สูงวัยไทย
จัดตารางพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้อยู่ได้จริงทั้งกลางวันและกลางคืน
พิมพ์เมื่อ 4 สิงหาคม 2026
จัดตารางพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้อยู่ได้จริงทั้งกลางวันและกลางคืน
วิธีวางระบบพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ยั่งยืน ตั้งแต่กะความถี่ตามความเสี่ยงจริง แบ่งเวรกลางวันกลางคืน ป้องกันหลังผู้ดูแลบาดเจ็บ ไปจนถึงจุดที่ต้องขอประเมินอุปกรณ์เพิ่ม
ตรวจสอบล่าสุด 4 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงไม่ใช่แค่คำถามว่า "ทุกกี่ชั่วโมง" แต่คือระบบที่ต้องทำงานได้จริงตลอดวันตลอดคืน โดยไม่ทำให้ผู้ดูแลคนใดคนหนึ่งบาดเจ็บหรือหมดแรงจนล้มเลิกไปเอง
- ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นกับความเสี่ยงแผลกดทับของแต่ละคน เช่น ความสามารถขยับตัวเอง สภาพผิวหนัง และชนิดที่นอน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเดียวกันทุกบ้าน
- หัวใจของระบบที่ยั่งยืนคือมีตารางเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีคนรับผิดชอบชัดเจนในแต่ละช่วงเวลารวมถึงกลางคืน และมีจุดบันทึกกลางที่ทุกกะเข้าถึงได้
- ถ้าผู้ดูแลเริ่มปวดหลังจากการพลิกตัว หรือผู้สูงอายุตัวใหญ่ขึ้นจนคนเดียวทำไม่ไหว ต้องขอประเมินอุปกรณ์และเทคนิคจากนักกายภาพบำบัดหรือพยาบาลก่อนเกิดการบาดเจ็บซ้ำ
- บทความนี้เน้นวิธีวางระบบให้ครอบครัวทำต่อเนื่องได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่สอนท่าพลิกตัวแบบละเอียดทีละขั้นตอน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่บ้านและยังไม่มีระบบแบ่งเวลาชัดเจน
- เหมาะกับบ้านที่มีผู้ดูแลมากกว่าหนึ่งคนผลัดกัน เช่น ลูกหลานสลับเวรกับผู้ดูแลที่จ้างมา
- เหมาะกับผู้ดูแลที่เริ่มรู้สึกปวดหลังหรือเหนื่อยล้าจากการพลิกตัวผู้สูงอายุคนเดียวต่อเนื่องมานาน
- ไม่ใช่คู่มือสอนเทคนิคจับตัวและพลิกตัวแบบละเอียดทีละขั้น ควรอ่านคู่กับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดหรือพยาบาลที่ประเมินหน้างานจริง
สิ่งที่ควรรู้
ทำไม "ทุก 2 ชั่วโมง" ไม่ใช่คำตอบเดียวกันทุกบ้าน
ตัวเลขความถี่ที่ได้ยินบ่อยมักมาจากแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่ขยับตัวเองไม่ได้เลย แต่ในความเป็นจริงความเสี่ยงแผลกดทับของแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่ยังพลิกตัวเองได้บ้าง น้ำหนักตัวไม่มาก ผิวหนังยังแข็งแรง และนอนบนที่นอนลดแรงกดที่ดี อาจต้องการความถี่ต่างจากคนที่ขยับตัวเองไม่ได้เลย ตัวผอมมาก ผิวบางเปราะ หรือมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ที่ทำให้ผิวหนังเปียกชื้นตลอดเวลา
