สูงวัยไทย

จัดตารางพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้อยู่ได้จริงทั้งกลางวันและกลางคืน

วิธีวางระบบพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ยั่งยืน ตั้งแต่กะความถี่ตามความเสี่ยงจริง แบ่งเวรกลางวันกลางคืน ป้องกันหลังผู้ดูแลบาดเจ็บ ไปจนถึงจุดที่ต้องขอประเมินอุปกรณ์เพิ่ม

16 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 4 สิงหาคม 2026

Caregivers supporting an elderly man lying in bed, providing assistance and comfort.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงไม่ใช่แค่คำถามว่า "ทุกกี่ชั่วโมง" แต่คือระบบที่ต้องทำงานได้จริงตลอดวันตลอดคืน โดยไม่ทำให้ผู้ดูแลคนใดคนหนึ่งบาดเจ็บหรือหมดแรงจนล้มเลิกไปเอง
  • ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นกับความเสี่ยงแผลกดทับของแต่ละคน เช่น ความสามารถขยับตัวเอง สภาพผิวหนัง และชนิดที่นอน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเดียวกันทุกบ้าน
  • หัวใจของระบบที่ยั่งยืนคือมีตารางเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีคนรับผิดชอบชัดเจนในแต่ละช่วงเวลารวมถึงกลางคืน และมีจุดบันทึกกลางที่ทุกกะเข้าถึงได้
  • ถ้าผู้ดูแลเริ่มปวดหลังจากการพลิกตัว หรือผู้สูงอายุตัวใหญ่ขึ้นจนคนเดียวทำไม่ไหว ต้องขอประเมินอุปกรณ์และเทคนิคจากนักกายภาพบำบัดหรือพยาบาลก่อนเกิดการบาดเจ็บซ้ำ
  • บทความนี้เน้นวิธีวางระบบให้ครอบครัวทำต่อเนื่องได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่สอนท่าพลิกตัวแบบละเอียดทีละขั้นตอน

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่บ้านและยังไม่มีระบบแบ่งเวลาชัดเจน
  • เหมาะกับบ้านที่มีผู้ดูแลมากกว่าหนึ่งคนผลัดกัน เช่น ลูกหลานสลับเวรกับผู้ดูแลที่จ้างมา
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่เริ่มรู้สึกปวดหลังหรือเหนื่อยล้าจากการพลิกตัวผู้สูงอายุคนเดียวต่อเนื่องมานาน
  • ไม่ใช่คู่มือสอนเทคนิคจับตัวและพลิกตัวแบบละเอียดทีละขั้น ควรอ่านคู่กับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดหรือพยาบาลที่ประเมินหน้างานจริง

สิ่งที่ควรรู้

ทำไม "ทุก 2 ชั่วโมง" ไม่ใช่คำตอบเดียวกันทุกบ้าน

ตัวเลขความถี่ที่ได้ยินบ่อยมักมาจากแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่ขยับตัวเองไม่ได้เลย แต่ในความเป็นจริงความเสี่ยงแผลกดทับของแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่ยังพลิกตัวเองได้บ้าง น้ำหนักตัวไม่มาก ผิวหนังยังแข็งแรง และนอนบนที่นอนลดแรงกดที่ดี อาจต้องการความถี่ต่างจากคนที่ขยับตัวเองไม่ได้เลย ตัวผอมมาก ผิวบางเปราะ หรือมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ที่ทำให้ผิวหนังเปียกชื้นตลอดเวลา

แนวคิดที่ช่วยได้คือการมองพลิกตะแคงเป็นส่วนหนึ่งของ ADL หรือกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน (การเคลื่อนย้ายตัวเป็นหนึ่งใน ADL เช่นเดียวกับการกินอาหารหรืออาบน้ำ) เมื่อความสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองลดลง ภาระของการพลิกตัวจากภายนอกก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่มาเยี่ยมบ้านมักเป็นผู้ช่วยกะความถี่เริ่มต้นได้แม่นยำกว่าการเดาเอง เพราะเห็นสภาพผิวหนังและความสามารถจริงของผู้สูงอายุคนนั้น

