาเสมอไป แต่ควรลดการเสียดสีบริเวณแผล เช่น ถอดพักช่วงกลางคืน และควรนัดพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบความพอดีของฟันปลอม เพราะฟันปลอมที่หลวมหรือไม่พอดีมักเป็นสาเหตุของแผลซ้ำ ๆ
แผลในปากเกี่ยวข้องกับยาที่พ่อแม่กินอยู่ได้จริงหรือ
ปากแห้งจากการใช้ยาหลายชนิดร่วมกันเป็นปัจจัยเสริมที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เพราะทำให้เยื่อบุช่องปากบอบบางและระคายเคืองง่ายขึ้น หากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยา ควรจดรายการยาไปให้ทันตแพทย์หรือแพทย์ประเมินร่วมกัน ไม่ควรปรับยาเอง
ถ้าแผลในปากขึ้นพร้อมกันหลายจุด ต้องกังวลไหม
การมีแผลหลายจุดพร้อมกันควรได้รับการประเมินจากทันตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ แทนที่จะดูแลเองต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอาจต้องตรวจหาสาเหตุที่กว้างกว่าการระคายเคืองทั่วไป เช่น ภาวะโภชนาการหรือปัจจัยอื่นที่ต้องประเมินร่วม
ถ่ายรูปแผลทุกวันช่วยอะไรได้บ้าง
การถ่ายรูปช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงขนาดของแผลได้ชัดเจนกว่าการจำจากความรู้สึก ทั้งยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากเมื่อนำไปให้ทันตแพทย์ดูหากแผลไม่หายตามที่ควร ช่วยให้ประเมินได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องอธิบายด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว
สรุป
- แผลในปากทั่วไปในผู้สูงอายุมักหายเองได้ภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์หากดูแลถูกวิธี ไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไปตั้งแต่วันแรก
- การดูแลที่บ้านเน้นลดการระคายเคือง รักษาความสะอาดโดยไม่ทำให้เจ็บเพิ่ม และสังเกตแนวโน้มทุกวันแทนการรอดูเฉย ๆ
- ปากแห้งจากยาหลายชนิดและฟันปลอมที่เสียดสีเป็นปัจจัยที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ควรสังเกตร่วมด้วยเสมอ ไม่ใช่มองแค่ตัวแผล
- หากแผลไม่หายภายในสองสัปดาห์ ใหญ่ขึ้น หรือเจ็บรุนแรง ควรหยุดดูแลเองแล้วพาไปพบทันตแพทย์ทันที
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ใส่ถนน NBHD กล่องยาช่องแบบพกพา6ช่องแคปซูลกล่องเก็บช่องกล่องยาเดินทางโปรโมชั่นยารายสัปดาห์
RAINBEAU ที่แกะยา ตลับยา Food grade แบบกด ลดการปนเปื้อนจากการใช้มือแกะ ใช้งานง่าย ขนาดกระทัด พกพาสะดวก
ตลับยา กล่องใส่ยา ตลับใส่ยา ช่องเดี่ยว 3 ช่อง One day ตลับยาพกพา
ที่ตัดยา กล่องแบ่งยา pill cutter รุ่นใหม่ ใบมีดสแตนเลส คม ทน แบ่งยาได้เท่ากัน พร้อมส่ง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- การดูแลแผลในช่องปากและโภชนาการผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- Oral health — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

แผลในปากผู้สูงอายุ: สาเหตุ วิธีดูแล และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
แนวทางดูแลแผลในปากของผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง ตั้งแต่สาเหตุที่พบบ่อย การบรรเทาอาการเบื้องต้น ไปจนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องรีบพบแพทย์หรือทันตแพทย์

6 จุดพลาดที่ทำให้แผลในปากของผู้สูงอายุหายช้าหรือลุกลามกว่าเดิม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวดูแลแผลในปากของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การใช้ยาทาแผลผิดวิธีไปจนถึงการมองข้ามสัญญาณที่ควรพบแพทย์

เช็กแผลในปากพ่อแม่ให้ครบ จุดไหนต้องรีบพบหมอ จุดไหนรอดูได้
เช็กลิสต์ตรวจสอบแผลในปากผู้สูงอายุ ครอบคลุมลักษณะแผล ปัจจัยเสี่ยงจากฟันปลอมและยา และการแยกระหว่างแผลที่รอดูได้กับแผลที่ต้องรีบพบทันตแพทย์