สูงวัยไทย

บอกหลานว่าคุณตา 'ไปเที่ยวไกล ๆ' เพื่อไม่ให้เสียใจ แต่กลับสร้างปัญหาที่ไม่คาดคิด

ความหวังดีที่อยากปกป้องลูกหลานจากความเศร้าเรื่องการสูญเสีย บางครั้งกลายเป็นการสร้างความสับสนหรือความไม่ไว้ใจในระยะยาว บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวดูแลใจเด็กและวัยรุ่นในช่วงเตรียมตัวเรื่องการสูญเสีย พร้อมวิธีปรับให้เหมาะสมกับวัยของเด็กจริง

12 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

Close-up of a person's hands holding a child's drawing depicting a family scene.

รูปภาพโดย Ron Lach / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • หลายครอบครัวใช้คำอุปมาอย่าง 'ไปเที่ยวไกล ๆ' หรือ 'ไปนอนหลับยาว' เพื่อไม่ให้เด็กเสียใจ แต่คำเหล่านี้มักสร้างความสับสนหรือความกลัวใหม่ เช่น กลัวว่าพ่อแม่จะไปเที่ยวแล้วไม่กลับมาเหมือนกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงเด็กมักรับรู้ได้อยู่แล้วว่าคุณตาคุณยายเข้าสู่ภาวะเปราะบางและร่างกายอ่อนแอลงมากก่อนหน้านี้
  • การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของเด็ก เช่น นอนไม่หลับหรือไม่อยากไปโรงเรียน มักเป็นสัญญาณแรกที่บอกว่าเด็กกำลังประมวลความรู้สึกเรื่องการสูญเสีย มากกว่าที่จะเป็นเรื่องพฤติกรรมทั่วไป
  • การกันเด็กออกจากงานศพหรือพิธีกรรมทั้งหมดด้วยความหวังดี อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมอาลัยคนที่รักเหมือนสมาชิกคนอื่นในครอบครัว
  • การคาดหวังว่าเด็กควรเสียใจหรือแสดงความรู้สึกแบบเดียวกับผู้ใหญ่ มักทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจผิดว่าเด็กไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งที่เด็กอาจแสดงความรู้สึกผ่านการเล่นหรือพฤติกรรมแทนคำพูด
  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการพูดคุยเรื่องนี้กับเด็กเพียงครั้งเดียวแล้วคิดว่าจบแล้ว ทั้งที่เด็กมักต้องการเวลาและการพูดคุยซ้ำหลายครั้งเพื่อทำความเข้าใจ

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่เคยใช้คำอุปมาหรือวิธีปกป้องเด็กจากความเศร้าแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ผลตามที่คาด
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่สังเกตว่าเด็กมีพฤติกรรมสับสนหรือกังวลหลังจากได้รับการอธิบายเรื่องการสูญเสีย
  • ไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่เด็กมีอาการวิตกกังวลรุนแรงอยู่แล้ว ซึ่งต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
  • เป็นแนวทางความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การประเมินพัฒนาการหรือสุขภาพจิตเด็กเฉพาะราย การประเมินจริงต้องทำโดยนักจิตวิทยาเด็กหรือจิตแพทย์

สิ่งที่ควรรู้

พลาด: ใช้คำอุปมาที่ทำให้เด็กสับสนหรือกลัวมากขึ้น

คำอย่าง 'คุณตาไปเที่ยวไกล ๆ' หรือ 'ไปนอนหลับยาว' มักใช้ด้วยความหวังดีที่อยากให้เด็กรับได้ง่ายขึ้น แต่ผลที่ตามมาบ่อยครั้งคือเด็กเริ่มกลัวว่าคนอื่นในครอบครัวจะ 'ไปเที่ยว' แล้วไม่กลับมาเหมือนกัน หรือกลัวการนอนหลับเพราะเชื่อมโยงกับความตาย ความสับสนนี้อาจส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กในระยะยาวโดยที่ผู้ใหญ่ไม่ทันสังเกต

แก้พลาด: ใช้คำที่ตรงไปตรงมาตามวัยของเด็ก เช่น อธิบายว่าร่างกายของคุณตาหยุดทำงานและจะไม่กลับมาอีก แม้จะฟังดูตรงเกินไปในความรู้สึกของผู้ใหญ่ แต่ช่วยให้เด็กเข้าใจความจริงได้ชัดเจนกว่าและลดความสับสนในระยะยาว

