สูงวัยไทย

ทำไมการพยุงคุณแม่ขึ้นลงรถถึงเสี่ยงหกล้มมากกว่าที่คิด

หลายครอบครัวพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงรถแบบเดิมทุกวันโดยไม่รู้ว่าเป็นจังหวะที่เสี่ยงหกล้มสูง เพราะต้องบิดตัว ก้าวข้ามธรณีประตูรถ และทรงตัวด้วยมือเดียวพร้อมกัน บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีปรับให้ปลอดภัยขึ้นจริง

12 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

A person assists an elderly man wearing a mask by their car, symbolizing care during the pandemic.

รูปภาพโดย Raquel Hawks / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การขึ้นลงรถเป็นจังหวะที่เสี่ยงหกล้มสูงกว่าที่หลายครอบครัวคิด เพราะผู้สูงอายุต้องบิดลำตัว ก้าวขาข้ามธรณีประตูรถที่สูงไม่เท่ากันในแต่ละคัน และทรงตัวด้วยมือข้างเดียวพร้อมกันในเวลาสั้น ๆ ซึ่งต่างจากการเดินบนพื้นราบที่คุ้นเคย
  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการรีบให้ผู้สูงอายุลุกยืนหรือหมุนตัวเร็วเกินไปทันทีที่เปิดประตูรถ ทั้งที่ร่างกายยังปรับความดันโลหิตไม่ทัน โดยเฉพาะช่วงลุกจากที่นั่งต่ำ ซึ่งเสี่ยงเวียนศีรษะจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าหรือที่เรียกว่า orthostatic hypotension
  • การจับแขนหรือรักแร้ผู้สูงอายุแล้วออกแรงดึงขึ้นทันที เป็นอีกความผิดพลาดที่พบบ่อย เพราะเสี่ยงทำให้ข้อไหล่บาดเจ็บหรือทำให้ผู้สูงอายุเสียหลักมากกว่าเดิม หากมือหรือแขนที่จับไม่มั่นคงพอ
  • การแก้ไขที่ได้ผลจริงมักไม่ใช่การใช้แรงมากขึ้น แต่เป็นการจัดลำดับขั้นตอน เลือกตำแหน่งจอดรถ และให้เวลาผู้สูงอายุปรับตัวก่อนขยับแต่ละจังหวะ

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลและลูกหลานที่ต้องพาผู้สูงอายุขึ้นลงรถเป็นประจำ ไม่ว่าจะไปโรงพยาบาลหรือไปธุระทั่วไป
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังเดินได้เองแต่รู้สึกไม่มั่นคงเวลาขึ้นลงรถ และอยากเข้าใจว่าจุดไหนที่ควรระวังเป็นพิเศษ
  • ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับผู้ที่เพิ่งผ่าตัดหรือมีข้อจำกัดการเคลื่อนไหวเฉพาะโรค ซึ่งควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินเทคนิคการเคลื่อนย้ายที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละคนโดยตรง
  • เป็นแนวทางความรู้ทั่วไปเพื่อลดความเสี่ยงหกล้ม ไม่ใช่การประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหวทางคลินิก

สิ่งที่ควรรู้

พลาด: รีบให้ลุกและหมุนตัวทันทีที่เปิดประตูรถ

หลายครอบครัวเปิดประตูรถแล้วบอกให้ผู้สูงอายุ 'รีบ ๆ' ลุกและหมุนตัวออกมาทันที เพราะกลัวรถติดหรือกลัวกีดขวางทางเดิน แต่การลุกจากที่นั่งซึ่งมักต่ำและนุ่มกว่าเก้าอี้ทั่วไป ต้องใช้แรงขาและการทรงตัวมากกว่าการลุกจากเก้าอี้บ้านทั่วไป หากลุกเร็วเกินไป ร่างกายอาจปรับความดันโลหิตไม่ทัน ทำให้เวียนศีรษะชั่วขณะ ซึ่งเป็นสาเหตุหกล้มที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่กินยาลดความดันหรือยาขับปัสสาวะอยู่

แก้พลาด: ให้ผู้สูงอายุขยับตัวมานั่งชิดขอบเบาะก่อน หยุดนิ่งสักครู่ให้ร่างกายปรับตัว จากนั้นจึงค่อยลุกยืนโดยไม่ต้องรีบหมุนตัวพร้อมกัน หากรู้สึกหน้ามืดหรือวูบขณะลุก ควรนั่งพักต่ออีกครู่ก่อนขยับต่อ ไม่ฝืนเดินทันที

