สูงวัยไทย

จุดพลาดที่ผู้ดูแลมักทำตอนช่วยพยุงผู้สูงอายุขึ้น-ลงเก้าอี้อาบน้ำ

รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อผู้ดูแลช่วยพยุงผู้สูงอายุนั่งหรือลุกจากเก้าอี้อาบน้ำ ซึ่งเสี่ยงทำให้ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บ พร้อมแนวทางที่ปลอดภัยกว่า

13 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2026

Elderly woman in wheelchair receiving help with medication from caregiver in modern kitchen.

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการดึงแขนหรือรักแร้ผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ โดยไม่ให้ท่านออกแรงร่วมด้วยเลย ซึ่งเสี่ยงทำให้ไหล่หรือข้อศอกบาดเจ็บ และเพิ่มภาระหลังของผู้ดูแลเองไปพร้อมกัน
  • การรีบช่วยโดยไม่รอให้ผู้สูงอายุทรงตัวมั่นคงก่อนขยับ เป็นอีกจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายขยับไม่พร้อมกันคือช่วงที่เสี่ยงเซหรือหกล้มมากที่สุด
  • หากผู้สูงอายุมีอาการปวดรุนแรง สงสัยกระดูกหัก หรือรับน้ำหนักขาไม่ได้เลย ห้ามฝืนพยุงหรือเคลื่อนย้ายด้วยแรงคนเดียว ควรขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือโทร 1669 ทันที
  • บทความนี้ให้หลักการทั่วไปสำหรับสถานการณ์ประจำวัน ไม่ใช่เทคนิคการเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ หากต้องช่วยเหลือมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรขอให้นักกายภาพบำบัดสอนเทคนิคที่เหมาะกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องช่วยพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงเก้าอี้อาบน้ำเป็นประจำ และเริ่มรู้สึกปวดหลังหรือกังวลว่าวิธีที่ทำอยู่อาจไม่ปลอดภัย
  • ไม่เหมาะกับกรณีที่ผู้สูงอายุรับน้ำหนักขาไม่ได้เลยหรือเพิ่งผ่าตัดสะโพก กรณีเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินและสอนเทคนิคเฉพาะจากนักกายภาพบำบัดโดยตรง ไม่ใช่ใช้หลักการทั่วไปในบทความนี้

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมการดึงแขนหรือรักแร้จึงเป็นวิธีที่เสี่ยงกว่าที่คิด

การดึงแขนหรือรักแร้ผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ เป็นสัญชาตญาณที่ผู้ดูแลหลายคนทำโดยไม่ทันคิด แต่ข้อไหล่และข้อศอกของผู้สูงอายุมักมีความยืดหยุ่นลดลงตามวัยหรือมีภาวะข้อเสื่อมร่วมด้วย การดึงแรงกะทันหันจึงเสี่ยงทำให้ข้อเคลื่อนหรือเนื้อเยื่อรอบข้อบาดเจ็บได้ง่ายกว่าคนอายุน้อย

ในทางกลับกัน ท่าทางนี้ยังเสี่ยงต่อผู้ดูแลเองด้วย เพราะการก้มตัวดึงน้ำหนักคนอื่นขึ้นในพื้นที่แคบและพื้นเปียกลื่น เป็นท่าที่สร้างแรงกดต่อหลังส่วนล่างมาก และเป็นสาเหตุการบาดเจ็บหลังที่พบบ่อยในผู้ดูแลที่ต้องช่วยเหลือทุกวัน

จังหวะเวลาที่ไม่พร้อมกันคือจุดเสี่ยงที่แท้จริง

อุบัติเหตุมักเกิดในช่วงเปลี่ยนท่า เช่น จากนั่งเป็นยืน หรือจากยืนเป็นนั่ง หากผู้ดูแลเริ่มออกแรงพยุงก่อนที่ผู้สูงอายุจะพร้อม หรือผู้สูงอายุขยับตัวเร็วกว่าที่ผู้ดูแลคาดไว้ ทั้งสองฝ่ายอาจเสียจังหวะพร้อมกันจนเซหรือล้ม

การนับจังหวะร่วมกันก่อนขยับทุกครั้ง เช่น พูดว่า หนึ่ง สอง สาม แล้วลุกพร้อมกัน ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวและออกแรงในจังหวะเดียวกัน ลดโอกาสเสียหลักได้มาก

