สูงวัยไทย
พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา
พิมพ์เมื่อ 4 สิงหาคม 2026
พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา
วิธีพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุติดเตียงอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การกะความถี่ตามสภาพจริง ตำแหน่งมือที่ถูกต้อง ท่าตะแคง 30 องศา ไปจนถึงเมื่อไรต้องใช้ผ้าปูยกตัวและสองคนช่วย
ตรวจสอบล่าสุด 3 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุติดเตียงไม่มีคำตอบตายตัวว่าต้องพลิกทุกกี่ชั่วโมงเท่ากันทุกคน ควรปรับความถี่ตามสภาพผิวหนัง น้ำหนักตัว ชนิดของที่นอน และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล มากกว่ายึดตารางนาฬิกาเดียวใช้กับทุกคน
- ท่าตะแคงที่ปลอดภัยที่สุดคือทำมุมประมาณ 30 องศาจากพื้นเตียง ไม่ใช่ตะแคงเต็มตัว 90 องศา เพราะท่าตะแคงเต็มตัวจะกดทับปุ่มกระดูกสะโพกด้านข้างโดยตรง ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงแผลกดทับที่ลึกและหายช้ากว่าจุดอื่น
- ก่อนปล่อยตัวหลังพลิกทุกครั้ง ต้องตรวจว่าไหล่ด้านที่นอนทับไม่ถูกกดค้างอยู่ใต้ลำตัว และควรใช้ผ้าปูยกตัวหรือคนช่วยสองคนเมื่อผู้สูงอายุตัวหนักหรือทรงตัวเองไม่ได้เลย เพื่อลดแรงเสียดสีที่ทำร้ายผิวหนังและลดความเสี่ยงบาดเจ็บหลังของผู้ดูแล
- ไม่ควรพลิกตัวทันทีหลังกินอาหารหรือให้อาหารทางสายยาง ควรรอให้ผ่านไปช่วงหนึ่งก่อนเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงอาหารไหลย้อนหรือสำลักระหว่างเปลี่ยนท่า
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ติดเตียงหรือเคลื่อนไหวร่างกายเองได้จำกัด ต้องพลิกตะแคงตัวเป็นประจำทุกวันเพื่อลดแรงกดทับผิวหนัง
- เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่บ้านและยังไม่มั่นใจเรื่องมือจับ ท่าทาง หรือจังหวะเวลาที่ถูกต้อง
- ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุที่ยังพลิกตัวหรือขยับตัวเองได้บางส่วน กรณีนี้ควรส่งเสริมให้ใช้แรงตัวเองก่อนเสมอ ไม่ใช่ทำแทนทั้งหมด
- ไม่เหมาะกับการประเมินอาการเจ็บปวดรุนแรงเฉียบพลันหรือสงสัยกระดูกหักระหว่างพลิกตัว ซึ่งต้องหยุดทันทีและขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมตารางพลิกตัวทุกสองชั่วโมงไม่ใช่คำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน
หลายครอบครัวจำมาว่าต้องพลิกตัวทุกสองชั่วโมงและยึดตัวเลขนี้เป็นกฎตายตัว ทั้งที่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นทั่วไปที่ต้องปรับตามคนจริง ผู้สูงอายุที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยตามวัยหรือ sarcopenia ตัวผอมและมีปุ่มกระดูกยื่นชัด มักต้องพลิกถี่กว่าคนที่ยังมีไขมันและกล้ามเนื้อรองรับ ในขณะที่บางคนซึ่งนอนบนที่นอนลมหรือที่นอนลดแรงกดคุณภาพดี อาจเว้นช่วงได้นานขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เสี่ยงเพิ่ม