พลาด: จับแขนหรือรักแร้แล้วออกแรงดึงขึ้น

การจับแขนหรือดึงใต้รักแร้เพื่อช่วยพยุงขึ้น เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำโดยสัญชาตญาณ แต่ข้อไหล่ของผู้สูงอายุมักมีข้อจำกัดจากข้อเสื่อมหรือกล้ามเนื้อรอบไหล่ที่บางลงตามวัย การดึงแรง ๆ อาจทำให้ไหล่บาดเจ็บ หรือหากผู้สูงอายุเสียหลักกะทันหัน แรงดึงอาจไม่พอพยุงน้ำหนักตัวทั้งหมดไว้ได้ทัน

แก้พลาด: ให้ผู้สูงอายุใช้มือของตัวเองยันที่ขอบประตูรถหรือเบาะที่มั่นคงแทน ผู้ดูแลยืนในตำแหน่งที่พร้อมรับหากเสียหลัก มากกว่าออกแรงดึงนำ หากผู้สูงอายุเริ่มต้องพึ่งพาแรงช่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมินเทคนิคการช่วยเคลื่อนย้ายและอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม แทนการใช้แรงคนเพียงอย่างเดียว

พลาด: มองข้ามความสูงและมุมของธรณีประตูรถ

รถแต่ละรุ่นมีความสูงเบาะนั่งและระยะขอบประตูต่างกันมาก รถเก๋งเตี้ยทำให้ต้องงอเข่ามากเวลาลุก ส่วนรถกระบะหรือรถตู้สูงอาจต้องก้าวขาสูงจนเสียการทรงตัว ครอบครัวจำนวนมากไม่เคยสังเกตจุดนี้เพราะคุ้นเคยกับรถของตัวเองจนมองข้ามไป

แก้พลาด: ลองจับเวลาและสังเกตว่าผู้สูงอายุใช้แรงมากขึ้นตรงจุดไหนของการขึ้นลงรถคันที่ใช้ประจำ หากพบว่าลำบากมากที่รถบางคัน ควรพิจารณาเลือกใช้รถที่มีความสูงเหมาะกับผู้สูงอายุมากกว่าในวันที่ต้องเดินทางไกลหรือไปโรงพยาบาล และพิจารณาที่จับช่วยพยุงตัวติดรถหากใช้รถคันเดิมเป็นประจำ

พลาด: ไม่เลือกจุดจอดรถให้เหมาะกับการขึ้นลง

การจอดรถชิดขอบถนนที่มีพื้นเอียง จอดใกล้ทางเท้าที่มีขั้นบันไดเล็ก ๆ หรือจอดในที่ที่ต้องเปิดประตูฝั่งที่มีสิ่งกีดขวาง ล้วนเพิ่มความเสี่ยงหกล้มโดยที่ครอบครัวไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะเวลารีบหรือฝนตก

แก้พลาด: เลือกจอดในจุดที่พื้นเรียบเสมอกัน มีพื้นที่เปิดประตูกว้างพอ และหลีกเลี่ยงจุดที่ต้องก้าวข้ามขอบถนนหรือร่องน้ำทันทีที่ลงจากรถ หากต้องจอดในที่จำกัด ควรให้ผู้สูงอายุลงฝั่งที่ปลอดภัยกว่าเสมอ แม้จะอ้อมไกลกว่าเล็กน้อย

Stylish senior businesswoman with grey hair and eyeglasses standing by a black car outdoors.

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

จัดลำดับขั้นตอนขึ้นรถให้ชัดเจนทุกครั้ง

ฝึกให้เป็นลำดับเดียวกันทุกครั้งจนผู้สูงอายุคุ้นเคย เพราะความคุ้นเคยช่วยลดความลังเลที่นำไปสู่การเสียหลัก

  • เปิดประตู ตรวจพื้นบริเวณนั้นว่าแห้งและเรียบ
  • ให้ผู้สูงอายุหันหลังชิดเบาะ นั่งลงช้า ๆ ก่อนขยับขาตามเข้ามา
  • หยุดพักสักครู่ก่อนปิดประตู ให้แน่ใจว่านั่งมั่นคงและไม่มีส่วนใดติดประตู

ฝึกจังหวะลงจากรถแบบไม่เร่งรีบ

การลงจากรถควรทำช้ากว่าการขึ้นรถเล็กน้อย เพราะต้องอาศัยแรงขาต้านน้ำหนักตัวขณะยืนขึ้นจากที่นั่งต่ำ

  • เลื่อนตัวมานั่งชิดขอบเบาะก่อนลุก
  • ให้มือยันที่จุดมั่นคง เช่น ขอบประตูหรือเบาะ แทนแขนผู้ดูแล
  • ยืนนิ่งสักครู่ก่อนเริ่มก้าวเดิน สังเกตอาการหน้ามืดหรือวูบ