  • ความสามารถขยับหรือพลิกตัวเองได้บางส่วนหรือไม่
  • สภาพผิวหนังปัจจุบัน มีรอยแดงเดิมหรือแผลเก่าหรือไม่
  • ชนิดที่นอน เป็นที่นอนธรรมดาหรือที่นอนลดแรงกด
  • ภาวะกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ทำให้ผิวหนังเปียกชื้นบ่อย
  • น้ำหนักตัวและภาวะโภชนาการโดยรวม

ระบบสองชั้น ตารางที่เขียนไว้ กับสมุดบันทึกที่ทุกคนเข้าถึงได้

ตารางที่มีอยู่แค่ในหัวของคนคนเดียวจะพังทันทีที่คนนั้นป่วยหรือไม่ว่าง ระบบที่อยู่ได้จริงต้องมีสองชั้นแยกกันชัดเจน ชั้นแรกคือตารางหลักที่บอกว่าใครรับผิดชอบช่วงเวลาไหน เช่น ช่วงเช้าถึงเที่ยงเป็นลูกสาว ช่วงบ่ายเป็นผู้ดูแลที่จ้างมา ช่วงกลางคืนเป็นลูกชายหรือผู้ดูแลกะดึก ชั้นที่สองคือสมุดบันทึกหรือแอปที่ทุกกะเขียนต่อกันได้ทันทีหลังพลิกตัวเสร็จ ไม่ต้องรอส่งต่อปากเปล่า

ช่วงเวลาที่ระบบมักพังบ่อยที่สุดคือกลางคืน เพราะครอบครัวส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าถ้าไม่มีใครตื่นมาพลิกตัวก็แค่ปล่อยไปก่อนแล้วค่อยจัดการตอนเช้า ทั้งที่ช่วงกลางคืนเป็นช่วงที่ผิวหนังรับแรงกดต่อเนื่องนานที่สุดโดยไม่มีการขยับ การกำหนดผู้รับผิดชอบกลางคืนไว้ล่วงหน้า หรือใช้นาฬิกาปลุกเบาสำหรับกะดึกโดยเฉพาะ จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าตารางกลางวัน

  • เวลาที่พลิกตัวล่าสุดและท่าที่พลิกไป
  • สภาพผิวหนังที่สังเกตเห็นตอนพลิกตัว
  • ชื่อผู้ดูแลที่ทำในรอบนั้น
  • อาการผิดปกติ เช่น ร้องเจ็บหรือหน้ามืด

ป้องกันหลังผู้ดูแลบาดเจ็บ ไม่ใช่แค่ป้องกันแผลกดทับที่ผิวหนังผู้สูงอายุ

จุดที่ครอบครัวมักมองข้ามคือร่างกายของผู้ดูแลเอง เมื่อผู้สูงอายุนอนติดเตียงนานขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถช่วยพลิกตัวเองมักลดลงตามไปด้วย ส่วนหนึ่งมาจากภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยตามวัยหรือ sarcopenia คือกล้ามเนื้อลดลงทั้งจากอายุและจากการไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้แรงที่ผู้ดูแลต้องออกในการพลิกตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ครอบครัวอาจไม่ทันสังเกต จนวันหนึ่งผู้ดูแลก็ปวดหลังเฉียบพลันจากการก้มยกผิดจังหวะ

การใช้ผ้าปูยกตัวหรือ slide sheet สอดใต้ตัวผู้สูงอายุช่วยลดแรงเสียดทานและลดแรงที่ต้องออกได้มาก แทนการดึงแขนหรือดึงใต้รักแร้ซึ่งเสี่ยงทั้งข้อไหล่ผู้สูงอายุหลุดและหลังผู้ดูแลบาดเจ็บ เมื่อผู้สูงอายุเริ่มช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลยหรือตัวใหญ่ขึ้นจนคนเดียวรับน้ำหนักไม่ไหว ควรถือเป็นสัญญาณให้ขอประเมินอุปกรณ์เพิ่ม เช่น เตียงปรับระดับได้ ราวจับข้างเตียง หรือกำหนดกฎว่าต้องมีผู้ดูแลสองคนช่วยกันเสมอ แทนการฝืนทำคนเดียวต่อไปจนบาดเจ็บสะสม