วิธีที่แม่นยำกว่าการนับชั่วโมงคือตรวจผิวหนังหลังพลิกตัวทุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณสะโพก ก้นกบ ส้นเท้า และไหล่ ถ้าพบรอยแดงที่กดด้วยนิ้วแล้วยังไม่จางภายในเวลาสั้น นั่นคือสัญญาณว่าความถี่เดิมถี่ไม่พอสำหรับคนนี้ ต้องร่นระยะเวลาให้สั้นลง ไม่ใช่รอให้ครบตารางเดิมก่อน ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางหรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน เช่น เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ก็มักต้องการความถี่ที่มากขึ้นชั่วคราวเช่นกัน
- ใช้ทุกสองชั่วโมงเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่กฎตายตัวสำหรับทุกคน
- ตรวจรอยแดงหลังพลิกตัวทุกครั้งเพื่อประเมินว่าความถี่พอหรือไม่
- ร่นความถี่ให้ถี่ขึ้นชั่วคราวเมื่อผู้สูงอายุเพิ่งเจ็บป่วยหรือผอมลงเร็ว
ท่าตะแคง 30 องศา และทำไมตะแคงเต็มตัว 90 องศาจึงเสี่ยงกว่าที่คิด
หลายบ้านเข้าใจว่าตะแคงตัวคือหมุนตัวให้นอนตะแคงเต็มที่ 90 องศาให้ไหล่กับสะโพกตั้งฉากกับที่นอน แต่ท่านี้ทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดกดอยู่บนปุ่มกระดูกสะโพกด้านข้างที่เรียกว่า greater trochanter ซึ่งเป็นจุดที่มีผิวหนังและไขมันรองรับบางกว่าจุดอื่น เมื่อกดค้างนานจึงเกิดแผลกดทับได้เร็วและมักลึกกว่าที่คาด เพราะแรงกดกระจุกอยู่จุดเดียวแบบตรง ๆ
ท่าที่แนะนำในทางปฏิบัติจึงเป็นการตะแคงตัวทำมุมประมาณ 30 องศาจากพื้นเตียง ไม่ใช่ตะแคงเต็มตัว วิธีทำคือหมุนลำตัวเพียงบางส่วนแล้วใช้หมอนรองด้านหลังตั้งแต่บ่าถึงสะโพกเพื่อค้ำมุมนี้ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ตัวไหลกลับไปนอนหงายเองระหว่างที่ผู้ดูแลคลาดสายตา วิธีนี้ช่วยกระจายน้ำหนักตัวไปยังหลายจุดพร้อมกันแทนที่จะกระจุกอยู่ที่ปุ่มกระดูกสะโพกเพียงจุดเดียว และยังลดความเสี่ยงต่อบริเวณข้อเท้าหรือหัวเข่าด้านในที่มักเสียดสีกันเมื่อตะแคงเต็มตัวโดยไม่มีหมอนคั่นระหว่างขา
- ตะแคง 30 องศา ไม่ใช่ 90 องศาเต็มตัว
- ใช้หมอนรองหลังตั้งแต่บ่าถึงสะโพกเพื่อค้ำมุมให้คงที่
- วางหมอนคั่นระหว่างขาเพื่อลดการเสียดสีของข้อเท้าและเข่า
ตำแหน่งมือที่ถูกต้องเมื่อจับตัวพลิก ไม่ดึงข้อต่อหรือลากผิวหนัง
จุดที่ผู้ดูแลมือใหม่มักพลาดคือจับที่แขนหรือข้อมือแล้วดึงเพื่อหมุนตัว ซึ่งเสี่ยงทำให้ข้อไหล่หลุดหรือเคล็ดในผู้สูงอายุที่ข้อต่อเปราะบางกว่าคนหนุ่มสาว ตำแหน่งมือที่ปลอดภัยกว่าคือจับที่สะบักด้านหนึ่งและสะโพกอีกด้านหนึ่งพร้อมกัน แล้วหมุนลำตัวเป็นแท่งเดียวไปพร้อมกัน ไม่ใช่ดึงส่วนใดส่วนหนึ่งออกก่อน วิธีนี้ป้องกันการบิดกระดูกสันหลังผิดจังหวะและกระจายแรงให้เท่ากันตลอดลำตัว
อีกจุดสำคัญคือการยกตัวขึ้นก่อนหมุน ไม่ใช่การลากตัวไปตามผิวที่นอนโดยตรง เพราะการลากทำให้เกิดแรงเสียดสีและแรงเฉือนบนผิวหนัง หรือที่เรียกว่า shear force ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของแผลกดทับที่แยกจากแรงกดตรง ๆ การใช้ผ้าปูยกตัวช่วยลดแรงเสียดสีนี้ได้มาก เพราะยกลำตัวลอยพ้นผิวที่นอนก่อนจึงค่อยเลื่อนหรือหมุนไปยังตำแหน่งใหม่
ไหล่ที่ถูกทับอยู่ใต้ลำตัว จุดเล็กที่ก่อปัญหาใหญ่
เมื่อพลิกตัวให้นอนตะแคงเสร็จแล้ว หลายครอบครัวรีบปล่อยมือทันทีโดยไม่ตรวจว่าไหล่ด้านล่างอยู่ในตำแหน่งใด ถ้าไหล่ด้านที่นอนทับถูกกดพับอยู่ใต้น้ำหนักตัวเอง จะเกิดแรงกดสะสมที่ข้อไหล่และเส้นประสาทบริเวณนั้นเป็นเวลานาน ผู้สูงอายุบางคนที่สื่อสารบอกความรู้สึกได้ยากอาจไม่ร้องเจ็บทันที แต่จะแสดงออกทางสีหน้าเกร็ง หรือขยับตัวกระสับกระส่ายในภายหลัง ซึ่งเป็นอาการแสดงไม่ตรงแบบที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการสื่อสารหรือความจำ
วิธีตรวจที่ทำได้ง่ายคือหลังหมุนตัวเสร็จ ให้ค่อย ๆ ดึงไหล่ด้านล่างออกมาด้านหน้าเล็กน้อยก่อนวางหมอนค้ำหลัง เพื่อให้แน่ใจว่าไหล่ไม่ถูกทับอยู่ใต้น้ำหนักตัวโดยตรง แล้วจึงค่อยจัดแขนด้านนั้นให้อยู่ในท่าที่สบาย ไม่งอพับหรือถูกกดใต้ลำตัว ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีแต่มักถูกข้ามไปเพราะรีบจัดหมอนค้ำหลังก่อน
เมื่อไรต้องใช้สองคนและผ้าปูยกตัวแทนการพลิกตัวคนเดียว
การพลิกตัวคนเดียวทำได้เมื่อผู้สูงอายุยังพอมีแรงช่วยบางส่วน เช่น งอเข่าหรือดันตัวเองได้เล็กน้อย แต่เมื่อผู้สูงอายุตัวหนัก ไม่มีแรงช่วยเลย หรือมีภาวะเปราะบางที่ทรงตัวเองไม่ได้แม้แต่น้อย การพลิกตัวคนเดียวเสี่ยงทั้งต่อผู้สูงอายุที่อาจตกเตียงหรือบิดข้อผิดท่า และต่อผู้ดูแลเองที่เสี่ยงบาดเจ็บหลังจากการออกแรงยกน้ำหนักตัวคนอย่างผิดท่าซ้ำ ๆ ทุกวัน
ผ้าปูยกตัวหรือแผ่นเลื่อนตัวเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ได้มาก โดยวางผ้าปูขนาดพอดีตัวไว้ใต้ลำตัวตั้งแต่ไหล่ถึงต้นขา แล้วให้ผู้ดูแลสองคนยืนอยู่คนละฝั่งของเตียง จับริมผ้าทั้งสองด้านพร้อมกันแล้วยกและหมุนไปพร้อมกันเป็นจังหวะเดียว วิธีนี้กระจายแรงระหว่างผู้ดูแลสองคนและลดแรงเสียดสีที่ผิวหนังผู้สูงอายุไปพร้อมกัน หากบ้านมีผู้ดูแลเพียงคนเดียวเป็นประจำ ควรปรึกษาพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ช่วยหรือคนช่วยเพิ่มหรือไม่ ก่อนที่จะเกิดการบาดเจ็บสะสมที่หลังของผู้ดูแลเอง
- ใช้สองคนเมื่อผู้สูงอายุตัวหนักหรือช่วยตัวเองไม่ได้เลย
- วางผ้าปูยกตัวใต้ลำตัวตั้งแต่ไหล่ถึงต้นขาก่อนเริ่ม
- ยกและหมุนพร้อมกันเป็นจังหวะเดียว ไม่ใช่คนหนึ่งดึงก่อนอีกคน
เมื่อผู้สูงอายุต่อต้านหรือแสดงอาการเจ็บระหว่างพลิกตัว
การต่อต้านหรือร้องเจ็บระหว่างพลิกตัวไม่ควรถูกตีความว่าเป็นความดื้อหรือความรำคาญเสมอไป ผู้สูงอายุบางคนกลัวความเจ็บที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บางคนมีอาการปวดข้อหรือปวดกล้ามเนื้อที่ยังไม่ได้รับการประเมิน และบางคนอาจสื่อสารความเจ็บออกมาเป็นสีหน้าหรือเสียงมากกว่าคำพูดเพราะมีปัญหาความจำหรือการสื่อสารร่วมด้วย การฝืนพลิกตัวต่อไปโดยไม่หยุดฟังจึงเสี่ยงทั้งต่อการบาดเจ็บจริงและต่อความรู้สึกไว้ใจที่ผู้สูงอายุมีต่อผู้ดูแล
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือหยุดชั่วคราวเมื่อพบการต่อต้านชัดเจน อธิบายให้ผู้สูงอายุฟังทีละขั้นตอนก่อนเริ่มใหม่ ให้เวลาปรับตัวมากขึ้น และสังเกตว่าความเจ็บเกิดที่จุดใดจุดหนึ่งซ้ำ ๆ หรือไม่ ถ้าอาการเจ็บเกิดขึ้นใหม่ ตำแหน่งเดิมซ้ำทุกครั้ง หรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรจดบันทึกและแจ้งพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่ดูแลอยู่ เพื่อประเมินว่ามีปัญหาข้อ กระดูก หรือแผลกดทับที่เริ่มก่อตัวอยู่หรือไม่ ไม่ใช่ฝืนทำต่อด้วยความคิดว่าทำทุกวันแล้วจะเคยชินเอง

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ก่อนพลิกตัวทุกครั้ง
ช่วงเตรียมตัวก่อนพลิกสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนพลิกตัวเอง เพราะเป็นจังหวะที่ตรวจสอบความปลอดภัยและอธิบายให้ผู้สูงอายุเข้าใจล่วงหน้าได้
- ตรวจเวลามื้ออาหารหรือการให้อาหารทางสายยางล่าสุด หากเพิ่งกินหรือเพิ่งให้อาหารทางสายยางไม่นาน ควรรอให้ผ่านไปช่วงหนึ่งก่อนพลิกตัว เพื่อลดความเสี่ยงอาหารไหลย้อนหรือสำลัก
- บอกผู้สูงอายุก่อนเสมอว่ากำลังจะทำอะไร แม้ผู้สูงอายุจะมีปัญหาความจำหรือสื่อสารตอบไม่ได้ชัดเจนก็ตาม
- เตรียมหมอนสำหรับรองหลังและคั่นระหว่างขาให้พร้อมก่อนเริ่ม เพื่อไม่ต้องหยุดกลางคันไปหยิบเพิ่ม
- ประเมินว่าจะพลิกตัวคนเดียวได้หรือควรเรียกคนช่วย โดยดูจากน้ำหนักตัวและแรงที่ผู้สูงอายุยังช่วยได้
ขั้นตอนพลิกตัวคนเดียวเมื่อผู้สูงอายุยังพอช่วยตัวเองได้บ้าง
ใช้ได้เมื่อผู้สูงอายุยังงอเข่าหรือดันตัวเองได้เล็กน้อย และน้ำหนักตัวไม่มากเกินกำลังผู้ดูแลคนเดียว
- ปรับเตียงให้อยู่ระดับเอวผู้ดูแลเพื่อลดการก้มหลัง หากเตียงปรับระดับได้
- งอเข่าและข้อศอกด้านที่จะพลิกไว้เล็กน้อยเพื่อให้ตัวหมุนง่ายขึ้น
- วางมือข้างหนึ่งที่สะบัก อีกข้างที่สะโพก แล้วหมุนลำตัวเป็นแท่งเดียวไปพร้อมกัน ไม่ดึงแขนหรือข้อมือ
- หลังหมุนเสร็จ ดึงไหล่ด้านล่างออกมาด้านหน้าเล็กน้อยก่อนปล่อยมือ เพื่อไม่ให้ไหล่ถูกทับ
- จัดหมอนรองหลังตั้งแต่บ่าถึงสะโพกให้ทำมุมประมาณ 30 องศา ไม่ใช่ตะแคงเต็มตัว
ขั้นตอนพลิกตัวสองคนด้วยผ้าปูยกตัวเมื่อผู้สูงอายุตัวหนักหรือช่วยตัวเองไม่ได้
ใช้เมื่อผู้สูงอายุไม่มีแรงช่วยเลย ตัวหนัก หรือมีความเสี่ยงบาดเจ็บสูงหากพลิกตัวผิดจังหวะ
- ผู้ดูแลสองคนยืนคนละฝั่งของเตียง จับริมผ้าปูยกตัวที่วางไว้ใต้ลำตัวให้แน่นทั้งสองด้าน
- นับสัญญาณร่วมกันก่อนออกแรง เช่นนับหนึ่งถึงสามพร้อมกัน เพื่อยกและหมุนไปพร้อมกันเป็นจังหวะเดียว
- งอเข่าตัวเองแทนการก้มหลังขณะออกแรงยก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหลังของผู้ดูแล
- ตรวจตำแหน่งไหล่และแขนด้านล่างทันทีหลังหมุนเสร็จก่อนวางหมอนค้ำ
หลังพลิกตัวเสร็จทุกครั้ง
การตรวจสอบหลังพลิกตัวช่วยจับสัญญาณผิดปกติได้เร็ว ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาสะสม
- ตรวจว่าหมอนค้ำหลังยังคงมุมประมาณ 30 องศาไว้ได้มั่นคง ไม่เอนกลับไปนอนหงายเอง
- ตรวจผิวหนังบริเวณสะโพก ก้นกบ ส้นเท้า และไหล่ด้านที่นอนทับ
- สังเกตสีหน้าและการหายใจของผู้สูงอายุว่าสบายหรือมีท่าทีเจ็บ
- จดเวลาและด้านที่พลิกไว้ในสมุดหรือตารางที่ผู้ดูแลคนอื่นเห็นได้ เพื่อไม่ให้พลิกซ้ำด้านเดิมหรือลืมพลิกเมื่อผลัดเวรกัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ดึงแขนหรือข้อมือเพื่อพลิกตัวแทนการหมุนลำตัวทั้งแท่งพร้อมกัน
- ปล่อยให้ไหล่ด้านล่างถูกทับค้างไว้หลังพลิกตัวเสร็จโดยไม่ตรวจสอบ
- ตะแคงเต็มตัว 90 องศาเป็นประจำโดยไม่มีหมอนรองรับด้านหลังให้คงมุม
- ยึดตารางพลิกตัวตายตัวเท่ากันทุกคนโดยไม่ปรับตามสภาพผิวหนังและน้ำหนักตัวจริง
- พลิกตัวทันทีหลังให้อาหารทางสายยางหรือหลังมื้ออาหารโดยไม่รอให้ผ่านไปช่วงหนึ่งก่อน
- ฝืนพลิกตัวต่อเมื่อผู้สูงอายุร้องเจ็บหรือต่อต้านชัดเจน โดยไม่หยุดสังเกตหรือแจ้งผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือรีบไปห้องฉุกเฉินทันที หากพลิกตัวแล้วพบว่าแขนหรือขาบิดผิดรูปทันที สงสัยกระดูกหัก หรือผู้สูงอายุหมดสติหรือไม่ตอบสนองระหว่างพลิกตัว
- โทร 1669 หรือรีบไปห้องฉุกเฉินทันที หากพลิกตัวหลังให้อาหารทางสายยางแล้วผู้สูงอายุสำลักรุนแรง หายใจลำบาก หรือตัวเขียวคล้ำ
- ติดต่อพยาบาลหรือคลินิกที่ดูแลภายในวันเดียวกัน หากพบรอยแดงที่กดด้วยนิ้วแล้วไม่จางภายในเวลาสั้น หรือมีตุ่มน้ำ ผิวถลอก หรือผิวแตกใหม่หลังพลิกตัว
- ติดต่อพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดภายในวันเดียวกัน หากผู้สูงอายุแสดงอาการเจ็บรุนแรงเฉพาะจุดซ้ำทุกครั้งที่พลิกตัวด้านเดียวกัน
- นัดพบพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินเทคนิคและอุปกรณ์ในไม่กี่วันข้างหน้า หากผู้สูงอายุต่อต้านการพลิกตัวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือน้ำหนักตัวลดลงจนจับตัวยากขึ้นกว่าเดิม
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกเวลาที่พลิกตัวแต่ละครั้ง ด้านที่พลิก และอาการที่สังเกตเห็น เพื่อนำไปเล่าให้พยาบาลหรือแพทย์ฟังในนัดถัดไป
เช็กลิสต์สรุป
- ตรวจเวลาให้อาหารมื้อล่าสุดก่อนตัดสินใจพลิกตัว
- เตรียมหมอนรองหลังและหมอนคั่นระหว่างขาให้พร้อมก่อนเริ่ม
- จับที่สะบักและสะโพก ไม่ดึงแขนหรือข้อมือ
- ตรวจไหล่ด้านล่างให้ดึงออกมาก่อนปล่อยตัวลง
- จัดมุมตะแคงประมาณ 30 องศา ไม่ใช่ตะแคงเต็มตัว 90 องศา
- ใช้ผ้าปูยกตัวและคนช่วยสองคนเมื่อผู้สูงอายุตัวหนักหรือช่วยตัวเองไม่ได้
- ตรวจผิวหนังบริเวณจุดกดทับหลังพลิกตัวทุกครั้ง
- จดเวลาและด้านที่พลิกไว้ให้ผู้ดูแลคนอื่นเห็นเมื่อผลัดเวรกัน
คำถามที่พบบ่อย
ต้องพลิกตัวผู้สูงอายุติดเตียงทุกกี่ชั่วโมงจริงๆ
โดยทั่วไปมักเริ่มต้นที่ทุกสองชั่วโมงเป็นแนวทางกว้าง ๆ แต่ควรปรับตามคนจริง ผู้ที่ผอมมากหรือมีมวลกล้ามเนื้อน้อยอาจต้องพลิกถี่กว่านั้น ในขณะที่ผู้ที่นอนบนที่นอนลดแรงกดคุณภาพดีอาจเว้นช่วงได้นานขึ้นเล็กน้อย วิธีที่แม่นยำที่สุดคือตรวจผิวหนังหลังพลิกตัวทุกครั้ง หากพบรอยแดงที่ยังไม่จางควรร่นความถี่ให้สั้นลง
ทำไมตะแคงตัวเต็ม 90 องศาถึงไม่ดีเท่าตะแคง 30 องศา
เพราะท่าตะแคงเต็มตัว 90 องศาทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดกดอยู่บนปุ่มกระดูกสะโพกด้านข้างจุดเดียว ซึ่งมีผิวหนังและไขมันรองรับบางกว่าจุดอื่น เสี่ยงเกิดแผลกดทับที่ลึกและหายช้า ส่วนท่าตะแคง 30 องศาช่วยกระจายน้ำหนักไปหลายจุดพร้อมกัน จึงลดแรงกดสะสมที่จุดใดจุดหนึ่งได้มากกว่า
พลิกตัวคนเดียวได้หรือไม่ถ้าผู้สูงอายุตัวไม่หนักมาก
ทำได้หากผู้สูงอายุยังพอมีแรงช่วยบางส่วน เช่น งอเข่าหรือดันตัวเองได้เล็กน้อย และน้ำหนักตัวไม่เกินกำลังผู้ดูแล แต่หากผู้สูงอายุไม่มีแรงช่วยเลย ตัวหนัก หรือทรงตัวเองไม่ได้แม้แต่น้อย ควรใช้ผ้าปูยกตัวร่วมกับคนช่วยสองคน เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลเอง
ควรรอนานแค่ไหนหลังให้อาหารทางสายยางก่อนพลิกตัว
ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณอาหาร ความเร็วในการให้ และสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยหลักทั่วไปควรรอให้ผ่านไปสักระยะหลังให้อาหารก่อนเปลี่ยนท่าหรือพลิกตัว และหากจำเป็นต้องพลิกตัวระหว่างนั้นจริง ๆ ควรปรึกษาพยาบาลหรือนักกำหนดอาหารที่ดูแลอยู่เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ
ถ้าผู้สูงอายุร้องเจ็บทุกครั้งที่พลิกตัวควรทำอย่างไร
ไม่ควรฝืนทำต่อโดยคิดว่าทำทุกวันแล้วจะเคยชินเอง ควรหยุดชั่วคราว สังเกตว่าความเจ็บเกิดที่จุดใดจุดหนึ่งซ้ำหรือไม่ และจดบันทึกไว้ หากอาการเจ็บเกิดขึ้นใหม่ ตำแหน่งเดิมซ้ำทุกครั้ง หรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรแจ้งพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินว่ามีปัญหาข้อ กระดูก หรือแผลกดทับเริ่มก่อตัวอยู่หรือไม่
ผ้าปูยกตัวคืออะไร จำเป็นต้องมีหรือไม่
ผ้าปูยกตัวเป็นผ้าหรือแผ่นวัสดุลื่นที่วางไว้ใต้ลำตัวผู้สูงอายุตั้งแต่ไหล่ถึงต้นขา ใช้จับริมผ้ายกและหมุนตัวแทนการดึงตัวโดยตรงบนผิวที่นอน ช่วยลดแรงเสียดสีบนผิวหนังและลดแรงที่ผู้ดูแลต้องออก ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่แนะนำอย่างยิ่งเมื่อผู้สูงอายุตัวหนัก ช่วยตัวเองไม่ได้เลย หรือผู้ดูแลมีเพียงคนเดียวเป็นประจำ
ไหล่ที่เจ็บนานหลังพลิกตัวเป็นเรื่องปกติหรือไม่
ไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรปล่อยผ่าน หากไหล่เจ็บต่อเนื่องหลังพลิกตัว อาจเกิดจากไหล่ถูกทับกดค้างอยู่ใต้ลำตัวระหว่างนอนตะแคง หรือมีปัญหาข้อไหล่ที่ยังไม่ได้รับการประเมิน ควรตรวจตำแหน่งไหล่ให้ถูกต้องทุกครั้งหลังพลิกตัว และหากยังเจ็บต่อเนื่องหลายวันควรนัดพบพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจเพิ่มเติม
สรุป
- การพลิกตะแคงตัวที่ปลอดภัยไม่ได้อยู่ที่การทำตรงเวลาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับความถี่ตามสภาพผิวหนังและร่างกายของแต่ละคนจริง ๆ
- มุมตะแคง 30 องศาและตำแหน่งมือที่ถูกต้องช่วยกระจายแรงกดและลดแรงเสียดสี ซึ่งเป็นสองปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลกดทับต่างกัน
- ไหล่ที่ถูกทับและจังหวะเวลาหลังมื้ออาหารเป็นรายละเอียดเล็กที่มักถูกมองข้าม แต่ส่งผลต่อความสบายและความปลอดภัยของผู้สูงอายุโดยตรง
- เมื่อผู้สูงอายุตัวหนัก ต่อต้าน หรือแสดงอาการเจ็บ ควรหยุดประเมินและปรึกษาพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัด แทนการฝืนทำต่อด้วยวิธีเดิม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุติดเตียงและการป้องกันแผลกดทับ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-03)
- คู่มือการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านสำหรับผู้ดูแล — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-03)
- Pressure injury prevention guidance — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-03)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

พลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุตรงเวลาทุกครั้งแต่ยังเกิดปัญหา สาเหตุมักมาจากจุดเหล่านี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุติดเตียง ตั้งแต่มุมตะแคงที่ไม่ถึงจริง การจับผิดจุด ไปจนถึงการฝืนพลิกตัวเมื่อผู้สูงอายุต่อต้านหรือเจ็บ พร้อมวิธีแก้ไข

ป้องกันแผลกดทับในผู้สูงอายุติดเตียงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่พลิกตัว
แนวทางป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงหรือนั่งรถเข็นนาน ครอบคลุมการพลิกตัว การตรวจผิวหนัง โภชนาการ และจุดที่ครอบครัวมักมองข้าม

จัดท่านอนผู้สูงอายุติดเตียงอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่เกิดแผลกดทับ
แนวทางจัดท่านอนผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกแนวลำตัว ลดความเสี่ยงแผลกดทับและข้อติด พร้อมขั้นตอนที่ผู้ดูแลทำได้จริงที่บ้าน

ตรวจผิวหนังผู้สูงอายุติดเตียงทุกวันอย่างไรให้เจอแผลกดทับตั้งแต่ระยะแรก
แนวทางสังเกตผิวหนังผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงหรือขยับตัวเองได้น้อย เพื่อจับสัญญาณแผลกดทับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมจุดที่ต้องตรวจเป็นประจำและเมื่อใดควรพบแพทย์