เตรียมแผนสำรองเมื่อผู้ดูแลไม่อยู่หรือมีเวลาน้อย

หากบางวันต้องให้คนขับรถรับส่งที่ไม่คุ้นเคยกับผู้สูงอายุมาช่วย ควรอธิบายขั้นตอนที่ใช้ประจำให้ฟังก่อน และเตรียมของช่วยพยุง เช่น ไม้เท้าหรือราวจับพกพา ไว้ในรถเสมอ เพื่อให้ทุกคนที่ช่วยเหลือใช้วิธีเดียวกัน

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่ารีบให้ลุกและหมุนตัวทันทีที่เปิดประตูรถ โดยไม่ให้เวลาร่างกายปรับความดัน
  • อย่าจับแขนหรือรักแร้แล้วออกแรงดึงขึ้นแรง ๆ เพราะเสี่ยงไหล่บาดเจ็บและทรงตัวไม่ทัน
  • อย่าจอดรถในจุดที่พื้นเอียง ลื่น หรือต้องก้าวข้ามสิ่งกีดขวางทันทีที่ลงรถ
  • อย่าฝืนพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงรถต่อไปหากปวดหลังหรือรู้สึกว่าน้ำหนักตัวรับไม่ไหว ควรขอความช่วยเหลือหรือปรับวิธีแทนการฝืน
  • อย่ามองข้ามรองเท้าที่ผู้สูงอายุใส่ขึ้นรถ รองเท้าแตะหรือรองเท้าหลวมเพิ่มความเสี่ยงลื่นขณะก้าวขา

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที หากหกล้มขณะขึ้นลงรถแล้วศีรษะกระแทก ลุกไม่ได้ ปวดสะโพกหรือขาจนขยับไม่ได้ หรือมีอาการสับสนเฉียบพลันหลังล้ม
  • ติดต่อแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากหกล้มแล้วมีรอยฟกช้ำมากผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะดูเดินได้ปกติ
  • นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้ หากเริ่มสังเกตว่าต้องใช้แรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการขึ้นลงรถ หรือมีอาการวิงเวียนบ่อยเวลาลุกยืน
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนรายการยา หากสงสัยว่าอาการหน้ามืดเวลาลุกจากรถเกี่ยวข้องกับยาลดความดันหรือยาที่กินอยู่
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากพบว่าผู้สูงอายุเริ่มกลัวการขึ้นลงรถหรือลังเลนานผิดปกติ เพื่อนำไปเล่าให้แพทย์ฟังในนัดถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • ตรวจพื้นบริเวณจุดจอดรถว่าเรียบและแห้งก่อนเปิดประตู
  • ให้เวลาผู้สูงอายุนั่งชิดขอบเบาะและหยุดพักก่อนลุกทุกครั้ง
  • ใช้มือยันจุดมั่นคงแทนการดึงแขนหรือรักแร้
  • เลือกจุดจอดรถที่พื้นเรียบและเปิดประตูได้กว้างพอ
  • สังเกตรองเท้าที่ใส่ขึ้นรถว่ากระชับและไม่ลื่น
  • จดความถี่ของอาการวิงเวียนหรือหกล้มเพื่อคุยกับแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ทุกครั้งที่พยุงคุณแม่ลงจากรถ ท่านจะบ่นเวียนหัวสักพักแล้วค่อยหาย ปกติไหม

อาการเวียนศีรษะสั้น ๆ หลังลุกยืนจากที่นั่งต่ำพบได้บ่อยจากความดันโลหิตที่ปรับตัวไม่ทัน แต่ถ้าเกิดขึ้นเกือบทุกครั้งหรือรุนแรงขึ้น ควรให้นั่งพักก่อนขยับต่อทุกครั้ง และปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบว่ายาที่กินอยู่เกี่ยวข้องหรือไม่

ควรจับตรงไหนตอนพยุงคุณตาขึ้นรถถึงจะปลอดภัยที่สุด

ควรให้ท่านใช้มือยันจุดที่มั่นคง เช่น ขอบประตูรถหรือเบาะ มากกว่าให้ผู้ดูแลดึงแขนหรือรักแร้ เพราะการดึงแรง ๆ เสี่ยงทำให้ไหล่บาดเจ็บและอาจพยุงน้ำหนักตัวได้ไม่ทันหากเสียหลัก

รถกระบะที่บ้านสูงมาก คุณย่าขึ้นลงลำบากทุกครั้ง ควรทำอย่างไร

หากเป็นไปได้ควรใช้รถที่มีความสูงเบาะเหมาะกับผู้สูงอายุมากกว่าในวันที่ต้องเดินทางไกลหรือไปโรงพยาบาล และพิจารณาราวจับหรือบันไดช่วยขึ้นรถ พร้อมให้เวลาก้าวขาทีละข้างโดยไม่เร่ง

จอดรถแบบไหนถึงจะปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ

ควรเลือกจุดที่พื้นเรียบเสมอกัน ไม่มีร่องน้ำหรือขอบถนนสูงให้ก้าวข้ามทันที และมีพื้นที่เปิดประตูได้กว้างพอให้ผู้สูงอายุขยับตัวสบาย หากจอดในที่จำกัดจริง ๆ ควรให้ลงฝั่งที่ปลอดภัยกว่าแม้ต้องอ้อมไกลกว่าเล็กน้อย

พยุงคุณพ่อขึ้นรถทุกวันจนปวดหลังตัวเอง ควรทำอย่างไรต่อ

ควรหยุดฝืนแบกรับน้ำหนักด้วยตัวเองต่อไป และปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินเทคนิคการช่วยเคลื่อนย้ายที่ถูกต้องและอุปกรณ์เสริมที่ลดภาระหลังของผู้ดูแล เพราะอาการปวดหลังของผู้ดูแลเป็นสัญญาณว่าต้องปรับวิธีก่อนเกิดการบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย

รองเท้าแบบไหนที่ไม่ควรให้ผู้สูงอายุใส่ตอนขึ้นลงรถ

ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะหลวม รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าที่พื้นลื่น เพราะเพิ่มความเสี่ยงลื่นขณะก้าวขาข้ามธรณีประตูรถ ควรเลือกรองเท้าที่กระชับส้นเท้าและมีพื้นยางกันลื่น

สรุป

  • การขึ้นลงรถมีจังหวะเสี่ยงหกล้มมากกว่าที่คิด เพราะรวมทั้งการลุกยืน การบิดตัว และการทรงตัวด้วยมือเดียวในเวลาสั้น ๆ
  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือความรีบร้อนและการดึงแขนแรง ๆ ซึ่งแก้ได้ด้วยการจัดลำดับขั้นตอนและให้เวลาร่างกายปรับตัว
  • จุดจอดรถ ความสูงของรถ และรองเท้าที่ใส่ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มองข้ามได้ง่าย แต่ปรับแก้ได้ไม่ยาก
  • หากเริ่มต้องใช้แรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการวิงเวียนบ่อย ควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดประเมินก่อนเกิดอุบัติเหตุ

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

พาพ่อแม่ขึ้นลงรถแต่ละครั้งเสี่ยงหกล้มหรือปวดหลัง ควรจัดการอย่างไร
home-care

พาพ่อแม่ขึ้นลงรถแต่ละครั้งเสี่ยงหกล้มหรือปวดหลัง ควรจัดการอย่างไร

การขึ้นลงรถต้องอาศัยทั้งการทรงตัว การหมุนตัว และแรงขา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงหกล้มที่มักถูกมองข้าม บทความนี้ช่วยแยกสิ่งที่ปรับได้เองในบ้านกับสัญญาณที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที
ใช้รถเข็นให้คุณพ่อทุกวัน แต่ยังไม่รู้ว่าจุดไหนที่ต้องระวังบ้าง
home-care

ใช้รถเข็นให้คุณพ่อทุกวัน แต่ยังไม่รู้ว่าจุดไหนที่ต้องระวังบ้าง

การใช้รถเข็นในผู้สูงอายุมีรายละเอียดมากกว่าการเข็นไปมา ทั้งขนาดที่พอดี การล็อกเบรกก่อนขยับตัว และการสังเกตผิวหนังจากการนั่งนาน คู่มือนี้ช่วยให้ครอบครัวใช้รถเข็นได้ปลอดภัยและรักษาความสามารถที่ยังเหลืออยู่

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
เข็นรถเข็นให้คุณยายทุกวัน แต่จุดที่มักพลาดคืออะไรบ้าง
home-care

เข็นรถเข็นให้คุณยายทุกวัน แต่จุดที่มักพลาดคืออะไรบ้าง

การเข็นรถเข็นดูเหมือนเรื่องง่าย แต่ความเคยชินมักทำให้ครอบครัวมองข้ามจุดเสี่ยงสำคัญ ตั้งแต่การลืมล็อกเบรกไปจนถึงการปล่อยให้นั่งท่าเดิมนานเกินไป บทความนี้รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ที่ทำได้จริงในบ้าน

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที