สูงวัยไทย
ขั้นตอนทำแผลผู้สูงอายุที่บ้านทุกวัน จากล้างมือถึงทิ้งผ้าปิดแผลเก่า
พิมพ์เมื่อ 4 สิงหาคม 2026
ขั้นตอนทำแผลผู้สูงอายุที่บ้านทุกวัน จากล้างมือถึงทิ้งผ้าปิดแผลเก่า
ลำดับขั้นตอนทำแผลผู้สูงอายุที่บ้านแบบทำซ้ำได้ทุกวัน ตั้งแต่เตรียมของ ล้างมือ เปิดแผล ทำความสะอาด ปิดแผลใหม่ จนถึงทิ้งของเสียอย่างถูกวิธี
ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย RDNE Stock project / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การทำแผลที่บ้านควรทำเป็นลำดับขั้นตอนเดิมทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสลืมขั้นตอนสำคัญอย่างการล้างมือหรือตรวจสภาพแผลก่อนปิดใหม่
- ลำดับหลักคือ เตรียมของให้ครบก่อนเริ่ม ล้างมือ เปิดผ้าปิดแผลเก่าอย่างระมัดระวัง ทำความสะอาดแผล ตรวจสภาพแผล ปิดแผลใหม่ แล้วจึงทิ้งของเสียและล้างมืออีกครั้ง
- หากพยาบาลหรือแพทย์สั่งวิธีทำแผลเฉพาะสำหรับแผลนี้ไว้ ให้ทำตามคำสั่งเฉพาะนั้นเป็นหลัก บทความนี้เป็นลำดับขั้นตอนทั่วไปเท่านั้น ไม่ทดแทนคำสั่งเฉพาะบุคคล
- หากแผลมีกลิ่นแรงผิดปกติ บวมแดงมากขึ้น มีหนอง หรือผู้สูงอายุมีไข้ ต้องหยุดทำแผลเองและติดต่อทีมแพทย์ทันที ไม่ใช่ทำแผลต่อแล้วรอดูอาการ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ได้รับคำสั่งจากทีมแพทย์แล้วว่าต้องทำแผลต่อเนื่องที่บ้าน และต้องการลำดับขั้นตอนที่ทำซ้ำได้ทุกวันโดยไม่หลงลืม
- เหมาะกับผู้ดูแลที่เพิ่งเริ่มทำแผลเองเป็นครั้งแรก และต้องการภาพรวมของกระบวนการก่อนเริ่มลงมือจริง
- ไม่ทดแทนการสอนทำแผลแบบตัวต่อตัวจากพยาบาล โดยเฉพาะแผลที่ซับซ้อน แผลผ่าตัดใหญ่ หรือแผลที่มีท่อระบาย ซึ่งต้องเรียนรู้เทคนิคเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนทำเอง
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมผิวหนังผู้สูงอายุถึงหายช้าและเสี่ยงติดเชื้อง่ายกว่า
ผิวหนังของผู้สูงอายุบางลงและมีเลือดมาเลี้ยงน้อยลงตามวัย ทำให้แผลหายช้ากว่าคนวัยหนุ่มสาวและเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายกว่า หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือหลอดเลือดตีบ หรืออยู่ในภาวะเปราะบางที่ร่างกายฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยได้ช้ากว่าคนทั่วไป การหายของแผลจะยิ่งช้าลงไปอีก จึงต้องดูแลด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษและสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ
อีกเรื่องที่ควรรู้คือผู้สูงอายุที่มีอาการแสดงไม่ตรงแบบ หรือ atypical presentation อาจไม่มีไข้สูงชัดเจนแม้แผลติดเชื้อรุนแรงแล้ว บางครั้งสัญญาณแรกกลับเป็นความสับสนหรือซึมลงแทนไข้ จึงต้องสังเกตพฤติกรรมโดยรวม ไม่ใช่ดูแค่อุณหภูมิร่างกายอย่างเดียว
ของที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนเริ่มทำแผลทุกครั้ง
การเตรียมของให้ครบก่อนเริ่มช่วยลดความเสี่ยงที่ต้องเดินหาของระหว่างทำแผล ซึ่งอาจทำให้มือที่ล้างสะอาดแล้วไปสัมผัสสิ่งของอื่นโดยไม่ตั้งใจ ควรจัดของทั้งหมดวางบนพื้นผิวที่สะอาดในระยะเอื้อมถึงก่อนเริ่มลงมือ
- ผ้าปิดแผลและอุปกรณ์ทำความสะอาดตามที่พยาบาลสั่งเฉพาะแผลนี้
- ถุงมือสะอาดหรือถุงมือทางการแพทย์ที่ยังไม่หมดอายุ
- ถุงขยะสำหรับทิ้งผ้าปิดแผลเก่าแยกต่างหาก
- แสงสว่างเพียงพอมองเห็นสภาพแผลชัดเจน
การตรวจสภาพแผลที่ต้องทำทุกครั้งก่อนปิดใหม่
ทุกครั้งที่เปิดผ้าปิดแผลเก่า ให้สังเกตสีของแผลและผิวหนังรอบแผล ลักษณะของสิ่งที่ไหลออกจากแผลถ้ามี และกลิ่น เพราะเป็นข้อมูลสำคัญที่บอกได้ว่าแผลกำลังหายดีหรือมีสัญญาณติดเชื้อ
ควรเปรียบเทียบกับสภาพแผลเมื่อวานหรือครั้งก่อน ไม่ใช่ดูแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เพราะการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับของเดิมของแผลนี้เองมีความหมายมากกว่าการเทียบกับแผลของคนอื่น
- สีของแผลและผิวหนังรอบแผล เทียบกับครั้งก่อน
- ลักษณะและปริมาณสิ่งที่ไหลออกจากแผลถ้ามี
- กลิ่นผิดปกติที่ไม่เคยมีมาก่อน
- อาการเจ็บที่มากขึ้นหรือน้อยลงเมื่อสัมผัสบริเวณรอบแผล

รูปภาพโดย RDNE Stock project / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนที่ 1 — เตรียมของและล้างมือก่อนเริ่ม
จัดของทั้งหมดตามรายการข้างต้นวางไว้ในระยะเอื้อมถึงก่อนเริ่ม แล้วล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อยยี่สิบวินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือหากไม่มีอ่างล้างมือใกล้จุดทำแผล
อธิบายให้ผู้สูงอายุทราบว่ากำลังจะทำอะไรก่อนเริ่มลงมือทุกครั้ง แม้จะทำแผลนี้มาหลายวันแล้วก็ตาม เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีส่วนร่วมและไม่ตกใจ
- จัดของทั้งหมดในระยะเอื้อมถึงก่อนเริ่ม
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อยยี่สิบวินาที
- แจ้งผู้สูงอายุก่อนเริ่มทำแผลทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 2 — เปิดผ้าปิดแผลเก่าและทำความสะอาดตามที่สั่ง
เปิดผ้าปิดแผลเก่าอย่างช้า ๆ จากขอบเข้าหากลาง หากผ้าติดแน่นกับแผล ให้ใช้น้ำเกลือหรือของเหลวตามที่พยาบาลแนะนำชุบให้ชุ่มก่อนค่อย ๆ ลอกออก ไม่ควรดึงแรงเพราะอาจทำให้แผลบาดเจ็บซ้ำ
ทำความสะอาดแผลตามวิธีที่พยาบาลสอนไว้เฉพาะแผลนี้ เพราะแผลแต่ละชนิดอาจใช้น้ำยาหรือวิธีทำความสะอาดต่างกัน ไม่ควรใช้วิธีที่เห็นจากอินเทอร์เน็ตหรือแผลของคนอื่นมาปรับใช้เอง
- เปิดผ้าปิดแผลเก่าจากขอบเข้าหากลางอย่างช้า ๆ
- ใช้น้ำเกลือชุบผ้าที่ติดแน่นก่อนลอกออก หากจำเป็น
- ทำความสะอาดตามวิธีที่พยาบาลสั่งเฉพาะแผลนี้เท่านั้น
ขั้นตอนที่ 3 — ปิดแผลใหม่และจัดการของเสียอย่างถูกวิธี
หลังทำความสะอาดและตรวจสภาพแผลตามหัวข้อก่อนหน้าแล้ว ให้ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลใหม่ตามขนาดและวิธีที่พยาบาลสั่ง แปะให้แน่นพอดี ไม่แน่นจนกดทับผิวหนังรอบแผลหรือหลวมจนเลื่อนหลุดง่าย
ทิ้งผ้าปิดแผลเก่าและอุปกรณ์ที่ใช้แล้วลงถุงขยะแยกต่างหาก มัดปากถุงให้แน่นก่อนทิ้งรวมกับขยะทั่วไป แล้วล้างมืออีกครั้งหลังจัดการของเสียเสร็จ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังจุดอื่นในบ้าน
- ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลใหม่แน่นพอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป
- ทิ้งผ้าปิดแผลเก่าลงถุงขยะแยกและมัดปากถุงให้แน่น
- ล้างมืออีกครั้งหลังจัดการของเสียเสร็จสิ้น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าใช้สำลีหรือผ้าที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อสัมผัสแผลโดยตรง หากพยาบาลไม่ได้แนะนำให้ใช้
- อย่าดึงผ้าปิดแผลที่ติดแน่นออกแรง ๆ เพราะอาจทำให้แผลบาดเจ็บซ้ำและเลือดออกเพิ่ม
- อย่าใช้ยาสมุนไพรหรือผงโรยแผลตามความเชื่อดั้งเดิมโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลก่อน แม้จะเคยใช้ได้ผลกับแผลอื่นในอดีต