พลาด: กันเด็กออกจากงานศพหรือพิธีกรรมทั้งหมด

หลายครอบครัวเลือกไม่พาเด็กไปงานศพเลยด้วยความคิดว่าบรรยากาศเศร้าอาจกระทบจิตใจเด็ก แต่การกันเด็กออกไปทั้งหมดอาจทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมอาลัยคนที่รัก และอาจรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าที่จะรู้สึกปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับผู้ที่จากไป

แก้พลาด: ให้เด็กเลือกได้เองว่าอยากเข้าร่วมพิธีกรรมมากน้อยแค่ไหน พร้อมอธิบายล่วงหน้าว่าจะพบเห็นอะไรบ้างในงาน เพื่อให้เด็กเตรียมใจได้ก่อน แทนที่จะตัดสินใจแทนเด็กทั้งหมดโดยไม่ถามความต้องการของเขา

พลาด: คาดหวังว่าเด็กควรแสดงความเศร้าแบบเดียวกับผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่หลายคนตีความว่าเด็กที่ยังเล่นสนุกได้ตามปกติหลังการสูญเสียแปลว่าไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงเด็กมักประมวลความเศร้าเป็นช่วงสั้น ๆ สลับกับการเล่นตามปกติ ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติที่เด็กใช้จัดการความรู้สึกที่หนักเกินกว่าจะรับมือได้ต่อเนื่องนาน ๆ

แก้พลาด: สังเกตความรู้สึกของเด็กผ่านการเล่น การวาดรูป หรือพฤติกรรมแทนคำพูด แทนที่จะตัดสินจากการที่เด็กดูเหมือนร่าเริงปกติ และเปิดโอกาสให้พูดคุยเรื่องนี้ได้ทุกเมื่อที่เด็กต้องการ

พลาด: พูดคุยเรื่องนี้เพียงครั้งเดียวแล้วคิดว่าจบแล้ว

หลายครอบครัวอธิบายสถานการณ์ให้เด็กฟังเพียงครั้งเดียวตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้น แล้วไม่พูดถึงอีกเลย ทั้งที่เด็กมักต้องการเวลาในการทำความเข้าใจและอาจมีคำถามใหม่เกิดขึ้นในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อเด็กโตขึ้นและเข้าใจแนวคิดเรื่องความตายลึกซึ้งขึ้น

แก้พลาด: เปิดโอกาสให้เด็กพูดคุยเรื่องนี้ได้ซ้ำหลายครั้งตามที่ต้องการ และไม่ปิดกั้นเมื่อเด็กถามคำถามใหม่ ๆ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

Kids enjoying creative time drawing on a cardboard box during a home move.

รูปภาพโดย cottonbro studio / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ทบทวนคำพูดที่เคยใช้อธิบายกับเด็ก

ลองนึกย้อนว่าเคยใช้คำอุปมาที่อาจสร้างความสับสนหรือไม่ หากเคยใช้ ให้หาโอกาสอธิบายใหม่ด้วยคำที่ตรงไปตรงมามากขึ้นตามวัยของเด็ก

ให้เด็กมีทางเลือกในการเข้าร่วมพิธีกรรมและกิจกรรมของครอบครัว

แทนที่จะตัดสินใจแทนเด็กทั้งหมด ให้ถามความต้องการและอธิบายล่วงหน้าว่าจะพบเห็นอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กเตรียมใจและตัดสินใจได้เอง

  • ถามเด็กว่าอยากเข้าร่วมพิธีกรรมมากน้อยแค่ไหน
  • อธิบายล่วงหน้าว่าจะพบเห็นอะไรบ้างในงาน
  • สังเกตความรู้สึกของเด็กผ่านการเล่นหรือพฤติกรรมควบคู่กับคำพูด

เปิดโอกาสให้พูดคุยเรื่องนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่าปิดหัวข้อนี้หลังพูดคุยครั้งแรก ควรเปิดโอกาสให้เด็กถามคำถามหรือพูดคุยเรื่องนี้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าใช้คำอุปมาอย่าง 'ไปเที่ยวไกล ๆ' หรือ 'ไปนอนหลับยาว' ที่อาจสร้างความสับสนหรือความกลัวใหม่
  • อย่ากันเด็กออกจากงานศพหรือพิธีกรรมทั้งหมดโดยไม่ถามความต้องการของเด็กก่อน
  • อย่าตัดสินว่าเด็กไม่รู้สึกอะไรเลยเพียงเพราะดูเหมือนร่าเริงหรือเล่นสนุกได้ตามปกติ
  • อย่าพูดคุยเรื่องการสูญเสียกับเด็กเพียงครั้งเดียวแล้วปิดหัวข้อนี้ไปเลย
  • อย่าคาดหวังให้เด็กแสดงความเศร้าในรูปแบบเดียวกับผู้ใหญ่

