สูงวัยไทย
เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: อะไรที่ครอบครัวดูแลเองได้ และอะไรที่ต้องให้พยาบาลสอนก่อน
พิมพ์เมื่อ 21 กันยายน 2026
เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: อะไรที่ครอบครัวดูแลเองได้ และอะไรที่ต้องให้พยาบาลสอนก่อน
แนวทางเลือกและใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ความต่างระหว่างเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจน การจัดที่วางและความปลอดภัยเรื่องไฟ ไปจนถึงเส้นแบ่งว่างานไหนครอบครัวทำเองได้ และงานไหนต้องให้พยาบาลสอนก่อนเสมอ
เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Tima Miroshnichenko / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ออกซิเจนที่บ้านเป็นการรักษาที่ต้องมีคำสั่งแพทย์ ไม่ใช่ของใช้ทั่วไปที่ซื้อมาเปิดเผื่อไว้ให้สบายใจ ตัวเลขอัตราการไหลเป็นลิตรต่อนาทีมาจากผลตรวจและสภาพปอดของคนคนนั้น ไม่ได้มาจากความรู้สึกเหนื่อยในแต่ละวัน การหมุนปุ่มเพิ่มเองเมื่อเห็นว่าหายใจหอบจึงเป็นสิ่งที่เสี่ยงที่สุดที่เกิดขึ้นได้ในบ้าน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง
- การเลือกเครื่องตัดสินจากสามข้อเป็นหลัก คืออัตราการไหลสูงสุดที่แพทย์สั่งไว้ ใช้กี่ชั่วโมงต่อวันและต้องใช้ขณะนอนหลับหรือไม่ และต้องพาออกนอกบ้านบ่อยแค่ไหน สามข้อนี้ชี้ว่าบ้านต้องการเครื่องแบบตั้งพื้น เครื่องแบบพกพา หรือทั้งสองอย่างคู่กับถังสำรอง มากกว่าจำนวนฟังก์ชันบนหน้าจอ
- งานที่ครอบครัวรับมาทำเองได้หลังได้รับการสอนหนึ่งรอบคือ เปิดปิดเครื่องที่ค่าเดิมที่ตั้งไว้ ล้างแผ่นกรองด้านนอกตามรอบ เปลี่ยนน้ำในกระเปาะให้ความชื้น ตรวจสายไม่ให้พับหรือถูกทับ ดูผิวหลังใบหูและรูจมูก และจดชั่วโมงการใช้งาน ส่วนการปรับค่า การตีความค่าออกซิเจนปลายนิ้ว และการใช้ร่วมกับท่อเจาะคอ เป็นงานที่ต้องให้พยาบาลหรือทีมที่ดูแลสอนและกำหนดขอบเขตให้ก่อน
- โทร 1669 ทันทีเมื่อเหนื่อยหอบขึ้นกะทันหัน ริมฝีปากหรือปลายเล็บเขียวคล้ำ ปลุกแล้วไม่ค่อยตื่น มีภาวะสับสนเฉียบพลัน หรือเจ็บแน่นหน้าอก โดยไม่ต้องรอดูตัวเลขจากเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วก่อน เพราะในผู้สูงอายุอาการแสดงไม่ตรงแบบเกิดขึ้นได้บ่อย และค่าที่วัดได้อาจยังดูปกติทั้งที่อาการแย่ลงแล้ว
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่แพทย์เพิ่งสั่งให้ใช้ออกซิเจนที่บ้าน และต้องตัดสินใจเรื่องเครื่องภายในไม่กี่วันก่อนวันกลับบ้าน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ใช้เครื่องอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าอะไรคือหน้าที่ของตัวเอง อะไรที่ต้องโทรถามพยาบาล และอะไรที่ห้ามแตะเลย
- ไม่เหมาะกับการใช้แทนคำสั่งแพทย์หรือใช้ตัดสินใจเริ่มออกซิเจนเอง การกำหนดว่าต้องใช้หรือไม่ ใช้เท่าไร และใช้ตอนไหน ต้องมาจากแพทย์ที่เห็นผลตรวจและตรวจร่างกายจริงเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้
เครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจนไม่ได้ใช้แทนกันได้ทั้งหมด