แนวคิดที่ช่วยได้คือการมองพลิกตะแคงเป็นส่วนหนึ่งของ ADL หรือกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน (การเคลื่อนย้ายตัวเป็นหนึ่งใน ADL เช่นเดียวกับการกินอาหารหรืออาบน้ำ) เมื่อความสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองลดลง ภาระของการพลิกตัวจากภายนอกก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่มาเยี่ยมบ้านมักเป็นผู้ช่วยกะความถี่เริ่มต้นได้แม่นยำกว่าการเดาเอง เพราะเห็นสภาพผิวหนังและความสามารถจริงของผู้สูงอายุคนนั้น
- ความสามารถขยับหรือพลิกตัวเองได้บางส่วนหรือไม่
- สภาพผิวหนังปัจจุบัน มีรอยแดงเดิมหรือแผลเก่าหรือไม่
- ชนิดที่นอน เป็นที่นอนธรรมดาหรือที่นอนลดแรงกด
- ภาวะกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ทำให้ผิวหนังเปียกชื้นบ่อย
- น้ำหนักตัวและภาวะโภชนาการโดยรวม
ระบบสองชั้น ตารางที่เขียนไว้ กับสมุดบันทึกที่ทุกคนเข้าถึงได้
ตารางที่มีอยู่แค่ในหัวของคนคนเดียวจะพังทันทีที่คนนั้นป่วยหรือไม่ว่าง ระบบที่อยู่ได้จริงต้องมีสองชั้นแยกกันชัดเจน ชั้นแรกคือตารางหลักที่บอกว่าใครรับผิดชอบช่วงเวลาไหน เช่น ช่วงเช้าถึงเที่ยงเป็นลูกสาว ช่วงบ่ายเป็นผู้ดูแลที่จ้างมา ช่วงกลางคืนเป็นลูกชายหรือผู้ดูแลกะดึก ชั้นที่สองคือสมุดบันทึกหรือแอปที่ทุกกะเขียนต่อกันได้ทันทีหลังพลิกตัวเสร็จ ไม่ต้องรอส่งต่อปากเปล่า
ช่วงเวลาที่ระบบมักพังบ่อยที่สุดคือกลางคืน เพราะครอบครัวส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าถ้าไม่มีใครตื่นมาพลิกตัวก็แค่ปล่อยไปก่อนแล้วค่อยจัดการตอนเช้า ทั้งที่ช่วงกลางคืนเป็นช่วงที่ผิวหนังรับแรงกดต่อเนื่องนานที่สุดโดยไม่มีการขยับ การกำหนดผู้รับผิดชอบกลางคืนไว้ล่วงหน้า หรือใช้นาฬิกาปลุกเบาสำหรับกะดึกโดยเฉพาะ จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าตารางกลางวัน
- เวลาที่พลิกตัวล่าสุดและท่าที่พลิกไป
- สภาพผิวหนังที่สังเกตเห็นตอนพลิกตัว
- ชื่อผู้ดูแลที่ทำในรอบนั้น
- อาการผิดปกติ เช่น ร้องเจ็บหรือหน้ามืด
ป้องกันหลังผู้ดูแลบาดเจ็บ ไม่ใช่แค่ป้องกันแผลกดทับที่ผิวหนังผู้สูงอายุ
จุดที่ครอบครัวมักมองข้ามคือร่างกายของผู้ดูแลเอง เมื่อผู้สูงอายุนอนติดเตียงนานขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถช่วยพลิกตัวเองมักลดลงตามไปด้วย ส่วนหนึ่งมาจากภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยตามวัยหรือ sarcopenia คือกล้ามเนื้อลดลงทั้งจากอายุและจากการไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้แรงที่ผู้ดูแลต้องออกในการพลิกตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ครอบครัวอาจไม่ทันสังเกต จนวันหนึ่งผู้ดูแลก็ปวดหลังเฉียบพลันจากการก้มยกผิดจังหวะ
การใช้ผ้าปูยกตัวหรือ slide sheet สอดใต้ตัวผู้สูงอายุช่วยลดแรงเสียดทานและลดแรงที่ต้องออกได้มาก แทนการดึงแขนหรือดึงใต้รักแร้ซึ่งเสี่ยงทั้งข้อไหล่ผู้สูงอายุหลุดและหลังผู้ดูแลบาดเจ็บ เมื่อผู้สูงอายุเริ่มช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลยหรือตัวใหญ่ขึ้นจนคนเดียวรับน้ำหนักไม่ไหว ควรถือเป็นสัญญาณให้ขอประเมินอุปกรณ์เพิ่ม เช่น เตียงปรับระดับได้ ราวจับข้างเตียง หรือกำหนดกฎว่าต้องมีผู้ดูแลสองคนช่วยกันเสมอ แทนการฝืนทำคนเดียวต่อไปจนบาดเจ็บสะสม
- ปวดหลังหรือปวดไหล่ต่อเนื่องหลังพลิกตัวหลายวัน
- ต้องออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในการพลิกตัวคนเดิม
- ผู้สูงอายุช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลยแล้ว
- เตียงหรือพื้นที่รอบเตียงแคบจนต้องก้มหรือบิดตัวผิดท่า
เมื่อการเปลี่ยนท่าไม่ใช่แค่ซ้ายขวา การยกหัวเตียงอย่างปลอดภัย
หลายบ้านยกหัวเตียงให้ผู้สูงอายุนั่งกินข้าวหรือดูทีวีบ่อยๆ ซึ่งทำได้และมีประโยชน์ แต่ต้องยกอย่างช้าๆ ไม่ใช่ยกสูงทันที เพราะผู้สูงอายุที่นอนนานอาจมีภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าหรือ orthostatic hypotension คือความดันโลหิตลดลงเมื่อเปลี่ยนจากท่านอนราบไปท่านั่งหรือศีรษะสูงเร็วเกินไป ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือถึงขั้นเป็นลม ยิ่งนอนติดเตียงนานร่างกายยิ่งปรับตัวกับการเปลี่ยนท่าได้ช้าลง
อีกจุดที่เชื่อมโยงกันคือการยกหัวเตียงสูงเกินไปเป็นเวลานานจะเพิ่มแรงเสียดสีบริเวณก้นกบ เพราะตัวผู้สูงอายุมีแนวโน้มไถลลงมาตามแรงโน้มถ่วง เกิดแรงเฉือนที่ผิวหนังโดยที่ครอบครัวอาจไม่ทันสังเกต การยกหัวเตียงจึงควรอยู่ในมุมที่พอเหมาะกับกิจกรรม ไม่สูงเกินจำเป็น และปรับกลับเป็นระยะแทนการปล่อยค้างไว้ทั้งวัน
- ยกหัวเตียงทีละน้อยและหยุดสังเกตอาการก่อนยกต่อ
- ถามผู้สูงอายุว่ารู้สึกวิงเวียนหรือหน้ามืดหรือไม่
- ไม่ปล่อยหัวเตียงค้างที่มุมสูงตลอดทั้งวันโดยไม่จำเป็น
- สังเกตร่องรอยไถลตัวลงมาที่ก้นกบหลังยกหัวเตียงนาน

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1 ประเมินความถี่และเขียนตารางเริ่มต้นร่วมกับทีมที่ดูแลจริง
เริ่มจากนั่งคุยกับทุกคนที่จะเข้ามาช่วยดูแล ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานหรือผู้ดูแลที่จ้างมา แบ่งวันออกเป็นช่วงเวลาที่ชัดเจน เช่น เช้า บ่าย เย็น และกลางคืน แล้วกำหนดคนรับผิดชอบในแต่ละช่วง ถ้ามีพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่มาเยี่ยมบ้าน ควรขอความเห็นเรื่องความถี่เริ่มต้นที่เหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ แล้วใช้สัปดาห์แรกเป็นช่วงทดลองปรับ
- รวบรวมทุกคนที่จะเข้าเวรมาคุยตารางพร้อมกันครั้งแรก
- แบ่งวันเป็นช่วงเวลาชัดเจนรวมกะกลางคืน
- ขอความเห็นพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเรื่องความถี่เริ่มต้นถ้ามี
- ตั้งเป้าทดลองหนึ่งสัปดาห์แล้วนัดคุยปรับอีกครั้ง
ขั้นที่ 2 วางระบบส่งต่อระหว่างกะ
เตรียมสมุดเล่มเดียวหรือกระดานไวท์บอร์ดติดใกล้เตียง ให้ทุกกะเขียนเวลาพลิกตัวล่าสุด ท่าที่พลิกไป และสภาพผิวหนังที่สังเกตเห็นทันทีหลังทำเสร็จ ก่อนเปลี่ยนกะให้มีการพูดคุยสั้นๆ ส่งต่อข้อมูลสำคัญ เช่น มีจุดที่เริ่มแดงหรือไม่ ผู้สูงอายุร้องเจ็บตอนพลิกตัวหรือไม่ กินอาหารและดื่มน้ำได้ปกติหรือไม่ เพื่อไม่ให้กะถัดไปต้องเริ่มจากศูนย์
- ติดสมุดบันทึกหรือกระดานไว้ในจุดที่ทุกกะเห็นและเข้าถึงง่าย
- เขียนเวลา ท่า และผู้ทำทุกครั้งทันทีหลังพลิกตัว
- พูดคุยส่งต่อสั้นๆ ก่อนเปลี่ยนกะทุกครั้ง
- ทำเครื่องหมายจุดผิวหนังที่ต้องเฝ้าดูเป็นพิเศษให้เห็นชัด
ขั้นที่ 3 ทบทวนและปรับตารางเมื่อสภาพเปลี่ยน
ตารางที่ตั้งไว้ตอนแรกไม่ควรตายตัวตลอดไป ควรทบทวนใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก ผิวหนังเริ่มมีรอยแดงที่ไม่จางลงเร็วเหมือนเดิม ผู้ดูแลเริ่มปวดหลังต่อเนื่อง หรือผู้สูงอายุเพิ่งออกจากโรงพยาบาลซึ่งอาจมีความสามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปจากเดิม ทุกจุดเปลี่ยนเหล่านี้ควรเป็นสัญญาณให้กลับไปคุยกับพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดอีกครั้งแทนการเดาปรับเอง
- ทบทวนตารางเมื่อน้ำหนักตัวเปลี่ยนชัดเจน
- ทบทวนเมื่อพบผิวหนังผิดปกติที่ไม่หายไปตามปกติ
- ทบทวนเมื่อผู้ดูแลเริ่มบาดเจ็บหรือทำไม่ไหว
- ทบทวนหลังออกจากโรงพยาบาลหรือมีการเปลี่ยนยา
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
IKEA อิเกีย ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน แบบบาง 3 ฟุต 90 x 200 ซม.TAGELSÄV ทอเกลเซฟ
IKEAผ้ารองกันเปื้อนที่นอนกันน้ำ ล้อมรอบทั้งหมด ผ้าปูที่นอนกันลื่น TPU 100%กันไรฝุ่น ปัสสาวะหลักฐาน 3ฟุต/5ฟุต/6ฟุต/6.5ฟุต
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอนโรงแรม ซึมซับคราบ ของเหลวได้ดี (ไม่กันน้ำ) แบรนด์บ้านมิลิน
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน รัดมุม360° ล้อมรอบทั้งหมด ผ้าปูที่นอนกันลื่น กันไรฝุ่น ผ้าปู 3ฟุต/3.5ฟุต/5ฟุต/6ฟุต/6.5ฟุต
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ตั้งตารางตายตัวเดียวโดยไม่ปรับตามสภาพผิวหนังที่เปลี่ยนไปจริง
- ให้ผู้ดูแลคนเดียวพลิกตัวผู้สูงอายุตัวใหญ่โดยไม่มีผ้าปูยกตัวหรือคนช่วย
- ดึงแขนหรือใต้รักแร้เพื่อพลิกหรือดึงตัวขึ้นเตียง
- ไม่มีจุดบันทึกกลาง ทำให้แต่ละกะไม่รู้ว่าใครพลิกตัวไปแล้วเมื่อไร
- ยกหัวเตียงสูงและเร็วเกินไปโดยไม่สังเกตอาการหน้ามืดหรือความดันตก
- ปล่อยให้ผู้ดูแลฝืนทำจนปวดหลังต่อเนื่องโดยไม่ขอประเมินอุปกรณ์ใหม่
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือนำส่งห้องฉุกเฉินทันที หากระหว่างพลิกตัวผู้สูงอายุมีอาการปวดรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับแขนขาผิดรูปหรือขยับไม่ได้ หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบผิวหนังแตกเป็นแผลเปิดใหม่ มีรอยแดงที่ลามเร็วร่วมกับไข้ หรือมีหนอง
- นัดพบพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดในไม่กี่วันนี้ หากผู้ดูแลเริ่มปวดหลังต่อเนื่องจากการพลิกตัว หรือผู้สูงอายุร้องเจ็บมากขึ้นทุกครั้งที่พลิกตัว
- นัดประเมินอุปกรณ์ เช่น เตียงปรับระดับหรือที่นอนลดแรงกด เมื่อผู้สูงอายุเริ่มช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลย
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกอาการวิงเวียนหรือหน้ามืดทุกครั้งที่ยกหัวเตียง เพื่อนำไปเล่าให้แพทย์หรือพยาบาลฟังในนัดถัดไป
เช็กลิสต์สรุป
- เขียนตารางพลิกตะแคงเป็นลายลักษณ์อักษรติดไว้ใกล้เตียง
- กำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจนในแต่ละช่วงเวลารวมกะกลางคืน
- เตรียมผ้าปูยกตัวหรือ slide sheet ไว้ใกล้มือ
- จดเวลาและท่าที่พลิกไปทุกครั้งในสมุดหรือจุดที่ทุกคนเข้าถึงได้
- สังเกตผิวหนังบริเวณจุดกดทับทุกครั้งที่พลิกตัว
- ยกหัวเตียงช้าๆ และสังเกตอาการหน้ามืด
- ทบทวนตารางใหม่ทุกครั้งที่สภาพร่างกายเปลี่ยนไปชัดเจน
- ขอประเมินเทคนิคหรืออุปกรณ์จากนักกายภาพบำบัดเมื่อผู้ดูแลเริ่มปวดหลัง
คำถามที่พบบ่อย
พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงทุกกี่ชั่วโมงถึงจะปลอดภัย
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ความถี่ขึ้นกับความเสี่ยงแผลกดทับของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น ความสามารถขยับตัวเอง สภาพผิวหนัง และชนิดที่นอน ควรให้พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดช่วยประเมินความถี่เริ่มต้น แล้วปรับตามผลการสังเกตผิวหนังจริง
ถ้าผู้ดูแลมีคนเดียว จะพลิกตัวผู้สูงอายุตัวใหญ่ได้อย่างไรโดยไม่บาดเจ็บ
ใช้ผ้าปูยกตัวหรือ slide sheet ช่วยลดแรงที่ต้องออก จัดตำแหน่งเตียงให้อยู่ระดับที่ไม่ต้องก้มมาก และถ้าผู้สูงอายุเริ่มช่วยพลิกตัวเองไม่ได้เลย ควรขอประเมินเตียงปรับระดับหรือขอความช่วยเหลือเพิ่มแทนการฝืนทำคนเดียวต่อเนื่อง
กลางคืนที่ไม่มีใครตื่นมาพลิกตัวจะจัดการอย่างไร
อาจปรึกษาการใช้ที่นอนลดแรงกดที่ช่วยกระจายแรงได้ดีขึ้นในช่วงที่พลิกตัวถี่ไม่ได้ ตั้งนาฬิกาปลุกเบาสำหรับผู้ดูแลกะดึก และตกลงล่วงหน้าว่าใครรับผิดชอบช่วงกลางคืนชัดเจน แทนการปล่อยให้ไม่มีใครรับผิดชอบ
ยกหัวเตียงให้ผู้สูงอายุกินข้าวหรือดูทีวีบ่อยๆ อันตรายไหม
ทำได้แต่ควรยกช้าๆ ไม่ใช่ยกสูงทันที เพราะอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า และการยกหัวเตียงสูงนานเกินไปอาจเพิ่มแรงเสียดสีบริเวณก้นกบ ควรสังเกตอาการวิงเวียนและปรับมุมตามความสบายของผู้สูงอายุ
ต้องจดอะไรบ้างในสมุดบันทึกการพลิกตัว
ควรจดเวลาที่พลิก ท่าที่พลิกไป สภาพผิวหนังที่สังเกตเห็น และชื่อผู้ดูแลที่ทำ เพื่อให้กะถัดไปรู้ว่าพลิกตัวล่าสุดเมื่อไรและต้องเฝ้าดูจุดไหนเป็นพิเศษ
ถ้าลูกหลานทำงานประจำ จะดูแลเรื่องพลิกตะแคงได้จริงหรือไม่
ได้ ถ้าวางระบบตารางและผู้รับผิดชอบชัดเจนตั้งแต่ต้น เช่น สลับกับผู้ดูแลที่จ้างมาหรือญาติคนอื่นในช่วงเวลาที่ไม่ว่าง และใช้สมุดบันทึกกลางที่ทุกคนอัปเดตได้ แทนการพึ่งความจำของคนคนเดียว
ต้องเปลี่ยนตารางพลิกตะแคงเมื่อไร
ควรทบทวนใหม่เมื่อผู้สูงอายุน้ำหนักเปลี่ยนชัดเจน ผิวหนังเริ่มมีรอยแดงที่ไม่จางลง ผู้ดูแลเริ่มปวดหลัง หรือหลังออกจากโรงพยาบาลที่อาจมีความสามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปจากเดิม
สรุป
- ตารางพลิกตะแคงที่ดีไม่ใช่ตัวเลขตายตัว แต่เป็นระบบที่ปรับตามสภาพผิวหนังและความสามารถจริงของผู้สูงอายุ
- ความยั่งยืนของระบบขึ้นกับการส่งต่อข้อมูลระหว่างกะและการป้องกันไม่ให้ผู้ดูแลบาดเจ็บ ไม่ใช่แค่ป้องกันแผลกดทับที่ผิวหนัง
- การยกหัวเตียงและเปลี่ยนท่าต้องทำช้าๆ เพื่อลดความเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและแรงเสียดสีที่ก้นกบ
- เมื่อผู้ดูแลเริ่มทำไม่ไหวหรือผิวหนังเริ่มเปลี่ยน ควรขอประเมินจากพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน 150/180cm ผ้าปูที่นอน พร้อมหมอน 2PC ผ้าปูกันเปื้อน รัดมุม360° เป็นมิตรกับผิว bedsheets
ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน สารต้านจุลินทรีย์ ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ สี่ฤดูทั่วไป
ผ้ารองกันเปื้อน ปลอกป้องกันที่นอน ที่นอน (กันน้ำได้ 100%) 6/5/4/3ฟุต มียางรัดมุม 4ด้าน ผ้าปูที่นอนกันน้ำ
[ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน] ยางยืด 4 มุม เชื่อมต่อที่นอนพร้อมกันเปื้อนในตัว 3.5/5/6/7/8/8.5/9.5/10 ฟุต
Kiss(คิส)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงที่บ้าน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- คู่มือการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
- Pressure injury prevention guidance — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-04)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ตรวจสอบการพลิกตะแคงผู้สูงอายุ ไม่ว่าใครเป็นคนดูแลอยู่
เช็กลิสต์ให้ครอบครัวใช้ตรวจสอบว่าการพลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงทำได้ครบถ้วนจริง ไม่ว่าจะดูแลเองหรือมีผู้ดูแลจ้างมา ครอบคลุมการเคลื่อนไหว การสื่อสาร ยา และสิ่งที่ผู้สูงอายุให้ความสำคัญ

สัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับในผู้สูงอายุที่ครอบครัวมักมองข้าม และควรตรวจอย่างไร
วิธีสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับในผู้สูงอายุก่อนที่ผิวหนังจะแตกเป็นแผล ครอบคลุมใครเสี่ยงสูง จุดที่ต้องตรวจ วิธีทดสอบรอยแดง และเมื่อไรควรแจ้งพยาบาลหรือแพทย์

พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา
วิธีพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุติดเตียงอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การกะความถี่ตามสภาพจริง ตำแหน่งมือที่ถูกต้อง ท่าตะแคง 30 องศา ไปจนถึงเมื่อไรต้องใช้ผ้าปูยกตัวและสองคนช่วย

ทำความสะอาดร่างกายผู้สูงอายุติดเตียง: จุดพลาดที่ทำให้เสี่ยงผิวเปื่อยและติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้ผู้สูงอายุติดเตียง ตั้งแต่การถูสบู่แรงเกินไปจนถึงการมองข้ามสัญญาณผิวหนังผิดปกติ พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงในบ้าน