สูงวัยไทย
แผลในปากผู้สูงอายุ: สาเหตุ วิธีดูแล และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
พิมพ์เมื่อ 5 สิงหาคม 2026
แผลในปากผู้สูงอายุ: สาเหตุ วิธีดูแล และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
แนวทางดูแลแผลในปากของผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง ตั้งแต่สาเหตุที่พบบ่อย การบรรเทาอาการเบื้องต้น ไปจนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องรีบพบแพทย์หรือทันตแพทย์
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- แผลในปากของผู้สูงอายุส่วนใหญ่เกิดจากการกัดโดนตัวเอง ฟันปลอมเสียดสี หรือการขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด
- แผลในปากทั่วไปมักหายเองภายใน 7-14 วัน หากบรรเทาอาการและหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคืองอย่างเหมาะสม
- แผลที่ไม่หายภายใน 2-3 สัปดาห์ มีขอบแข็ง หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรงกว่าแผลร้อนในทั่วไป
- ในผู้สูงอายุ อาการแสดงของปัญหาช่องปากมักไม่ตรงแบบเหมือนคนวัยหนุ่มสาว บางครั้งแผลอาจไม่เจ็บมากแต่ส่งผลให้กินอาหารได้น้อยลงจนน้ำหนักลดโดยไม่มีใครสังเกต
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีแผลในปากเป็นครั้งคราวหรือบ่อยกว่าปกติและอยากเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง
- เหมาะกับผู้ดูแลที่สังเกตเห็นแผลในปากของผู้สูงอายุที่บ้านและไม่แน่ใจว่าควรดูแลเองหรือพาไปพบแพทย์
- เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุใส่ฟันปลอมและเริ่มมีแผลบริเวณที่ฟันปลอมสัมผัสเหงือกบ่อยครั้ง
- ไม่ใช่บทความสำหรับผู้ที่มีแผลในปากขนาดใหญ่ผิดปกติหรือมีไข้ร่วมด้วย ควรพบแพทย์ทันทีแทนการอ่านบทความนี้ก่อน
สิ่งที่ควรรู้
สาเหตุที่พบบ่อยของแผลในปากในผู้สูงอายุ
แผลในปากที่พบบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุมักเกิดจากการกัดโดนกระพุ้งแก้มหรือลิ้นตัวเองระหว่างเคี้ยวอาหาร ซึ่งพบมากขึ้นเมื่อการควบคุมกล้ามเนื้อขากรรไกรและลิ้นเริ่มลดลงตามวัย อีกสาเหตุสำคัญคือฟันปลอมที่หลวมหรือไม่พอดี ทำให้ขอบฟันปลอมเสียดสีเหงือกหรือกระพุ้งแก้มซ้ำ ๆ จนเกิดแผล
สาเหตุที่มักถูกมองข้ามคือการขาดวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก หรือกรดโฟลิก ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อยลงหรือมีปัญหาการดูดซึมสารอาหาร การขาดสารอาหารเหล่านี้ทำให้เยื่อบุช่องปากบางลงและเกิดแผลร้อนในซ้ำ ๆ ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
ทำไมแผลในปากในผู้สูงอายุถึงต่างจากคนวัยอื่น
ผิวเยื่อบุช่องปากของผู้สูงอายุบางลงตามธรรมชาติ เลือดมาเลี้ยงน้อยลง ทำให้แผลหายช้ากว่าคนวัยหนุ่มสาวและเสี่ยงติดเชื้อซ้ำได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ผู้สูงอายุจำนวนมากใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือที่เรียกว่าภาวะ polypharmacy ซึ่งยาบางกลุ่มลดการหลั่งน้ำลายจนปากแห้ง เยื่อบุช่องปากขาดความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่ช่วยป้องกันการระคายเคือง จึงเกิดแผลได้ง่ายขึ้นและหายช้าลง
อีกจุดสำคัญคืออาการแสดงไม่ตรงแบบ ผู้สูงอายุบางคนมีแผลขนาดใหญ่แต่บอกว่าไม่เจ็บมาก หรือในทางกลับกันมีแผลเล็กแต่ปวดจนกินอาหารไม่ได้ ครอบครัวจึงไม่ควรตัดสินความรุนแรงจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว แต่ควรสังเกตพฤติกรรมการกินและการพูดร่วมด้วย
เมื่อไรที่แผลในปากไม่ใช่แค่ร้อนในธรรมดา
แผลร้อนในทั่วไปมักมีขนาดเล็ก ขอบนุ่ม และหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าแผลมีขอบแข็ง ยกนูน มีสีขาวหรือแดงผิดปกติ และไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดจากทันตแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทาง เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่ต้องวินิจฉัยเพิ่มเติม