เครื่องผลิตออกซิเจนทำงานโดยดูดอากาศในห้องเข้าไปแล้วแยกไนโตรเจนออก เหลือออกซิเจนเข้มข้นส่งออกมาทางสาย ข้อดีคือใช้ได้ไม่จำกัดตราบใดที่ยังมีไฟฟ้า ไม่ต้องขนถังไปเติม แต่ข้อจำกัดคือมันหยุดทำงานทันทีที่ไฟดับ ส่วนถังออกซิเจนอัดแรงดันมีปริมาณจำกัดตามขนาดถัง ใช้แล้วหมดไป ต้องมีที่เติมและมีคนยกไหว แต่ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าเลย
เพราะข้อจำกัดคนละแบบกัน บ้านที่ผู้สูงอายุต้องใช้ออกซิเจนเกือบตลอดเวลาจึงมักจบที่การมีทั้งสองอย่าง คือเครื่องผลิตเป็นตัวหลักในบ้าน และถังเป็นตัวสำรองสำหรับตอนไฟดับกับตอนออกไปโรงพยาบาล การคิดว่าซื้อเครื่องมาแล้วไม่ต้องมีถังสำรองเลย คือช่องโหว่ที่มักถูกค้นพบในคืนที่ไฟดับพอดี
อีกเรื่องที่ควรถามตั้งแต่ต้นคือใครเป็นคนเติมถังและใช้เวลานานแค่ไหน บางพื้นที่มีร้านหรือผู้ให้บริการที่ส่งถึงบ้าน บางพื้นที่ต้องขนไปเอง ระยะทางและความถี่ในการเติมมีผลต่อชีวิตผู้ดูแลมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ประเมินไว้ตอนตัดสินใจ จึงควรถามให้ชัดก่อนรับของเข้าบ้าน ไม่ใช่ถามหลังจากถังใบแรกใกล้หมด
- เครื่องผลิตออกซิเจนใช้ได้ต่อเนื่องแต่ต้องมีไฟฟ้า ถังใช้ได้โดยไม่ต้องมีไฟแต่มีปริมาณจำกัด
- ถามให้ชัดว่าถ้าไฟดับนานกว่าหนึ่งชั่วโมง บ้านนี้มีแผนอะไร
- ถามว่าใครเติมถัง เติมที่ไหน ใช้เวลากี่วัน และมีบริการส่งถึงบ้านหรือไม่
- ชั่งน้ำหนักถังดูก่อนว่าคนที่อยู่บ้านยกขึ้นรถไหวจริงหรือไม่
แบบไหลต่อเนื่องกับแบบจ่ายเป็นจังหวะ คือจุดที่เลือกผิดบ่อยที่สุด
เครื่องผลิตออกซิเจนแบ่งการจ่ายออกเป็นสองแบบใหญ่ แบบไหลต่อเนื่องจะปล่อยออกซิเจนออกมาตลอดเวลาตามอัตราที่ตั้งไว้ ส่วนแบบจ่ายเป็นจังหวะจะรอจับจังหวะที่ผู้ใช้สูดลมเข้าทางจมูกแล้วจึงปล่อยออกมาเป็นช่วงสั้น ๆ แบบหลังประหยัดพลังงานและทำให้เครื่องพกพาเล็กลงได้มาก แต่มันทำงานได้ก็ต่อเมื่อจับจังหวะหายใจได้จริง
ตรงนี้คือจุดที่ผู้สูงอายุหลายคนเข้าไม่ได้กับเครื่องพกพา คนที่หายใจทางปากเป็นหลัก คนที่หายใจตื้นและเบาจากภาวะเปราะบางหรือกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง และคนที่จมูกตันบ่อย อาจกระตุ้นให้เครื่องจ่ายไม่ทันหรือไม่ครบตามที่ต้องการ ขณะหลับยิ่งเป็นช่วงที่การหายใจเปลี่ยนรูปแบบ การใช้แบบจ่ายเป็นจังหวะตอนนอนจึงมักไม่ใช่ทางเลือกที่แพทย์สั่ง เว้นแต่จะมีการประเมินเฉพาะราย
ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคืออย่าตัดสินจากสเปกบนกระดาษว่าเครื่องนี้เทียบเท่ากี่ลิตรต่อนาที เพราะการเทียบแบบนั้นเป็นค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป ไม่ใช่ของคนที่จะใช้จริง สิ่งที่ควรขอคือให้ทดลองใช้กับผู้สูงอายุคนนั้นจริงในเงื่อนไขที่จะใช้จริง ทั้งตอนนั่งพัก ตอนเดินไปห้องน้ำ และตอนนอน โดยมีทีมที่ดูแลช่วยวัดผลให้ แล้วค่อยตัดสินใจ
- แบบไหลต่อเนื่องเหมาะกับการใช้ขณะนอนหลับและกรณีที่ต้องการค่าคงที่
- แบบจ่ายเป็นจังหวะพกพาสะดวกกว่า แต่ต้องจับจังหวะหายใจทางจมูกได้
- ขอทดลองกับผู้ใช้จริงทั้งตอนพัก ตอนเดิน และตอนนอน ก่อนตัดสินใจ
- อย่าเชื่อตัวเลขเทียบเท่าลิตรต่อนาทีโดยไม่มีการวัดผลกับคนคนนั้น
ตัวเลขบนเครื่องที่ต้องดูจริง กับตัวเลขที่เป็นแค่จุดขาย
ตัวเลขแรกที่ต้องดูคืออัตราการไหลสูงสุด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความเข้มข้นของออกซิเจนที่เครื่องทำได้ ณ อัตราการไหลที่จะใช้จริง เครื่องจำนวนไม่น้อยให้ความเข้มข้นดีที่อัตราต่ำ แล้วลดลงเมื่อเร่งขึ้นไปใกล้ค่าสูงสุด ถ้าแพทย์สั่งไว้ที่ค่าหนึ่ง การเลือกเครื่องที่ค่าสูงสุดเท่ากับค่านั้นพอดีจึงเป็นการเลือกที่ไม่เหลือที่ว่างไว้เลย ควรถามผู้ขายให้ระบุความเข้มข้นที่อัตราการไหลที่จะใช้จริง ไม่ใช่ค่าที่ดีที่สุดของเครื่อง
ตัวเลขที่สองซึ่งมักถูกมองข้ามคือระดับเสียง เครื่องตั้งพื้นทำงานตลอดคืนและมักวางอยู่ในห้องนอนเดียวกับคู่ชีวิต เสียงที่ฟังดูรับได้ตอนยืนดูในร้านสิบนาที กับเสียงเดียวกันตอนตีสองเป็นคนละเรื่องกัน การนอนไม่พอของผู้ดูแลเป็นสาเหตุที่ทำให้แผนการดูแลที่บ้านล้มเร็วกว่าเรื่องอื่น จึงควรถามค่าระดับเสียงและถามว่าวางนอกห้องนอนแล้วเดินสายเข้ามาได้ไกลแค่ไหนโดยยังได้ค่าตามที่ตั้ง
ตัวเลขที่สามคือกำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์ ซึ่งบอกได้ว่าค่าไฟจะเพิ่มขึ้นประมาณเท่าไรเมื่อใช้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน ควรขอตัวเลขนี้แล้วคำนวณกับอัตราค่าไฟของบ้านเอง ส่วนตัวเลขที่มักเป็นจุดขายมากกว่าประโยชน์จริงคือจำนวนโหมดและหน้าจอที่แสดงค่าหลายอย่าง สิ่งที่ครอบครัวใช้จริงทุกวันมีไม่กี่อย่าง คือปุ่มเปิดปิด ปุ่มตั้งค่าที่ล็อกไว้ไม่ให้เผลอหมุน และไฟเตือนเมื่อเครื่องผิดปกติ
- ถามความเข้มข้นออกซิเจนที่อัตราการไหลที่จะใช้จริง ไม่ใช่ค่าที่ดีที่สุดของเครื่อง
- เลือกเครื่องที่มีอัตราการไหลสูงสุดเผื่อไว้เหนือค่าที่แพทย์สั่ง
- ถามระดับเสียงและระยะสายที่ยาวที่สุดที่ยังได้ค่าตามตั้ง
- ขอกำลังไฟเป็นวัตต์ไปคำนวณค่าไฟของบ้านเอง
- ถามว่าแผ่นกรองและสายเป็นแบบที่หาซื้อในประเทศได้หรือไม่ และมีเครื่องสำรองให้ยืมระหว่างซ่อมหรือไม่
ที่วางเครื่อง ความปลอดภัยเรื่องไฟ และแผนสำหรับวันที่ไฟดับ
ออกซิเจนไม่ได้ติดไฟเอง แต่ทำให้สิ่งที่ติดไฟอยู่แล้วลุกแรงและเร็วกว่าปกติมาก บริเวณรอบตัวผู้ใช้และรอบเครื่องจึงต้องไม่มีเปลวไฟ ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊ส ธูปเทียนที่หิ้งพระ ยากันยุงแบบจุด หรือบุหรี่ของคนในบ้าน กฎที่ใช้ได้จริงคือห้ามสูบบุหรี่ในบ้านทั้งหลังโดยไม่มีข้อยกเว้น และย้ายจุดธูปออกไปนอกบ้านหรือเปลี่ยนเป็นแบบไม่ใช้ไฟ เพราะการบอกว่าจุดห่าง ๆ ก็พอนั้นควบคุมไม่ได้จริงในบ้านที่มีคนหลายคน
เรื่องไฟฟ้าก็มีรายละเอียดที่ต่างจากเครื่องใช้ทั่วไป ควรเสียบเครื่องเข้าเต้ารับผนังโดยตรง ไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงร่วมกับเครื่องใช้ที่กินไฟมากอย่างหม้อหุงข้าวหรือเครื่องทำน้ำอุ่น และควรมีคนตรวจว่าเต้ารับนั้นรับโหลดได้ ตัวเครื่องเองต้องวางห่างผนังและเฟอร์นิเจอร์พอสมควรเพื่อให้ดูดอากาศได้ ไม่ควรยัดไว้ในตู้หรือชิดม่าน และไม่ควรวางในจุดที่มีฝุ่นมากเพราะแผ่นกรองจะตันเร็ว
สายออกซิเจนที่ยาวพาดพื้นเป็นสาเหตุของการหกล้มที่พบได้บ่อยและมักถูกมองข้าม เพราะครอบครัวคิดเรื่องการหายใจจนลืมเรื่องการเดิน ทางแก้คือเดินสายเลียบขอบผนังหรือยึดด้วยที่รัดสาย เลี่ยงการพาดผ่านทางเดินหลักและหน้าห้องน้ำ และเลือกความยาวสายให้พอดีกับเส้นทางที่ใช้จริง ไม่ใช่ยาวที่สุดเท่าที่ซื้อได้ ส่วนแผนสำหรับวันที่ไฟดับควรเขียนติดไว้ข้างเครื่อง ว่าถังสำรองอยู่ตรงไหน ใครเปิด และโทรหาใครเป็นคนแรก
- ห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน และย้ายธูปเทียนกับยากันยุงแบบจุดออกจากบริเวณที่ใช้ออกซิเจน
- เสียบเต้ารับผนังโดยตรง เลี่ยงปลั๊กพ่วงร่วมกับเครื่องใช้ที่กินไฟมาก
- วางเครื่องให้ห่างผนังและม่าน ไม่วางในตู้ปิดหรือจุดที่ฝุ่นเยอะ
- เดินสายเลียบผนัง ไม่พาดผ่านทางเดินหลักและหน้าห้องน้ำ
- เขียนแผนไฟดับติดไว้ข้างเครื่อง ระบุตำแหน่งถังสำรองและเบอร์ที่ต้องโทร
ทำไมออกซิเจนมากเกินไปจึงเป็นอันตรายกับบางคน
ความเชื่อที่ว่าออกซิเจนยิ่งมากยิ่งดีเป็นความเข้าใจที่ทำให้เกิดเหตุไม่ดีที่บ้านได้จริง ในผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรังบางกลุ่ม การได้รับออกซิเจนสูงเกินที่ร่างกายต้องการอาจทำให้การหายใจช้าลงและคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในเลือด อาการที่ตามมาไม่ได้ดูเหมือนอาการของปอดเลย แต่มาในรูปของง่วงซึมผิดปกติ ปลุกยาก ปวดศีรษะตอนตื่นนอน สับสน หรือมือสั่นแบบกระตุก คนในบ้านจึงมักตีความผิดว่าเป็นเพราะพักผ่อนไม่พอ
ในผู้สูงอายุ การอ่านอาการยากขึ้นไปอีกเพราะอาการแสดงไม่ตรงแบบเกิดขึ้นได้บ่อย ปอดอักเสบอาจไม่มาพร้อมไข้สูงและไอชัดเจน แต่มาเป็นการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกตัว กินได้น้อยลง ล้มบ่อยขึ้น หรือทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้เองไม่ได้ภายในไม่กี่วัน ความเปลี่ยนแปลงของ ADL แบบเฉียบพลันจึงเป็นสัญญาณเตือนที่ควรรายงานทีมที่ดูแล ไม่ใช่สิ่งที่แก้ด้วยการเร่งออกซิเจนขึ้น
อีกชั้นหนึ่งที่ต้องระวังคือเรื่องยา ผู้สูงอายุจำนวนมากใช้ยาหลายชนิดอยู่แล้ว และยาบางกลุ่มที่ทำให้ง่วงหรือยาแก้ปวดกลุ่มแรงสามารถกดการหายใจได้ เมื่อรวมกับออกซิเจนที่ปรับเองโดยไม่มีการประเมิน ความเสี่ยงจะซ้อนกันโดยที่ไม่มีใครตั้งใจ ถ้ามียาตัวใหม่เพิ่มเข้ามาหรือมีการปรับขนาดยา ควรแจ้งทีมที่ดูแลว่าบ้านนี้ใช้ออกซิเจนอยู่ เพื่อให้พิจารณาร่วมกันตั้งแต่ต้น
เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วมีประโยชน์ในการเฝ้าติดตาม แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ปรับค่าเอง ค่าที่อ่านได้เพี้ยนได้จากมือเย็น ปลายมือซีด การไหลเวียนไม่ดี ยาทาเล็บ แสงจ้า และการขยับมือระหว่างวัด สิ่งที่ควรขอจากทีมที่ดูแลคือช่วงค่าที่ต้องการสำหรับคนคนนี้ พร้อมคำสั่งชัดเจนว่าถ้าต่ำกว่านั้นให้ทำอะไรเป็นข้อ ๆ เพราะช่วงค่าที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง

รูปภาพโดย Engin Akyurt / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: เอาคำสั่งแพทย์เป็นตัวตั้งก่อนดูเครื่อง
ก่อนคุยกับผู้ขายหรือผู้ให้บริการ ให้กลับไปขอรายละเอียดจากแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลให้ครบก่อน เพราะรายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่ตัดตัวเลือกออกไปได้ทันทีหลายแบบ และทำให้การคุยกับผู้ขายเป็นการถามว่าเครื่องนี้ตอบโจทย์ที่มีอยู่แล้วหรือไม่ แทนที่จะเป็นการฟังว่าเครื่องนี้ทำอะไรได้บ้าง
- ถามอัตราการไหลที่สั่งไว้ ทั้งตอนพัก ตอนเคลื่อนไหว และตอนนอน ว่าเท่ากันหรือไม่
- ถามว่าต้องใช้กี่ชั่วโมงต่อวัน และช่วงเวลาไหนที่ห้ามขาด
- ถามช่วงค่าออกซิเจนปลายนิ้วที่ต้องการสำหรับคนคนนี้โดยเฉพาะ
- ถามว่าใช้สายทางจมูกหรือหน้ากาก และต้องมีกระเปาะให้ความชื้นหรือไม่
- ขอเบอร์ติดต่อว่าถ้ามีปัญหานอกเวลาราชการให้โทรหาใคร
ขั้นที่ 2: วันติดตั้ง ให้สอนต่อหน้าทุกคนที่จะต้องใช้จริง
วันที่เครื่องมาถึงบ้านคือโอกาสเดียวที่ทุกคนจะได้เรียนพร้อมกัน ควรนัดให้คนที่ต้องอยู่เวรกลางคืนและญาติที่มาสลับวันหยุดอยู่ด้วย แล้วขอให้ผู้ติดตั้งสอนแบบให้ลองทำย้อนกลับ คือหลังสาธิตแล้วให้คนในบ้านทำให้ดูเองทีละคน ไม่ใช่แค่พยักหน้าว่าเข้าใจ จุดที่มักพลาดคือการประกอบกระเปาะน้ำและการตรวจว่าลูกลอยของมาตรวัดอยู่ที่ขีดเดิมจริง
- ให้ทุกคนที่จะดูแลลองเปิดปิดและตรวจค่าด้วยตัวเองต่อหน้าผู้ติดตั้ง
- ถ่ายวิดีโอขั้นตอนการล้างแผ่นกรองและเปลี่ยนน้ำไว้ดูย้อนหลัง
- ขอให้เขียนรอบการเปลี่ยนสายและล้างแผ่นกรองเป็นลายลักษณ์อักษร
- ทำเครื่องหมายที่ปุ่มตั้งค่าไว้ตรงตำแหน่งที่แพทย์สั่ง เพื่อให้เห็นทันทีถ้ามีคนเผลอหมุน
- ถามว่าเสียงเตือนแต่ละแบบหมายถึงอะไร และแบบไหนต้องโทรกลับทันที
ขั้นที่ 3: แยกงานประจำวันออกจากงานที่ต้องให้พยาบาลตัดสิน
ความสับสนที่ทำให้เกิดปัญหาบ่อยที่สุดคือการไม่มีเส้นแบ่งชัดว่าอะไรคือหน้าที่ของครอบครัว วิธีที่ได้ผลคือเขียนสองรายการติดไว้ข้างเครื่อง รายการแรกคืองานที่ทำได้เองทุกวัน รายการที่สองคืองานที่ต้องโทรถามก่อนเสมอ เมื่อทุกคนเห็นตรงกัน คนที่มาอยู่เวรแทนก็ไม่ต้องเดาเอง
- ทำเองได้: เปิดปิดที่ค่าเดิม ตรวจลูกลอยของมาตรวัด ตรวจสายไม่พับหรือถูกทับ
- ทำเองได้: ล้างแผ่นกรองด้านนอกตามรอบ ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ
- ทำเองได้: เทน้ำในกระเปาะทิ้งและเปลี่ยนใหม่ตามที่สอน ไม่เติมเพิ่มบนน้ำเดิม
- ทำเองได้: ดูผิวหลังใบหู รูจมูก และมุมปาก แล้วจดสิ่งที่เห็น
- ต้องถามก่อน: ปรับอัตราการไหล เปลี่ยนชนิดสายหรือหน้ากาก และใช้ร่วมกับท่อเจาะคอ
- ต้องถามก่อน: ตีความค่าออกซิเจนปลายนิ้วที่ต่ำลง และการใช้ขณะนอนหลับที่ไม่เคยสั่งไว้
ขั้นที่ 4: บันทึกสิ่งที่ทำได้ แล้วทบทวนทุกเดือน
สมุดบันทึกที่ใช้ได้จริงไม่ต้องยาว ขอแค่บันทึกชั่วโมงที่ใช้ในแต่ละวัน อาการที่สังเกตเห็น และกิจวัตรประจำวันที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เช่น เดินไปห้องน้ำเองได้ไหม อาบน้ำเองได้ไหม กินได้เท่าเดิมไหม ข้อมูลแบบนี้ทำให้แพทย์ประเมินได้ว่าการรักษากำลังไปทางไหน ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการบอกว่าช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยขึ้น