ความเสี่ยงบาดเจ็บหลังของผู้ดูแลที่มักถูกมองข้าม

ผู้ดูแลจำนวนมากมุ่งความปลอดภัยไปที่ผู้สูงอายุเพียงฝ่ายเดียว จนลืมว่าตัวเองก็มีความเสี่ยงบาดเจ็บจากการก้มยกซ้ำ ๆ ทุกวัน การบาดเจ็บสะสมที่หลังส่วนล่างเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ดูแลระยะยาว และเมื่อผู้ดูแลบาดเจ็บ ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดูแลต่อเนื่องด้วย

การยืนให้ใกล้ผู้สูงอายุที่สุดเท่าที่ทำได้ก่อนออกแรงพยุง และใช้ขาช่วยรับน้ำหนักแทนการก้มหลังงอ เป็นหลักการพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ แม้จะไม่ใช่เทคนิคเฉพาะทางการแพทย์

ทำไมช่วงลุกยืนจึงเป็นวินาทีที่เสี่ยงที่สุดในทางร่างกาย

ช่วงเปลี่ยนจากนั่งเป็นยืนคือจังหวะที่ความดันโลหิตต้องปรับตัวเร็วที่สุด ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งมีภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension ซึ่งทำให้หน้ามืดหรือวูบชั่วขณะทันทีที่ลุกยืน หากผู้ดูแลออกแรงดึงให้ลุกเร็วเกินไปโดยไม่ให้เวลาร่างกายปรับตัว จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงหน้ามืดล้มในจังหวะนั้นพอดี การรอสักครู่ให้ผู้สูงอายุนั่งนิ่งที่ริมเก้าอี้ก่อนแล้วค่อยลุกช้า ๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากกว่าการรีบพยุงขึ้นทันที

อีกปัจจัยที่ทำให้ต้องพึ่งแรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุคือมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงตามธรรมชาติ หรือภาวะ sarcopenia ซึ่งทำให้ขาต้นขาและแกนกลางลำตัวอ่อนแรงกว่าที่ผู้ดูแลคาดไว้ หากผู้ดูแลยังใช้แรงพยุงแบบเดิมที่เคยใช้เมื่อหลายปีก่อนโดยไม่ปรับตามความสามารถที่ลดลงจริง ก็อาจประเมินความช่วยเหลือที่ต้องใช้ผิดพลาดได้

An elderly man receiving assistance from caregivers in a cozy home environment.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าเมื่อช่วยพยุงขึ้นเก้าอี้

ให้ผู้สูงอายุนั่งลงเองให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยผู้ดูแลอยู่ข้าง ๆ เพื่อประคองหากเซ ไม่ใช่ออกแรงยกทั้งหมดตั้งแต่ต้น

  • ให้ผู้สูงอายุจับที่จับหรือขอบเก้าอี้ด้วยตัวเองก่อน
  • ยืนข้าง ๆ ในตำแหน่งที่พร้อมประคอง ไม่ใช่ยืนด้านหน้าดึง
  • นับจังหวะร่วมกันก่อนขยับทุกครั้ง

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าเมื่อช่วยพยุงลุกจากเก้าอี้

รอให้ผู้สูงอายุขยับตัวมาอยู่ริมเก้าอี้และเตรียมพร้อมก่อน แล้วจึงช่วยพยุงในจังหวะที่ท่านเริ่มออกแรงลุกเอง ไม่ใช่ดึงขึ้นก่อนที่ท่านจะพร้อม

  • ให้ผู้สูงอายุขยับมานั่งริมเก้าอี้ก่อนลุก
  • วางมือรองรับที่เข็มขัดหรือสะโพก ไม่ใช่ดึงแขนหรือรักแร้
  • ใช้ขาของตัวเองรับน้ำหนัก ไม่ก้มหลังงอขณะช่วยพยุง

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมแทนการทำคนเดียว

หากผู้สูงอายุเริ่มต้องพึ่งแรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือผู้ดูแลเริ่มรู้สึกปวดหลังจากงานนี้ ควรขอให้คนอื่นในครอบครัวช่วยผลัดเปลี่ยน หรือปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินเทคนิคและอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม

  • สังเกตว่าต้องออกแรงพยุงมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ในแต่ละสัปดาห์
  • จดความถี่ที่รู้สึกปวดหลังหลังช่วยพยุง
  • นัดปรึกษานักกายภาพบำบัดหากความต้องการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นชัดเจน

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าดึงแขนหรือรักแร้ผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ เป็นวิธีหลักในการพยุง
  • อย่าออกแรงพยุงก่อนที่ผู้สูงอายุจะพร้อมหรือส่งสัญญาณว่าจะขยับ
  • อย่าก้มหลังงอขณะยกหรือพยุงน้ำหนัก ให้ใช้ขารับน้ำหนักแทน
  • อย่าฝืนพยุงคนเดียวหากผู้สูงอายุรับน้ำหนักขาไม่ได้เลยหรือปวดรุนแรง
  • อย่าละเลยอาการปวดหลังของตัวเองจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 ทันที หากระหว่างช่วยพยุงเกิดการหกล้มและผู้สูงอายุลุกไม่ได้ ปวดรุนแรง หรือศีรษะกระแทกพื้น
  • โทร 1669 ทันที หากสงสัยกระดูกหักหรือบาดเจ็บข้อจากการเคลื่อนย้าย เช่น ขาบิดผิดรูปหรือรับน้ำหนักไม่ได้เลยกะทันหัน
  • นัดประเมินกับนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้ หากผู้สูงอายุต้องพึ่งแรงพยุงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเดือนก่อน
  • ปรึกษาแพทย์หากผู้ดูแลมีอาการปวดหลังต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์จากการช่วยพยุงเป็นประจำ
  • เฝ้าสังเกตและปรับวิธีพยุงเอง หากเป็นเพียงความรู้สึกไม่มั่นใจทั่วไปโดยยังไม่มีอาการปวดหรือเกือบล้ม

เช็กลิสต์สรุป

  • ให้ผู้สูงอายุจับที่จับหรือขอบเก้าอี้ด้วยตัวเองก่อนขยับ
  • นับจังหวะร่วมกันก่อนพยุงขึ้นหรือลงทุกครั้ง
  • วางมือรองรับที่สะโพกหรือเข็มขัด ไม่ดึงแขนหรือรักแร้
  • ใช้ขารับน้ำหนัก ไม่ก้มหลังงอขณะพยุง
  • สังเกตว่าต้องออกแรงช่วยมากขึ้นหรือไม่ในแต่ละสัปดาห์
  • ขอความช่วยเหลือเพิ่มเมื่อรู้สึกว่าทำคนเดียวเริ่มไม่ไหว

คำถามที่พบบ่อย

ควรจับส่วนไหนของผู้สูงอายุเวลาช่วยพยุงจึงจะปลอดภัยที่สุด

โดยทั่วไปการวางมือรองรับที่สะโพกหรือใช้เข็มขัดช่วยพยุงจะปลอดภัยกว่าการดึงแขนหรือรักแร้ เพราะกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าและลดแรงกดที่ข้อไหล่ อย่างไรก็ตาม หากต้องช่วยเหลือมากหรือมีความเสี่ยงสูง ควรขอให้นักกายภาพบำบัดสอนเทคนิคที่เหมาะกับสภาพร่างกายเฉพาะบุคคล

ถ้าผู้ดูแลเป็นคนตัวเล็กกว่าผู้สูงอายุมาก ควรทำอย่างไร

ควรเน้นให้ผู้สูงอายุออกแรงลุกหรือนั่งเองให้มากที่สุด โดยผู้ดูแลทำหน้าที่ประคองมากกว่ายกทั้งหมด และพิจารณาติดตั้งราวจับข้างเก้าอี้เพิ่มเติมเพื่อให้ผู้สูงอายุพยุงตัวเองได้มากขึ้น ลดภาระที่ผู้ดูแลต้องออกแรง

การนับจังหวะก่อนขยับช่วยได้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่ความรู้สึก

ช่วยได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะอุบัติเหตุจำนวนมากเกิดจากทั้งสองฝ่ายขยับไม่พร้อมกัน การตกลงสัญญาณร่วมกันก่อนทุกครั้งช่วยให้ทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลเตรียมกล้ามเนื้อและทรงตัวได้ทันเวลาเดียวกัน ลดโอกาสเสียหลัก

ผู้ดูแลปวดหลังจากการช่วยพยุงเป็นประจำ ควรทำอย่างไร

ควรสังเกตท่าทางที่ใช้ว่าก้มหลังงอหรือไม่ และปรับให้ใช้ขารับน้ำหนักแทน หากปวดต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจอาการ และพิจารณาขอให้คนอื่นในครอบครัวช่วยผลัดเปลี่ยนหน้าที่นี้บ้าง เพื่อไม่ให้ร่างกายผู้ดูแลบาดเจ็บสะสม

ต้องเรียนเทคนิคการเคลื่อนย้ายจากนักกายภาพบำบัดทุกบ้านหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน หากผู้สูงอายุยังช่วยตัวเองได้มากและต้องการเพียงการประคองเบา ๆ หลักการทั่วไปในบทความนี้ก็เพียงพอ แต่หากต้องพึ่งแรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีความเสี่ยงบาดเจ็บสูง ควรขอประเมินและเรียนเทคนิคเฉพาะจากนักกายภาพบำบัดเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย

สรุป

  • การดึงแขนหรือรักแร้เป็นวิธีพยุงที่เสี่ยงบาดเจ็บทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแล ควรเปลี่ยนเป็นการประคองที่สะโพกและให้ท่านออกแรงเองบางส่วน
  • จังหวะเวลาที่ไม่พร้อมกันระหว่างสองฝ่ายคือจุดเสี่ยงที่แท้จริง การนับจังหวะร่วมกันช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก
  • ผู้ดูแลเองก็มีความเสี่ยงบาดเจ็บหลังจากการก้มยกซ้ำ ๆ ทุกวัน ไม่ควรมองข้ามสุขภาพตัวเอง
  • หากต้องช่วยเหลือมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรขอประเมินจากนักกายภาพบำบัดแทนการฝืนทำคนเดียวต่อไป

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตั้งและใช้เก้าอี้อาบน้ำผู้สูงอายุอย่างไรให้ปลอดภัยตั้งแต่ก้าวแรก
safe-home

ติดตั้งและใช้เก้าอี้อาบน้ำผู้สูงอายุอย่างไรให้ปลอดภัยตั้งแต่ก้าวแรก

ขั้นตอนเตรียม ติดตั้ง และใช้เก้าอี้อาบน้ำให้ผู้สูงอายุอย่างปลอดภัย ตั้งแต่เลือกจุดวาง ปรับความสูง ไปจนถึงการเช็กความมั่นคงก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มในห้องน้ำ

อัปเดตล่าสุด 2 กันยายน 2026อ่าน 11 นาที
ผู้สูงอายุไม่ยอมใช้เก้าอี้อาบน้ำ ทำอย่างไรให้ยอมรับโดยไม่รู้สึกเหมือนถูกบังคับ
home-care

ผู้สูงอายุไม่ยอมใช้เก้าอี้อาบน้ำ ทำอย่างไรให้ยอมรับโดยไม่รู้สึกเหมือนถูกบังคับ

แนวทางช่วยผู้สูงอายุที่ปฏิเสธเก้าอี้อาบน้ำให้ยอมลองใช้ โดยหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนแก้ ไม่ใช่สั่งให้ใช้ทันที เหมาะกับครอบครัวที่เคยชวนแล้วถูกปฏิเสธซ้ำ

อัปเดตล่าสุด 2 กันยายน 2026อ่าน 13 นาที
เลือกเก้าอี้อาบน้ำตามสภาพร่างกายผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ตามรุ่นที่ขายดี
home-care

เลือกเก้าอี้อาบน้ำตามสภาพร่างกายผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ตามรุ่นที่ขายดี

แนวทางเลือกเก้าอี้อาบน้ำโดยเริ่มจากข้อจำกัดทางร่างกายของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น อ่อนแรงข้างเดียว กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือใช้งานชั่วคราว แทนการเลือกจากรุ่นขายดีเพียงอย่างเดียว

อัปเดตล่าสุด 2 กันยายน 2026อ่าน 14 นาที