- อย่าปิดแผลใหม่ทันทีโดยไม่ตรวจสภาพแผลก่อน เพราะอาจพลาดสัญญาณติดเชื้อที่ต้องรีบแจ้งแพทย์
- อย่าใช้ผ้าปิดแผลชิ้นเดิมซ้ำหากพยาบาลสั่งให้เปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง แม้จะดูสะอาดตาก็ตาม
- อย่าทำแผลในที่แสงน้อยจนมองสภาพแผลไม่ชัด เพราะอาจมองข้ามสัญญาณผิดปกติที่ควรสังเกต
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากแผลมีเลือดออกมากจนกดห้ามเลือดไม่หยุด หรือผู้สูงอายุมีไข้สูงร่วมกับซึมลงและปลุกไม่ค่อยตื่น
- ติดต่อทีมแพทย์หรือพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบว่าแผลมีกลิ่นแรงผิดปกติ มีหนอง บวมแดงขยายวงกว้างขึ้นจากขอบเดิม หรือเจ็บมากขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับวันก่อน
- ติดต่อทีมแพทย์ภายในวันเดียวกันเช่นกัน หากผู้สูงอายุมีไข้แม้เพียงอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ร่วมกับความอยากอาหารลดลงหรือดูอ่อนเพลียผิดปกติกว่าปกติของคนนี้
- นัดพบแพทย์เร็ว ๆ นี้ หากแผลไม่มีขนาดเล็กลงเลยเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์ หรือขอบแผลดูซีดไม่มีสีชมพูของเนื้อเยื่อที่กำลังฟื้นตัว
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากแผลมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่ยังไม่ถึงระดับที่ต้องรีบแจ้ง เช่น สีแดงจางลงเรื่อย ๆ ให้บันทึกภาพและวันที่ไว้เปรียบเทียบในนัดถัดไป
เช็กลิสต์สรุป
- เตรียมของทำแผลทั้งหมดในระยะเอื้อมถึงก่อนเริ่ม
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อยยี่สิบวินาทีก่อนและหลังทำแผล
- แจ้งผู้สูงอายุก่อนเริ่มทำแผลทุกครั้ง
- เปิดผ้าปิดแผลเก่าอย่างช้า ๆ จากขอบเข้าหากลาง
- ตรวจสีแผล สิ่งที่ไหลออก และกลิ่นทุกครั้งก่อนปิดใหม่
- ทิ้งผ้าปิดแผลเก่าลงถุงขยะแยกและมัดปากถุงให้แน่น
- ถ่ายภาพแผลเทียบกับวันก่อนเพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลง
- บันทึกวันที่และอาการผิดปกติทุกครั้งที่พบ เพื่อแจ้งทีมแพทย์ในนัดถัดไป
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำแผลเวลาเดิมทุกวันหรือไม่
ควรทำแผลตามเวลาที่พยาบาลกำหนดไว้ให้ใกล้เคียงกันทุกวัน เพราะช่วยให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของแผลได้แม่นยำขึ้นเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน หากจำเป็นต้องเปลี่ยนเวลาบ้างเพราะติดธุระ ไม่ถือว่าผิดพลาดร้ายแรง แต่ควรพยายามให้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด
ถ้าไม่มั่นใจว่าแผลติดเชื้อหรือไม่ ควรถ่ายภาพส่งให้พยาบาลดูได้หรือไม่
หลายโรงพยาบาลและคลินิกมีช่องทางให้ครอบครัวส่งภาพแผลปรึกษาได้ ควรสอบถามทีมพยาบาลที่ดูแลก่อนว่ามีช่องทางนี้หรือไม่และควรถ่ายภาพอย่างไรให้เห็นรายละเอียดชัดเจน แต่หากมีสัญญาณรุนแรงอย่างไข้สูงหรือเลือดออกมาก ควรติดต่อโดยตรงหรือไปโรงพยาบาลทันทีแทนการรอส่งภาพ
ทำไมต้องใช้ถุงมือทุกครั้งที่ทำแผล ทั้งที่ล้างมือสะอาดแล้ว
ถุงมือช่วยลดความเสี่ยงนำเชื้อโรคจากมือไปสัมผัสแผลโดยตรง และช่วยป้องกันผู้ดูแลจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากแผลด้วยเช่นกัน แม้ล้างมือสะอาดแล้ว การสวมถุงมือยังเป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติมที่แนะนำโดยเฉพาะเมื่อแผลมีสิ่งไหลออกหรือมีขนาดใหญ่
แผลที่มีกลิ่นเล็กน้อยถือว่าปกติหรือต้องรีบไปโรงพยาบาล
แผลบางชนิดอาจมีกลิ่นเล็กน้อยตามธรรมชาติของการหายแผล แต่หากกลิ่นแรงขึ้นชัดเจน เปลี่ยนจากเดิม หรือมีกลิ่นเหม็นเน่า ควรติดต่อทีมแพทย์ภายในวันเดียวกัน เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว
ถ้าผู้สูงอายุกลัวเจ็บและไม่ยอมให้ทำแผล ควรทำอย่างไร
ควรอธิบายทีละขั้นตอนก่อนเริ่มทำจริง ทำอย่างนุ่มนวลและช้าลงในจุดที่รู้ว่าเจ็บมากที่สุด และสอบถามพยาบาลว่ามีวิธีลดความเจ็บระหว่างเปิดผ้าปิดแผล เช่น การใช้น้ำเกลือชุบก่อนลอก ไม่ควรฝืนทำเร็วเพื่อให้เสร็จไว เพราะจะยิ่งทำให้ผู้สูงอายุกลัวการทำแผลครั้งต่อไปมากขึ้น
ต้องทำแผลไปนานแค่ไหนถึงจะหยุดได้
ระยะเวลาการทำแผลขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของแผล ควรทำตามคำสั่งของทีมแพทย์จนกว่าจะได้รับการประเมินว่าแผลหายดีแล้วหรือเปลี่ยนวิธีดูแลได้ ไม่ควรหยุดทำแผลเองเพียงเพราะรู้สึกว่าแผลดูดีขึ้นโดยไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ
สามารถให้ผู้สูงอายุอาบน้ำได้ตามปกติระหว่างที่ยังทำแผลอยู่หรือไม่
ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของแผล บางแผลต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำโดนบริเวณแผลโดยตรง ควรสอบถามพยาบาลว่าจะป้องกันแผลระหว่างอาบน้ำอย่างไร เช่น ใช้ผ้าคลุมกันน้ำเฉพาะจุด แทนการงดอาบน้ำทั้งตัวซึ่งอาจกระทบสุขอนามัยและความรู้สึกสบายตัวของผู้สูงอายุ
สรุป
- การทำแผลที่บ้านปลอดภัยขึ้นเมื่อทำเป็นลำดับขั้นตอนเดิมทุกครั้ง ตั้งแต่เตรียมของ ล้างมือ เปิดแผล ตรวจสภาพ ปิดแผลใหม่ จนถึงจัดการของเสีย
- ผิวหนังผู้สูงอายุหายช้าและเสี่ยงติดเชื้อง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเทียบกับวันก่อนจึงสำคัญกว่าการดูแผลเพียงครั้งเดียว
- สัญญาณติดเชื้อในผู้สูงอายุอาจไม่แสดงเป็นไข้สูงชัดเจนเสมอไป บางครั้งอาการแรกคือความสับสนหรือซึมลง จึงต้องสังเกตพฤติกรรมโดยรวมร่วมด้วย
- หากพบเลือดออกไม่หยุดหรือไข้สูงร่วมกับซึมลงมาก ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ควรทำแผลต่อแล้วรอดูอาการเอง
แหล่งข้อมูล
- ข้อมูลด้านการดูแลผู้สูงอายุและบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-07-29)
- Integrated care for older people — wound and skin care guidance — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-07-29)
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพและอนามัยผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-07-29)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำแผลให้ผู้สูงอายุที่บ้าน: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนแกะผ้าปิดแผลครั้งแรก
คู่มือทำแผลผู้สูงอายุที่บ้านหลังออกจากโรงพยาบาล ตั้งแต่ข้อมูลที่ต้องขอจากพยาบาลก่อนกลับ การจัดมุมทำแผล การจดบันทึก ไปจนถึงสัญญาณติดเชื้อที่มักไม่เริ่มที่แผล

เช็กลิสต์อุปกรณ์และจุดสังเกตแผลผู้สูงอายุ ก่อนและหลังทำแผลทุกครั้ง
เช็กลิสต์ตรวจของใช้ทำแผลให้ครบก่อนเริ่ม และจุดสังเกตสภาพแผลที่ต้องดูทุกครั้งหลังเปิดผ้าปิดแผล เพื่อจับสัญญาณติดเชื้อได้เร็วในผู้สูงอายุที่แผลหายช้ากว่าคนวัยอื่น

ปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เหมาะกับผู้สูงอายุหลังออกจากโรงพยาบาล ทำอย่างไรให้กินได้และปลอดภัย
วิธีสังเกตว่าผู้สูงอายุเคี้ยวหรือกลืนลำบากหลังออกจากโรงพยาบาลหรือไม่ แล้วปรับเนื้อสัมผัสอาหารทีละขั้นให้ปลอดภัยจากการสำลัก โดยไม่ลดคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นต่อการฟื้นตัว