- จดชั่วโมงการใช้งานต่อวันและช่วงเวลาที่ใช้
- จดว่ากิจวัตรประจำวันข้อไหนเปลี่ยนไป และเปลี่ยนตั้งแต่วันที่เท่าไร
- ตรวจรอบล้างแผ่นกรองและเปลี่ยนสายว่าทำครบตามที่กำหนดหรือไม่
- นำสมุดบันทึกและรายการยาทั้งหมดไปด้วยทุกครั้งที่ไปพบแพทย์
- ทบทวนแผนไฟดับและตรวจถังสำรองว่ายังมีแรงดันพอทุกเดือน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าหมุนเพิ่มอัตราการไหลเองเมื่อเห็นว่าหายใจเหนื่อยขึ้น เพราะในบางคนออกซิเจนที่มากเกินทำให้คาร์บอนไดออกไซด์คั่งและอาการแย่ลงแบบที่ดูไม่เหมือนเรื่องของปอด
- อย่าให้มีเปลวไฟในบริเวณเดียวกับที่ใช้ออกซิเจน ทั้งเตาแก๊ส ธูปเทียน ยากันยุงแบบจุด และบุหรี่ของคนในบ้าน
- อย่าเสียบเครื่องกับปลั๊กพ่วงร่วมกับเครื่องใช้ที่กินไฟมาก และอย่าวางเครื่องไว้ในตู้ปิดหรือชิดผนังจนดูดอากาศไม่ได้
- อย่าใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วเป็นเหตุผลในการปรับค่าเอง ค่าที่อ่านได้เพี้ยนได้จากมือเย็น ปลายมือซีด และยาทาเล็บ
- อย่าเดินสายพาดผ่านทางเดินหลักหรือหน้าห้องน้ำ เพราะเป็นสาเหตุของการหกล้มที่มักถูกมองข้าม
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ทันที หากหายใจหอบขึ้นกะทันหัน พูดได้ไม่จบประโยค ริมฝีปากหรือปลายเล็บเขียวคล้ำ หรือปลุกแล้วไม่ค่อยตื่น โดยไม่ต้องรอวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้วก่อน
- โทร 1669 ทันที หากมีเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อแตก หรือมีภาวะสับสนเฉียบพลันที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะในผู้สูงอายุอาการของหัวใจและการติดเชื้ออาจแสดงไม่ตรงแบบ
- โทร 1669 ทันที หากเกิดไฟไหม้หรือมีประกายไฟใกล้บริเวณที่ใช้ออกซิเจน ให้ปิดเครื่องแล้วพาผู้สูงอายุออกจากบริเวณนั้นก่อนเป็นอันดับแรก
- ติดต่อทีมที่ดูแลภายในวันเดียวกัน หากค่าออกซิเจนปลายนิ้วต่ำกว่าช่วงที่แพทย์กำหนดไว้ซ้ำหลายครั้งทั้งที่ใช้เครื่องตามปกติ หรือมีไข้ ไอมีเสมหะเปลี่ยนสี หรือบวมที่ขาเพิ่มขึ้น
- ติดต่อผู้ให้บริการเครื่องทันที หากเครื่องมีเสียงเตือนต่อเนื่อง มีกลิ่นไหม้ ลมที่ออกมาอ่อนลงผิดปกติ หรือลูกลอยของมาตรวัดไม่อยู่ที่ตำแหน่งเดิมทั้งที่ไม่มีใครแตะ
- นัดปรึกษาทีมที่ดูแลในช่วงใกล้ หากผิวหลังใบหูหรือรูจมูกเริ่มแดงและเจ็บ จมูกแห้งจนเลือดออก หรือผู้สูงอายุเริ่มแอบถอดสายออกเพราะทนไม่ไหว
เช็กลิสต์สรุป
- มีคำสั่งแพทย์เป็นลายลักษณ์อักษรระบุอัตราการไหลตอนพัก ตอนเคลื่อนไหว และตอนนอน
- มีแผนสำรองสำหรับไฟดับ พร้อมถังสำรองที่ตรวจแรงดันแล้วและคนที่เปิดเป็น
- เครื่องวางห่างผนังและม่าน ไม่อยู่ในตู้ปิด และเสียบเต้ารับผนังโดยตรง
- ไม่มีเปลวไฟทุกชนิดในบริเวณที่ใช้ออกซิเจน และบ้านตกลงกฎห้ามสูบบุหรี่แล้ว
- สายเดินเลียบผนัง ไม่พาดผ่านทางเดินหลักและหน้าห้องน้ำ