  • ปวดหลังหรือปวดไหล่ต่อเนื่องหลังพลิกตัวหลายวัน
  • ต้องออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในการพลิกตัวคนเดิม
  • ผู้สูงอายุช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลยแล้ว
  • เตียงหรือพื้นที่รอบเตียงแคบจนต้องก้มหรือบิดตัวผิดท่า

เมื่อการเปลี่ยนท่าไม่ใช่แค่ซ้ายขวา การยกหัวเตียงอย่างปลอดภัย

หลายบ้านยกหัวเตียงให้ผู้สูงอายุนั่งกินข้าวหรือดูทีวีบ่อยๆ ซึ่งทำได้และมีประโยชน์ แต่ต้องยกอย่างช้าๆ ไม่ใช่ยกสูงทันที เพราะผู้สูงอายุที่นอนนานอาจมีภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าหรือ orthostatic hypotension คือความดันโลหิตลดลงเมื่อเปลี่ยนจากท่านอนราบไปท่านั่งหรือศีรษะสูงเร็วเกินไป ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือถึงขั้นเป็นลม ยิ่งนอนติดเตียงนานร่างกายยิ่งปรับตัวกับการเปลี่ยนท่าได้ช้าลง

อีกจุดที่เชื่อมโยงกันคือการยกหัวเตียงสูงเกินไปเป็นเวลานานจะเพิ่มแรงเสียดสีบริเวณก้นกบ เพราะตัวผู้สูงอายุมีแนวโน้มไถลลงมาตามแรงโน้มถ่วง เกิดแรงเฉือนที่ผิวหนังโดยที่ครอบครัวอาจไม่ทันสังเกต การยกหัวเตียงจึงควรอยู่ในมุมที่พอเหมาะกับกิจกรรม ไม่สูงเกินจำเป็น และปรับกลับเป็นระยะแทนการปล่อยค้างไว้ทั้งวัน

  • ยกหัวเตียงทีละน้อยและหยุดสังเกตอาการก่อนยกต่อ
  • ถามผู้สูงอายุว่ารู้สึกวิงเวียนหรือหน้ามืดหรือไม่
  • ไม่ปล่อยหัวเตียงค้างที่มุมสูงตลอดทั้งวันโดยไม่จำเป็น
  • สังเกตร่องรอยไถลตัวลงมาที่ก้นกบหลังยกหัวเตียงนาน
A caregiver serves tea to a senior woman in a cozy bedroom setting, fostering comfort and care.

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1 ประเมินความถี่และเขียนตารางเริ่มต้นร่วมกับทีมที่ดูแลจริง

เริ่มจากนั่งคุยกับทุกคนที่จะเข้ามาช่วยดูแล ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานหรือผู้ดูแลที่จ้างมา แบ่งวันออกเป็นช่วงเวลาที่ชัดเจน เช่น เช้า บ่าย เย็น และกลางคืน แล้วกำหนดคนรับผิดชอบในแต่ละช่วง ถ้ามีพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่มาเยี่ยมบ้าน ควรขอความเห็นเรื่องความถี่เริ่มต้นที่เหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ แล้วใช้สัปดาห์แรกเป็นช่วงทดลองปรับ

  • รวบรวมทุกคนที่จะเข้าเวรมาคุยตารางพร้อมกันครั้งแรก
  • แบ่งวันเป็นช่วงเวลาชัดเจนรวมกะกลางคืน
  • ขอความเห็นพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเรื่องความถี่เริ่มต้นถ้ามี
  • ตั้งเป้าทดลองหนึ่งสัปดาห์แล้วนัดคุยปรับอีกครั้ง

ขั้นที่ 2 วางระบบส่งต่อระหว่างกะ

เตรียมสมุดเล่มเดียวหรือกระดานไวท์บอร์ดติดใกล้เตียง ให้ทุกกะเขียนเวลาพลิกตัวล่าสุด ท่าที่พลิกไป และสภาพผิวหนังที่สังเกตเห็นทันทีหลังทำเสร็จ ก่อนเปลี่ยนกะให้มีการพูดคุยสั้นๆ ส่งต่อข้อมูลสำคัญ เช่น มีจุดที่เริ่มแดงหรือไม่ ผู้สูงอายุร้องเจ็บตอนพลิกตัวหรือไม่ กินอาหารและดื่มน้ำได้ปกติหรือไม่ เพื่อไม่ให้กะถัดไปต้องเริ่มจากศูนย์

  • ติดสมุดบันทึกหรือกระดานไว้ในจุดที่ทุกกะเห็นและเข้าถึงง่าย
  • เขียนเวลา ท่า และผู้ทำทุกครั้งทันทีหลังพลิกตัว
  • พูดคุยส่งต่อสั้นๆ ก่อนเปลี่ยนกะทุกครั้ง
  • ทำเครื่องหมายจุดผิวหนังที่ต้องเฝ้าดูเป็นพิเศษให้เห็นชัด

ขั้นที่ 3 ทบทวนและปรับตารางเมื่อสภาพเปลี่ยน

ตารางที่ตั้งไว้ตอนแรกไม่ควรตายตัวตลอดไป ควรทบทวนใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก ผิวหนังเริ่มมีรอยแดงที่ไม่จางลงเร็วเหมือนเดิม ผู้ดูแลเริ่มปวดหลังต่อเนื่อง หรือผู้สูงอายุเพิ่งออกจากโรงพยาบาลซึ่งอาจมีความสามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปจากเดิม ทุกจุดเปลี่ยนเหล่านี้ควรเป็นสัญญาณให้กลับไปคุยกับพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดอีกครั้งแทนการเดาปรับเอง

  • ทบทวนตารางเมื่อน้ำหนักตัวเปลี่ยนชัดเจน
  • ทบทวนเมื่อพบผิวหนังผิดปกติที่ไม่หายไปตามปกติ
  • ทบทวนเมื่อผู้ดูแลเริ่มบาดเจ็บหรือทำไม่ไหว
  • ทบทวนหลังออกจากโรงพยาบาลหรือมีการเปลี่ยนยา

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ตั้งตารางตายตัวเดียวโดยไม่ปรับตามสภาพผิวหนังที่เปลี่ยนไปจริง
  • ให้ผู้ดูแลคนเดียวพลิกตัวผู้สูงอายุตัวใหญ่โดยไม่มีผ้าปูยกตัวหรือคนช่วย
  • ดึงแขนหรือใต้รักแร้เพื่อพลิกหรือดึงตัวขึ้นเตียง
  • ไม่มีจุดบันทึกกลาง ทำให้แต่ละกะไม่รู้ว่าใครพลิกตัวไปแล้วเมื่อไร
  • ยกหัวเตียงสูงและเร็วเกินไปโดยไม่สังเกตอาการหน้ามืดหรือความดันตก
  • ปล่อยให้ผู้ดูแลฝืนทำจนปวดหลังต่อเนื่องโดยไม่ขอประเมินอุปกรณ์ใหม่

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือนำส่งห้องฉุกเฉินทันที หากระหว่างพลิกตัวผู้สูงอายุมีอาการปวดรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับแขนขาผิดรูปหรือขยับไม่ได้ หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ
  • ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบผิวหนังแตกเป็นแผลเปิดใหม่ มีรอยแดงที่ลามเร็วร่วมกับไข้ หรือมีหนอง
  • นัดพบพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดในไม่กี่วันนี้ หากผู้ดูแลเริ่มปวดหลังต่อเนื่องจากการพลิกตัว หรือผู้สูงอายุร้องเจ็บมากขึ้นทุกครั้งที่พลิกตัว
  • นัดประเมินอุปกรณ์ เช่น เตียงปรับระดับหรือที่นอนลดแรงกด เมื่อผู้สูงอายุเริ่มช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลย
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกอาการวิงเวียนหรือหน้ามืดทุกครั้งที่ยกหัวเตียง เพื่อนำไปเล่าให้แพทย์หรือพยาบาลฟังในนัดถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • เขียนตารางพลิกตะแคงเป็นลายลักษณ์อักษรติดไว้ใกล้เตียง
  • กำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจนในแต่ละช่วงเวลารวมกะกลางคืน
  • เตรียมผ้าปูยกตัวหรือ slide sheet ไว้ใกล้มือ
  • จดเวลาและท่าที่พลิกไปทุกครั้งในสมุดหรือจุดที่ทุกคนเข้าถึงได้
  • สังเกตผิวหนังบริเวณจุดกดทับทุกครั้งที่พลิกตัว
  • ยกหัวเตียงช้าๆ และสังเกตอาการหน้ามืด
  • ทบทวนตารางใหม่ทุกครั้งที่สภาพร่างกายเปลี่ยนไปชัดเจน
  • ขอประเมินเทคนิคหรืออุปกรณ์จากนักกายภาพบำบัดเมื่อผู้ดูแลเริ่มปวดหลัง

คำถามที่พบบ่อย

พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงทุกกี่ชั่วโมงถึงจะปลอดภัย

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ความถี่ขึ้นกับความเสี่ยงแผลกดทับของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น ความสามารถขยับตัวเอง สภาพผิวหนัง และชนิดที่นอน ควรให้พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดช่วยประเมินความถี่เริ่มต้น แล้วปรับตามผลการสังเกตผิวหนังจริง

ถ้าผู้ดูแลมีคนเดียว จะพลิกตัวผู้สูงอายุตัวใหญ่ได้อย่างไรโดยไม่บาดเจ็บ

ใช้ผ้าปูยกตัวหรือ slide sheet ช่วยลดแรงที่ต้องออก จัดตำแหน่งเตียงให้อยู่ระดับที่ไม่ต้องก้มมาก และถ้าผู้สูงอายุเริ่มช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลย ควรขอประเมินเตียงปรับระดับหรือขอความช่วยเหลือเพิ่มแทนการฝืนทำคนเดียวต่อเนื่อง

กลางคืนที่ไม่มีใครตื่นมาพลิกตัวจะจัดการอย่างไร

อาจปรึกษาการใช้ที่นอนลดแรงกดที่ช่วยกระจายแรงได้ดีขึ้นในช่วงที่พลิกตัวถี่ไม่ได้ ตั้งนาฬิกาปลุกเบาสำหรับผู้ดูแลกะดึก และตกลงล่วงหน้าว่าใครรับผิดชอบช่วงกลางคืนชัดเจน แทนการปล่อยให้ไม่มีใครรับผิดชอบ

ยกหัวเตียงให้ผู้สูงอายุกินข้าวหรือดูทีวีบ่อยๆ อันตรายไหม

ทำได้แต่ควรยกช้าๆ ไม่ใช่ยกสูงทันที เพราะอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า และการยกหัวเตียงสูงนานเกินไปอาจเพิ่มแรงเสียดสีบริเวณก้นกบ ควรสังเกตอาการวิงเวียนและปรับมุมตามความสบายของผู้สูงอายุ

ต้องจดอะไรบ้างในสมุดบันทึกการพลิกตัว

ควรจดเวลาที่พลิก ท่าที่พลิกไป สภาพผิวหนังที่สังเกตเห็น และชื่อผู้ดูแลที่ทำ เพื่อให้กะถัดไปรู้ว่าพลิกตัวล่าสุดเมื่อไรและต้องเฝ้าดูจุดไหนเป็นพิเศษ

ถ้าลูกหลานทำงานประจำ จะดูแลเรื่องพลิกตะแคงได้จริงหรือไม่

ได้ ถ้าวางระบบตารางและผู้รับผิดชอบชัดเจนตั้งแต่ต้น เช่น สลับกับผู้ดูแลที่จ้างมาหรือญาติคนอื่นในช่วงเวลาที่ไม่ว่าง และใช้สมุดบันทึกกลางที่ทุกคนอัปเดตได้ แทนการพึ่งความจำของคนคนเดียว

ต้องเปลี่ยนตารางพลิกตะแคงเมื่อไร

ควรทบทวนใหม่เมื่อผู้สูงอายุน้ำหนักเปลี่ยนชัดเจน ผิวหนังเริ่มมีรอยแดงที่ไม่จางลง ผู้ดูแลเริ่มปวดหลัง หรือหลังออกจากโรงพยาบาลที่อาจมีความสามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปจากเดิม

สรุป

  • ตารางพลิกตะแคงที่ดีไม่ใช่ตัวเลขตายตัว แต่เป็นระบบที่ปรับตามสภาพผิวหนังและความสามารถจริงของผู้สูงอายุ
  • ความยั่งยืนของระบบขึ้นกับการส่งต่อข้อมูลระหว่างกะและการป้องกันไม่ให้ผู้ดูแลบาดเจ็บ ไม่ใช่แค่ป้องกันแผลกดทับที่ผิวหนัง
  • การยกหัวเตียงและเปลี่ยนท่าต้องทำช้าๆ เพื่อลดความเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและแรงเสียดสีที่ก้นกบ
  • เมื่อผู้ดูแลเริ่มทำไม่ไหวหรือผิวหนังเริ่มเปลี่ยน ควรขอประเมินจากพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ตรวจสอบการพลิกตะแคงผู้สูงอายุ ไม่ว่าใครเป็นคนดูแลอยู่
home-care

เช็กลิสต์ตรวจสอบการพลิกตะแคงผู้สูงอายุ ไม่ว่าใครเป็นคนดูแลอยู่

เช็กลิสต์ให้ครอบครัวใช้ตรวจสอบว่าการพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงทำได้ครบถ้วนจริง ไม่ว่าจะดูแลเองหรือมีผู้ดูแลจ้างมา ครอบคลุมการเคลื่อนไหว การสื่อสาร ยา และสิ่งที่ผู้สูงอายุให้ความสำคัญ

อัปเดตล่าสุด 4 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
สัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับในผู้สูงอายุที่ครอบครัวมักมองข้าม และควรตรวจอย่างไร
home-care

สัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับในผู้สูงอายุที่ครอบครัวมักมองข้าม และควรตรวจอย่างไร

วิธีสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับในผู้สูงอายุก่อนที่ผิวหนังจะแตกเป็นแผล ครอบคลุมใครเสี่ยงสูง จุดที่ต้องตรวจ วิธีทดสอบรอยแดง และเมื่อไรควรแจ้งพยาบาลหรือแพทย์

อัปเดตล่าสุด 4 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที
พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา
home-care

พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา

วิธีพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุติดเตียงอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การกะความถี่ตามสภาพจริง ตำแหน่งมือที่ถูกต้อง ท่าตะแคง 30 องศา ไปจนถึงเมื่อไรต้องใช้ผ้าปูยกตัวและสองคนช่วย

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 21 นาที
ทำความสะอาดร่างกายผู้สูงอายุติดเตียง: จุดพลาดที่ทำให้เสี่ยงผิวเปื่อยและติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
home-care

ทำความสะอาดร่างกายผู้สูงอายุติดเตียง: จุดพลาดที่ทำให้เสี่ยงผิวเปื่อยและติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว

รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้ผู้สูงอายุติดเตียง ตั้งแต่การถูสบู่แรงเกินไปจนถึงการมองข้ามสัญญาณผิวหนังผิดปกติ พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงในบ้าน

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 18 นาที