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที หากเด็กแสดงความคิดทำร้ายตนเองหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายเฉียบพลัน
  • โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ในวันเดียวกัน หากเด็กแสดงความกลัวหรือวิตกกังวลรุนแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้
  • ปรึกษานักจิตวิทยาเด็กหรือจิตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากเด็กมีอาการฝันร้ายรุนแรงหรือไม่ยอมไปโรงเรียนต่อเนื่อง
  • ปรึกษาครูประจำชั้นเพื่อร่วมสังเกตพฤติกรรมที่โรงเรียน หากพบว่าผลการเรียนหรือพฤติกรรมทางสังคมเปลี่ยนไปชัดเจน
  • อธิบายสถานการณ์ให้เด็กฟังใหม่ด้วยคำที่ตรงไปตรงมาขึ้น หากเคยใช้คำอุปมาที่อาจสร้างความสับสนมาก่อน
  • เฝ้าสังเกตพฤติกรรมและเปิดโอกาสให้พูดคุยต่อไป หากยังไม่มีสัญญาณที่น่าเป็นห่วงชัดเจน

เช็กลิสต์สรุป

  • ทบทวนคำพูดที่เคยใช้อธิบายเรื่องการสูญเสียกับเด็ก
  • เปลี่ยนคำอุปมาที่อาจสร้างความสับสนเป็นคำที่ตรงไปตรงมาตามวัย
  • ให้เด็กเลือกระดับการเข้าร่วมพิธีกรรมด้วยตัวเอง
  • สังเกตความรู้สึกของเด็กผ่านการเล่นหรือพฤติกรรมควบคู่กับคำพูด
  • เปิดโอกาสให้พูดคุยเรื่องนี้ได้ซ้ำหลายครั้ง
  • ปรึกษาโรงเรียนหรือผู้เชี่ยวชาญหากพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงรุนแรง

คำถามที่พบบ่อย

เคยบอกลูกว่าคุณตา 'ไปเที่ยวไกล ๆ' ตอนนี้ลูกกลัวเวลาพ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด ควรแก้อย่างไร

ควรอธิบายใหม่ให้ชัดเจนว่าคุณตาเสียชีวิตแล้วและจะไม่กลับมา ต่างจากการไปทำงานต่างจังหวัดที่พ่อแม่จะกลับมาแน่นอน การแยกความแตกต่างนี้ชัดเจนช่วยลดความสับสนและความกลัวของลูกได้

ควรพาหลานอายุ 4 ขวบไปงานศพคุณยายไหม

ควรให้เป็นทางเลือกมากกว่าบังคับหรือกันออกทั้งหมด อธิบายล่วงหน้าว่าจะพบเห็นอะไรบ้างในงาน เช่น คนร้องไห้หรือมีพิธีกรรมทางศาสนา หากเด็กแสดงท่าทีไม่พร้อมหรือกลัว ก็ไม่ควรบังคับ

ลูกเล่นสนุกได้ตามปกติหลังคุณตาเสียชีวิตไม่กี่วัน ผิดปกติไหม

ไม่ผิดปกติ เด็กมักประมวลความเศร้าเป็นช่วงสั้น ๆ สลับกับการเล่นตามปกติ ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติที่เด็กใช้จัดการความรู้สึกที่หนักเกินกว่าจะรับมือต่อเนื่องนาน ๆ ควรสังเกตความรู้สึกของเด็กผ่านการเล่นหรือการวาดรูปควบคู่ไปด้วย

อธิบายเรื่องการเสียชีวิตของคุณตาให้ลูกฟังไปแล้วครั้งหนึ่ง ต้องพูดอีกไหม

ควรเปิดโอกาสให้พูดคุยเรื่องนี้ได้อีกเมื่อลูกต้องการ เพราะเด็กมักมีคำถามใหม่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหรือเมื่อเข้าใจแนวคิดเรื่องความตายลึกซึ้งขึ้นตามวัย ไม่ควรคิดว่าพูดครั้งเดียวแล้วจบ