- มีรายการงานที่ทำเองได้กับงานที่ต้องโทรถามก่อน ติดไว้ข้างเครื่อง
- ทุกคนที่อยู่เวรเคยลองเปิดปิดและตรวจค่าด้วยตัวเองแล้วอย่างน้อยหนึ่งรอบ
- มีสมุดบันทึกชั่วโมงการใช้งานและกิจวัตรประจำวัน พร้อมรายการยาทั้งหมดไว้ไปพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
เห็นว่าคุณยายหายใจเหนื่อย หมุนเพิ่มออกซิเจนขึ้นอีกนิดเองได้ไหม
ไม่ควรทำ อัตราการไหลถูกกำหนดจากผลตรวจและสภาพปอดของคนคนนั้น และในผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรังบางกลุ่ม ออกซิเจนที่มากเกินอาจทำให้การหายใจช้าลงและคาร์บอนไดออกไซด์คั่งจนซึมลง สิ่งที่ควรทำคือขอคำสั่งจากทีมที่ดูแลไว้ล่วงหน้าเป็นข้อ ๆ ว่าถ้าเหนื่อยขึ้นให้ทำอะไรบ้าง และถ้าอาการรุนแรงเฉียบพลันให้โทร 1669 ทันที
จำเป็นต้องมีถังออกซิเจนสำรองด้วยหรือไม่ ถ้ามีเครื่องผลิตแล้ว
ในบ้านที่ผู้สูงอายุต้องใช้ออกซิเจนเกือบตลอดเวลา การมีถังสำรองมักเป็นสิ่งที่ทีมที่ดูแลแนะนำ เพราะเครื่องผลิตหยุดทำงานทันทีที่ไฟดับ และยังใช้เป็นตัวพาออกไปโรงพยาบาลได้ด้วย เรื่องนี้ควรถามทีมที่ดูแลให้ชัดว่าบ้านนี้ต้องมีสำรองเท่าไรและเก็บอย่างไรให้ปลอดภัย
ต้องเติมน้ำในกระเปาะให้ความชื้นทุกครั้งหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์สั่งให้ใช้กระเปาะหรือไม่ ซึ่งมักเกี่ยวกับอัตราการไหลและอาการแห้งของจมูก หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเทน้ำเดิมทิ้งแล้วใส่น้ำใหม่ตามที่ได้รับการสอน ไม่เติมน้ำเพิ่มลงบนน้ำเดิม และล้างกระเปาะตามรอบ เพราะน้ำที่ค้างเป็นแหล่งสะสมเชื้อได้ ส่วนชนิดของน้ำที่ใช้ให้ทำตามที่ทีมที่ดูแลกำหนด
ใส่สายออกซิเจนแล้วเจ็บหลังใบหูและจมูกแห้ง ทำอย่างไรได้บ้าง
สิ่งที่ครอบครัวทำได้เองคือตรวจผิวหลังใบหูและรูจมูกทุกวัน รองจุดที่กดด้วยวัสดุนุ่มตามที่พยาบาลแนะนำ และจัดสายไม่ให้รัดแน่นเกินไป ส่วนการใช้ครีมหรือสารหล่อลื่นบริเวณจมูกควรถามก่อน เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบไม่เหมาะกับการใช้ร่วมกับออกซิเจน หากผิวแดงจนเจ็บหรือเริ่มถลอก ควรให้ทีมที่ดูแลประเมินและพิจารณาเปลี่ยนชนิดสาย
เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วอ่านค่าได้ต่ำ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลเลยหรือไม่
ให้ดูอาการควบคู่กับตัวเลขเสมอ เพราะค่าที่อ่านได้เพี้ยนได้จากมือเย็น ปลายมือซีด การไหลเวียนไม่ดี ยาทาเล็บ และการขยับมือ ถ้าอาการปกติดีให้ลองอุ่นมือแล้ววัดซ้ำที่นิ้วอื่น แต่ถ้ามีหอบเหนื่อยชัดเจน ริมฝีปากเขียวคล้ำ ซึมลง หรือสับสนเฉียบพลัน ให้โทร 1669 ทันทีโดยไม่ต้องรอผลวัดซ้ำ และควรขอช่วงค่าที่ต้องการพร้อมคำสั่งเป็นข้อ ๆ จากทีมที่ดูแลไว้ตั้งแต่ต้น
เลือกเครื่องแบบพกพาอย่างเดียวเลยได้ไหม จะได้พาออกนอกบ้านสะดวก
ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับคำสั่งแพทย์และวิธีหายใจของผู้ใช้ เครื่องพกพาส่วนมากจ่ายออกซิเจนเป็นจังหวะโดยจับการสูดลมเข้าทางจมูก คนที่หายใจทางปากเป็นหลัก หายใจตื้น หรือต้องใช้ขณะนอนหลับ จึงมักไม่ได้ปริมาณตามที่ต้องการ แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือทดลองใช้กับผู้สูงอายุคนนั้นในเงื่อนไขจริงโดยมีทีมที่ดูแลช่วยวัดผล แล้วค่อยตัดสินว่าจะใช้เป็นเครื่องหลักหรือเป็นเครื่องเสริมของเครื่องตั้งพื้น
สรุป
- ออกซิเจนที่บ้านเป็นการรักษาที่มีขนาดกำหนดไว้เหมือนยา ค่าที่ตั้งไว้จึงเปลี่ยนได้โดยคำสั่งของผู้ที่ประเมินเท่านั้น ไม่ใช่ตามความรู้สึกเหนื่อยของวันนั้น
- การเลือกเครื่องเริ่มจากคำสั่งแพทย์ ชั่วโมงการใช้ต่อวัน และความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน มากกว่าจำนวนฟังก์ชันบนหน้าจอ และควรทดลองกับผู้ใช้จริงก่อนตัดสินใจ
- แบบไหลต่อเนื่องกับแบบจ่ายเป็นจังหวะไม่ได้แทนกันได้ในทุกคน โดยเฉพาะคนที่หายใจทางปาก หายใจตื้น หรือต้องใช้ขณะนอนหลับ
- ความปลอดภัยที่ต้องจัดให้ครบมีสามเรื่อง คือไม่มีเปลวไฟ ระบบไฟฟ้าที่รับไหว และสายที่ไม่กลายเป็นเหตุให้หกล้ม พร้อมแผนสำหรับวันที่ไฟดับ
- เส้นแบ่งที่ต้องเขียนให้ชัดคือครอบครัวดูแลงานประจำวันได้ แต่การปรับค่า การตีความตัวเลข และการใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นต้องให้พยาบาลหรือทีมที่ดูแลสอนและกำหนดขอบเขตก่อนเสมอ
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนและการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- Oxygen therapy and the safe use of medical oxygen — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- ข้อมูลสิทธิประโยชน์และการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการดูแลที่บ้าน — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านหรือถังออกซิเจนพกพา ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังควรใช้แบบไหน
เปรียบเทียบเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจนสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทั้งค่าใช้จ่าย การพกพา และความปลอดภัยในบ้าน

จัดกิจวัตรประจำวันให้ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังหายใจได้อย่างปลอดภัย และรู้ทันสัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
คู่มือจัดกิจวัตรประจำวัน เทคนิคหายใจ การออมแรง และความปลอดภัยเรื่องออกซิเจนที่บ้าน สำหรับผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรัง พร้อมสัญญาณ 3 ระดับที่ครอบครัวต้องรู้

ถุงลมโป่งพองในผู้สูงอายุ: ทำแผนรับมือวันกำเริบไว้ก่อน แทนที่จะมาคิดตอนตีสาม
วิธีสร้างแผนรับมือวันอาการกำเริบสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นถุงลมโป่งพอง ตั้งแต่การกำหนดระดับปกติของแต่ละคน การแบ่งโซนเขียวเหลืองแดง ไปจนถึงฝุ่นและอากาศที่เป็นตัวกระตุ้นในบ้านไทย

เตรียมอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุติดบ้านอย่างไรให้ตรงกับความสามารถจริง
แนวทางเลือกและเตรียมอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุที่เริ่มติดบ้านหรือเคลื่อนไหวลำบาก ตั้งแต่เตียง เก้าอี้สุขา ไปจนถึงอุปกรณ์ช่วยเดิน โดยเริ่มจากความต้องการจริงของแต่ละคน