แผลที่เกิดจากฟันปลอมเสียดสีซ้ำที่จุดเดิมนานหลายสัปดาห์โดยไม่หาย ก็ควรได้รับการตรวจเช่นกัน เพราะการระคายเคืองเรื้อรังในระยะยาวเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรปล่อยผ่าน การปรับฟันปลอมให้พอดีตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก
ครอบครัวควรถ่ายรูปแผลไว้เป็นระยะเพื่อเปรียบเทียบขนาดและลักษณะเมื่อเวลาผ่านไป การมีภาพเปรียบเทียบจะช่วยให้แพทย์หรือทันตแพทย์ประเมินได้แม่นยำกว่าการอธิบายด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุมีภาวะสับสนเฉียบพลันหรือความจำไม่ดีจนอธิบายอาการของตัวเองได้ไม่ครบถ้วน

รูปภาพโดย oscar Williams / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
บรรเทาแผลในปากที่บ้านอย่างปลอดภัย
แผลในปากทั่วไปที่ไม่มีสัญญาณอันตรายสามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ระหว่างรอให้หายเอง
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ วันละ 2-3 ครั้งเพื่อลดการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด เปรี้ยว หรือแข็งกรอบที่อาจสัมผัสโดนแผลโดยตรง
- เลือกอาหารนิ่มและอุณหภูมิพอเหมาะในช่วงที่มีแผล เพื่อลดการระคายเคืองซ้ำ
- ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มแปรงเบา ๆ บริเวณรอบแผลแทนการงดแปรงฟันไปเลย
ปรับสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลซ้ำ
หากแผลในปากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ควรมองหาสาเหตุต้นตอที่ทำให้เกิดซ้ำ แทนการรักษาแค่ปลายเหตุ
- พาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจว่าฟันปลอมพอดีหรือมีจุดเสียดสีหรือไม่
- ทบทวนอาหารที่กินว่าได้รับวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และโฟลิกเพียงพอหรือไม่
- ทบทวนรายการยาที่กินอยู่กับแพทย์หรือเภสัชกร เพราะยาบางชนิดทำให้ปากแห้งจนเกิดแผลง่ายขึ้น
- สังเกตและจดบันทึกว่าแผลเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน ตำแหน่งใด เพื่อนำไปให้แพทย์ประกอบการวินิจฉัย
ดูแลกิจวัตรประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว
การดูแลช่องปากให้เป็นกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอช่วยลดโอกาสเกิดแผลในปากซ้ำได้มาก
- แปรงฟันและทำความสะอาดฟันปลอมทุกวันตามตารางเวลาเดิมทุกวัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวันเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก
- นัดตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ใช้ยาหรือสมุนไพรทาแผลในปากโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์ก่อน
- งดแปรงฟันทั้งปากเพราะกลัวเจ็บแผล ซึ่งกลับทำให้เชื้อโรคสะสมมากขึ้น
- ปล่อยฟันปลอมที่หลวมหรือเสียดสีเหงือกไว้นานโดยไม่ไปปรับให้พอดี
- สรุปเองว่าแผลเป็นแค่ร้อนในธรรมดาทั้งที่ไม่หายเกิน 3 สัปดาห์แล้ว
- มองข้ามการกินอาหารได้น้อยลงของผู้สูงอายุโดยไม่เชื่อมโยงกับแผลในปาก
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากมีไข้สูง บวมลามที่ใบหน้าหรือคอ หรือกลืนน้ำลายลำบากร่วมกับแผลในปาก
- พบแพทย์หรือทันตแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากแผลมีเลือดออกไม่หยุดหรือเจ็บรุนแรงจนกินอาหารและน้ำไม่ได้เลย
- นัดพบทันตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากแผลไม่หายภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือมีขอบแข็งผิดปกติ
- นัดพบแพทย์เร็ว ๆ นี้ หากแผลในปากเกิดซ้ำบ่อยครั้งในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากแผลเล็กน้อยที่ไม่มีสัญญาณอันตรายและกำลังดูแลตามคำแนะนำเบื้องต้นอยู่แล้ว
เช็กลิสต์สรุป
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ วันละ 2-3 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด เปรี้ยว หรือแข็งกรอบ
- พาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันปลอมว่าพอดีหรือไม่
- ทบทวนอาหารและวิตามินที่ได้รับเพียงพอหรือไม่
- ทบทวนรายการยาที่กินอยู่กับแพทย์หรือเภสัชกร
- จดบันทึกความถี่และตำแหน่งของแผลที่เกิดขึ้น
- นัดตรวจสุขภาพช่องปากประจำปีกับทันตแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
แผลในปากของผู้สูงอายุต่างจากคนวัยหนุ่มสาวอย่างไร
เยื่อบุช่องปากของผู้สูงอายุบางลงตามธรรมชาติและเลือดมาเลี้ยงน้อยลง ทำให้แผลหายช้ากว่า นอกจากนี้ยาหลายชนิดที่ผู้สูงอายุกินอยู่มักลดการหลั่งน้ำลาย ทำให้ช่องปากขาดความชุ่มชื้นและเกิดแผลได้ง่ายขึ้นกว่าคนวัยอื่น
แผลในปากแบบไหนที่ยังดูแลเองที่บ้านได้
แผลขนาดเล็ก ขอบนุ่ม ไม่มีไข้หรือเลือดออกร่วมด้วย และไม่กระทบการกินอาหารมากนัก สามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการบ้วนน้ำเกลือและหลีกเลี่ยงอาหารระคายเคือง หากไม่หายภายใน 2-3 สัปดาห์ควรพบแพทย์
ฟันปลอมที่ทำให้เกิดแผลควรทำอย่างไร
ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อปรับฟันปลอมให้พอดีโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยให้เสียดสีจุดเดิมซ้ำ ๆ นานหลายสัปดาห์ เพราะการระคายเคืองเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด
ขาดวิตามินอะไรถึงทำให้เกิดแผลในปากบ่อย
วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิกที่ไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อยลงหรือมีปัญหาการดูดซึม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับสารอาหารเหล่านี้หากเกิดแผลซ้ำบ่อย
ทำไมผู้สูงอายุบางคนมีแผลใหญ่แต่บอกว่าไม่เจ็บมาก
เป็นลักษณะอาการแสดงไม่ตรงแบบที่พบได้ในผู้สูงอายุ ครอบครัวจึงไม่ควรตัดสินความรุนแรงจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว ควรสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารและการพูดร่วมด้วยเพื่อประเมินผลกระทบที่แท้จริง
แผลในปากเกิดซ้ำบ่อยควรตรวจอะไรเพิ่มเติม
ควรพบแพทย์เพื่อทบทวนรายการยาที่กินอยู่ทั้งหมด ตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ และตรวจฟันปลอมว่าพอดีหรือไม่ เพราะแผลที่เกิดซ้ำบ่อยมักมีสาเหตุต้นตอที่แก้ไขได้เมื่อพบสาเหตุที่แท้จริง
สรุป
- แผลในปากในผู้สูงอายุส่วนใหญ่เกิดจากการกัดโดนตัวเอง ฟันปลอมเสียดสี หรือการขาดวิตามินและแร่ธาตุ
- ผิวเยื่อบุช่องปากที่บางลงตามวัยและยาหลายชนิดที่ทำให้ปากแห้งเป็นเหตุผลที่แผลในปากมักหายช้ากว่าคนวัยอื่น
- แผลทั่วไปดูแลได้ที่บ้านด้วยน้ำเกลือและอาหารนิ่ม แต่แผลที่ไม่หายเกิน 3 สัปดาห์หรือมีลักษณะผิดปกติต้องพบแพทย์
- การดูแลช่องปากเป็นกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอช่วยลดโอกาสเกิดแผลซ้ำได้มาก
แหล่งข้อมูล
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคทางช่องปาก — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Oral health fact sheet — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เหงือกอักเสบในผู้สูงอายุ: สัญญาณเตือน สาเหตุ และการดูแลก่อนลุกลามถึงรากฟัน
เหงือกอักเสบในผู้สูงอายุมักเริ่มจากอาการเล็กน้อยที่มองข้ามได้ง่าย บทความนี้อธิบายสัญญาณเตือน สาเหตุที่แท้จริง วิธีดูแล และเวลาที่ควรพบทันตแพทย์ก่อนลุกลามถึงรากฟัน

ปากแห้งในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร และดูแลอย่างไรให้ไม่ลุกลามเป็นฟันผุ
ทำความเข้าใจสาเหตุของอาการปากแห้งในผู้สูงอายุ ตั้งแต่ผลข้างเคียงของยาไปจนถึงการดื่มน้ำน้อย พร้อมวิธีบรรเทาที่ปลอดภัยและสัญญาณที่ควรพบแพทย์

ดูแลฟันปลอมผู้สูงอายุอย่างไรให้ใส่สบายและไม่เป็นแผลในปาก
วิธีทำความสะอาด เก็บรักษา และสังเกตปัญหาของฟันปลอมในผู้สูงอายุ ตั้งแต่แผลจากฟันปลอมหลวม ไปจนถึงสัญญาณที่ต้องกลับไปให้ทันตแพทย์ปรับฟันปลอมใหม่