ลูกวัย 10 ขวบไม่ร้องไห้เลยตอนงานศพคุณยาย ควรกังวลไหม

ไม่จำเป็นต้องกังวลทันที เด็กแต่ละคนแสดงความเศร้าต่างกัน บางคนอาจแสดงออกภายหลังผ่านการเล่นหรือพฤติกรรมอื่น ควรเปิดโอกาสให้พูดคุยและสังเกตพฤติกรรมต่อไปสักระยะ หากมีสัญญาณผิดปกติ เช่น ไม่อยากไปโรงเรียนหรือถอนตัวจากเพื่อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หลานเริ่มไม่กล้านอนคนเดียวหลังรู้ว่าคุณตาเสียชีวิต เกี่ยวกับคำที่เคยใช้อธิบายไหม

อาจเกี่ยวข้อง หากเคยใช้คำว่า 'ไปนอนหลับยาว' อธิบายความตาย เด็กอาจเชื่อมโยงการนอนหลับกับความตายโดยไม่ตั้งใจ ควรอธิบายใหม่ด้วยคำที่ตรงไปตรงมาและแยกความแตกต่างระหว่างการนอนหลับปกติกับความตายให้ชัดเจน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษานักจิตวิทยาเด็ก

สรุป

  • คำอุปมาอย่าง 'ไปเที่ยวไกล ๆ' หรือ 'ไปนอนหลับยาว' มักสร้างความสับสนหรือความกลัวใหม่ให้เด็กมากกว่าช่วยปกป้อง
  • การกันเด็กออกจากพิธีกรรมทั้งหมดโดยไม่ถามความต้องการ อาจทำให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าปลอดภัย
  • เด็กที่ดูร่าเริงหลังการสูญเสียไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกอะไร ควรสังเกตผ่านการเล่นและพฤติกรรมควบคู่กับคำพูด
  • ควรเปิดโอกาสให้เด็กพูดคุยเรื่องนี้ได้ซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่พูดเพียงครั้งเดียวแล้วปิดหัวข้อ

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

หลานเริ่มกลัวว่าคุณตาจะจากไป จะพูดกับเด็กเรื่องนี้อย่างไรดี
mental-wellbeing

หลานเริ่มกลัวว่าคุณตาจะจากไป จะพูดกับเด็กเรื่องนี้อย่างไรดี

เมื่อครอบครัวเข้าสู่ช่วงเตรียมตัวเรื่องการสูญเสีย ลูกและหลานมักมีความกังวลหรือความกลัวที่ไม่กล้าพูดออกมา คู่มือนี้ช่วยผู้ใหญ่ในบ้านพูดคุยกับเด็กและวัยรุ่นเรื่องความตายและการสูญเสียอย่างเหมาะสมกับวัย โดยไม่ปิดบังหรือทำให้ตกใจเกินจำเป็น

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
อยากให้คู่ชีวิตคิดบวก เลยเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่พูดถึงความตาย กลับยิ่งทำให้ท่านเหงา
mental-wellbeing

อยากให้คู่ชีวิตคิดบวก เลยเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่พูดถึงความตาย กลับยิ่งทำให้ท่านเหงา

ความหวังดีที่อยากให้คู่ชีวิตไม่คิดมากเรื่องความตาย บางครั้งกลายเป็นการปิดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายได้ระบายความในใจ บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาดูแลใจคู่สมรสในช่วงเตรียมตัวเรื่องการสูญเสีย พร้อมวิธีปรับให้อยู่เคียงข้างกันได้จริง

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
แจ้งข่าวลูกคนโตก่อนด้วยความเคยชิน แต่กลับทำให้พี่น้องคนอื่นน้อยใจไปนาน
mental-wellbeing

แจ้งข่าวลูกคนโตก่อนด้วยความเคยชิน แต่กลับทำให้พี่น้องคนอื่นน้อยใจไปนาน

หลายครอบครัวแจ้งข่าวสำคัญเรื่องพ่อแม่ตามความเคยชินโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังสร้างความน้อยใจสะสม บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาแจ้งข่าวครอบครัว พร้อมวิธีปรับให้ทุกคนรู้สึกได้รับความสำคัญเท่าเทียมกัน

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที